dot
dot
dot
bulletGallery ห้องภาพคนเดินทาง
bulletข่าวสาร เทศกาล ท่องเที่ยว
bulletใต้ฟลายชีท-ชวนกันเที่ยว
bulletมุมเพื่อน บทความ นัดพบ ฯลฯ
bulletห้วงสำนึกเดินทาง blog ,diary
bulletคลังข้อมูล เวบบอร์ดเก่าชมไทย
bulletท่องเที่ยว 76 จังหวัดทั่วไทย
bulletเรื่องเล่าริมทางเดิน
bulletบันทึกเดินทาง (คลังเก่า)
bulletแนะนำ หนังสือน่าอ่าน
ค่ายอาสา ไออุ่นจากพี่ให้น้อง
bulletเที่ยวเกาะช้าง


deuter kovea Eneloop ถุงนอน เป้ ตะเกียง เชือก เดินป่า มีด ไฟฉาย เปลมุ้ง รองเท้า

แบนเนอร์ชมไทย


แก่งหินเพลง เรื่องบังเอิญ คุณบังอร

บังเอิญติดดินได้ยินบ้างไหม บังเอิญพอใจ บังเอิญติดดิน   เพลงเก่าของอัสนี - วสันต์  ฟังทีไรก็อดขยับแข้งขาไม่ได้ครับ

  ในการเดินทาง  คำว่าประสบการณ์ หรือมุมมองต่างๆ ที่ได้จากการเดินทาง ก็ไม่จำเป็นว่าเราจะต้อง เดินทางเยอะหรือเดินทางมาก ๆ เสมอไป  ในเส้นทาง และรอยเท้าที่ย้ำเดินนั้น มันอยู่ที่เราได้จดจำ เรื่องราว และเก็บเกี่ยวมุมมอง แห่งชีวิตและมิตรภาพ ระหว่างทางนั้นหรือเปล่าเท่านั้นเอง

      ดังเรื่องราวการเดินทางที่จะมาเล่าให้เพื่อนได้อ่านกันในครั้งนี้    เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว ช่วงเข้าฤดูแห่งสายฝนนี่เอง  การเดินทางครั้งนี้เป็นการเดินทางไปร่วมทำค่าย ของกลุ่มตนสายฝัน ในโครงการแบ่งรักถักฝัน ครั้งที่ 2  ที่ โรงเรียนบ้านขามเวียน  อ.บ้านเหลื่อม  จ.นครราชสีมา    โดยการเดินทางครั้งนี้ผมได้ขับรถไปเอง  บอกไว้ก่อนว่าผมใช้รถคาริเบียน คันเก่าๆ พอวิ่งได้  มีเกเรบ้าง ตามอายุการใช้งานของมัน 

  

  

 

     ครั้งนี้ไปเราไปในนามชมไทย ไปช่วยงานค่ายในด้านการทำสันทนาการ  ซึ่งกิจกรรมหลักของโครงการจะเป็นการทำห้องสมุดธรรมชาติ ให้กับโรงเรียน  เราชมไทยไปกันประมาณ 20 คน ส่วนใหญ่ก็จะขับรถมากันเอง แล้วมาสมทบกันที่โรงเรียน  กิจกรรมต่างๆ ดำเนินไปด้วยความสุขและรอยยิ้มของเด็ก ๆ  ทั้งกิจกรรมต้นไม้พูดได้   การปลูกต้นไม้  การสาธิตการทำนา    ทาสีสนามเด็กเล่น   เลี้ยงอาหาร เล่นกีฬา และมอบห้องสมุด อุปกรณ์การศึกษาให้กับเด็ก ๆ และโรงเรียน

      เมื่อเสร็จจากการทำกิจกรรม  พวกเราก็ต่างแยกย้ายกันเดินทางกลับ กรุงเทพฯ   โดยในการเดินทางกลับ ผมมีเพื่อน และน้องจากชมไทย  ติดรถกลับมาด้วย 2 คน  ร่วมกับผมเป็น 3 คน    ในการเดินทางกลับผมเลือกที่จะใช้เส้นทาง   นครราชสีมา -   ปักธงชัย  - วังน้ำเขียว  แล้วมาตัดตรงแยกกบินทร์บุรี  เลี้ยวขวา ผ่าน ปราจีนบุรี  นครนายกแล้วเข้าสู่ ก.ท.ม.     ก็เพราะว่าผมไม่อยากกลับสายมิตรภาพเส้นทางที่มา  เพื่อความหลากหลายในการเดินทาง  และอีกอย่างคือเส้นทางนี้จะผ่านสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย  ป่าไม้ ภูเขา ท้องทุ่งนา ธรรมชาติสีเขียว  รอเราระหว่างเส้นทางนี้

 

      ขับรถกินลมมาเรื่อยๆ   ก็เจอปัญหาแรกกับน้องคาริเบียนเข้าซะแล้ว ด้วยว่าน้ำมันเครื่องมันไหลไม่หยุด  รถเก่าแล้วมาติดแก๊ส ก็อย่างนี้ล่ะครับ  ระบบปั๊มน้ำมัน  เลยมีปัญหา  จริงๆ ผมเปลี่ยนปั๊มติ๊ก (ทำหน้าที่ดูด จ่ายน้ำมัน และหมุนเวียนน้ำมันเครื่อง) เป็นระบบไฟฟ้าแล้วนะ  แต่ก็ยังไม่ได้เอาเจ้าตัวเก่าออก  ยังติดคู่กันอยู่  ปัญหาที่รั่วก็คือปั๊มตัวเก่ามันรั่วครับ   การแก้ปัญหาตอนนั้น ก็ใช้วิธีซื้อน้ำมันเครื่องแล้วเติมมาเรื่อยๆ จนถึงอู่ที่ อ.ปักธงชัย    ให้ช่างซ่อมโดยปิดทางออกของเจ้าปั๊มติ๊กตัวเก่าซะเป็นอันหมดปัญหา  เราออกเดินทางกันต่อ

      บรรยากาศในรถกับมาเฮฮาอีกครั้ง   ก็ขับไปคุยไปถึงเรื่องราวที่พึ่งไปทำค่ายมา   บรรยากาศค่าย ความสุขที่เกิด กับเด็ก ๆ โรงเรียน  และเพื่อนๆ ชาวค่าย  กลับมาคุยกันอีกกี่รอบ ก็ยังแอบยิ้มเสมอๆ.

 

     ผมขับมาจาก อ.ปักธงชัย    อีกไม่นานก็ไต่ระดับขึ้นเขา  เพื่อเข้าสู่ อ.วังน้ำเขียว  ยามเข้าฤดูฝนแบบนี้  2  ข้างทางจะเต็มไปด้วยต้นไม้เขียว ๆ เห็นแล้วสบายตาดีแท้  จริงๆ ในวันพรุ้งนี้ยังเป็นวันหยุดงานอีก 1 วัน   เราสามารถจะหาที่พักแรม  กางเต็นท์ ฟังเสียง สรรพสิ่งในป่า  หรือจะนอนชมดาวถ้าฟ้าเปิดได้เลย   แต่อีกใจหนึ่งก็อยากกลับไปพักผ่อนที่บ้าน  จัดเก็บบ้าน ซักผ้า  ทำโน่นทำนี่ไปเรื่อย  เหมือนกัน

      ผ่านวังน้ำเขียวแล้ว  แหล่งผักปลอดสารพิษ  และโอโซน  ที่ขึ้นชื่อว่ามากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ  แต่ เราไม่ได้แวะที่นี่ ผมยังคงขับเอาระยะทางไปเรื่อย ๆ   ถนนช่วงนี้ที่ลงจากวังน้ำเขียว สู่ อ.นาดี  จ.ปราจีนบุรี   จะเป็นทางลาดชัน ลงเขาตลอด    เส้นทางก็แคบด้วย  มีแค่ 2 เลน  การจะขับแซงรถคันหน้ายากพอดู   ยิ่งต้องมาขับตามรถบรรทุก ด้วยแล้ว  เรียกว่า  มีเสียวครับ   ขับลงเขามายาวๆ   แล้วมาพักเติมพลังแถว อ.นาดีครับ ปั๊มแรกที่ลงเขา  รถหลายๆ คันก็ต่างแวะพักรถ พักคนกันที่นี่   ไม่ว่าจะหากาแฟเย็นๆ ดื่ม   หรือจะเข้าห้องน้ำก็แล้วแต่  

  

  

 

       พักกัน 15 นาที ก็ขับรถออกมาจากปั๊ม  โดยไม่คิดว่า จะมีอะไรเกิดขึ้นกับรถเจ้าคาริเบียน เจ้าแมงปอ สีดำ ปี 95    รถคู่ใจที่ขับมา 5 ปี  อย่างที่บอกว่ามีเกเรบ้างตามอายุมัน  ผมขับผ่าน อุทยานแห่งชาติทับลาน   ผ่านทางเข้าแก่งหินเพลิง  และมาติดไฟแดงที่แยก  อ.นาดี   จ.ปราจีนบุรี   ตอนนี้ผมเริมสับสนกับเส้นทาง  คิดว่าต้องเลี้ยวขวาที่แยกนี้เหมือนกัน  แต่พอสัญญาณไฟเป็นไฟเขียว ก็ขับมาตรงมาก่อน  แต่ก็ด้วยความกลัวหลงจึงขับมาช้าๆ  พร้อมที่จะจอดถามทางร้านค้า หรือคนที่อยู่ข้างทาง  แต่ก็ยังไม่เจอใครที่จะให้ถามได้  จนมาถึงปั๊มน้ำมัน จึงเลี้ยวเข้าไปเพื่อจะถามเส้นทาง 

      แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อ ในขณะที่ผมขับรถจะเข้ามาจอดที่หลังปั๊มน้ำมันบริเวณห้องน้ำ   เด็กปั๊มทั้งปั๊ม  5 – 6 คน ต่างถือกระป๋อง และขันน้ำวิ่งกรูเข้ามาที่รถผม  พร้อมตะโกนเสียงดังว่า ไฟไหม ๆ      เท่านั้นแหละครับ ผมก็จอดรถที่ข้างห้องน้ำพอดี พร้อมหันไปสังเกตที่ล้อหลังรถว่าไฟ กำลังลุกท้วมล้อ   ผมดับรถและรีบออกมาจากรถกับน้องทั้ง 2 คน ชนิดที่เรียกว่าเร็วมาก  ในขณะที่ไฟกำลังลุกท่วมอยู่นั้น  น้ำจากกระป๋องก็พากันสาดเข้ามาที่รถ และรถล้อรถจนไฟดับ  ถ้าไฟยังลุกอยู่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น  รถผมติดแก๊สเสียด้วยครับ  บริเวณที่ไฟลุกกับถังแก๊ส ช่างใกล้กันเหลือเกิน  

  

      หลังจากที่ไฟดับสนิทก็เข้าไปสำรวจดูรถคร่าวๆ   ข้อสันนิฐานแรก คือรถผมเบรกแตก ล้อไหม้ในช่วงที่ลงเข้ามาเรื่อยๆ    จึงทำให้ไฟลุกที่ล้อดังกล่าว   เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเล่นเอา ใจหาย ใจคว่ำกันทีเดียว   เวลาตอนนี้ก็บ่ายๆ  น่าจะ 3 โมงได้     ผมสอบถามหาอู่รถใกล้   แถวนี้จากเจ้าของปั๊มน้ำมัน  แล้วลองขึ้นไปเสียบกุญแจ ขับดู ก็ยังพอไหวขับได้ เบรคย้ำๆ ไปได้     จึงพากันขับรถออกจากปั๊มไปที่อู่รถดังกล่าว    แต่เมื่อไปถึงอู่ปรากฏว่าอู่เจ้ากรรมปิดเนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุด  ผมต้องขับรถไปอีกกว่า 10  กิโลเมตร เพื่อไปอู่ใหญ่ซึ่งเปิดแถวๆ แยก กบินทร์บุรี

      คร่าวนี้ก็ค่อย ๆ   ขับ ค่อยๆ หรือจะเรียกว่าคลานก็ได้ครับ ไปเรื่อยๆ ก็ถึงอู่   อู่เปิดครับแต่ช่างที่ดูแลช่วงล่างไม่อยู่ กลับบ้านไปแล้ว   วันนี้ผมต้องจอดรถทิ้งไว้ที่อู่  แล้วหาที่นอน ที่นี่ 1 คืน   ซึ่งทุกคนที่รวมทางกันมาก็เห็นดีด้วย   แก่งหินเพลิง คือแว๊บแรกที่ในความคิดของผมที่จะไปนอนค้างในคืนนี้   เราเก็บกระเป๋าเดินทางพร้อมกล้อง และอุปกรณ์ต่างๆ  ออกมาจากรถ  แล้ววานให้น้องในอู่ ไปส่งเราที่แกงหินเพลิง เพื่อกางเต็นท์นอนที่นั่น....

 จากอู่ซ่อมรถ  ย้อนกลับไปที่  แก่งหินเพลิง  อ.นาดี  ระยะทางประมาณ  20  กิโลเมตร    เข้าไปถึงแก่งก็เย็นมากแล้ว ประมาณ 18.00  น.  น่าจะได้   วันนี้มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวกันมาก  เนื่องจากเป็นวันแรกของการเปิดแก่งหินเพลิง  ผมติดต่อสอบถามที่กางเต็นท์กับทางเจ้าหน้าที่   แล้วผมก็ไปเจอกับพี่สมบัติ    จึงเล่าเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นให้แกฟัง  พี่สมบัติ ชายวันกลางคนผู้ใจดี  ที่จะพาเรามาทานอาหารเย็น และดูที่พักที่นั้นให้เรา ซึ่งผมมาทราบภายหลัง จากการนั่งติดรถมาที่  ศักดิ์สุภา รีสอร์ท  ว่าที่แท้แก่เป็นเจ้าของที่นี่เอง   โอ้ คิดในใจว่า ในความโชคร้ายก็มักจะมีความโชคดีเกิดขึ้นได้เหมือนกัน  


     วันนี้ผมและเพื่อนๆ  ได้นั่งทานข้าวเย็นโต๊ะเดียวกับเจ้าของ ศักดิ์สุภา รีสอร์ท  บังเอิญจริงๆ   และ ผมยังรู้จักเพื่อนร่วมโต๊ะ ซึ่งเป็นทีมงานของ อบจ.ปราจีนบุรี   ซึ่งมาทำงานในพิธีเปิดแก่ง และช่วงฤดูท่องเที่ยวแก่งหินเพลิง ในยามน่าฝนนี้   นั่งทานข้าวในมื้อที่แสนอร่อยที่ทางรีสอร์ทจัดมาให้ พร้อมพูดคุยกันอย่างถูกคอ  จนทางทีม อบจ.  เชิญพวกเราไปนอนด้วยที่เขาเขียว ซึ่งเป็นบ้านพักของท่านบังอร นายก อบจ.ปราจีนบุรี  เราก็ไม่เคยตอบปฏิเสธอยู่แล้ว ตอนนี้ไหนๆ ก็ไหนแล้วครับ    จาก ศักดิ์สุภา รีสอร์ท  มาถึงที่พัก เป็นระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตรได้ 

  

     รถกะบะที่เรานั่งด้านท้าย  ขับฝ่าพายุฝนที่ตกมาตลอดทาง เล่นเอาเราเปียกไปตามๆ กัน   แต่ไม่มีปัญหาครับ  สีทนได้  ในที่สุดเราก็มาถึงที่บ้านพัก   พร้อมสายฝนที่ตกอย่างไม่ขาดระยะ  ทาง อบจ. จัดห้องพักพร้อมเครื่องนอนให้เราพักอย่างสบาย   อากาศเย็นๆ บนเขาแบบนี้ช่างสดชื่นจริงๆ เรานอนหลับกันสบายเลยคืนนี้

      เช้าวันรุ่งขึ้นผมตื่นแต่เช้า  ออกมาชมวิว และอากาศบริสุทธิ์  บนเขาผมเห็นสายหมอกจางๆ รอยฟุ้ง ขึ้นมาเรื่อยๆ   หลังจากอาบน้ำ  เสร็จเราก็มาทานอาหารเช้าที่บริเวณระเบียง บ้านท่านนายกบังอร  ซึ่งท่านลงมือทำเองหลายเมนู  แล้วมานั่งท่านกับเราด้วย   ผมมาทราบภายหลังจากการเข้าไปดูประวัติท่านอีกเหมือนกันว่า ท่านเป็นหญิงเหล็กแห่งเมืองปราจีนบุรี    จากประวัติท่านเป็นคนที่ตั้งใจทำงาน และได้ทำผลงานต่างๆ ไว้มากมาย
คิดในใจตอนกินข้าว บังเอิญอีกแล้วสำหรับเรา 3 คน 

      เรื่องราวระหว่างทาง และเรื่องบังเอิญมักเกิดขึ้นได้เสมอ ๆ  วันนั้นถ้ารถผมไม่เสีย  ผมก็ไม่ได้มาพบกับ
เจ้าของ ศักดิ์สุภา รีสอร์ท คุณสมศักดิ์  รัตนชินกร   พร้อมกับได้รู้ถึง แนวทางการทำงาน กว่าจะมาถึงวันนี้ของ  ศักดิ์สุภา รีสอร์ท    ผู้บุกเบิกการล่องแก่ง  ที่แก่งหินเพลงแห่งนี้    และก็บังเอิญได้รู้จักกับท่านบังอร  ช่างเข้ากับเพลงอัสนีที่ร้องมาตอนต้นเรื่องเหลือเกิน  วิลาวัลย์ นายก อบจ.ปราจีนบุรี  และคณะทำงาน  ขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วยใจจริงครับ 

      หลังจากท่านอาหาร  ทางคณะอบจ. ก็พาเราลงมาส่งที่ อู่รถ  และร่ำลาแลกเบอร์โทร อีเมลล์กันไป  วันนี้รถผมยังไม่เสร็จ  สาเหตุคือลูกปืนแตก และบดลงเขามา จึงเกิดความร้อน และประกายไฟดังที่เกิด วันนี้ร้านอะไหล่ปิดต้องรออะไหล่ ในวันรุ่งขึ้น  เราทั้ง 3 จึงเดินทางกลับกันด้วยรถตู้โดยสาร  ผมเดินทางกลับมาเอารถในสัปดาห์ต่อมา  

 

 

     บทส่งท้ายในห้วงสำนึกการเดินทางนี้ ทำให้ผมรู้ว่าเรื่องบังเอิญเกิดขึ้นได้เสมอ  และถ้าเราคิดดี ทำความดี แม้ในยามที่เราลำบาก  ก็จะมีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นได้กับชีวิต และที่สำคัญคือมิตรภาพที่เกิดขึ้นตลอดเส้นทาง เข้าฤดูฝนนี้  ถ้าเพื่อนๆ มีเวลา  อยากให้มาสัมผัสการล่องแก่งผจญภัย  หรือพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติที่บริสุทธิ์  ที่ แก่งหินเพลิง  จ.ปราจีนบุรี แห่งนี้กันครับ 

     นอกจากความสนุกที่ได้จากการท่องเที่ยวแล้ว คุณยังจะได้พบกับ ความเป็นกับเอง พร้อมน้ำใจ ไมตรี จากทาง ศักดิ์สุภา รีสอร์ท  และทีมงาน อบจ.ปราจีนบุรี    ที่จะคอยตอนรับนักท่องเที่ยวทุกท่านที่ได้มาเยือนเสมอขอบคุณความบังเอิญที่เกิดขึ้นอีกครั้ง

เอก ชมไทย เรื่องและภาพ

ภาพล่องแก่งจากพี่อู๊ด

 


ข้อมูลการท่องเที่ยว ล่องแก่งหินเพลิง

สถานที่ตั้ง แก่งหินเพลิง
หน่วยพิทักษ์ป่า ขญ.9 อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อ.นาดี   จ.ปราจีนบุรี
 
 ลักษณะของสายน้ำ
แก่งหินเพิง เป็นแก่งหินตอนปลายสุดของแม่น้ำใสใหญ่ ซึ่งมีลักษณะทางธรณีวิทยาเป็นชั้นหินทราย ครั้นเมื่อถึงฤดูฝน กระแสน้ำ จะไหลหลากอย่างรุนแรง จนทำให้เกิดเกาะแก่ง ต่าง ๆ มากมาย

แก่งหินเพิงเป็นที่มีความเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ชอบความท้าทายกับสายน้ำ
อันเชี่ยวกราก โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงเดือนตุลาคม กระแสน้ำบริเวณแก่งหินเพิงจะไหลรุนแรงมาก 
 
 
ความตื่นเต้น ท้าทาย
การล่องแก่งสายนี้จุดเด่นอยู่ที่ตัวแก่งหินเพิงอันเป็นจุดเริ่มต้นของการล่องแก่ง ตัวแก่งหินเพิงมีลักษณะเป็นลานหินหักเท ลื่นลงมาจนเกิดเป็นกระแสน้ำวนและเชี่ยวกราก ต้องใช้ความสามารถและทักษะในการพายเป็นอย่างยิ่ง

จากจุดเริ่มต้นเหนือแก่งหินเพิงลงมาจะผ่านแก่งวังบอน บริเวณนี้มีโขดหินสองฝั่งขวางกระแสน้ำอยู่ บีบให้กระแสน้ำเข้าหากัน เป็นรูปตัววี และถ้าผ่านแก่งวังบอนมาได้ กระแสน้ำหลังแก่งวังบอนจะไหลย้อนทิศทางตรงนี้สามารถพักเรือบริเวณนี้ได้  ล่องเรือต่อมาจะพบกับแก่งลูกเสือ ซึ่งมีความสนุกสนานเร้าใจไม่แพ้แก่งหินเพิง และผ่านไปจนถึงแก่งวังไทร และ แก่งงูเห่า  ซึ่งเป็นแก่งสุดท้ายของการล่องแก่ง สายน้ำช่วงนี้แก่งวังไทรจะมีลักษณะเป็นคลื่นใหญ่ม้วนตัวขึ้นเป็นวง สร้างความตื่นเต้น  เร้าใจได้พอสมควร

 


การเดินทางไปแก่งหินเพิง
   ใช้ทางหลวงหมายเลข 33 สุวรรณศร)   ซึ่งจะผ่าน  นครนายก ปราจีนบุรี  สระแก้ว  เลี้ยวเข้าบริเวณหลักกิโลเมตร  ที่ 201  ก่อนถึงแยกกบินทร์บุรี  จะเห็นปั๊มน้ำมันปตท. เลี้ยวเข้าถนนข้างปั๊มน้ำมัน  จะมีป้ายบอกไปแก่งหินเพลิงชัดเจน  ตรงเข้าไป 25 ก.ม. ก็ถึงแก่งหินเพิง

ข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เขต 8  

ติดต่อล่องแก่งพร้อมข้อมูลเพิ่มเติม 
ศักดิ์สุภารีสอร์ท
28 หมู่ 4 ตำบล สะพานหิน อำเภอ นาดี ปราจีนบุรี 25220
สำนักงาน: 037-451-211
โทรสาร: 037-451-211
สำนักงานกรุงเทพฯ โทรสาร: 02-249-8094
E-mail     : 
saksupha2004@hotmail.com
 Web-site :  www.saksupha.net

องค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี
ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี 25000 โทร./โทรสาร 0 3721 3724
Web-site : 
www.prachinpao.go.th




ตามรอยตะวัน

ออกนอกกะลา ไปบาหลี ตอนที่ 2 (จบ)
ออกนอกกะลา ไปบาหลี ตอนที่ 1
ลุงชู ที่เขื่อนเขาแหลม
น้ำท่วมทุ่ง ผักบุ้งเต็มคลอง ที่สองพี่น้อง สุพรรณบุรี
หนาวนี้ อีกสักที ที่ สวนผึ้ง ราชบุรี
พักกาย..หย่อนใจ..ที่บ้านไร่ตับเต่า
เรื่องเล่า..อโยธารา...
กว่าจะถึง “ภูกระดึง” article
หมู่เกาะตะรุเตา
ความรู้สึกจางๆ กับไออุ่น 4
โกรกอีดก
แบกเป้ มุ่งหน้าสู่ แก่งกระจาน-พะเนินทุ่ง
ร้อน ฝน หนาว ที่ อช.หมู่เกาะชุมพร
ความทรงจำที่เกาะกุฎี article
เรื่องเล่า.............จากเขาหลวง (สุโขทัย) article
ฝ่าสายฝนจากเชียงของ สู่เพลินวาน
bicycleworld lightblue : เดินทางโดยจักรยานรอบโลก article
เที่ยวอยุธยา เมื่อหน้าน้ำ
โฮมพุเตย...ฝันที่ฉันอยากไป article
เขาใหญ่ อช. แรกของไทย article
เขาหลวง-ประจวบฯ article
“เกาะหมาก-เกาะขาม”...สวรรค์ของคนรักสงบ article
ตะลุยเดี่ยวเที่ยว 3 เกาะอ่าวไทย article
เปิดประตูสู่....เขายายเที่ยง
บนทางแสนไกล...ตาดหินยาว
โลกหมุนช้าลง..ที่..เชียงคาน
เมื่อใบไม้เปลี่ยนสี...ที่ขุนแม่ยะ article
เขาโล้นที่เขาแหลม article
บันทึก จากครูดอย (รร.บ้านห้วยโค้ง อมก๋อย) article
เขาหลวง นครศรีธรรมราช article
เรื่องเล่า เชียงคาน
ภูสอยดาว article
ปากน้ำปราณบุรี เขากะโหลก ง่ายๆ สบายๆ ใกล้ๆ กรุง article
เที่ยวเมืองภูเก็ตยังไงให้คุ้มค่าที่สุด article
แอ่วเจียงใหม่ article
น้ำตกป่าละอู ….เราจะกลับมา article
โรงเรียนของหนู (โครงการไออุ่นจากพี่ให้น้องครั้งที่ 1) article
ภูกระดึง........ในวันที่เงียบเหงา article
ภูสอยดาว บันเทิงโบก (...ลองหยุดวิ่งตามดูสักครั้ง) article
ตามหัวใจ..ไปเสม็ด article
สะบายดี..วังเวียง article
ปาย "Pai" article
แบกเป้ลุยเดี่ยว เที่ยว อช.เขาแหลม article
ทริป ”พักใจ ..ไปโกรกอีดก” article
ภาพถ่าย...ลำนำ..และบทเพลง article
เขาสามร้อยยอด article
เวียดนาม (Vietnam) article
จุดเริ่มต้นในการท่องเที่ยว article
อยากอยู่ป่า... article
สู่ยอด...ดอย article
ฝน...ทั้งดีและชั่วอยู่ด้วยกัน article
บทเพลงแห่งธรรมชาติ article
ข้าสองเจ้าบ่าวสองนาย article
บุหรี่ มัจจุราชตัวน้อย article
ป่าขี สายลมและสายน้ำ article
บ้านชมทุ่ง article
เกาะกุฏี ในสำนึก article
เปิดบันทึกการเดินทาง ... โก๋ ก้อนดิน article
เดินป่า เมื่อยามฤดูฝน "ตาดหินยาว" article
ภูสอยดาว article
บันทึกจากห้องเช่าเมื่อยามความเหงามาเยือน article
ผจญภัยที่เกาะช้าง...... article
ชะอำ...ช้ำใจ article
หัวใจเดินทาง..อีกครั้ง!! (Samed Episode II) article
" 7 Days In Tibet " ดินแดนขอบฟ้าหลังคาโลก article
ตำนานคน ตำนานป่า ตำนานการเดินทาง article
เดินป่าขึ้นเขาสน ณ เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเขาสน-เขาสนามเพรียง 12 - 13 -14 - ส.ค. 48 article
พุเตย…พิสูจน์ใจไล่ความกลัว article
บันทึกนี้ที่เชียงใหม่ article
"ลัดเลาะสองฝั่งแม่กลอง แอบมองหิ่งห้อย ร้อยพัน" article
รสชาติใหม่ของการเดินทาง (Suan Soan Pradipat) article
จาก ขญ.11 สู่ ขญ. 10 (Bike Camp) article
เปิดบันทึกเล่มใหม่ กับการผจญภัยที่ “ตาดหินยาว” article
ความสุขไม่ได้รออยู่ที่ปลายทาง article
ห้างเก่า article
แสงประหลาด article
บ้านแม่แสะ article
มืดแปดด้าน article
มะพร้าวตก article
บ้านแพซุง article
บ้านขุนแปะ article
ทุ่งกระทิง article
ด่วนเจ้าพระยา article
ควบจิ้งเหลนดงมุ่งตรง บึงฉวาก article
คลื่นยักษ์ที่โถมซัดไม่อาจทัดทานคลื่นน้ำใจ article
ความเจริญไม่มีที่สิ้นสุด article
ช่างซอตาบอด article
“สู่...ยอดเขาโล้น” article
ดินแดนแห่งอารยธรรม article
“ภูชี้ฟ้า” ภูนี้ไม่เคยว้าเหว่ article
ยอดลมพัด ไม่ได้มีแค่ในตำนาน.. article
เมืองเล็กๆ ที่ชื่อ “ปาย” article
สวัสดี เกาะ 1,000,000 article
ค่ำไหนนอนนั่น article
"กระทิง สิ่งอันเป็นที่รักของฉัน" article
เกาะสีชัง จำลอง...Believe It or Not ! article
" เขาลมพัด " รวมพลคนหน้าตาดี article
จากกรุงเก่าสู่บางปะอิน article
ดอกไม้เบ่งบานกับวัฒนธรรมไร้พรมแดน article
ยี่เป็ง...ประทับใจ
ปาย ฝนต้นหนาว
โชงโดง กับคำถามที่ว่า “เราขึ้นมาทำไม?”
ความเปลี่ยนแปลงใน สังขละบุรี
ตามรอย รัก-ยม ชมไทยไป ขุนแม่ยะ
บันทึกไออุ่น...จากพี่ให้น้อง ครั้งที่2
เสียดาย โดดเดี่ยวใน...ภูเก็ต
สรุปการเดินทาง 3 เดือนแรก
มนต์เสน่ห์ เชียงคาน บันทึกที่ริมสายน้ำโขง
ซ้ำรอยเดิมที่...ตาดหินยาว
ครบรอบ 1 ปี แห่งความรัก หนุ่มตัน กับสาวปลา
ในสายหมอกที่ “ภูสอยดาว”
อุทัยธานี...มีอะไร?
ได้โปรดเถอะ !!!! นำพาเขามาสู่ฉัน
Home Stay แบบชิวๆ ที่ เขายายเที่ยง



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2003 Chomthai team 089-7801770

ตารางออกอากาศรายการชมไทยแลนด์ ช่อง ของดีประเทศไทย   (จานเหลือง DTV และจานเคเบิ้ลท้องถิ่นที่รับได้ทั่วไป)

วันเสาร์ 18:30-19:00 รีรัน อังคาร 22:30-23:00  พฤ. 14:00-14.30  ศุกร์  9:30-10:00 / 16:30-17:00

  Nextstep ชมย้อนหลังรายการชมไทยแลนด์ รายการชมไทยสัญจร ที่ช่อง Real Metro     หนังสือของชมไทย วางแผงกันแล้ว   

 

ติดต่อ : ชมไทย chomthailand.com  14/2  ม.3  คลองถนน  สายไหม  ก.ท.ม.  10220   โทร 089-7801770    e-mail : webmaster@chomthailand.com

Free Page Rank Tool