dot
dot
dot
bulletGallery ห้องภาพคนเดินทาง
bulletข่าวสาร เทศกาล ท่องเที่ยว
bulletใต้ฟลายชีท-ชวนกันเที่ยว
bulletมุมเพื่อน บทความ นัดพบ ฯลฯ
bulletห้วงสำนึกเดินทาง blog ,diary
bulletคลังข้อมูล เวบบอร์ดเก่าชมไทย
bulletท่องเที่ยว 76 จังหวัดทั่วไทย
bulletเรื่องเล่าริมทางเดิน
bulletบันทึกเดินทาง (คลังเก่า)
bulletแนะนำ หนังสือน่าอ่าน
ค่ายอาสา ไออุ่นจากพี่ให้น้อง
bulletเที่ยวเกาะช้าง


deuter kovea Eneloop ถุงนอน เป้ ตะเกียง เชือก เดินป่า มีด ไฟฉาย เปลมุ้ง รองเท้า

แบนเนอร์ชมไทย


ออกนอกกะลา ไปบาหลี ตอนที่ 1

 

         และวันที่รอคอยการเดินทางไปบาหลีก็มาถึง ซึ่งก่อนหน้านี้ได้หาข้อมูลการท่องเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวและทางเลือกที่ดีที่สุดที่จะเที่ยวบาหลีในเวลา 3 วัน 2 คืนได้คุ้มค่าที่สุดคืออะไร เข้าไปหาคำตอบจากห้องบลูฯ ในเวปพันทิพ ตั้งกระทู้ถามและดูจากข้อมูลเก่าๆ ได้โรงแรมที่อยากพัก ได้บริษัทนำเที่ยวที่น่าสนใจ ในตอนนั้นมีมาให้เลือกสองที่ คือแหม่มบาหลีและเทดดี้ทัวร์ อ่านจากผลตอบรับต่างๆ เทดดี้น่าจะดีกว่า และเมื่อสองบริษัทนี้ส่งราคามาให้ เทดดี้ชนะเรื่องราคา และวางโปรแกรมต่างๆมาให้เสร็จสรรพ รวมถึงการไปรับ-ส่งจากสนามบิน เรื่องราคาจะบอกทั้งหมดตอนท้ายเรื่องค่ะ   

         เวลาที่บาหลีเร็วประเทศไทย 1 ชม. เครื่องบินออกจากภูเก็ต 6.45 น. ถึงบาหลีเวลาท้องถิ่น 11.45 น. เป็นการเดินทางที่ยาวนานที่สุดแล้วสำหรับเครื่องบิน เหนื่อยและเพลียมาก เมื่อต้องเข้าด่านตรวจคนเข้าเมือง ก็ขอแวะเข้าห้องน้ำก่อน แต่ทว่า  ห้องน้ำที่สนามบินบาหลีเลวร้ายกว่า ห้องน้ำสาธารณะที่สวนจตุจักรบ้านเราซะอีกให้ตายเถอะ  ห้องน้ำมีแบบคอห่าน ด้วยนะไม่อยากจะเชื่อ นึกว่าอยู่เมืองไทย แต่ความสะอาดให้ติดลบไปเลย อึ๋ย !!

 

       เมื่อเข้าแถวเพื่อรอตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่ทำงานแค่เพียง 1 ช่องทาง สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ต้องใช้วีซ่าเข้าประเทศ ชาวยุโรปและอเมริกา ต้องใช้วีซ่าและชำระค่าวีซ่าก่อนเข้าประเทศ  เจ้าหน้าที่ทำงานแบบว่าเหมือนไม่รีบร้อน รอไม่ได้ก็ต้องรอ แต่ก็ไม่นานนักไม่มีคำซักถามใดๆ รับไปตรวจสอบประทับตรา เดินเข้าได้เลย
 เมื่อเพื่อนร่วมเดินทางตรวจวีซ่าและพาสสปอร์ตเสร็จแล้ว ก็เดินออกจากตัวอาคารแต่ก็ยังไม่จบเท่านั้นยังต้องตรวจอีกชั้น ตรวจของที่ต้องสำแดง แต่เราไม่มีอะไรที่ผิดกฎหมายบาหลี เราก็เดินออกไปได้อย่างสบายใจ
 


  
          เทดดี้ทัวร์ส่งข้อมูลมาก่อนเดินทางว่าชายชื่อ  Putu จะเป็นคนขับรถให้เราตลอดสามวันนี้ และเค้าจะมายืนรอถือป้ายรอรับแต่มันไม่ง่ายอย่างนั้นฮ่าๆ เมื่อเราเดินออกมาคนเป็นร้อยที่ถือ ป้ายกระดาษที่มีชื่อของคนที่ตนมารับ ฉันหยุดนิ่งยืนอยู่พักหนึ่งและกวาดสายตามองหา ไหนวะ??  คนเหล่านั้นต่างชูป้ายของตัวเองแข่งกัน หมายว่าจะใช่ฉันหรือเปล่า ฉันพูดกับเพื่อนร่วมทางว่า แล้วแบบนี้เราจะหาเจอได้ยังไง แต่คำตอบกลับมาว่ายังไงก็ต้องหาให้เจอ

         และก็เจอจนได้ ชายผิวเข้มผมหยักศกลักษณะไม่ต่างจากคนไทยและภาษาอังกฤษดีมาก(ดีกว่าฉันด้วย) ทักทายด้วยความยิ้มแย้ม และนำเราเดินไปที่ลานจอดรถนอกตัวอาคาร เป็นสนามบินที่วุ่นวายพลุกพล่าน ลักษณะเหมือนสถานีขนส่งหมอชิต Putu บอกให้รอเพื่อที่เค้าจะไปขับรถมารับ   


         โดย 99% เลยนะฉันว่า รถที่นี่เป็น Mini Van เช่น Suzuki APV หรือ Toyota อะแวนซ่า บ้านเรานี่หละ ไม่มีรถตู้ใหญ่ๆเหมือนบ้านเราหรอก รถกะบะก็ไม่มี รถบัสสองชั้นไม่ต้องไปหา รถสปอร์ตหรูยิ่งแล้วใหญ่ไม่เห็นสักคัน ทีแรกไม่เข้าใจหรอกว่าทำไมถึงมีแต่รถแบบนี้ แต่มันก็ดูตื่นตาตื่นใจดี รถมอเตอร์ไซค์เยอะ ติดแผ่นป้ายทะเบียนสีดำ ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง บนถนนของตัวเมือง Kuta ความวุ่นวายไม่ต่างจากตัวเมืองภูเก็ตเท่าไรนัก ต้องอาศัยความชำนาญพิเศษอย่างมาก ผู้คนชอบที่จะกดแตรเป็นนิสัย คนหลับอยู่ในรถตู้คนนี้อยากจะคลั่ง     

สถานที่แรกที่ Putu พาเราไปนั่นก็คือ GWK Plaza (Garuda Wisnu Kencana) เสียค่าเข้าชมแต่จำนวนเงินค่าเข้าชมไม่แน่ใจค่ะ ตั๋วที่เก็บไว้ไม่มีระบุอยู่  GWK Plaza เป็นภูเขาหินที่ตัดแต่งเป็นแท่งสี่เหลี่ยมลักษณะเหมือนเขาวงกดเล็กๆ ไม่ซับซ้อน อากาศเย็น แม้จะเป็นเวลาบ่ายแล้วก็ตามที ลานหินกว้างในหุบเขาหินสี่เหลี่ยม มีเทวรูปพระวิศณุ ครุต และอีกเทวรูปไม่แน่ใจว่าคือใคร  ตัวองค์เทวรูปวิศณุและแขนอยู่คนละที่ เราใช้เวลาอยู่ในนี้เกือบ 1 ชม เดินได้เรื่อยๆเพราะอากาศดี มีชาวบาหลีหลายคนพยายามจะสื่อสารกับฉัน  ฉันพยายามพูดแล้วว่าไม่เข้าใจ คือถ้าไม่พูดภาษาอังกฤษด้วยก็อย่าหวังว่าจะเข้าใจกันได้ และจะมาถามทางฉันทำไม ทั้งภาษาและหน้าตาก็คนพื้นที่ไม่ใช่แหรอ?

 จุดหมายต่อไปที่เราไปเยือนนั่นคือ Uluwatu Temple เป็นวัดที่อยู่บนหน้าผาติดทะเล ก่อนเข้าต้องจ่ายค่าเข้าแต่หาตั๋วไม่เจออีกแล้ว ก่อนเข้าวัดตามธรรมเนียมบาหลี ถ้าไม่นุ่งขาสั้น  ก็ไม่ต้องใส่โสร่งที่จัดเตรียมไว้ให้ แต่ต้องมีผ้าคาดเอว ผ้าคาดเอวก็ไม่ได้แค่คาดไว้แค่สวยงามหรือขำๆ แต่ว่ามีความหมาย Putu บอกว่ามันเป็นเครื่องหมายถึงการแบ่งกันความดีความเลว และคำเตือนก่อนเข้าวัดนี้ก็คือ ไม่ควรสวมแว่นและหมวกใดๆทั้งสิ้น ไม่ใช่ว่าจะไม่เคารพสถานที่นะคะ แต่ว่า ฝูงลิงในนั้นจะมารุมแย่งแว่นและหมวกของคุณไปได้


         ชอบอากาศที่บาหลีมากๆเพราะว่าอากาศเย็นเหมือนเปิดแอร์อยู่ตลอดเวลา เย็นแต่ไม่แห้งเหมือนหน้าหนาวบ้านเรา เราใช้เวลาเดินชมหน้าผาและวัดโดยรอบเป็นอะไรทีตื่นตาตื่นใจ คลื่นสูงใหญ่ซัดเข้าหาหน้าผา เลยทำให้เข้าใจว่าทำไมนักเล่นเซิฟ ถึงมุ่งหน้ามาบาหลีกัน เพราะคลื่นใหญ่ม้วนตัวเหมาะกับการเล่นเซิฟเป็นอย่างมาก 

         ในส่วนของตัววัดที่ปลายหน้าผาไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าไป นอกจากผู้ที่มาทำบุญเท่านั้น Putu บอกว่า เนื่องจากวัดนี้อายุเป็นพันปีแล้วด้านปลายหน้าผาเริ่มทรุดลงไปเรื่อยๆ ทางการจึงไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเดินเข้าไปอีกแล้ว  มาที่นี่เจอคนไทยด้วยหนึ่งกลุ่มแต่ไม่ได้ทักทาย เพราะไม่รู้ว่าเค้าอยากจะทักทายเราไหม ได้แต่ยิ้มให้ก็พอ

    


        ออกจากตรงนี้ คนขับรถก็พาเรามุ่งหน้าสู่ Ubud  ตอนที่เราอยู่ในตัวเมือง Kuta ตอนนั้นเป็นเวลาที่วุ่นวายมากที่สุดรถติดไม่ต่างจากกรุงเทพ ผู้คนรักที่จะกดแตร แข่งกัน เสียเวลารถติดอยู่ในเมืองเป็นชั่วโมง แต่เมื่อออกจากเมืองเข้าสู่ถนนที่จะพาเราไป Ubud นั้นต้องพบกับความแปลกใจอีกครั้งเมื่อถนนนั้นเล็กมาก รู้จักซอยเสือใหญ่ในกรุงเทพกันไหมค่ะ? นั่นหละค่ะ รถยนต์วิ่งสวนกันก็เต็มถนนแล้ว ไม่มีเลนส์ให้มอเตอร์ไซค์ทุกคนขับรถเร็วมาก เบียดเลนส์กันสวนกันแบบกระชั้นชิด แต่แปลกใจตรงที่ว่าตลอดเส้นทางไม่เห็นอุบัติเหตุสักราย?


        และแล้วก็ถึงบางอ้อ ทำไมบาหลีถึงมีแต่ mini van เพราะถนนบ้านเมืองเค้าเล็กจริงๆ ทางหลวงชนบทบ้านเรายังใหญ่กว่าซะอีก แต่ที่นี่มีต่างจากบ้านเราก็คือ วินัยในการขับรถ ให้ทางกัน รู้ทางกันว่าใครจะไปใครจะมา จะเบียดเข้ามาและใครจะได้ไปก่อน เราคนมาใหม่ครั้งแรกหัวใจแทบวาย ทนดูไม่ได้หลับต่อดีกว่า.... zzz

 

         ตื่นอีกที สองข้างทางก็มีทุ่งนา สลับกับร้านขายเทวรูปแกะจากหิน ปั้นจากทรายภูเขาไฟ หรือแกะจากไม้ มันเยอะมาก ตลอดถนน จนสงสัยว่าขายให้ใครมากมายขนาดนี้ แต่คงจะเป็นสินค้าส่งออกด้วยหละ บ้านเมืองร้านค้าไม่แต่แตกไปจากเมืองไทยเลยค่ะ ร้านของชำ ร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์ บรรยากาศเหมือนอยู่เมืองไทย ผุ้คนหน้าตาเหมือนกัน แต่ว่าพูดคนละภาษาเท่านั้น  คนขับรถไม่เหนื่อยที่จะเล่าถึงบาหลี วัฒนธรรมในบาหลี อธิบายเกี่ยวกับวัด และทุกสิ่งที่เราขับรถผ่านไปผ่านมาอย่างน่าสนใจ ฉันชอบในสำเนียงภาษาอังกฤษของเค้านะ มันดูจริงใจดี  เรื่องวัดขอพูดในตอนต่อไป

 

        กว่าจะหาโรงแรม Michi Retreat Village พบก็เกือบค่ำ มันออกนอกเมือง Ubud มาไกลพอสมควรค่ะ เป็นโรงแรมที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขา ซึ่งอากาศดีมาก เงียบมาก เงียบจริงๆ  เรายื่นกระดาษที่พริ้นมาจาก Agoda ให้พนักงาน พนักงานเลือกห้องที่แต่งแนวตุรกี ให้เราค่ะ ห้องที่นี่ ตกแต่งไม่ซ้ำกัน และมีห้องเยอะมากๆ ใช้คำว่าวิลเลจ เพราะมันเหมือนะจะเป็นหมู่บ้านมากกว่าโรงแรม  ด้านล่างเป็นลำธารน้ำไหลแรง โอบล้อมไปด้วยนาขั้นบันไดต้นไม้ใหญ่เยอะจริงๆ เมื่อเราเข้าห้องพักก็ต้องพบกับความแปลกใจอีกครั้งเพราะห้องพักสวยมาก ตกแต่งแนวตุรกิส  ไม่มีแอร์ ไม่มีทีวี ตอนแรกก็จะนอนได้ไหมไม่มีแอร์แบบนี้ แต่หลังจากที่เราได้นอนพักเอาแรงเล็กน้อย ก็บรรลุได้ว่า แอร์ไม่จำเป็นเลยสำหรับที่นี่


         อ่อ..ลืมเล่าไป ตอนที่เข้ามา เราก็หลงทางกันเล็กน้อย พระอาทิตย์ก็โพล้เพล้เต็มที่ เราผ่านต้นไม้ใหญ่มากๆ ทำให้นึกถึงเรื่อง อวตาร เลยค่ะ เป็นที่ๆสงบร่มเย็นซึ่งแฝงไว้ด้วยบางสิ่งที่เรายังมองไม่เห็น ณ ตอนนี้

 


         เก็บข้าวของเข้าที่ ก็ลงไปหาอาหารค่ำกินที่ร้านอาหารของโรงแรม ตกแต่งไว้อย่างตื่นตาตื่นใจ สีหลักๆจะเป็นสีขาวและสีฟ้า ตกแต่งด้วยกระจกและหินโมเสด ขณะที่รออาหารอยู่ผู้จัดการโรงแรมก็เข้ามาพูดคุยทักทายกับเราอย่างมีไมตรี สำเนียงเค้าฟังยากหน่อยเหมือนภาษาอังกฤษผสมการรัวลิ้นแบบภาษาบ้านเค้า ต้องตั้งใจฟังมากๆ 


         สำเร็จโทษอาหารค่ำเรียบร้อยแล้ว ก็ตกลงว่าไปนอนพักกันเถอะ เพราะวันนี้เดินทางมาทั้งวัน และก็ตื่นกันตั้งแต่ตีสามเพื่อเดินทางมาที่นี่ ก่อนที่จะถึงห้องพัก ผู้จัดการคนเดิม เดินมากบอกว่า เจ้านายเค้า (เจ้าของที่นี่) อยากพบเราสองคน เราก็ไม่ขัดข้องอะไร  เดินถัดไปจากตรงนั้นหน่อย เราได้เห็นชายสูงวัยหน้าตาออกไปทาง จีนหรือญี่ปุ่น ผมขาว หนวดขาว เดินโดยใช้ไม้เท้าพยุงตัว แกส่งยิ้มให้และถามถึงที่มาที่ไป และเชิญเราไปดื่มและนั่งคุยที่บ้านเค้าตอน 3 ทุ่ม เราก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร กลับยินดีซะด้วย 


         กลับถึงห้องงีบไปพักใหญ่ จนนาฬิกาปลุกเวลาเกือบสามทุ่มได้เวลาไปตามนัด ผู้จัดการคนเดิมเดินมารับเราสองคนไปหาเจ้านายเค้า เราเดินตามเข้าไปเหมือนเข้าไปในเขาวงกตที่ทำมาจากชั้นหนังสือ ไม่แน่ใจว่าเป็นบ้านหรือเป็นห้องสมุดกันแน่ คาดว่ามีหนังสือจากทุกมุมโลกอยู่ในนี้ ชั้นหนังสือสูงชนเพดาน และทุกด้านของกำแพงเป็นชั้นหนังสือทั้งหมด แยกไว้เป็นหมวดหมู่อย่างชัดเจน ศิลปะ ปรัชญา ภาษา หนังสือเกี่ยวกับประเทศต่างๆ เป็นบ้านและเป็นที่ทำงานที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ชั้นหนังสือสีขาวทำให้ห้องดูสว่างไม่รก แต่มันก็ไม่รกจริงๆนั่นหละ ถูกเก็บไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย

       ยังคุยกับอาจารย์ว่าไม่แน่ใจว่าเราจะสามารถเดินออกไปจากห้องนี้ด้วยตัวเองไหมเพราะว่ามันซับซ้อนพอสมควร ฉันลืมถามชื่อว่าเค้าชื่ออะไร ฉันว่าเค้าเหมือนผู้พันKFC แต่อีกคนบอกว่าเหมือน Yoda ในสตาร์วอลส์ เพราะแกใช้ไม้เท้าเดิน ดูๆไปแล้วก็เหมือน Yoda จริงๆ 


         เค้าถามถึงที่มาที่ไป มาจากไหน ทำไมอยู่เมืองไทย คุยเรื่องการเมือง และการเดินทางเกือบทั่วโลกของเค้า การเดินทางของชายสูงวัยคนนี้ไม่ใช่การเดินทางเพียงแค่ท่องเที่ยว แต่เป็นการไปใช้ชีวิต ณ ประเทศนั้นๆในระยะยาว ดูจากภายนอกแล้วไม่น่าเชื่อว่าเค้าอายุ 82 ปีแล้ว เค้าเป็นคนใต้หลังคาโลก นั่นคือมองโกเลีย ตาตี่ผมขาว หนวดขาวโพลนมีรอยยิ้มที่บางทีดูอ่อนโยน และบางทีก็ดูเยือกเย็นคาดเดายาก


 เค้าต้อนรับเราด้วยเหล้าท้องถิ่นทำมาจากมะพร้าว ผสมกับน้ำสมุนไพรอีกสองสิ่ง รสชาติแรงกลิ่นแรงเหมือนยาดองบ้านเรา แต่กลิ่นอ่อนกว่ารสอ่อนกว่า และขนมอีกอย่างทำมาจากถั่วเขียว และชาเขียวผสมกัน


 

เค้าเล่าเรื่องการเดินทางไปทั่วโลก ทางเดินทางไปอยู่เมืองไทย อเมริกา ตุรกี ญี่ปุ่น ฯลฯ และอีกหลายประเทศ ส่วนมากเค้าก็จะพูดถึงเมืองไทยและอเมริกา เล่าเรื่องตัวเอง ถามเรื่องเราสองคน เป็นผู้ใหญ่ที่ดูน่าเกรงขามจริงๆในความรู้สึกตอนนั้น   และสถานที่แห่งนี้มีที่มาที่ไป เริ่มจากแรกชอบบาหลีและมาซื้อที่เพื่อปลูกบ้านอยู่ตรงนี้ แต่ด้วยการที่ตัวเองเป็นนักเดินทาง ไปทางโน้นทีนี้ที ก็ซื้อของตกแต่งบ้านกลับมาและก็ปลูกบ้านเพิ่มห้องเพิ่มทีละนิดละน้อย จนสุดท้ายรู้ตัวอีกทีว่าตัวเองมีบ้านที่ใหญ่มาก จึงเริ่มเปิดเป็นที่พักให้นักท่องเที่ยวที่อยากอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติและความสงบ

 


 ซึ่งถ้าเป็นบ้านเพียงคนเดียวอยู่แล้วมันคือบ้านที่ใหญ่มากจริงๆ มีห้องซึ่งตกแต่งหลายสไตล์อย่างที่บอกไปตั้งแต่แรกนั่นละค่ะ  การสนทนาจบลงประมาณ 4 ทุ่มกว่า แกบอกว่าแกขอตัวทำงานต่อแล้ว และขอบคุณมากที่เข้ามาคุยกันที่นี่ แกเดินลงมาส่งที่หน้าประตู เดินเหินขึ้นบันได เหมือนไม่ใช่คนอายุ 82 ปีจริงๆนะ

ไฟส่องทางเดินที่นี่เป็นระบบอัตโนมัติ จะทำงานเมื่อมีคนเดินผ่านเท่านั้นเป็นการประหยัดไฟฟ้าได้ดีมาก กลับเข้าห้อง อาบน้ำนอน เปิดพัดลมเพดานเบาๆแค่เบอร์ 2 ก็เย็นไปถึงขั้วหัวใจแล้วค่ะ  เสียงตุ๊กแก เปิดตัวมาท่ามกลางความเงียบในระหว่างที่เรากำลังอาบน้ำ ยิ่งห้องเป็นจั่วสูงๆ เสืยงยิ่งก้องในระบบรอบทิศทาง ค่อยๆย่องเดินไปดูที่ระเบียงเพื่อหาต้นตอของเสียง แต่ก็ไม่พบ แต่มันก็ร้องทักทายมาเป็นพักๆ ให้รู้ว่าฉันยังอยู่นะเออ..


  

 


เรื่อง- ภาพ  โดย นอนนอกบ้าน


>> ออกนอกกะลา ไปบาหลี ตอนที่ 2 (จบ) 




ตามรอยตะวัน

แก่งหินเพลง เรื่องบังเอิญ คุณบังอร
ออกนอกกะลา ไปบาหลี ตอนที่ 2 (จบ)
ลุงชู ที่เขื่อนเขาแหลม
น้ำท่วมทุ่ง ผักบุ้งเต็มคลอง ที่สองพี่น้อง สุพรรณบุรี
หนาวนี้ อีกสักที ที่ สวนผึ้ง ราชบุรี
พักกาย..หย่อนใจ..ที่บ้านไร่ตับเต่า
เรื่องเล่า..อโยธารา...
กว่าจะถึง “ภูกระดึง” article
หมู่เกาะตะรุเตา
ความรู้สึกจางๆ กับไออุ่น 4
โกรกอีดก
แบกเป้ มุ่งหน้าสู่ แก่งกระจาน-พะเนินทุ่ง
ร้อน ฝน หนาว ที่ อช.หมู่เกาะชุมพร
ความทรงจำที่เกาะกุฎี article
เรื่องเล่า.............จากเขาหลวง (สุโขทัย) article
ฝ่าสายฝนจากเชียงของ สู่เพลินวาน
bicycleworld lightblue : เดินทางโดยจักรยานรอบโลก article
เที่ยวอยุธยา เมื่อหน้าน้ำ
โฮมพุเตย...ฝันที่ฉันอยากไป article
เขาใหญ่ อช. แรกของไทย article
เขาหลวง-ประจวบฯ article
“เกาะหมาก-เกาะขาม”...สวรรค์ของคนรักสงบ article
ตะลุยเดี่ยวเที่ยว 3 เกาะอ่าวไทย article
เปิดประตูสู่....เขายายเที่ยง
บนทางแสนไกล...ตาดหินยาว
โลกหมุนช้าลง..ที่..เชียงคาน
เมื่อใบไม้เปลี่ยนสี...ที่ขุนแม่ยะ article
เขาโล้นที่เขาแหลม article
บันทึก จากครูดอย (รร.บ้านห้วยโค้ง อมก๋อย) article
เขาหลวง นครศรีธรรมราช article
เรื่องเล่า เชียงคาน
ภูสอยดาว article
ปากน้ำปราณบุรี เขากะโหลก ง่ายๆ สบายๆ ใกล้ๆ กรุง article
เที่ยวเมืองภูเก็ตยังไงให้คุ้มค่าที่สุด article
แอ่วเจียงใหม่ article
น้ำตกป่าละอู ….เราจะกลับมา article
โรงเรียนของหนู (โครงการไออุ่นจากพี่ให้น้องครั้งที่ 1) article
ภูกระดึง........ในวันที่เงียบเหงา article
ภูสอยดาว บันเทิงโบก (...ลองหยุดวิ่งตามดูสักครั้ง) article
ตามหัวใจ..ไปเสม็ด article
สะบายดี..วังเวียง article
ปาย "Pai" article
แบกเป้ลุยเดี่ยว เที่ยว อช.เขาแหลม article
ทริป ”พักใจ ..ไปโกรกอีดก” article
ภาพถ่าย...ลำนำ..และบทเพลง article
เขาสามร้อยยอด article
เวียดนาม (Vietnam) article
จุดเริ่มต้นในการท่องเที่ยว article
อยากอยู่ป่า... article
สู่ยอด...ดอย article
ฝน...ทั้งดีและชั่วอยู่ด้วยกัน article
บทเพลงแห่งธรรมชาติ article
ข้าสองเจ้าบ่าวสองนาย article
บุหรี่ มัจจุราชตัวน้อย article
ป่าขี สายลมและสายน้ำ article
บ้านชมทุ่ง article
เกาะกุฏี ในสำนึก article
เปิดบันทึกการเดินทาง ... โก๋ ก้อนดิน article
เดินป่า เมื่อยามฤดูฝน "ตาดหินยาว" article
ภูสอยดาว article
บันทึกจากห้องเช่าเมื่อยามความเหงามาเยือน article
ผจญภัยที่เกาะช้าง...... article
ชะอำ...ช้ำใจ article
หัวใจเดินทาง..อีกครั้ง!! (Samed Episode II) article
" 7 Days In Tibet " ดินแดนขอบฟ้าหลังคาโลก article
ตำนานคน ตำนานป่า ตำนานการเดินทาง article
เดินป่าขึ้นเขาสน ณ เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเขาสน-เขาสนามเพรียง 12 - 13 -14 - ส.ค. 48 article
พุเตย…พิสูจน์ใจไล่ความกลัว article
บันทึกนี้ที่เชียงใหม่ article
"ลัดเลาะสองฝั่งแม่กลอง แอบมองหิ่งห้อย ร้อยพัน" article
รสชาติใหม่ของการเดินทาง (Suan Soan Pradipat) article
จาก ขญ.11 สู่ ขญ. 10 (Bike Camp) article
เปิดบันทึกเล่มใหม่ กับการผจญภัยที่ “ตาดหินยาว” article
ความสุขไม่ได้รออยู่ที่ปลายทาง article
ห้างเก่า article
แสงประหลาด article
บ้านแม่แสะ article
มืดแปดด้าน article
มะพร้าวตก article
บ้านแพซุง article
บ้านขุนแปะ article
ทุ่งกระทิง article
ด่วนเจ้าพระยา article
ควบจิ้งเหลนดงมุ่งตรง บึงฉวาก article
คลื่นยักษ์ที่โถมซัดไม่อาจทัดทานคลื่นน้ำใจ article
ความเจริญไม่มีที่สิ้นสุด article
ช่างซอตาบอด article
“สู่...ยอดเขาโล้น” article
ดินแดนแห่งอารยธรรม article
“ภูชี้ฟ้า” ภูนี้ไม่เคยว้าเหว่ article
ยอดลมพัด ไม่ได้มีแค่ในตำนาน.. article
เมืองเล็กๆ ที่ชื่อ “ปาย” article
สวัสดี เกาะ 1,000,000 article
ค่ำไหนนอนนั่น article
"กระทิง สิ่งอันเป็นที่รักของฉัน" article
เกาะสีชัง จำลอง...Believe It or Not ! article
" เขาลมพัด " รวมพลคนหน้าตาดี article
จากกรุงเก่าสู่บางปะอิน article
ดอกไม้เบ่งบานกับวัฒนธรรมไร้พรมแดน article
ยี่เป็ง...ประทับใจ
ปาย ฝนต้นหนาว
โชงโดง กับคำถามที่ว่า “เราขึ้นมาทำไม?”
ความเปลี่ยนแปลงใน สังขละบุรี
ตามรอย รัก-ยม ชมไทยไป ขุนแม่ยะ
บันทึกไออุ่น...จากพี่ให้น้อง ครั้งที่2
เสียดาย โดดเดี่ยวใน...ภูเก็ต
สรุปการเดินทาง 3 เดือนแรก
มนต์เสน่ห์ เชียงคาน บันทึกที่ริมสายน้ำโขง
ซ้ำรอยเดิมที่...ตาดหินยาว
ครบรอบ 1 ปี แห่งความรัก หนุ่มตัน กับสาวปลา
ในสายหมอกที่ “ภูสอยดาว”
อุทัยธานี...มีอะไร?
ได้โปรดเถอะ !!!! นำพาเขามาสู่ฉัน
Home Stay แบบชิวๆ ที่ เขายายเที่ยง



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2003 Chomthai team 089-7801770

ตารางออกอากาศรายการชมไทยแลนด์ ช่อง ของดีประเทศไทย   (จานเหลือง DTV และจานเคเบิ้ลท้องถิ่นที่รับได้ทั่วไป)

วันเสาร์ 18:30-19:00 รีรัน อังคาร 22:30-23:00  พฤ. 14:00-14.30  ศุกร์  9:30-10:00 / 16:30-17:00

  Nextstep ชมย้อนหลังรายการชมไทยแลนด์ รายการชมไทยสัญจร ที่ช่อง Real Metro     หนังสือของชมไทย วางแผงกันแล้ว   

 

ติดต่อ : ชมไทย chomthailand.com  14/2  ม.3  คลองถนน  สายไหม  ก.ท.ม.  10220   โทร 089-7801770    e-mail : webmaster@chomthailand.com

Free Page Rank Tool