dot
dot
dot
bulletGallery ห้องภาพคนเดินทาง
bulletข่าวสาร เทศกาล ท่องเที่ยว
bulletใต้ฟลายชีท-ชวนกันเที่ยว
bulletมุมเพื่อน บทความ นัดพบ ฯลฯ
bulletห้วงสำนึกเดินทาง blog ,diary
bulletคลังข้อมูล เวบบอร์ดเก่าชมไทย
bulletท่องเที่ยว 76 จังหวัดทั่วไทย
bulletเรื่องเล่าริมทางเดิน
bulletบันทึกเดินทาง (คลังเก่า)
bulletแนะนำ หนังสือน่าอ่าน
ค่ายอาสา ไออุ่นจากพี่ให้น้อง
bulletเที่ยวเกาะช้าง


deuter kovea Eneloop ถุงนอน เป้ ตะเกียง เชือก เดินป่า มีด ไฟฉาย เปลมุ้ง รองเท้า

แบนเนอร์ชมไทย


หนาวนี้ อีกสักที ที่ สวนผึ้ง ราชบุรี

      อ.สวนผึ้ง เมื่อก่อนได้ชื่อว่าเป็นแค่เมืองติดพม่า เมืองชายแดน กันดาร ห่างไกล แต่เดี๋ยวนี้สวนผึ้งเปลี่ยนไป เป็นทางเลือกใหม่ของนักท่องเที่ยว ที่อยากจะได้รับบรรยากาศหน้าหนาวแบบหนาวถึงขั้วหัวใจ และไม่ไกลกรุงเทพมากนัก

 
      ฉันกลับบ้านคราวนี้ บอกกับครอบครัวไว้ว่าจะพาไปเที่ยวสวนผึ้ง พ่อได้ติดต่อรถตู้สำหรับการเที่ยว One day trip ไว้ในราคา 2700 บาท รถสามารถนั่งได้ 15 คน เราก็ชวนเด็กข้างบ้านที่เป็นเพื่อนของลูกสาวขึ้นรถไปเที่ยวด้วยกัน อีกห้าคน ทริปนี้ ผู้ใหญ่ 6 คน เด็ก 6 คนไม่มีคำว่าเงียบเหงาตลอดเส้นทาง


      เราออกจากบ้านกันเกือบ 7 โมงเช้า ด้วยอากาศที่หนาวเย็นไม่มีใครอยากจะออกจากใต้ผ้าห่มเพื่อไปอาบน้ำแต่งตัว เพราะที่บ้านฉันไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่น กว่าจะเสร็จเรียบร้อยทุกคน ก็เกือบๆเจ็ดโมงเช้า แต่ทว่าเด็กๆตัวน้อยที่จะร่วมทางไปด้วยนี่สิ มาถึงที่บ้านตั้งแต่ตีห้าครึ่ง !

     ลุงคนขับรถพาขับเข้าเส้นทางลัด(เส้นที่เคยหลงตอนที่กลับจากปาร์ตี้ปี 53)  ประมาณชั่วโมงกว่าๆ เราก็ได้มาถึง ธารน้ำร้อนบ่อคลึง ไม่อยากจะคุยว่าจริงๆแล้วฉันเคยมาที่นี่ตั้งแต่สมัยเรียน ม.3 มาเข้าค่ายลูกเสือกับที่โรงเรียน อย่านับถอยหลังไปนะ เพราะว่านิ้วมือจะไม่พอ  ตอนที่มามันไม่ใช่แบบนี้หรอก ยังไม่มีสิ่งปลูกสร้าง ทางยังเป็นทางลูกรัง เพราะว่าเพื่อนๆที่นั่งรถบัสกันมา ทั้งผม ขนตา เป็นสีแดงทั้งหมด

      แต่ถึงตอนนี้ถนนก็ไม่ได้ดีมากเท่าไรนัก แต่มีการจัดเป็นสัดส่วนมากขึ้น มีบ่อให้แช่น้ำร้อน มีห้องให้อาบน้ำเป็นสัดส่วนในราคา ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 30 บาท แต่เราเดินขึ้นไปตรงจุดกำเนิดบ่อน้ำร้อน ซึ่งน้ำมันร้อนมาก มีป้ายบอกไว้ว่า ห้ามอาบน้ำ จุ่มเท้า ลง ณ บริเวณนี้ ซึ่งน่าจะวงเล็บไว้ด้วยว่า มันร้อนมากๆ

     ร้อนมากจะไม่สามารถจะนำส่วนใดของร่างกายลงไปแช่ได้เลย เราได้แต่นั่งอยู่บนก้อนหินก้อนใหญ่ ส่วนพวกเด็กๆ ก็พากันวิ่งเล่นบนก้อนหินอย่างสนุกสนาน พ่อกับแม่ ก็ได้แต่นั่งแช่เท้าในแอ่งน้ำเล็กๆ ซึ่งไม่ร้อนมากเท่าไรนัก นั่นไง พ่อทำผิดระเบียบใช่ไหม? ก็มันเป็นแค่แอ่งน้ำอุ่นเล็กๆเท่านั้นเองนะ พ่อบอก..

     เราใช้เวลาอยู่ที่นี่นานเกือบชั่วโมง ฉันเห็นรอยยิ้มของพ่อกับแม่ตลอด พ่อก็ขาไม่ค่อยดี เดินไม่ค่อยถนัด แต่พ่อก็เดินมาตรงนี้โดยไม่บ่นสักคำ  เห็นพ่อกับแม่ยิ้มและหัวเราะก็ทำให้เรามีความสุขไปด้วย

      เราเดินลงมาจากบ่อน้ำร้อน ตอนนั้นก็เริ่มมีนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นๆ เดินทางเข้ามาตลอดเวลา จนลืมไปเลยว่า วันที่เราเดินทางกันนี้เป็นวันจันทร์ที่ 26 ธันวาคม ซึ่งมันไม่ใช่วันหยุด เรายกตะกร้าอาหารที่ทำมาจากบ้าน มานั่งล้อมวงกินข้าวกันที่ศาลาหน้าทางเข้าธารน้ำร้อน แบ่งกันกินก็สนุกไปอีกแบบ แม่ตื่นเช้าเพื่อทำอาหารมาเผื่อทุกคน เพราะทริปนี้เราจะพยายามเสียเงินให้น้อยที่สุด (เพราะลูกสาวเงินเดือนยังไม่ออก)

     ขับรถต่อไปอีกนิด นิดเดียวจริงๆนั่งก้นยังไม่ทันร้อน ก็ถึงอุทยานธรรมชาติวิทยา ตามพระราชดำรัสสำเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  ซึ่งมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ เราแวะที่นี่เดินข้ามสะพานแขวนไป สะพานก็ส่ายไปส่ายมา หัวเราะกันสนุกสนาน แต่ไปจบแค่ที่ปลายสะพาน ที่มีต้นมะขามป้อม พ่อเก็บมะข้ามป้อมแจกเด็กๆ พ่ออีกแล้ว พ่อเก็บของป่า ตำรวจจะมาจับพ่อไหม มะขามป้อมสิบกว่าลูกอยู่ในมือพ่อ เพื่อแจกจ่ายไปให้เด็กๆ และครอบครัวได้ลองกินกันว่ารสชาดเป็นยังไง แล้วเราก็มุ่งหน้าไปต่อที่ น้ำตกเก้าชั้น หรือ น้ำตกเก้าโจน

      นั่งรถต่อมาก้นยังไม่ทันร้อนก็ถึงแล้ว น้ำตกเก้าชั้น ข้อดีของการมาเที่ยวสวนผึ้งก็คือเราไม่ต้องเสียเวลานั่งรถนานๆเพื่อไปต่อในอีก   หนึ่งสถานที่ เพราะว่าที่นี่อยู่ติดๆกัน ซึ่งสามารถเดินถึงกันได้โดยที่ยังไม่ทันจะเหนื่อย  เราเดินเข้าสู่ตัวน้ำตก ผ่านร้านค้าต่างๆ เหมือนที่ทั่วไปคืออาหารตามสั่ง ส้มตำ ไก่ย่าง ขาดไม่ได้เพราะไปที่ไหนๆก็ต้องมีขาย 


      จากความทรงจำจางๆ ก็นึกขึ้นได้ว่า เคยมาที่น้ำตกนี้แล้วเหมือนกัน แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไร อาจจะมาจากครั้งที่มาเข้าค่ายลูกเสือครั้งนั้นก็เป็นได้ พ่อกับแม่และเด็กๆ และโจนาธาน จับจองพื้นที่บนลานหินซึ่งเป็นหินที่เย็นมาก หลายคนเลือกที่จะนั่งกลางแสงแดดเพื่อความอบอุ่น เด็กๆไม่เคยกลัวหนาวต่างเดินลุยน้ำตกอย่างสบายใจและวางแผนที่จะเล่นน้ำตก ในอากาศที่หนาวๆแบบนี้ จริงเหรอ???

 

      “มันหนาวนะลูก” ฉันเตือนลูกสาว  แต่เด็กก็ยังเป็นเด็กไม่เคยกลัวสภาพอากาศใดๆถ้าอยากจะเล่นสนุก ดูแล้วเราคงจะต้องอยู่ที่นี่อีกพักใหญ่ๆ ฉันกับเด็กอีกสองคน อาสาเดินออกไปเอาตะกร้าเข้ามานั่งกินข้าวกลางวันกันตรงนี้  ตะกร้าก็ไม่ใช่เบา เด็กที่ออกมาช่วยก็ถือไป วางไป พอดีมีเด็กนักเรียนชายใส่ชุดลูกเสือเดินตามหลังมา พร้อมกับพูดว่า “ ช่วยถือไหมครับป้า! “     “......เรียกพี่ได้ไหม ถ้าเรียกป้าพี่ถือเองก็ได้” ฉันตอบ พร้อมกับกรี๊ดในใจดังๆ “แอร๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ป้าเหรอยะ” คำนี้ทิ่มแทงเข้าไปถึงหัวใจ แต่ก็ยังเก็บอาการเจ็บใจพูดกับน้องนักเรียนกลุ่มนี้


      “ดีเนอะใส่ชุดลูกเสือมา ได้บำเพ็ญประโยชน์พอดี” พูดไปพร้อมชวนคุย น้องมันก็ได้แต่ยิ้มๆ เดินไปส่งตะกร้าถึงที่พ่อกับแม่นั่งพัก ก็ขอบคุณน้องทั้งสองคน เด็กนักเรียนกลุ่มนี้ก็ไปโดดน้ำตกเล่นกันอย่างสบายใจต่อไป สบายมากเพราะน้ำโครตจะเย็น

     โจนาธาน เดินเก็บภาพทั่วๆบริเวณ พร้อมกับบอกว่าเคยมาที่นี่แล้วครั้งหนึ่งกับที่โรงเรียน คงจะพาเด็กมาทัศนศึกษากันเมื่อหลายปีมาแล้ว  ส่วนตัวฉันนอนเล่นบนลานหิน อากาศดีได้อยู่กับครอบครัว เวลาดีๆแบบนี้หาได้ไม่บ่อยนัก เพราะไม่ได้กลับบ้านบ่อยๆเหมือนตอนที่อยู่กรุงเทพอีกแล้ว


     เด็กๆยังคงเล่นน้ำกันทั้งๆที่อากาศหนาว แต่ขอเตือนว่าพื้นหินที่น้ำไหลผ่านลื่นมาก ใครจะมาอยากให้เดินระมัดระวังหน่อยเพราะอาจจะบาดเจ็บได้
 เราอยู่ที่นี่กันเกือบ 2 ชั่วโมง รอเด็กๆอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วก็ไปต่อกันที่ ซินเนอรี่ รีสอร์ท อยากพาพอไปให้หญ้าแกะ ดูบรรยากาศสวยๆ พ่อกับแม่เคยมาเที่ยวแบบนี้ ค่าเข้า ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ด้วยเรามีเด็กมา 6 ผู้ใหญ่ 6 คน และเด็กทุกคนก็ส่วนสูงเกิน 120 ซม.แล้วทั้งนั้น แต่เจ้าหน้าที่ขายตั๋วใจดี ตีตั๋วให้เป็นราคาเด็ก ทั้ง 6 คน ประหยัดไปได้อีกหลายสิบบาท 


     ตอนนี้ที่ซินเนอรี่ปรับโฉมใหม่ต้อนรับฤดูหนาว มีงานเทศกาลดนตรีฤดูหนาว นี่ถ้าบรรยากาศตอนเย็นคงจะโรแมนติกมาก ทุกอย่างปรับโฉมใหม่ไม่เหมือนที่มาเมื่อเดือนตุลาคม 53 บริเวณที่เปิดกว้างขึ้น บางอย่างยังคงไว้ที่เดิม พ่อกับแม่และเด็กๆ ให้หญ้าแกะกันทุกคนดูตื่นเต้นและสนุกกันมาก เดินถ่ายรูป เดินดูม้าแคระ เล่นกับแกะ ยิ่งพ่อแล้วดูพ่อมีความสุขมากที่สุดที่ได้ออกมาเที่ยวในครั้งนี้ แกยังคงปลอกต้นหญ้าออกให้อ่อนๆ และยื่นให้แกะกินอยู่ตลอดที่พวกเราเดินเล่นถ่ายรูป ทริปนี้มี แม่ น้องพลอย และโจนาธานเป็นช่างภาพจำเป็นตลอดทริป


      การวางแผนท่องเที่ยวสวนผึ้งครั้งนี้ ไม่ค่อยมีแผนตายตัวเท่าไร อะไรก็ได้ แต่ทว่าผ่านไปค่อนวันเราแวะเที่ยวกันเกือบจะหมดแล้ว แต่อยากจะไปจบที่วัดเขาช่องพราน เพื่อไปดูค้างคาวพันล้านบินออกจากถ้า เราใช้เวลาที่ซินเนอรี่อยู่พักใหญ่ แดดก็จ้าแต่อากาศเย็นๆ ไม่มีที่ให้หลบร่มมากนัก เตรียมตัวออกจากซินนอรี่ แล้วเราจะไปต่อกันที่ไหนดี?? ก่อนจะไปวัดเขาช่องพราน ?


      เลยพาลูกทริปไปแวะที่บ้านหอมเทียน ใครมาสวนผึ้งก็ต้องแวะ ชอบการตกแต่งร้านที่นี่มาก จากมาเมื่อคราวก่อน แต่ทว่าคราวนี้ ทางร้านได้เก็บค่าเข้าชมท่านละ 30 บาทไม่เว้นแม้กระทั่งเด็กน้อย เราถึงเดินกลับออกมาอย่างรวดเร็ว  ก็ได้แต่บ่นกับพ่อว่า “คราวที่แล้วหนูมากับชมไทยยังเข้าฟรีเลยนะพ่อ”   พ่อก็บอกว่า “แบบนี้คนอยากเข้าไปซื้อเทียนต้องมาเสียเงินอีก 30 บาทเพื่อเข้าไปซื้อ ใครจะอยากเข้า” ใช่ค่ะพ่อ ถ้ามากันแต่ผู้ใหญ่ต่างคนต่างจ่ายก็คงจะเข้าไปชมได้ แต่นี่มีแค่คนๆเดียวเป็นคนจ่ายเงินให้ทั้งหมด พ่อบอกว่าเกรงใจโจนาธานไม่ต้องเข้าหรอกเสียดายเงิน

  เราก็เข้าใจนะว่ามันเป็นธุรกิจ แต่เก็บค่าเข้าแบบนี้ เราว่ามันทำให้เปอร์เซ็นต์คนที่จะเดินเข้าไปน้อยลงนั่นหมายถึงโอกาสในการขายเทียนของทางร้านได้ลดน้อยลงด้วย เพราะครั้งที่แล้วเราเข้าไปกับเพื่อนๆ ก็เห็นทุกคน ซื้อของติดไม้ติดมือออกมาทุกที แต่เมื่อตอนนี้มีตัวแปรของการเก็บค่าเข้าชมมาเพิ่ม ครอบครัวไหนที่มีเด็กมาเยอะแบบครอบครัวเรา ก็เลือกที่จะไม่เข้าไปเหมือนกัน เดินออกมานั่งพักด้านนอก และไปต่อ เพิ่งจะ บ่ายสามโมงกว่าเอง คนขับรถจึงแนะนำให้ไปเที่ยวถ้ำจอมพลที่เป็นทางผ่านไปวัดเขาช่องพรานก่อน

     เอาหละอยู่ราชบุรีมาตลอดชีวิตไม่เคยไปถ้ำจอมพลสักครั้ง ไปก็ไปไม่ทันจะได้หลับตา รถก็เข้ามาถึงถ้ำจอมพล มีฝูงลิงเป็นร้อยวิ่งตามรถตู้ มันดูน่ากลัวมากกว่าน่ารัก ค่าเข้าชมถ้ำ ผู้ใหญ่ 10 บาทเด็ก 5 บาท พนักงานทำมึนไม่ฉีกตั๋ว ทั้งๆที่เล่มตั๋วก็วางอยู่ตรงหน้า

คนไทยแบบฉันก็เออ ช่างเค้าเถอะแค่ 90 บาทเอง ทางเดินขึ้นเป็นบันใดลาดชัน พ่อรั้งท้ายขึ้นไม่ค่อยไหว แต่ใจสู้ ทางเข้าตัวถ้ำเป็นทางแคบๆ แต่เข้าไปด้านใจเป็นห้องโถงใหญ่มาก อากาศก็เย็นเหม็นกลิ่นขี้ค้างคาวนิดหน่อย มีหินงอกหินย้อยที่ตายแล้ว เข้าใจคำนี้ไหมค่ะ คือมันไม่มีน้ำไหลมาหล่อเลี้ยงเพื่อที่จะงอกหรือจะเติบโตได้อีกแล้วกลายเป็นหินธรรมดา ที่มีชื่อบอกว่าใครรักใครอยู่บนฝาผนัง

     เดินเข้าไปจนด้านในสุดจะพบพระพุทธรูป อยู่ตรงช่องโหว่ของถ้ำ ซึ่งมีแสงลอดเข้ามาคล้ายๆกับถ้ำพระยานครที่ประจวบฯ มีพระสงฆ์ 1 รูปอยู่ด้านใน อยากจะทำบุญถวายสังฆทานก็ทำได้
 

      เราร่วมทำสังฆทานด้วยกัน พอหลวงพ่อให้เราตั้ง นโม 3 จบ ฉันก็แอบเหลือบไปมองโจนาธานเห็นทำปาก งุบงิบตามเห็นแล้วก็นึกขำดี หลวงพ่อให้เราสวดบทถวายสังฆทานตามท่าน ได้ไม่นาน ริงโทนมือถือรุ่นเก่าก็ดังขึ้นไม่ใช่ของใคร ของหลวงพ่อนั่นเอง ซึ่งท่านเองก็หยุดรับไม่ได้ และคนที่โทรมาก็ไม่ยอมวางสาย ทุกคนอมยิ้ม ส่วนโจนาธานยังคงกล่าวตามหลวงพ่อย่างไม่ลดละ ดูออกแนวมั่วมากกว่าถูกต้อง

      เสียงริงโทนจบเกือบพร้อมกับที่หลวงพ่อสวดมนต์
      หลวงพ่อพรมน้ำมนต์ให้ทุกคนเพื่อความเป็นศิริมงคลและโชคดี น้ำมนต์หลวงพ่อเหมือนเพิ่งเอาออกมาจากตู้เย็น โดนแต่ละทีสะท้านไปถึงหัวใจ ต่อให้ผีตัวไหนก็คงต้องกลัวน้ำมนต์เย็นๆแบบนี้ ออกจากถ้ำจอมพลเรายังมีเวลาเหลืออีก เลยแวะที่ วัดถ้ำน้ำ อีกหนึ่งที

    วัดถ้ำน้ำก็มีฝูงลิงเยอะเหมือนถ้ำจอมพล แต่คราวนี้พ่อขอไม่เดินเข้าไป เพราะว่าพ่อเคยมาแล้ว เราเดินขึ้นบันไดเพื่อที่จะเข้าไปในตัวถ้า มีเสียงของเด็กน้อยคนหนึ่งเหน่อมาแต่ไกล

       “ เอาดอกไม้ไหม !!! เอาดอกไม้ป่าวววววว เอาป่าวววววว วู้วววว” ทุกคนหยุดและหันไปมองต้นเสียงเรียกแนวกรรโชก เป็นเด็กขี้มูกกรัง อายุประมาณ 6 ขวบพูดเหน่อกว่าชาวบ้านโป่งหลายเท่านัก ยังขำสำเนียงเด็กคนนี้ไม่หาย เด็กน้อยชื่อว่า “น้องโอม” เชิญชวนให้เข้าไปในถ้า พูดจา วก-วนประสาเด็ก ซึ่งไฟในถ้ำปิดอยู่ แต่น้องโอมบอกว่าเข้าไปได้ ผีไม่หลอก  แต่พอดีมีป้าคนหนึ่งเดินตามมาเปิดไฟเข้าถ้ำให้ เราก็เลยได้เข้าไปด้วยกัน ถ้ำนี้ยังมีหินงอกหินย้อยที่สมบูรณ์อยู่มาก แต่ใหญ่ไม่เท่าถ้ำจอมพล เดินไปด้านในสุดก็มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ประดิษฐานอยู่ด้านในให้คนกราบไว้

       น้องโอมเดินตรงไปจุดธูปให้ ฉันก็แกล้งถามว่า “ หนูจุดให้ใครอะ?” เด็กน้อยตอบแบบไม่ทันมามองเพราะมัวแต่ง้วนอยู่กับการนับธูป “ หนูก็จุดให้ป้านั่นหละ”   !! เหมือนฟ้าผ่าตรงกลางหัวใจ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกะชีวิตฉัน มีคนเรียกว่าป้า ถึง 2 ครั้งในวันเดียวกัน อ๊ากกกกกก !!!!
 ฉันยังดื้อพูดกับเด็กไปว่า “เรียกป้า ไม่ไหวหรอกต้องเรียกพี่” ฮ่าๆๆๆ

      “มาพี่มาไหว้ หนูจุดธูปแล้วแถมให้ด้วย” น้องโอมตอบ ฉันเดินขึ้นไปนั่งพร้อมกับรับธูปมาจากน้องโอม 4 ดอก จุดธูปมีแถมให้ด้วยใจดีจัง    จะบ้าเหรอ !!! ของแบบนี้แถมกันได้ที่ไหน ต้องหยิบธูปมาเพิ่มเพื่อจุดใหม่  (-_-“)


  
      ตอนที่น้องโอมจุดธูปให้แม่อยู่ก็ปากไวถามว่า “หวยออกอะไรงวดนี้” น้องโอมตอบฉะฉานว่า “716”
เอ้าเมื่อรู้แล้วก็รีบซื้อกันให้ไวๆ รวยๆๆๆ อ่อ น้องโอมจุดธูปให้แม่ 5 ดอกนะ ของเรา 4 ดอก เอาไปผสมเสี่ยงโชคกันไป


      ช่วงที่เราเดินออกมาถึงปากถ้ำ สังเกตเห็นขวดโหลใบใหญมีอะไรสักอย่างอยู่ด้านในมองเห็นไม่ชัดนัก  แต่ที่ทำให้เรารู้ได้ว่ามีอะไรอยู่ด้านในเพราะของเล่นที่วางอยู่รายล้อมขวดโหลใบนั้น สันนิธานได้ว่าลูกกรอกแน่ๆ  น้องชายแกล้งถามเด็กโอมว่า “ อะไรอยู่ในขวด ?“


      “เมิงจะไปถามน้องมันทำไม ถ้าเกิดน้องมันตอบว่า ก็หนูเองหละน้า ฉิหายเลยนะเมิง” ฉันพูดสวนก่อนเด็กโอมจะตอบ เรียกเสียงหัวเราะของสมาชิกทริปได้อีกหนึ่งครั้ง
 ในที่สุด ก็มาถึงจุดหมายของการเดินทางสุดท้ายของทริปนี้ วัดเขาช่องพราน เวลาที่ควรจะเดินทางมาถึงที่นี่ ประมาณสัก 17.30 น.กำลังดี เพราะช่วงนี้เป็นฤดูหนาวพระอาทิตย์ตกเร็ว มารอให้มั่นใจว่าจะไม่พลาดเวลาเริ่มต้นของการออกหากินของฝูงค้างคาวพันล้าน


      อีก 15 นาที 18.00 น.ฝูงค้างคาวชุดแรกก็เริ่มทยอยออกมา และมากขึ้น มันเป็นปรากฎการณ์ธรรมชาติที่น่าทึ่งมาก มีคำถามมากมายอยู่ในหัวว่า พวกมันเหล่านี้จะไปหากินที่ไหน แล้วกลับมากันตอนไหน กลับมาถูกได้ยังไง แล้วรู้ได้ยังไงว่าเมื่อไรจะต้องบินออกมา ?? วิทยาศาสตร์ล้วนๆ


     เรานั่งดูฝูงค้างคาวบินออกมาเป็นทางสีดำ อยู่ถึงเวลาเคารพธงชาติ แล้วพากันเดินทางกลับบ้าน จากป้ายบอกทาง  27 กม. ถึง บ้านโป่ง กลับเส้นทางสายเดิม เส้นทางลัดเข้าสู่ตัวเมืองบ้านโป่ง ไม่ต้องไปอ้อมเมืองราชบุรีให้เสียเวลา


      ทริปนี้คุ้มมากกับเงิน 2700 บาทค่ารถ กับค่าผ่านประตูที่จ่ายๆไปให้ทุกคน เห็นพ่อกับแม่ยิ้มหัวเราะ เห็นลูกๆสนุกกับเพื่อนๆ เห็นทุกคนมีความสุข โจนาธาน มีรอยยิ้มแกบอกว่าแกไม่เสียดายเงินที่จ่ายไปเลยสักนิด เป็นทริปที่ทำให้แกมีความสุขด้วยเหมือนกัน ไม่น่าเชื่อว่า 1 วันเราจะเที่ยวได้หลายสถานที่มากขนาดนี้ ไม่ถึง 1 ชั่วโมงเราก็กลับมาถึงบ้านโดยปลอดภัย รู้ว่าทุกคนเหนื่อยมาก แต่ก็สนุกมากเช่นกัน


     อยากจะหาเวลากลับบ้านให้ได้มากกว่านี้ แต่จริงๆแล้วทำได้ยากมาก ด้วยระยะทางเป็นพันกิโลเมตรจากภูเก็ต แต่พยายามจะใช้เวลาทุกนาที ทีได้อยู่บ้านให้เป็นเวลาที่มีค่ามากที่สุดเช่นกัน


     ใครหลายๆคนพูดว่า ตอนนี้ทำงานเก็บเงินก่อน ไว้ค่อยเที่ยวตอนแก่ ทริปนี้ได้พิสูจน์แล้วว่า ความชรากับการท่องเที่ยว ไม่สามารถไปด้วยกันได้ดีนัก เพราะฉะนั้นมีเงินมีเวลาก็ออกไปเที่ยวกันเถอะค่ะ


  ก่อนกลับมาขึ้นรถกลับภูเก็ต พ่อถามโจนาธานว่า มาอีกทีเมื่อไร และเราจะไปเที่ยวไหนกันอีกดี ^_^
 
 

เรื่องโดย  เชอรี่ ชมไทย

ภาพ  Jonathan Fowler

ข้อมูลภาพถ่าย เรื่องราวมากมายเกี่ยวกับสวนผึ้งราชบุรี  << คลิก




ตามรอยตะวัน

แก่งหินเพลง เรื่องบังเอิญ คุณบังอร
ออกนอกกะลา ไปบาหลี ตอนที่ 2 (จบ)
ออกนอกกะลา ไปบาหลี ตอนที่ 1
ลุงชู ที่เขื่อนเขาแหลม
น้ำท่วมทุ่ง ผักบุ้งเต็มคลอง ที่สองพี่น้อง สุพรรณบุรี
พักกาย..หย่อนใจ..ที่บ้านไร่ตับเต่า
เรื่องเล่า..อโยธารา...
กว่าจะถึง “ภูกระดึง” article
หมู่เกาะตะรุเตา
ความรู้สึกจางๆ กับไออุ่น 4
โกรกอีดก
แบกเป้ มุ่งหน้าสู่ แก่งกระจาน-พะเนินทุ่ง
ร้อน ฝน หนาว ที่ อช.หมู่เกาะชุมพร
ความทรงจำที่เกาะกุฎี article
เรื่องเล่า.............จากเขาหลวง (สุโขทัย) article
ฝ่าสายฝนจากเชียงของ สู่เพลินวาน
bicycleworld lightblue : เดินทางโดยจักรยานรอบโลก article
เที่ยวอยุธยา เมื่อหน้าน้ำ
โฮมพุเตย...ฝันที่ฉันอยากไป article
เขาใหญ่ อช. แรกของไทย article
เขาหลวง-ประจวบฯ article
“เกาะหมาก-เกาะขาม”...สวรรค์ของคนรักสงบ article
ตะลุยเดี่ยวเที่ยว 3 เกาะอ่าวไทย article
เปิดประตูสู่....เขายายเที่ยง
บนทางแสนไกล...ตาดหินยาว
โลกหมุนช้าลง..ที่..เชียงคาน
เมื่อใบไม้เปลี่ยนสี...ที่ขุนแม่ยะ article
เขาโล้นที่เขาแหลม article
บันทึก จากครูดอย (รร.บ้านห้วยโค้ง อมก๋อย) article
เขาหลวง นครศรีธรรมราช article
เรื่องเล่า เชียงคาน
ภูสอยดาว article
ปากน้ำปราณบุรี เขากะโหลก ง่ายๆ สบายๆ ใกล้ๆ กรุง article
เที่ยวเมืองภูเก็ตยังไงให้คุ้มค่าที่สุด article
แอ่วเจียงใหม่ article
น้ำตกป่าละอู ….เราจะกลับมา article
โรงเรียนของหนู (โครงการไออุ่นจากพี่ให้น้องครั้งที่ 1) article
ภูกระดึง........ในวันที่เงียบเหงา article
ภูสอยดาว บันเทิงโบก (...ลองหยุดวิ่งตามดูสักครั้ง) article
ตามหัวใจ..ไปเสม็ด article
สะบายดี..วังเวียง article
ปาย "Pai" article
แบกเป้ลุยเดี่ยว เที่ยว อช.เขาแหลม article
ทริป ”พักใจ ..ไปโกรกอีดก” article
ภาพถ่าย...ลำนำ..และบทเพลง article
เขาสามร้อยยอด article
เวียดนาม (Vietnam) article
จุดเริ่มต้นในการท่องเที่ยว article
อยากอยู่ป่า... article
สู่ยอด...ดอย article
ฝน...ทั้งดีและชั่วอยู่ด้วยกัน article
บทเพลงแห่งธรรมชาติ article
ข้าสองเจ้าบ่าวสองนาย article
บุหรี่ มัจจุราชตัวน้อย article
ป่าขี สายลมและสายน้ำ article
บ้านชมทุ่ง article
เกาะกุฏี ในสำนึก article
เปิดบันทึกการเดินทาง ... โก๋ ก้อนดิน article
เดินป่า เมื่อยามฤดูฝน "ตาดหินยาว" article
ภูสอยดาว article
บันทึกจากห้องเช่าเมื่อยามความเหงามาเยือน article
ผจญภัยที่เกาะช้าง...... article
ชะอำ...ช้ำใจ article
หัวใจเดินทาง..อีกครั้ง!! (Samed Episode II) article
" 7 Days In Tibet " ดินแดนขอบฟ้าหลังคาโลก article
ตำนานคน ตำนานป่า ตำนานการเดินทาง article
เดินป่าขึ้นเขาสน ณ เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเขาสน-เขาสนามเพรียง 12 - 13 -14 - ส.ค. 48 article
พุเตย…พิสูจน์ใจไล่ความกลัว article
บันทึกนี้ที่เชียงใหม่ article
"ลัดเลาะสองฝั่งแม่กลอง แอบมองหิ่งห้อย ร้อยพัน" article
รสชาติใหม่ของการเดินทาง (Suan Soan Pradipat) article
จาก ขญ.11 สู่ ขญ. 10 (Bike Camp) article
เปิดบันทึกเล่มใหม่ กับการผจญภัยที่ “ตาดหินยาว” article
ความสุขไม่ได้รออยู่ที่ปลายทาง article
ห้างเก่า article
แสงประหลาด article
บ้านแม่แสะ article
มืดแปดด้าน article
มะพร้าวตก article
บ้านแพซุง article
บ้านขุนแปะ article
ทุ่งกระทิง article
ด่วนเจ้าพระยา article
ควบจิ้งเหลนดงมุ่งตรง บึงฉวาก article
คลื่นยักษ์ที่โถมซัดไม่อาจทัดทานคลื่นน้ำใจ article
ความเจริญไม่มีที่สิ้นสุด article
ช่างซอตาบอด article
“สู่...ยอดเขาโล้น” article
ดินแดนแห่งอารยธรรม article
“ภูชี้ฟ้า” ภูนี้ไม่เคยว้าเหว่ article
ยอดลมพัด ไม่ได้มีแค่ในตำนาน.. article
เมืองเล็กๆ ที่ชื่อ “ปาย” article
สวัสดี เกาะ 1,000,000 article
ค่ำไหนนอนนั่น article
"กระทิง สิ่งอันเป็นที่รักของฉัน" article
เกาะสีชัง จำลอง...Believe It or Not ! article
" เขาลมพัด " รวมพลคนหน้าตาดี article
จากกรุงเก่าสู่บางปะอิน article
ดอกไม้เบ่งบานกับวัฒนธรรมไร้พรมแดน article
ยี่เป็ง...ประทับใจ
ปาย ฝนต้นหนาว
โชงโดง กับคำถามที่ว่า “เราขึ้นมาทำไม?”
ความเปลี่ยนแปลงใน สังขละบุรี
ตามรอย รัก-ยม ชมไทยไป ขุนแม่ยะ
บันทึกไออุ่น...จากพี่ให้น้อง ครั้งที่2
เสียดาย โดดเดี่ยวใน...ภูเก็ต
สรุปการเดินทาง 3 เดือนแรก
มนต์เสน่ห์ เชียงคาน บันทึกที่ริมสายน้ำโขง
ซ้ำรอยเดิมที่...ตาดหินยาว
ครบรอบ 1 ปี แห่งความรัก หนุ่มตัน กับสาวปลา
ในสายหมอกที่ “ภูสอยดาว”
อุทัยธานี...มีอะไร?
ได้โปรดเถอะ !!!! นำพาเขามาสู่ฉัน
Home Stay แบบชิวๆ ที่ เขายายเที่ยง



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2003 Chomthai team 089-7801770

ตารางออกอากาศรายการชมไทยแลนด์ ช่อง ของดีประเทศไทย   (จานเหลือง DTV และจานเคเบิ้ลท้องถิ่นที่รับได้ทั่วไป)

วันเสาร์ 18:30-19:00 รีรัน อังคาร 22:30-23:00  พฤ. 14:00-14.30  ศุกร์  9:30-10:00 / 16:30-17:00

  Nextstep ชมย้อนหลังรายการชมไทยแลนด์ รายการชมไทยสัญจร ที่ช่อง Real Metro     หนังสือของชมไทย วางแผงกันแล้ว   

 

ติดต่อ : ชมไทย chomthailand.com  14/2  ม.3  คลองถนน  สายไหม  ก.ท.ม.  10220   โทร 089-7801770    e-mail : webmaster@chomthailand.com

Free Page Rank Tool