dot
dot
dot
bulletGallery ห้องภาพคนเดินทาง
bulletข่าวสาร เทศกาล ท่องเที่ยว
bulletใต้ฟลายชีท-ชวนกันเที่ยว
bulletมุมเพื่อน บทความ นัดพบ ฯลฯ
bulletห้วงสำนึกเดินทาง blog ,diary
bulletคลังข้อมูล เวบบอร์ดเก่าชมไทย
bulletท่องเที่ยว 76 จังหวัดทั่วไทย
bulletเรื่องเล่าริมทางเดิน
bulletบันทึกเดินทาง (คลังเก่า)
bulletแนะนำ หนังสือน่าอ่าน
ค่ายอาสา ไออุ่นจากพี่ให้น้อง
bulletเที่ยวเกาะช้าง


deuter kovea Eneloop ถุงนอน เป้ ตะเกียง เชือก เดินป่า มีด ไฟฉาย เปลมุ้ง รองเท้า

แบนเนอร์ชมไทย


เรื่องเล่า..อโยธารา...


เรื่องเล่า..อโยธารา...

พระนครศรีอยุธยา : ราชธานีเก่า อู่ข้าวอู่น้ำ เลิศล้ำกานต์กวี คนดีศรีอยุธยา

ไปเยือนอยุธยาทีไร ความรักชาติ หึกเหิมขึ้นมาทุกที
เคยฟังเพลงนี้กันมั้ย?
อยุธยาเมืองเก่าของเราแต่ก่อน
จิตใจอาวรณ์มาเล่าสู่กันฟัง
อยุธยาแต่ก่อนนี้ยัง
เป็นดังเมืองทองของพี่น้องเผ่าพงศ์ไทย
เดี๋ยวนี้ซิเป็นเมืองเก่า
ชาวไทยแสนเศร้าถูกข้าศึกรุกราน
ชาวไทยทุกคนหัวใจร้าวราน
ข้าศึกเผาผลาญแหลกราญวอดวาย
เราชนชั้นหลังฟังแล้วเศร้าใจ 
อนุสรณ์เตือนให้ชาวไทยจงมั่น
สมัครสมานร่วมใจกันสามัคคี
คงจะไม่มีใครกล้าราวีชาติไทย

แหม..เพลงค่อนข้างเก่าไปซะหน่อย แต่อย่าเพิ่งมองถึงความเก่าใหม่เลย ที่หยิบยกเพลงนี้มาอยากให้มองตรงเนื้อหากันมากกว่า ช่วงที่เดินทางไปเยือนอยุธยา เป็นช่วงที่ในกรุงเทพเกิดการจราจล จะใช้คำนี้ได้มั้ยนะ  เรามาอยุธยา เรามักจะนึกเสียดายทุกครั้ง ที่มองซากปรักหักพัง ร่องรอยของความรุ่งเรืองที่ถูกไฟเผาผลาญไปเมื่อครั้งอดีต ด้วยน้ำมือประเทศเพื่อนบ้าน....แต่แล้วทำไม มายุคนี้ สมัยนี้ เราถึงจ้องทำลายเผาผลาญบ้านเมืองตัวเอง ด้วยน้ำมือคนไทยกันเองแท้ๆ....เฮ้อ!...บ่นแค่นี้พอ บ่นมากไปก็ไม่ดี ตามรักยมมาเที่ยวดีกว่าค่ะ

             

เรื่องเล่าอโยธารา อ่านไม่ผิดหรอกค่ะ และก็เขียนไม่ผิดด้วย ครั้งนี้รักยม อยากเขียนเรื่องเล่าพร้อมกับแนะนำที่พักสวยๆ บรรยากาศดีๆ ริมแม่น้ำลพบุรี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตามมาค่ะ รักยมจะพาตะลอน (^_^)

จุดเริ่มต้นของทริปนี้คือ วันหยุดยาวช่วงสงกรานต์นั่นเอง หาที่เที่ยวที่คิดว่าคนคงแห่กันไปไม่มากนัก และใกล้กรุงเทพฯ เพราะไม่อยากขับรถไกลๆ และนานๆ วันหยุดทั้งที หาที่พักผ่อนดีกว่ามองหาที่ทรมานตัวเองว่ามั้ย พอคิดว่าจะไปอยุธยาก็ เริ่มหาที่พักเลย....หลายคนสงสัย ไปแค่อยุธยา จะหาที่พักทำไม ในเมื่อไปเช้าเย็นกลับก็ได้...นั่นน่ะซิ หาทำไม เอาเป็นว่าอยากเปลี่ยนบรรยากาศด้วยล่ะมั้ง ได้ที่พักแล้ว นามว่า
“อโยธารา วิลเลจ” แนะนำชื่อกันไว้ก่อน แล้วจะค่อยๆ บรรยายบรรยกาศให้ฟังทีหลัง

ทริปอยุธยาครั้งนี้ไปกัน 3 วัน 2 คืน อ่านถึงตรงนี้ คงจะว่าบ้า... อยุธยามีอะไรให้เที่ยวตั้ง 3 วัน 2 คืน จริงๆ ก็ไม่ได้เที่ยวอะไรมากมายหรอก แค่ไปไหว้พระ ในตัวเมือง แล้วก็กลับมานอน ก็แค่นั้น แค่นั้นจริงๆ บอกแล้วไง ว่าไปพักผ่อน ช่วงนี้จิตตกเรื่องการงานด้วย เลยไม่อยากเพิ่มความวุ่นวายให้กับชีวิตตัวเองอีก แค่หาที่สงบๆ ใช้ชีวิตในแต่ละวันอย่างเนิบนาบ แค่นั้นก็คงพอแล้วสำหรับวันหยุด ในช่วงเวลาที่บ้านเมืองไม่สงบแบบนี้

   

ล้อหมุน 8โมงเช้า ของวันเสาร์ที่ 11 เมษายน สบายๆ ไม่เช้า ไม่สายจนเกินไป 3 สาววัยทำงาน คงไม่ต้องแยกแยะหรอกนะ ว่าใครอ่อน ใครแก่ เมินหน้าจากเมืองหลวงปัจจุบัน เพื่อมุ่งหน้าสู่ อดีตเมืองหลวง....ขับรถความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม. คนข้างหลังแอบเหล่ นี่มันล็อคความเร็วไว้แค่นี้จริงๆ น่ะเหรอ ก็จะขับเร็วไปทำไมในเมื่อสองข้างทางมีอะไรน่าสนใจอีกตั้งเยอะ จะไปไหนกันดี เป้าหมายแรกของการเดินทาง GPS ป้ายแดง ถูกงัดขึ้นมาใช้ ทางที่จะไป ผ่านหมู่บ้านญี่ปุ่น ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ ดูแล้วน่าสนใจดี เปิดแผนที่เพื่อหาข้อมูลประกอบ ในแผนที่ท่องเที่ยวว่าเข้าชมฟรี อื่มมม ก็ไม่เลวนะ ลองแวะดูซะหน่อยคงไม่เสียหายอะไร เพราะยังไม่เคยเที่ยวเหมือนกัน ขับตามเส้นสีชมพู ที่เจ้า GPS ตัวเขื่องบอกไว้ไม่นานก็มาถึง ทางเข้าดูร้างๆ พิกล เงียบเกินไป

....ขับรถไปจอดด้านหน้า เดินมา เจอป้ายเขียนค่าเข้าชม 50.-/ท่าน....ก็ไหนว่าเข้าฟรี (_ _”) จัดการจ่ายไป ไม่อิดออด ก็เข้าใจว่าเขาคงต้องใช้งบประมาณในการบูรณะปรับปรุง... เดินเข้ามาซ้ายมืออาคารแรกเป็นอาคารแสดง เรื่องราวประวัติศาสตร์บ้านเมืองครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี และมีการเจริญสัมพันธไมตรีกับญี่ปุ่น โดยการฉายดีวีดี มีที่นั่งสบายๆ แอร์เย็นฉ่ำ ใครใคร่หาความรู้ ก็นั่งดูนั่งชมไป แต่พวกเรา นั่งไม่เกิน 5 นาที เริ่มหาว ไม่ใช่ว่าไม่สนใจประวัติศาสตร์ แต่อยากเดินดูให้ทั่วๆ มากกว่า ถัดจากห้องฉายดีวีดี เดินผ่านทางแคบๆ สลัวๆ มาเจอห้องแสดงวัตถุโบราณ สวยดีเหมือนกัน คนสมัยโบราณนี่เค้าช่างสรรสร้างกันจิงๆ นะ ชมกันเพลินๆ ใครขยันๆ ก็อ่านข้อความประกอบเพื่อเพิ่มความรู้ได้เยอะทีเดียว เดินชมอยู่พักนึง ก็ออกมาสู่อากาศอบอ้าวด้านนอก ที่จัดเป็นสวนหย่อม มีต้นไม้บ้างประปราย ดูแล้วคงตั้งใจจะจัดสวนในแบบญี่ปุ่น หามุมถ่ายภาพกันไป เพลินๆ สักพักก็เคลื่อนพลออกจากตรงนั้น ไปไหว้พระกันดีกว่า

          

 วัดแรกที่แวะจำได้ว่าเป็นวัดพนัญเชิง มาหลายครั้งแล้ววัดนี้ จำได้มีหลวงพ่อโตองค์ใหญ่ ครั้งก่อนที่มา ท่านยังเป็นองค์สีดำอยู่เลย ช่วงนั้นน่าจะยังคงบูรณะอยู่ มาตอนนี้สีเหลืองทองอร่ามทั่วทั้งองค์ งามจริงๆ ไหว้พระ ขอพรกันไป วันนี้คนไม่เยอะเหมือนทุกครั้งที่มา แปลกอยู่เหมือนกัน แต่ก็นึกดีใจ ไม่ต้องเบียดกับใคร ไหว้พระเสร็จก็ออกมาสรงน้ำพระหน้าโบสถ์ จริงๆ วัดนี้อยู่ริมน้ำ ครั้งก่อนที่มา เคยเดินไปริมน้ำด้วย มักมีผู้คนมาปล่อยปลา ปล่อยเต่า ปล่อยปลาไหล ฯลฯ เพื่อสะเดาะเคราะห์ หรือจะเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ คงสร้างความสบายใจนั่นแหละ มองเวลาใกล้เที่ยงเต็มที ออกจากวัด ก็วางแผนว่าจะไปวัดต่อ แต่ขับรถผ่านร้านก๋วยเตี๋ยวหม้อดิน จำได้ครั้งก่อนเคยมานั่งกิน รสชาติไม่เลว เลยเลี้ยวรถเข้าไป พาเพื่อนๆ ไปชิมซะหน่อย รสชาติก็ไม่ได้ตกเลย ยังดีเหมือนเดิม ใช้เวลาไม่นานนักในการกิน ออกจากร้านก๋วยเตี๋ยวมา ก็เข้าวัดอีกเช่นเคย

วัดที่ 2 นี้คือวัดใหญ่ไชยมงคล เดินเข้าไปไหว้พระ วัดนี้ผู้คนเยอะกว่าวัดแรก ไม่แน่ใจว่ามีพิธีอะไรหรือเปล่า พวกเราเดินห่างจากกลุ่มคนออกไปหามุมถ่ายภาพ แต่ก็สู้แรงแสงแดดไม่ไหว แอบมานั่งหลบร่มไม้ที่สนามหญ้าสักพัก ก็เคลื่อนทัพกันต่อ....วัดต่อไป วัดอะไรนะ จำไม่ได้ แต่รู้สึกเป็นอุทยานประวัติศาสตร์หรืออะไรนี่แหละ แค่วนรถเข้าไปเท่านั้น ที่นี่มีบริการนั่งช้างชมเมืองให้กับนักท่องเที่ยวด้วย แต่ใครจะนั่ง ร้อนขนาดนี้ ขับรถวนจนรอบ มองเห็นฟ้าฝน อีกทั้งลมมาแต่ไกล ตัดสินใจเข้าที่พักไปหลบร้อนดีกว่า

ขับรถออกจากเมืองเก่า ไปทางหมู่บ้านเพนียดคล้องช้าง ไม่นานก็มาถึงที่พัก อโยธารา วิลเลจ
“อโยธารา วิลเลจ” เป็นที่พักสไตล์รีสอร์ท สร้างเป็นแบบหมู่บ้านทรงไทยประยุกต์ จัดเรียงกันอยู่ริมแม่น้ำลพบุรี มีทั้งเรือนหลังใหญ่ หลังเล็ก ราคาก็แตกต่างกันตามขนาด ราคาที่พักต่อคืนรวมอาหารเช้า และอาหารตักบาตรพระด้วย

           

ความรู้สึกแรกที่ไปถึง ทันทีที่มองเห็นเรือนไทย ก็รู้สึกประทับใจเลย เพราะโดยส่วนตัวชอบบ้านทรงไทยมากๆ....จำได้ว่า เลี้ยวรถเข้าไปลานจอดรถ (ฝั่งที่เป็นสวน) มีผู้หญิงน่าตาน่ารักคนหนึ่งวิ่งออกมาจากอาคารด้านหน้า แล้วทำมือว่าเข้ามาจอดด้านในได้เลยค่ะ เราบ่นๆ ทำไมป้ายบอกให้มาจอดตรงนี้ล่ะ แต่ก็บ่นไปอย่างงั้นน่ะ ตามนิสัย (_ _”) จอดรถเสร็จ เธอคนนั้นก็กุลีกุจอเข้ามาทักทาย ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส หลังจากสอบถามกันเป็นที่เรียบร้อยว่าพวกเราจองที่พักแล้ว ก็เธอคนนี้อีกนั่นแหละที่กุลีกุจอช่วยแบกกระเป๋าสัมภาระให้ จนพวกเราเกรงใจ ก็รู้อยู่ว่าเป็นหน้าที่ของเขา แต่เขาต้อนรับเราจนเหมือนหนึ่งสมาชิกในครอบครัว จนเราก็อดเผลอใจคิดไปว่าเธอเป็นหนึ่งในครอบครัวเราเหมือนกัน คือเกรงใจเธอ กลัวว่าเธอจะลำบาก เออแน่ะดูซิ คิดไปได้ ^^   หลังจากคุยกันสักพัก สอบถามชื่อเสียงเรียงนาม เธอคนนี้ นามว่าคุณเมย์....คุณเมย์นำเราไปยังเรือนพัก....

       

ตอนแรกบ้านที่เราจองเป็นหลังเล็กสำหรับ 2 ท่าน คุณเมย์บอกว่ามากันตั้ง 4 คน เกรงว่าจะอึดอัดเลยย้ายพวกเราไปหลังใหญ่ แต่คิดราคาเดิม เราก็ ยิ้ม อื่มมม ใจดีจัง ... หลังจากเก็บสัมภาระเรียบร้อยแล้ว ออกมาลงทะเบียน โชคร้าย ต้องย้ายของมาเรือนหลังเล็กเช่นเคย เพราะพวกเราพักกัน 2 คืน แต่เจ้าเรือนหลังใหญ่ว่างแค่คืนเดียว คุณเมย์เธอก็ใจดี บอกว่า อยู่ก่อนก็ได้ แล้วค่อยย้ายวันรุ่งขึ้น แต่เราเกรงใจ ย้ายเลยดีกว่า...ย้ายของมาที่เรือนหลังเล็กเสร็จ ทีนี้ก็ได้เวลาสำรวจสถานที่กันแล้ว...

เรือนหลังเล็กที่พวกเราอยู่ บรรยากาศดีกว่าหลังใหญ่ เพราะเรือนนี้อยู่ริมน้ำ ได้บรรยากาศบ้านทรงไทยสมัยโบราณที่มักตั้งอยู่ริมน้ำ ลมเย็นๆ พัดเฉื่อยๆ สบายอารมณ์ดีแท้ ที่อโยธารา นี้เป็นรีสอร์ท ไม่เล็กไม่ใหญ่ ขนาดพออบอุ่น ทำไมจึงบอกว่าพออบอุ่น เพราะขนาดพอที่พนักงานสามารถดูแลลูกค้าที่เข้าพักได้อย่างทั่วถึงอย่างไงล่ะ...พวกเรา 3 คนเดินสำรวจถ่ายภาพกันเพลินๆ รออีก 1 หนุ่มเดินทางมาสมทบในช่วงเย็น วันที่เราเข้าพัก ลูกค้ายังน้อยอยู่ เลยรู้สึกถึงความเป็นส่วนตัวมากๆ...

      

หลังจากเดินถ่ายภาพกันจนเย็นเริ่มหิว แต่มองเห็นอาคารที่เป็นส่วนของร้านอาหาร กำลังปรับปรุง ในใจก็กลัวว่าคืนนี้จะไม่มีอะไรกิน เดินไปถามคุณเมย์ เธอก็บอกว่าสามารถสั่งได้ แต่ได้เฉพาะเมนูที่เตรียมไว้แล้วเท่านั้น....ก็ยังดี จัดการสั่งอาหารเรียบร้อย แล้วนัดเวลาพร้อมหม่ำ 6 โมงตรง ออกมาเดินถ่ายภาพต่อ จนแสงหมด  เข้าไปพักผ่อนในบ้านไม่นาน ก็มีเสียงโทรศัพท์ดัง ต้นสายบอก อาหารพร้อมแล้ว.....

พวกเรานั่งทานมื้อเย็นใต้แสงเทียน และคบไฟ ที่ถูกจุดไว้ รอบๆ บริเวณรีสอร์ท น่ารักดี แต่เสียอยู่อย่าง เจ้ายุงจอมวุ่น เยอะไปหน่อย คงเป็นเพราะอยู่ริมน้ำ และบริเวณรอบๆ เป็นป่า แบบนี้เรื่องธรรมชาติ ห้ามไม่ได้จริงๆ ได้แต่ป้องกัน คือจุดยากันยุงไว้ใต้โต๊ะ คงเป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้ว นั่งทานข้าวไป ก็นั่งดูคุณเมย์ทำงานไป ทำไมช่างเป็นผู้หญิงที่ทรหดจริงๆ คิดดูนะ อาคารที่เป็นส่วนของครัวอยู่ฟากนึง โต๊ะอาหารลูกค้าอยู่ฟากนึง เธอต้องวิ่งเสริฟอาหาร โต๊ะนู้นที โต๊ะนี้ที ในขณะที่ช่วงเย็นก็มีลูกค้าทยอยเข้ามาเช็คอิน เธอก็ตาดี วิ่งไปต้อนรับลูกค้าอีกแน่ะ เออ....สงสัยจะเป็นซูปเปอร์แมนแน่ๆ  พวกเราทายกันว่าคุณเมย์คงจะเป็นเจ้าของรีสอร์ทล่ะมั้ง ก็ดูเธอทำงานซิ คงไม่มีลูกจ้างที่ไหนทุ่มเทขนาดนี้หรอก พวกเราลองแอบๆ ถามเธอดู เธอตอบว่า ไม่ใช่ค่ะ แค่ลูกจ้าง แหม!!! ไม่น่าเชื่อเลย ก็ดูซิเธอทำงานเยอะขนาดนี้ ยังพูดคุยยิ้มแย้มกับลูกค้าทุกคนได้เลย น่านับถือจริงๆ นี่ซินะที่เค้าเรียก Service mind ของแท้!!! พูดถึงคำนี้ นึกขึ้นได้สมัยที่เคยทำงานด้านบริการ จะค่อนข้างชอบคำนี้มากๆ เพราะคำนี้ ไม่ได้แปลว่า การมีจิตใจในการให้บริการที่ดีเท่านั้น แต่ถ้าเราลองมาแยกอักษรแล้วแปลความหมายออกมาซิ มันเป็นปรัชญาของการบริการเลยทีเดียว ลองดูนะ...


S = Smile แปลว่า ยิ้มแย้ม
E = enthusiasm แปลว่า ความกระตือรือร้น
R = rapidness แปลว่า ความรวดเร็ว ครบถ้วน มีคุณภาพ
V = value แปลว่า มีคุณค่า
I = impression แปลว่า ความประทับใจ
C = courtesy
แปลว่า มีความสุภาพอ่อนโยน
E = endurance แปลว่า ความอดทน เก็บอารมณ์
M = make believe แปลว่า มีความเชื่อ
I = insist แปลว่า ยืนยัน/ยอมรับ
N = necessitate แปลว่า การให้ความสำคัญ
D = devote แปลว่า อุทิศตน


อื่มมมม นี่เราพูดเรื่องอะไรอยู่นะ อ๋อ...เรื่องเล่าอโยธารา....ไม่ใช่บรรยายเรื่องการบริการ...เผลออีกแล้วเรา ที่พูดมาทั้งหมด ก็อยากให้เห็นภาพชัดเจนในการกระตือรือร้นที่จะบริการลูกค้าของคุณเมย์นั่นเอง จะบอกว่าที่อโยธารา ไม่ได้ดีไปหมดทุกอย่าง ยังมีข้อด้อยอยู่บ้าง แต่ข้อด้อยเหล่านั้น ถูกคุณเมย์ และพนักงานที่นั่นกลบไปด้วยรอยยิ้ม และการบริการที่เอาใจใส่ของเธอนั่นเอง (^_^) ค่ำนั้นหลังจากนั่งทานอาหารเสร็จแล้วก็รอหนุ่มน้อยอีกคนมาสมทบ พวกเราก็หลบไปพักผ่อน และวางแผนเดินทางต่อในวันรุ่งขึ้น....

 

         

เช้าตื่นมาเพราะเสียงโทรศัพท์ดัง มีเสียงหล่อๆ ต้นสายโทรมาปลุกว่า ได้เวลาใส่บาตรแล้ว เชิญที่แพริมน้ำได้เลยครับ แทนเสียงนาฬิกาที่ได้ยินอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน พวกเราทั้ง 4 จัดการภาระกิจส่วนตัวเสร็จก็รีบไปยังแพริมน้ำเพื่อใส่บาตร ยามเช้าอากาศสดชื่นมากๆ คงเพราะตอนกลางคืนมีฝนตก พอไปถึงแพ เห็นมีลูกค้าท่านอื่นกำลังใส่บาตร บ้างก็ถ่ายภาพ มีพระรูปเดียวเท่านั้นพายเรือมาเทียบท่ารอให้พวกเราทุกคนใส่บาตรจนครบ แล้วท่านก็ให้พร เสร็จจากใส่บาตร กว่าจะถึงเวลาอาหารเช้าก็ 7 โมงกว่าๆ เวลาเหลือตั้งเยอะ ก็เดินออกไปถ่ายภาพนาหญ้าที่อยู่ด้านหน้ารีสอร์ท ทำไมเรียกนาหญ้า ก็หญ้าจริงๆ นี่นา ปลูกไว้แทนข้าว ไม่รู้ว่าปลูกไว้ทำไม คงจะไว้ให้ช้างกิน หรือไม่ก็ให้นักท่องเที่ยวไว้ถ่ายภาพแทนทุ่งนาเขียวๆ ล่ะมั้ง แต่ก็สวยไปอีกแบบ เสียดายช่วงเช้าไม่มีนกกระยาง และนกกาบบัวเหมือนตอนเย็น ไม่งั้นคงได้ภาพงามกว่านี้มาอวดแน่ๆ เดินถ่ายภาพกันไป ทักทายชาวบ้าน รวมทั้งพนักงานรีสอร์ท ที่ค่อยๆ ทยอยกันมาเริ่มงานในเช้าวันใหม่ จนแสงเริ่มจ้า กลับไปหม่ำมื้อเช้า แล้วเคลื่อนพล ไปเที่ยวกันต่อดีกว่า

วันนี้โปรแกรมยังคงเป็นไหว้พระเช่นเดิม ไม่ได้ตั้งใจว่าจะให้ครบ 9 วัด แต่แค่อยากไปไหว้พระเท่านั้นเอง วัดแรกของวันอาทิตย์นี้ น่าจะเป็นวัดชัยวัฒนาราม เขียนแบบนี้หรือเปล่านะ ลืมไปแล้ว เดินลงไปถ่ายภาพได้แป๊บเดียวก็ออกมา เพราะร้อนมาก จากนั้นไปต่อที่วัดสุวรรณดาราราม วัดนี้มีชื่อเสียงเกี่ยวกับจิตรกรรมฝาผนัง เข้ามาในวัดร่มรื่นดี ยิ่งในโบสถ์ บรรยากาศน่านอนมากเลย นั่งชมจิตรกรรมฝาผนังกันเพลินๆ ก็เคลื่อนทัพกันต่อ ออกจากวัดสุวรรณฯ พวกเราแวะหม่ำร้านก๋วยเตี๋ยว (ขึ้นชื่อ) นั่นคือก๋วยเตี๋ยวผักหวาน คนแน่นร้านเลย ทำให้การบริการไม่ทั่วถึง รสชาติก็ธรรมดานะ ไม่โดดเด่น เอาไว้แค่นี้ละ ไม่วิจารณ์มากเดี๋ยวจะยืดยาวซะเปล่าๆ...

       

นอกจากไหว้พระแล้ว ก็มีแวะพระราชวังจัทรเกษม เป็นวังเก่าสมัย ร.๕ มีมุมให้ถ่ายภาพสวยๆ เพียบเลย ก็เดินถ่ายภาพกันไป ไฮไลท์ของวันนี้ น่าจะเป็นบ้านคุณพระ ที่หมายมั่นปั้นมือมากๆ ว่าต้องไปเยือนให้ได้ แต่พอไปถึงแล้วค่อนข้างผิดหวังอย่างมาก ตั้งแต่ก้าวแรกเข้าไปเลย ไม่รู้ซิ พนักงานก็ไม่ยิ้มแย้ม ทั้งๆ ที่ลูกค้าไม่มีซักโต๊ะ พวกเราไป เป็นโต๊ะแรกเลยก็ว่าได้มั้ง แต่มีความรู้สึกคล้ายกับว่าเรามารบกวนเวลาพักผ่อนของเขา แต่เราก็ยังดื้อ คิดว่าเดี๋ยวก็คงดีขึ้น เพราะใจอยากมาถ่ายภาพมุมสวยๆ รวมทั้งของเก่าที่บ้านคุณพระไง เลยทู่ซี้นั่งต่อ สั่งอาหารกันไปกับพนักงานที่คงลืมยิ้มไว้ที่บ้านแน่ๆ (_ _”) นึกในใจ ทำไมไม่เหมือนกับที่เราได้ยินมาเลย มันเกิดอะไรขึ้นกับบ้านคุณพระ? ดูหน้าตาพนักงานแล้ว รีบๆ กิน รีบๆ ไปดีกว่า ไม่ถ่ายแล้วภาพน่ะ อาหารก็ไม่อร่อย ให้ตายซิ อายเพื่อนๆ จริงๆ อุตส่าห์ตั้งใจพามาเลยนะนี่ กินไปนึกถึงคุณเมย์ ที่อโยธาราไป ฮ่าๆๆๆ ไม่รู้ซิ แต่คิดถึงจริงๆ (^_^) 

ช่วงบ่ายพวกเราแวะอีกสองวัด นั่นคือวัดหน้าพระเมรุ วัดนี้พิเศษหน่อย เป็นวัดเดียวในอยุธยาที่ไม่ถูกเผา เพราะฉะนั้นวัดนี้จึงยังคงความสวยงาม และความเก่าแก่อยู่เช่นเดิม เหตุผลที่ไม่ถูกเผาก็ไปหาอ่านประวัติศาสตร์กันเอาเองก็แล้วกัน ออกจากวัดหน้าพระเมรุ ก็แวะวัดแม่นางปลื้มเป็นวัดสุดท้าย จะครบ 9 วัดหรือเปล่าอันนี้ไปไล่นับกันเอาเองนะ... ต่อจากนั้นไม่มีโปรแกรมไปไหน เลยหาซื้อปืนฉีดน้ำ กลับไปเล่นสงกรานต์ที่อโยธารากันดีกว่า  รอเวลาช้างกลับมาอาบน้ำที่เพนียดคล้องช้างตอนเย็นด้วย คุณเมย์แนะนำว่าน่าไปถ่ายภาพมากๆ แต่เสียดายมัวเล่นฉีดน้ำกันเพลินเลยไม่อยากออกไปไหนแล้ว ภาพช้างอาบน้ำก็เลยอดไปตามระเบียบ

      

ช่วงเย็นนัดน้องชายมาทานมื้อค่ำที่อโยธาราด้วย ซื้ออาหารมาเพียบ ก็เหนื่อยคุณเมย์กับทีมงานเช่นเคย มื้อนี้พวกเราโต๊ะใหญ่ที่สุดเลย แล้วก็เสียงดังที่สุดด้วย ไม่รู้คุยอะไรกัน เกรงใจลูกค้าท่านอื่นอยู่เหมือนกัน แต่มันติดลมนี่นา ยังไงถ้าใครมาอ่านแล้วจำพวกเราได้ ก็ต้องขอโทษทุกท่านที่พวกเราทำเสียงดังรบกวนด้วยนะคะ (^_^) เสร็จจากมื้อค่ำก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน ก่อนนอนนัดแนะกับพนักงานรีสอร์ทว่า ไม่ต้องโทรปลุกนะคะ เพราะตอนเช้าไม่ตักบาตรแล้ว จะมีเหตุผลอะไร นอกจากขี้เกียจนั่นเอง...

แต่ตอนเช้า ก็ยังมีเสียงหล่อๆ โทรมาปลุก ให้ไปตักบาตรเผื่อว่าเราจะเปลี่ยนใจ ฮ่าๆๆๆ ไม่มีซะล่ะ สุดท้ายมาเสียดายทีหลัง อื่มมม ก็มันวันที่ 13 เมษาฯ นี่นา เป็นวันปีใหม่ไทย เราควรทำบุญตักบาตรเพื่อเป็นสิริมงคลให้กับตัวเอง แต่กว่าจะคิดได้ ก็สายไปเสียแล้ว...เฮ้อ!!! ช่วงเช้าเมื่อไม่ได้ตักบาตรแล้ว ก็ไม่มีอะไรทำ เปิดทีวี ดูข่าวสารบ้านเมือง ความวุ่นวายไปถึงไหนแล้ว แต่ยิ่งดูข่าวยิ่งหดหู่ เพราะได้รับข่าวความรุนแรงแต่เช้าเลย...ไทยนี้รักสงบ...แต่ถึงรบไม่ขาด จริงๆ ว่ามั้ย บ่นมากไปไม่ดีๆ เตรียมตัวกลับแล้ววันนี้...

ก่อนกลับเตร็ดเตร่เพื่อที่จะรอร่ำลาคุณเมย์ อยู่พักนึง จนทราบว่าคุณเมย์เข้าสายๆ พวกเราทั้ง 4 เลยต้องจำใจจากมา...แล้วบอกว่า ลอยกระทงจะมาใหม่นะคะ....(^_^)

วันนี้ ที่สุดท้ายที่จะแวะก่อนกลับกรุงเทพฯ คือ พระราชวังบางปะอิน ที่นี่มาหลายครั้งแล้วเหมือนกัน ชอบมากๆ เลยสถานที่สวยงาม แถมมีมุมให้ถ่ายภาพเพียบเลย ทีนี้ทั้งนางแบบ ทั้งตากล้องเลยสนุกกันใหญ่
ลืม!..เหตุการณ์ระทึกก่อนจะเข้าบางปะอิน พวกเราหลงทาง เพราะมัวแต่ขับตามเจ้า GPS โดยหารู้ไม่ว่า....ขับเลยทางเข้าไปแล้ว เพราะฉะนั้นต้องกลับรถ รถฝั่งขาออกเยอะมาก แถมขับเร็วกันอีกต่างหาก ระหว่างที่หยุดรถ เพื่อรอจังหวะรถว่าง เราก็หันไปเห็น รถมอไซค์คันหนึ่งขับมาเลนขวาสุดเลย ยังนึกในใจ อันตรายนะ ขับแบบนี้ รถทั้งเยอะทั้งเร็ว แต่นึกได้ไม่นาน...ได้ยินเสียงรถคันหนึ่งบีบแตรดังลั่น!!! เสียงเบรค...โครม!!!!!! ดังสนั่น กับภาพที่เห็น คนขับรถมอไซค์ ลอยออกจากตัวรถ แต่เจ้ามอไซค์ ถูกรถเก๋งเจ้าของเสียงแตร เหยียบแบบกระโดดข้ามไปทั้งคัน ทุกอย่างหยุดนิ่ง พร้อมกับร่างของคนขับมอไซค์ที่ลอยตกถึงพื้นถนนพอดี...เหตุการณ์ผ่านไปเร็วมากเลย รถมูลนิธิฯ ขับมาจอด ยกร่างเธอที่นอนแน่นิ่งขึ้นรถไป ที่เห็นว่าเป็นผู้หญิงเพราะหมวกกันน็อคของเธอหลุดลอยออกไปตอนที่ตัวเธอกระเด็นออกจากมอไซค์นั่นเอง....พวกเราภาวนาขอให้เธอปลอดภัย เป็นเพราะประมาทแท้ๆ...ไม่น่าเลย

     

ฉันตั้งสติสักพักก็ขับไปต่อ แต่ตอนนั้นรู้สึกว่าขามันสั่นไปหมด มันไม่มีแรงเหยียบคันเร่งเลย แต่ก็ฝืนขับไปจนถึงบางปะอิน...จบทริปแบบไม่สวยเท่าไหร่...ขากลับแวะซื้อน้ำอบ ไปไหว้ผู้ใหญ่ขอพรดีกว่า...เฮ้อ!!!
เขียนมาถึงตรงนี้ ไม่รู้จะเขียนอะไรต่อดี สรุปไปอยุธยา 3 วัน 2 คืน มีทั้งเรื่องประทับใจ ผิดหวัง หงุดหงิด อารมณ์เสียบ้างตามเรื่องตามราว ประทับใจคงเป็นที่พัก ทั้งบรรยากาศ ทั้งการบริการ คะแนนเต็ม 10 ให้ 9 สูงเกินไปมั้ย ทั้งที่ใจอยากให้ 10 เต็มไปเลย ก็เกรงว่า เพื่อนๆ ท่านอื่นไป จะไม่โชคดีเหมือนเราน่ะซิ ก็อยากฝากให้อโยธารา คงมาตรฐานนี้ไว้ตลอดไป หรืออาจจะดียิ่งขึ้นกว่านี้ก็ได้ แต่ขออย่างเดียว อย่าได้ลดมาตรฐานนี้ลงเลยนะ เพราะใจอยากให้ที่พักดีๆ สวยๆ แบบนี้ อยู่กับเราไปนานๆ เมื่อไหร่เราต้องการที่พักผ่อน หรือเพื่อนๆ คนไหน มาขอคำแนะนำ เราจะได้สามารถพูดได้เต็มปากว่า ที่นี่เลย “อโยธารา วิลเลจ” ของเค้าดีจริงๆ 

      ................................. รักยม ชมไทย 

ภาพเพิ่มเติมทริปการเดินทางนี้

http://www.chomthai.com/forum/view.php?qID=1842

 
 

 




ตามรอยตะวัน

แก่งหินเพลง เรื่องบังเอิญ คุณบังอร
ออกนอกกะลา ไปบาหลี ตอนที่ 2 (จบ)
ออกนอกกะลา ไปบาหลี ตอนที่ 1
ลุงชู ที่เขื่อนเขาแหลม
น้ำท่วมทุ่ง ผักบุ้งเต็มคลอง ที่สองพี่น้อง สุพรรณบุรี
หนาวนี้ อีกสักที ที่ สวนผึ้ง ราชบุรี
พักกาย..หย่อนใจ..ที่บ้านไร่ตับเต่า
กว่าจะถึง “ภูกระดึง” article
หมู่เกาะตะรุเตา
ความรู้สึกจางๆ กับไออุ่น 4
โกรกอีดก
แบกเป้ มุ่งหน้าสู่ แก่งกระจาน-พะเนินทุ่ง
ร้อน ฝน หนาว ที่ อช.หมู่เกาะชุมพร
ความทรงจำที่เกาะกุฎี article
เรื่องเล่า.............จากเขาหลวง (สุโขทัย) article
ฝ่าสายฝนจากเชียงของ สู่เพลินวาน
bicycleworld lightblue : เดินทางโดยจักรยานรอบโลก article
เที่ยวอยุธยา เมื่อหน้าน้ำ
โฮมพุเตย...ฝันที่ฉันอยากไป article
เขาใหญ่ อช. แรกของไทย article
เขาหลวง-ประจวบฯ article
“เกาะหมาก-เกาะขาม”...สวรรค์ของคนรักสงบ article
ตะลุยเดี่ยวเที่ยว 3 เกาะอ่าวไทย article
เปิดประตูสู่....เขายายเที่ยง
บนทางแสนไกล...ตาดหินยาว
โลกหมุนช้าลง..ที่..เชียงคาน
เมื่อใบไม้เปลี่ยนสี...ที่ขุนแม่ยะ article
เขาโล้นที่เขาแหลม article
บันทึก จากครูดอย (รร.บ้านห้วยโค้ง อมก๋อย) article
เขาหลวง นครศรีธรรมราช article
เรื่องเล่า เชียงคาน
ภูสอยดาว article
ปากน้ำปราณบุรี เขากะโหลก ง่ายๆ สบายๆ ใกล้ๆ กรุง article
เที่ยวเมืองภูเก็ตยังไงให้คุ้มค่าที่สุด article
แอ่วเจียงใหม่ article
น้ำตกป่าละอู ….เราจะกลับมา article
โรงเรียนของหนู (โครงการไออุ่นจากพี่ให้น้องครั้งที่ 1) article
ภูกระดึง........ในวันที่เงียบเหงา article
ภูสอยดาว บันเทิงโบก (...ลองหยุดวิ่งตามดูสักครั้ง) article
ตามหัวใจ..ไปเสม็ด article
สะบายดี..วังเวียง article
ปาย "Pai" article
แบกเป้ลุยเดี่ยว เที่ยว อช.เขาแหลม article
ทริป ”พักใจ ..ไปโกรกอีดก” article
ภาพถ่าย...ลำนำ..และบทเพลง article
เขาสามร้อยยอด article
เวียดนาม (Vietnam) article
จุดเริ่มต้นในการท่องเที่ยว article
อยากอยู่ป่า... article
สู่ยอด...ดอย article
ฝน...ทั้งดีและชั่วอยู่ด้วยกัน article
บทเพลงแห่งธรรมชาติ article
ข้าสองเจ้าบ่าวสองนาย article
บุหรี่ มัจจุราชตัวน้อย article
ป่าขี สายลมและสายน้ำ article
บ้านชมทุ่ง article
เกาะกุฏี ในสำนึก article
เปิดบันทึกการเดินทาง ... โก๋ ก้อนดิน article
เดินป่า เมื่อยามฤดูฝน "ตาดหินยาว" article
ภูสอยดาว article
บันทึกจากห้องเช่าเมื่อยามความเหงามาเยือน article
ผจญภัยที่เกาะช้าง...... article
ชะอำ...ช้ำใจ article
หัวใจเดินทาง..อีกครั้ง!! (Samed Episode II) article
" 7 Days In Tibet " ดินแดนขอบฟ้าหลังคาโลก article
ตำนานคน ตำนานป่า ตำนานการเดินทาง article
เดินป่าขึ้นเขาสน ณ เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเขาสน-เขาสนามเพรียง 12 - 13 -14 - ส.ค. 48 article
พุเตย…พิสูจน์ใจไล่ความกลัว article
บันทึกนี้ที่เชียงใหม่ article
"ลัดเลาะสองฝั่งแม่กลอง แอบมองหิ่งห้อย ร้อยพัน" article
รสชาติใหม่ของการเดินทาง (Suan Soan Pradipat) article
จาก ขญ.11 สู่ ขญ. 10 (Bike Camp) article
เปิดบันทึกเล่มใหม่ กับการผจญภัยที่ “ตาดหินยาว” article
ความสุขไม่ได้รออยู่ที่ปลายทาง article
ห้างเก่า article
แสงประหลาด article
บ้านแม่แสะ article
มืดแปดด้าน article
มะพร้าวตก article
บ้านแพซุง article
บ้านขุนแปะ article
ทุ่งกระทิง article
ด่วนเจ้าพระยา article
ควบจิ้งเหลนดงมุ่งตรง บึงฉวาก article
คลื่นยักษ์ที่โถมซัดไม่อาจทัดทานคลื่นน้ำใจ article
ความเจริญไม่มีที่สิ้นสุด article
ช่างซอตาบอด article
“สู่...ยอดเขาโล้น” article
ดินแดนแห่งอารยธรรม article
“ภูชี้ฟ้า” ภูนี้ไม่เคยว้าเหว่ article
ยอดลมพัด ไม่ได้มีแค่ในตำนาน.. article
เมืองเล็กๆ ที่ชื่อ “ปาย” article
สวัสดี เกาะ 1,000,000 article
ค่ำไหนนอนนั่น article
"กระทิง สิ่งอันเป็นที่รักของฉัน" article
เกาะสีชัง จำลอง...Believe It or Not ! article
" เขาลมพัด " รวมพลคนหน้าตาดี article
จากกรุงเก่าสู่บางปะอิน article
ดอกไม้เบ่งบานกับวัฒนธรรมไร้พรมแดน article
ยี่เป็ง...ประทับใจ
ปาย ฝนต้นหนาว
โชงโดง กับคำถามที่ว่า “เราขึ้นมาทำไม?”
ความเปลี่ยนแปลงใน สังขละบุรี
ตามรอย รัก-ยม ชมไทยไป ขุนแม่ยะ
บันทึกไออุ่น...จากพี่ให้น้อง ครั้งที่2
เสียดาย โดดเดี่ยวใน...ภูเก็ต
สรุปการเดินทาง 3 เดือนแรก
มนต์เสน่ห์ เชียงคาน บันทึกที่ริมสายน้ำโขง
ซ้ำรอยเดิมที่...ตาดหินยาว
ครบรอบ 1 ปี แห่งความรัก หนุ่มตัน กับสาวปลา
ในสายหมอกที่ “ภูสอยดาว”
อุทัยธานี...มีอะไร?
ได้โปรดเถอะ !!!! นำพาเขามาสู่ฉัน
Home Stay แบบชิวๆ ที่ เขายายเที่ยง



[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (36654)
avatar
บรรณาธิการเว็บฯ
ขอนำบางส่วนไปลงไว้ในหน้า review ของ www.ayodhara.com นะครับ
ผู้แสดงความคิดเห็น บรรณาธิการเว็บฯ (mahaoath-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-05-04 13:16:51


ความคิดเห็นที่ 2 (36727)
avatar
บรรณาธิการเว็บฯ
ตามไปดูที่เว็บไซต์อโยธาราได้นะครับ http://www.ayodhara.com/index.php?mo=23&node=5945&c=1764&lang=
ผู้แสดงความคิดเห็น บรรณาธิการเว็บฯ (mahaoath-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-05-05 15:36:38



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2003 Chomthai team 089-7801770

ตารางออกอากาศรายการชมไทยแลนด์ ช่อง ของดีประเทศไทย   (จานเหลือง DTV และจานเคเบิ้ลท้องถิ่นที่รับได้ทั่วไป)

วันเสาร์ 18:30-19:00 รีรัน อังคาร 22:30-23:00  พฤ. 14:00-14.30  ศุกร์  9:30-10:00 / 16:30-17:00

  Nextstep ชมย้อนหลังรายการชมไทยแลนด์ รายการชมไทยสัญจร ที่ช่อง Real Metro     หนังสือของชมไทย วางแผงกันแล้ว   

 

ติดต่อ : ชมไทย chomthailand.com  14/2  ม.3  คลองถนน  สายไหม  ก.ท.ม.  10220   โทร 089-7801770    e-mail : webmaster@chomthailand.com

Free Page Rank Tool