dot
dot
dot
bulletGallery ห้องภาพคนเดินทาง
bulletข่าวสาร เทศกาล ท่องเที่ยว
bulletใต้ฟลายชีท-ชวนกันเที่ยว
bulletมุมเพื่อน บทความ นัดพบ ฯลฯ
bulletห้วงสำนึกเดินทาง blog ,diary
bulletคลังข้อมูล เวบบอร์ดเก่าชมไทย
bulletท่องเที่ยว 76 จังหวัดทั่วไทย
bulletเรื่องเล่าริมทางเดิน
bulletบันทึกเดินทาง (คลังเก่า)
bulletแนะนำ หนังสือน่าอ่าน
ค่ายอาสา ไออุ่นจากพี่ให้น้อง
bulletเที่ยวเกาะช้าง


deuter kovea Eneloop ถุงนอน เป้ ตะเกียง เชือก เดินป่า มีด ไฟฉาย เปลมุ้ง รองเท้า

แบนเนอร์ชมไทย


ยี่เป็ง...ประทับใจ

    

  ประเพณียี่เปง  ได้ยินชื่อครั้งแรกได้เห็นภาพครั้งแรก ก็เป็นของเมื่อลอยกระทงปีที่แล้ว หวังใจอีกว่าปีนี้ต้องไปให้ได้  พอกลางเดือน ตุลาคม สองคนกับหวานใจก็วางแผนการจัดทริปเชียงคานในเดือน พย. เพราะมองจากปฎิธินปีนี้ วันลอยกระทง ตรงกับวันพุธ ที่ 12 พย. ถอดใจไปแล้วกับงานยี่เปง เพราะเป็นวันธรรมดา ไม่สามารถที่จะไปได้อย่างแน่นอน  แล้วความหวังก็ถูกจุดประกายอีกครั้ง เมื่อทราบจากพี่เดียร์ว่า งานยี่เปงสันทรายปีนี้ จัดวันที่ 8 พย. ทริปเชียงคานจึงถูกดรอปไว้ก่อนชั่วคราว
 
ตลอดอาทิตย์ต้นเดือน พฤศจิกายน ชีวิตดำเนินไปเป็นปกติ เรื่อยๆ เอี่อยๆ เหมือนทุกๆ อาทิตย์ที่ผ่านมา จนดำเนินมาถึงวันศุกร์ เพิ่งนึกออกว่า วันนี้ต้องเก็บกระเป๋าเดินทางแล้วสิฉัน ทริปนี้ เสื้อกันหนาวไม่ต้อง แค่ผ้าพันคอ ก็พอ เช็คอากาศกับคนเชียงใหม่แล้วว่า เชียงใหม่ ยังไม่หนาว แค่อากาศเย็นๆ 
 
เวลานัดที่หมอชิต 21.00 น. ก่อนรถออกหนึ่งชั่วโมง หน้า 7-11 ด้านในของสถานีขนส่งฯ เราเดินแบกเป้ไปถึง ก็เจอเพื่อนๆทุกคน นั่งพร้อมหน้ากันแล้ว ทำความรู้จัก กับสมาชิกใหม่ สมาชิกนอกนั้น มี พี่เดียร์ พี่ตั้ม กานต์ ฉัน น้องวี น้องส้ม น้องออ และ จิต  รวมเพื่อนร่วมทางได้ 8 ชีวิต ใช้บริการสมบัติทัวร์ ค่าโดยสาร 560 บาท ทุกครั้งที่นั่งรถออกสายเหนือ เต็มที่ฉันจะตื่นจนถึง รังสิต บางครั้ง แต่ครั้งนี้ สิ่งสุดท้ายที่จำได้คือเห็นสนามบินดอนเมือง แล้วตื่นอีกทีก็แวะทานข้าวที่กำแพงเพชร เป็นความสามารถในการนอนเฉพาะตัว ที่หลายคนยากจะเลียนแบบ เพราะเพื่อนๆบางคนอาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับการนอนบนรถ แต่ไม่ได้เป็นอุปสรรคกับฉัน คนที่ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะเป็นประจำ นับประสาอะไร เวลานั่งรถไปหาเพื่อนที่เมเจอร์รัชโยธิน สาย 543 ฉันยังหลับได้เป็นวักเป็นเวน ใครที่เคยเห็นผู้หญิงถือกะเป๋ากีฬากับไม้แบดฯ หลับคอพับคออ่อน นั่นหละฉั
นเอง 

    


 
อะ กลับมาต่อ ออกทะเลไปกันใหญ่แล้ว เราถึงเชียงใหม่ประมาณ 7.30 น. เป็นทริปอีกทริปที่ตื่นเต้นและอยากเห็นด้วยตาตัวเอง แต่ก่อนจะได้เจอสิ่งเหล่านั้น ยังเหลือเวลาอีกทั้งวันที่ต้องใช้ให้เป็นประโยชน์ เรารอเช็คอินเข้าที่พัก ที่เม้าเทนวิวที่พักเราอยู่แถวๆ ประตู้ช้างเผือก คืนละ 300 บาทไม่แถมผี ราคาถูกดีทีเดียว  ใช้เวลาที่รอ เดินไปกินข้าวเช้า โจ๊กสมเพชร อันเลื่องชื่อ ไกลพอสมควร แต่ความอร่อย สำหรับฉัน โจ๊กหน้า 7-11 ที่อาเขต อร่อยกว่ามากมายนัก ทานเสร็จกลับมานั่งเล่นนอนเล่น รอเวลาเข้าห้องพัก พี่เดียร์ตกลงเช่ารถตู้ วันละ 1500 บาท พาเราเที่ยวและพาเราไปสันทราย นัดหมายเวลาเที่ยงตรง ลงมาเจอกันที่ล็อบบี้
 
เวลาเที่ยงแต่งตัวสวยงาม อาบน้ำสดชื่น ได้เวลาเดินทาง เราเริ่มจากนมัสการวัดในตัวเมืองเชียงใหม่ก่อนเป็นอันดับแรก เริ่มจากวัดพระสิงห์ ต่อด้วยวัดเจดีย์หลวง และไปนั่งกิน ข้าวซอยที่ร้านเสมอใจ คนเยอะมาก ยังกะแจกฟรี ราคาคนไทยกินได้ ไม่แพงจนเกินไปนัก โต๊ะเราสั่งข้าวซอยเนื้อ ขนมจีนน้ำเงี้ยว ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ หมูสะเต๊ะ  แค็ปหมู น้ำพริกหนุ่ม อร่อยทุกอย่างค่ะ เช็คบิล 190 บาท ราคามิตรภาพจิงๆ
 
ดอยสุเทพ เรามาตกลงกันว่า จะขึ้นหรือไม่ขึ้น ดูจากเวลาแล้ว ถ้าขึ้นดอยสุเทพ เราจะไปสันทรายเย็นจนเกินไปแล้วรถจะติดตอนเข้าธุดงสถาน เลยขึ้นไปแค่จุดชมวิว ถ่ายรูปพอขำๆ ก็มุ่งหน้าสู่จุดหมายสำคัญของทริปนี้ ธุดงสถาน อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ อยู่หลัง มหาวิทยาลัย แม่โจ้ เราเดินซื้อเสบียงสำหรับนั่งกินรอเวลา กันที่ตลาด แต่ไม่ค่อยมีของกินเท่าไหร่นัก ทุกคนพร้อมใจกันซื้อข้าวสาลีดอย กันคนละถุง ข้าวสาลีดอย ก็คือข้าวโพดนั่นเอง
...

    

 
เราจอดรถได้แค่ด้านนอกเท่านั้น เราต้องเดินเท้าเลียบคลองชลประธานเข้าไปไกลพอสมควร รายทางมีโคมขายอยู่มากมาย หลายราคา 35-50 บาท ขนาดใหญ่เล็กแตกต่างกันไป โคมของทางธุดงสถานก็มีจำหน่ายในราคา 100 บาทราคาเดียว และไม่อนุญาติให้นำโคมที่จำหน่ายด้านนอกมาลอยในธุดงสถานด้วย แต่ฉันยังมองไม่ออกว่าจะคุมได้ยังไง? เพราะคนเข้าจากหลายทาง และในที่สุดไม่สามารถคุมได้ 
 
ผู้คนล้นหลาม มีทั้งขบวนบุพชาติ นางรำ และแขกคนสำคัญมากมาย ฉันเดินไปลงทะเบียนในฐานะสื่อมวลชน ของเวป chomthailand.com พวกเราไม่ได้ซื้อโคมเพื่อปล่อย แต่มานั่งเก็บและกินบรรยากาศ แกล้มกับเนื้อทอดเหนียวๆที่ซื้อมาจากตลาดแม่โจ้ จับจอง ที่ๆเราคิดว่า เป็นมุมดี ที่สุดในนี้ แล้วก็รอเวลา  บ้างก็นั่งกิน นอนเล่น นั่งคุยกัน ฉันนั่งเซ็ทกล้องให้พร้อมใช้งาน เมื่อถึงเวลาจริงจะได้ไม่พลาด  รอแล้วรอเล่า ทำความรู้จักกับน้องใหม่ ให้สนิทสนมกันมากขึ้น พิธีการของงานก็เริ่มไปเรื่อยๆ เห็นว่ามีการฟ้อนเทียน ด้วย ได้ยินแว่วๆ แต่เราไม่ได้ขยับไปไหนกันมากนัก อาจจะเหนื่อยจากการเดินทางกันทั้งวันในวันนี้ ฟ้าเริ่มมืดลงทุกขณะพิธีทางสงฆ์เริ่มขึ้น บ้างก็นั่งพนมมือ บ้างก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้นอยู่ ณ ตอนนั้น เพราะเสียงพิธีค่อนข้างเบา และไม่ทั่วถึงในงาน บ้างก็เข้าใจผิด ว่าให้จุดโคมแล้ว ในอีกฝั่งที่เรานั่ง รู้ๆกันอยู่ว่าต่างคนต่างตื่นเต้นอยากจะปล่อยโคมเร็วๆ  มีพลาดไปเป็นบางจุด แต่ก็มีเจ้าหน้าที่ มาคอยทำความเข้าใจเป็นระยะๆ
 
ช่างภาพ ตากล้อง ผู้คนที่อยากเก็บภาพ ถือกล้องเดินกันขวักไขว่ บางคนอาจจะมาเจอเพื่อนที่นี่ก็เป็นได้ ขาตั้งกล้อง กางจองพื้นที่กันทั่วงาน 

   


 
เมื่อถึงเวลาจริงทุกคนยืนขึ้นพร้อมกัน และจุดโคมกับตะเกียงที่ทางงานตั้งไว้ ไฟสีทองอร่ามกับโคมขาวๆ เริ่มพองตัว ลอยขึ้น ฉันเริ่มเก็บภาพบรรยากาศเป็นระยะๆ ดูชุลมุมไปบ้างแต่ก็สนุกไปอีกแบบ  เมื่อถึงเวลาต้องปล่อยโคม ตื่นเต้นจัง สีทองของไฟทั่วไปทั้งงาน โคมเป็นพันๆ ดวงถูกปล่อยขึ้นฟ้า เสียงฮือฮา โห่ร้อง ระงมไปหมด สวยจนตะลึง ฉันยืนขนลุกกับภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้า จนเกือบลืมเก็บภาพบรรยากาศด้วยกล้อง  ช่วงที่โคมลอยขึ้นพร้อมกัน อะไรก็เก็บภาพได้ดีไม่เท่ามองเห็นด้วยตาตัวเอง เพื่อนเราคนหนึ่ง เจ้ากานต์ มันยืนน้ำตาไหล กับภาพที่เห็น สวยและประทับใจมากที่สุด หญิงชายหลายคู่ ยืนกอดคอกันดูโคมที่ลอยขึ้นฟ้า ไหลเป็นทางไปในทางเดียวกัน เหมือนดวงดาว ยังมีโคมลอยตามขึ้นไปอีกเรื่อยๆ ฉันยังเดินเก็บภาพ ทั่วไปหมด
 
ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า สวยมาก ขนลุกกับภาพที่ทุกคนได้เห็น และมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ฉันว่าน่ะ เรายังยืนอยู่ในงาน ยังคงมีควันหลงลอยตามขึ้นไปเรื่อยๆ มองโคมเป็นพันๆดวงด้วยความชื่นชม และ ทึ่งในความอลังกาล ของประเพณีนี้ด้วยกัน
 
เวลาผ่านไปจนเราลืม เราต้องออกจากงานเพื่อกลับที่พักกันแล้วหล่ะ ทางเดินเลียบคลอง ที่ตอนเข้ามาเดินได้สบายๆ แต่ตอนออกนี่สิเป็นปัญหาใหญ่ เราเดินไปได้ช่วงหนึ่ง เจอเจ้าท็อปเดินสวนมาบอกว่าให้ไปข้ามสะพานข้ามคลองไปอีกฝั่งดีกว่า ทางนี้คนติด! เดินไม่ได้เลย สะพานข้ามคลอง เล็กๆทำจากเหล็กพื้นเป็นไม้ ใช้ลำเรียงคนได้แค่เดินสวนกันแค่สองทาง แต่ในเมื่อคนจะกลับมากกว่าคนจะเข้า มันก็เป็นปัญหา คนเดินสวนกันบนสะพาน แล้วก็ไปติดกันบนนั้น ฉันมองอยู่จากฝั่งด้วยความกังวลใจว่า สะพานมันจะหักลงมา ในขณะที่ในคลองชลประทาน มีน้ำอยู่เต็มเปี่ยม 

      

 
บางช่วงการจราจรไหลลื่น บางช่วงที่มีคนรั้นจะเดินสวนมา ก็ไปติดแหง่กกันกลางสะพานเป็นภาพที่น่าหวานเสียวทีเดียว พอฉันขึ้นสะพานได้ ก็รีบเดินให้พ้นๆไป เพราะกลัวมาก ไม่กลัวตกน้ำเท่าไหร่ แต่กลัวกล้องจะเปียก เสียดายรูป ฮ่าๆ 
 
มาถึงฝั่งหันไปมอง ภาพที่เห็นน่าตกตะลึง คนเป็นร้อยๆ ยืนรอข้ามสะพานอันนิดเดียว มีงานมาหลายปี ทางผู้จัดงานน่าจะจัดการจราจรให้ดีกว่านี้  อีกเรื่องคือการเล่นดอกไม้ไฟ ปะทัดยักษ์ ยังมีให้เห็นและได้ยินอยู่ตลอดเส้นทางการเดินกลับ บางกลุ่มที่มีพฤติกรรมเลวๆ ก็โยนใส่คนที่กำลังเดินออกอยู่อีกฝั่งคลอง  ทั้งๆที่ทุกปี มีการออกประกาศว่าห้ามจำหน่ายและเล่น ดอกไม้ไฟที่ทำให้เกิดอันตรายต่อผู้คน แต่ก็ยังมีเห็นขายกันเกลื่อน ไม่มี จนท.คนไหนมาตามจับจริงจัง
 
แล้วก็จนได้ มีน้องผู้หญิงคนที่เดินนำหน้าเรา โดนดอกไม้ไฟพุ่งมาใส่ใบหน้า โชคดีที่ไม่เป็นอะไรมาก ถ้าเข้าที่ลูกตา ก็ไม่สามารถจับตัวคนทำผิดมาลงโทษได้อีก เพราะสถานที่ค่อนข้างมืดมาก  เราเดินแบบรีบเร่งเพื่อให้พ้นสมรภูมิริมคลองนี้ออกไปได้ ทั้งเสียงปะทัดยักษ์ เสียงดอกไม้ไฟ ที่พุ่งไปมา ซ้ายทีขวาที ดังระงมทั่วงาน 
 
ในที่สุด ก็มีคนต้องเลือดตกยางออกเพราะพวกมันจนได้ ฉันเห็นหน่วยกู้ภัยพาผู้ชายสองคนที่เสื้อขาดชุ่มไปด้วยเลือด ซ้อนมอเตอร์ไซค์ไปส่งโรงพยาบาลเพราะได้รับบาดเจ็บจากปะทัดที่เล่นกัน ถ้าสองคนนั้นโดนลูกหลงจากพวกไร้จิตสำนึก ก็ขอแสดงความเห็นใจและเสียใจด้วยอย่างมาก และถ้าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเพราฝีมือตัวเอง ก็สมน้ำหน้าเป็นอย่างมากเช่นกัน

        


 
การจราจรติดหนึบขาออก รถตู้เรากลับรถออกอีกฝั่งของงาน ด้วยที่พี่เดียร์ทำการบ้านมาดี หาแผนที่เลี่ยงออกจากงานได้สำเร็จ  มุ่งหน้ากลับโรงแรม ทำภารกิจส่วนตัวให้เรียบร้อย แล้วนัดกันไปนั่งรับลมที่ดาดฟ้าโรงแรม
 
ฉันจองเตียงหวายเป็นที่นั่งคุย นั่งไม่พอ นอนคุยดีกว่า แล้วก็เผลอหลับไปด้วยความเหนื่อย ลมเย็นๆพัดมาตลอดเวลา ตื่นลืมตามาอีกที น้าป๊อปมานั่งร่วมวงแล้ว น้าป๊อปโดนพี่เดียร์โทรปลุกจากที่นอน ให้มาหาที่โรงแรมด่วน แล้วก็โดนพี่เดียร์ร่ายมนต์สะกด ให้ปายด้วยกันในตอนเช้าวันรุ่งขึ้น
 

ฉันก็ได้เวลา ร่ำลาไปนอนในห้องเสียที นอนตรงนี้เกรงจะเป็นหวัดเสียก่อน  หัวถึงหมอนก็นิ่งไปถึง 8 โมงเช้า คิดว่า เพื่อนๆ หนีไปปายกันหมดแล้วซะอีกเห็นนัดกันดิบดีว่า 7.30 น.ทุกคนต้องพร้อม ไปปาย แต่ยังไม่มีใครตื่นสักคน

เก็บของคืนกุญแจห้อง เพื่อนๆที่เหลือเตรียมตัวเดินทางมุ่งหน้าสู่ห้วยน้ำดังและปาย กันต่อ ฉัน กะหวานใจ และ เพื่อนใหม่อีกคน เตรียมโปรแกรมทัวร์ พระธาตุดอยสุเทพ

      

น้าป๊อปขับรถมาส่งฉันที่ หน้า มช. เป็นวินรถสองแถวขึ้นดอย ในราคาคนละ 40 บาท รอคนเต็มรถ 10 คน เราก็พร้อมออกเดินทาง ลมโชยเอื่อยๆ กับระยะทางประมาณ 11 กม. ทำฉันเคลิ้มหลับบ้างเล็กน้อย  ถึงแล้ว พระธาตุดอยสุเทพ เคยมาเมื่อ 5-6 ปีมาแล้วหนึ่งหน นี่เป็นครั้งที่สอง กับคำพูดที่บอกกับหวานใจว่า บันไดพระธาตุที่สูงๆ เป็นแค่ภาพลวงตา ไม่ได้สูงจริงๆหรอก       

ฉันแบกเป้เสื้อผ้าขึ้นบ่า ขอเป็นคนรับภาระเป้เอง เพราะลำพังน้ำหนักตัวแฟนก็ไม่น้อยอยู่แล้วให้เค้าถือกล้องอย่างเดียวก็เกินพอ  เราเดินมาถึงแล้ว บันไดพระธาตุที่เป็นสิ่งลวงตาที่ฉันว่า แค่นี้เองพี่ ฉันบอกหวานใจ   สังเกตเห็นน้องๆ มายืนถือป้ายและถือกล่องรับบริจาค สำหรับไปซื้อผ้าห่มให้เด็กๆที่ จ.น่าน ฉันหยิบเงิน 20 บาทใส่กล่อง น้องๆพลางบอกว่า สนใจไปด้วยกันได้น่ะครับ ฉันยิ้ม แล้วบอกทันที ว่าเราก็มีโครงการไออุ่น3 เดินทางไล่เรี่ยกันนี่แหละ  โฆษณาเวปเรียบร้อย พร้อมเดินขึ้นพระธาตุซะที

  

เดินไป หยุดถ่ายรูปไปพลาง เป็นวิธีพักได้แนบเนียนที่สุด มีหอบบ้างนิดหน่อย อย่างว่าปีนี้ยังไม่มีทริปเดินกับคนอื่นเค้าเลยน่ะ ชั่วแปปเดียว ถึงแล้ว พระธาตุดอยสุเทพ แบกเป้ติดหลัง เดินเข้าประตู เดินหามุมถ่ายรูปดีๆ สักมุม แล้วนั่งแช่อยู่ตรงนั้น นานสองนาน

วันนี้ฟ้าสวยและใสมากไม่มีเมฆแม้แต่น้อย แดดจ้า ยิ่งส่งให้สีทองขององค์พระธาตุสุกสว่างมากมายนัก  องค์พระธาตุกำลังบูรณะอยู่ด้วยขณะนี้ คงจะได้เห็นในภาพ ผู้คนมาสักการะพระธาตุในวันนี้เยอะจริงๆ เห็นคนขับรถสองแถวบอกว่า เป็นหน้าทอดกฐินด้วยหล่ะ  จึงมีคนเดินตัดกล้อง ซ้ายทีขวาทีวุ่นไปหมด ต้องหาจังหวะกันเอาเอง

ใช้เวลาชื่นชมองค์พระธาตุสักพักใหญ่ ไปหากาแฟหอมๆกินกันดีกว่า ร้านกาแฟ ร้านหนึ่งเดียวบนดอย อากาศเย็นชื่นใจ กับกาแฟและวอฟเฟิล หอมๆ ทำให้หายเหนื่อยได้ดีนัก  ชื่นใจได้ไม่นานนัก เตรียมลงจากดอยกันได้แล้ว กับบันไดเส้นเดิมกับขามา อืม...เล่นซะขาสั่นพอถึงข้างล่าง ลมแทบจับ เหนื่อยเหมือนกันน่ะ

   

นั่งรถลงจากพระธาตุดอยสุเทพ พลางคิดว่า มาเมื่อหลายปีก่อนนั้น ระยะทางมันดูไกลกว่านี้มากมายนัก หรือว่าตอนนั้นฉันอาจจะยังไม่ชินกับการเดินทางเท่าไรนัก ไปไหนต่อไหน ก็ดูไกลไปหมด  สองวันหนึ่งคืนในเชียงใหม่ กับการไหว้พระหลายวัด ผ่านไปรวดเร็วก็จริงแต่เหมือนเรามากันแล้วหลายวัน เพราะเราได้ไปหลายสถานที่ แค่ลำพังได้ไปดูประเพณียี่เปง ก็คุ้มมากพอแล้ว

 เราโดยสารรถเวลาเดิม 17.30 น. เหมือนเมื่อกลับจากปายเมื่อเดือนที่แล้ว นี่ก็คาดว่า เดือนหน้าเมื่อดอกนางพญาเสือโครงบาน ฉันอาจจะได้เดินทางมาเชียงใหม่อีกครั้ง        

ทิ้งท้ายมีอะไรจะฝากนิดหน่อย อย่ามัวแต่มองผ่านเลนส์กล้องถ่ายรูปจนเพลิน จนกระทั่งลืมใช้สายตามองความสวยงามของธรรมชาติและวัฒนธรรมด้วยตาตัวเองกันน่ะค่ะ เคยมีคนบอกว่า ไม่มีเลนส์และกล้องตัวใด บันทึกภาพ และความทรงจำได้ดีไปกว่าสายตาของมนุษย์ หรอกค่ะ

ขอให้สนุกกับการเดินทางนะค่ะ ทริปหน้าไปที่ไหนต้องมาลุ้นกันต่อไป

เชอรี่ ณ ชมไทย

http://sleepouthome.multiply.com

ภาพเพิ่มเติม

http://www.chomthai.com/forum/view.php?qID=1243

 




ตามรอยตะวัน

แก่งหินเพลง เรื่องบังเอิญ คุณบังอร
ออกนอกกะลา ไปบาหลี ตอนที่ 2 (จบ)
ออกนอกกะลา ไปบาหลี ตอนที่ 1
ลุงชู ที่เขื่อนเขาแหลม
น้ำท่วมทุ่ง ผักบุ้งเต็มคลอง ที่สองพี่น้อง สุพรรณบุรี
หนาวนี้ อีกสักที ที่ สวนผึ้ง ราชบุรี
พักกาย..หย่อนใจ..ที่บ้านไร่ตับเต่า
เรื่องเล่า..อโยธารา...
กว่าจะถึง “ภูกระดึง” article
หมู่เกาะตะรุเตา
ความรู้สึกจางๆ กับไออุ่น 4
โกรกอีดก
แบกเป้ มุ่งหน้าสู่ แก่งกระจาน-พะเนินทุ่ง
ร้อน ฝน หนาว ที่ อช.หมู่เกาะชุมพร
ความทรงจำที่เกาะกุฎี article
เรื่องเล่า.............จากเขาหลวง (สุโขทัย) article
ฝ่าสายฝนจากเชียงของ สู่เพลินวาน
bicycleworld lightblue : เดินทางโดยจักรยานรอบโลก article
เที่ยวอยุธยา เมื่อหน้าน้ำ
โฮมพุเตย...ฝันที่ฉันอยากไป article
เขาใหญ่ อช. แรกของไทย article
เขาหลวง-ประจวบฯ article
“เกาะหมาก-เกาะขาม”...สวรรค์ของคนรักสงบ article
ตะลุยเดี่ยวเที่ยว 3 เกาะอ่าวไทย article
เปิดประตูสู่....เขายายเที่ยง
บนทางแสนไกล...ตาดหินยาว
โลกหมุนช้าลง..ที่..เชียงคาน
เมื่อใบไม้เปลี่ยนสี...ที่ขุนแม่ยะ article
เขาโล้นที่เขาแหลม article
บันทึก จากครูดอย (รร.บ้านห้วยโค้ง อมก๋อย) article
เขาหลวง นครศรีธรรมราช article
เรื่องเล่า เชียงคาน
ภูสอยดาว article
ปากน้ำปราณบุรี เขากะโหลก ง่ายๆ สบายๆ ใกล้ๆ กรุง article
เที่ยวเมืองภูเก็ตยังไงให้คุ้มค่าที่สุด article
แอ่วเจียงใหม่ article
น้ำตกป่าละอู ….เราจะกลับมา article
โรงเรียนของหนู (โครงการไออุ่นจากพี่ให้น้องครั้งที่ 1) article
ภูกระดึง........ในวันที่เงียบเหงา article
ภูสอยดาว บันเทิงโบก (...ลองหยุดวิ่งตามดูสักครั้ง) article
ตามหัวใจ..ไปเสม็ด article
สะบายดี..วังเวียง article
ปาย "Pai" article
แบกเป้ลุยเดี่ยว เที่ยว อช.เขาแหลม article
ทริป ”พักใจ ..ไปโกรกอีดก” article
ภาพถ่าย...ลำนำ..และบทเพลง article
เขาสามร้อยยอด article
เวียดนาม (Vietnam) article
จุดเริ่มต้นในการท่องเที่ยว article
อยากอยู่ป่า... article
สู่ยอด...ดอย article
ฝน...ทั้งดีและชั่วอยู่ด้วยกัน article
บทเพลงแห่งธรรมชาติ article
ข้าสองเจ้าบ่าวสองนาย article
บุหรี่ มัจจุราชตัวน้อย article
ป่าขี สายลมและสายน้ำ article
บ้านชมทุ่ง article
เกาะกุฏี ในสำนึก article
เปิดบันทึกการเดินทาง ... โก๋ ก้อนดิน article
เดินป่า เมื่อยามฤดูฝน "ตาดหินยาว" article
ภูสอยดาว article
บันทึกจากห้องเช่าเมื่อยามความเหงามาเยือน article
ผจญภัยที่เกาะช้าง...... article
ชะอำ...ช้ำใจ article
หัวใจเดินทาง..อีกครั้ง!! (Samed Episode II) article
" 7 Days In Tibet " ดินแดนขอบฟ้าหลังคาโลก article
ตำนานคน ตำนานป่า ตำนานการเดินทาง article
เดินป่าขึ้นเขาสน ณ เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเขาสน-เขาสนามเพรียง 12 - 13 -14 - ส.ค. 48 article
พุเตย…พิสูจน์ใจไล่ความกลัว article
บันทึกนี้ที่เชียงใหม่ article
"ลัดเลาะสองฝั่งแม่กลอง แอบมองหิ่งห้อย ร้อยพัน" article
รสชาติใหม่ของการเดินทาง (Suan Soan Pradipat) article
จาก ขญ.11 สู่ ขญ. 10 (Bike Camp) article
เปิดบันทึกเล่มใหม่ กับการผจญภัยที่ “ตาดหินยาว” article
ความสุขไม่ได้รออยู่ที่ปลายทาง article
ห้างเก่า article
แสงประหลาด article
บ้านแม่แสะ article
มืดแปดด้าน article
มะพร้าวตก article
บ้านแพซุง article
บ้านขุนแปะ article
ทุ่งกระทิง article
ด่วนเจ้าพระยา article
ควบจิ้งเหลนดงมุ่งตรง บึงฉวาก article
คลื่นยักษ์ที่โถมซัดไม่อาจทัดทานคลื่นน้ำใจ article
ความเจริญไม่มีที่สิ้นสุด article
ช่างซอตาบอด article
“สู่...ยอดเขาโล้น” article
ดินแดนแห่งอารยธรรม article
“ภูชี้ฟ้า” ภูนี้ไม่เคยว้าเหว่ article
ยอดลมพัด ไม่ได้มีแค่ในตำนาน.. article
เมืองเล็กๆ ที่ชื่อ “ปาย” article
สวัสดี เกาะ 1,000,000 article
ค่ำไหนนอนนั่น article
"กระทิง สิ่งอันเป็นที่รักของฉัน" article
เกาะสีชัง จำลอง...Believe It or Not ! article
" เขาลมพัด " รวมพลคนหน้าตาดี article
จากกรุงเก่าสู่บางปะอิน article
ดอกไม้เบ่งบานกับวัฒนธรรมไร้พรมแดน article
ปาย ฝนต้นหนาว
โชงโดง กับคำถามที่ว่า “เราขึ้นมาทำไม?”
ความเปลี่ยนแปลงใน สังขละบุรี
ตามรอย รัก-ยม ชมไทยไป ขุนแม่ยะ
บันทึกไออุ่น...จากพี่ให้น้อง ครั้งที่2
เสียดาย โดดเดี่ยวใน...ภูเก็ต
สรุปการเดินทาง 3 เดือนแรก
มนต์เสน่ห์ เชียงคาน บันทึกที่ริมสายน้ำโขง
ซ้ำรอยเดิมที่...ตาดหินยาว
ครบรอบ 1 ปี แห่งความรัก หนุ่มตัน กับสาวปลา
ในสายหมอกที่ “ภูสอยดาว”
อุทัยธานี...มีอะไร?
ได้โปรดเถอะ !!!! นำพาเขามาสู่ฉัน
Home Stay แบบชิวๆ ที่ เขายายเที่ยง



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2003 Chomthai team 089-7801770

ตารางออกอากาศรายการชมไทยแลนด์ ช่อง ของดีประเทศไทย   (จานเหลือง DTV และจานเคเบิ้ลท้องถิ่นที่รับได้ทั่วไป)

วันเสาร์ 18:30-19:00 รีรัน อังคาร 22:30-23:00  พฤ. 14:00-14.30  ศุกร์  9:30-10:00 / 16:30-17:00

  Nextstep ชมย้อนหลังรายการชมไทยแลนด์ รายการชมไทยสัญจร ที่ช่อง Real Metro     หนังสือของชมไทย วางแผงกันแล้ว   

 

ติดต่อ : ชมไทย chomthailand.com  14/2  ม.3  คลองถนน  สายไหม  ก.ท.ม.  10220   โทร 089-7801770    e-mail : webmaster@chomthailand.com

Free Page Rank Tool