dot
dot
dot
bulletGallery ห้องภาพคนเดินทาง
bulletข่าวสาร เทศกาล ท่องเที่ยว
bulletใต้ฟลายชีท-ชวนกันเที่ยว
bulletมุมเพื่อน บทความ นัดพบ ฯลฯ
bulletห้วงสำนึกเดินทาง blog ,diary
bulletคลังข้อมูล เวบบอร์ดเก่าชมไทย
bulletท่องเที่ยว 76 จังหวัดทั่วไทย
bulletเรื่องเล่าริมทางเดิน
bulletบันทึกเดินทาง (คลังเก่า)
bulletแนะนำ หนังสือน่าอ่าน
ค่ายอาสา ไออุ่นจากพี่ให้น้อง
bulletเที่ยวเกาะช้าง


deuter kovea Eneloop ถุงนอน เป้ ตะเกียง เชือก เดินป่า มีด ไฟฉาย เปลมุ้ง รองเท้า

แบนเนอร์ชมไทย


ปาย ฝนต้นหนาว

 

 

 

 

 

 ปาย ที่ใครๆ หลายคนอยากรู้จัก หลายคนอยากจะรู้ว่า เมืองเล็กๆ ในหุบเขา แห่งนี้มีอะไรน่าสนใจ ทำไมหลายๆคนพูดถึง เมื่อลมหนาวกำลังจะพัดผ่านมา ในไม่ช้านี้ ...

                ฉันรู้จักกับปาย จากหนังเรื่องรักจัง เรื่องนี้บอกไปแล้ว จากการเดินทางคราวก่อนๆ โปรแกรม ปายหน้าฝน อยู่ในใจ ตั้งใจจะเดินทางตั้งแต่เดือน กรกฎาคม ที่ผ่านมา จนแล้วจนรอด ก็เลยเถิดมาถึง ปายฝนต้นหนาวจนได้ การเดินทางจุดหมายเดิม คือปาย แตกต่างจากเดิมก็แค่วิธีการไปให้ถึงปาย และเพื่อนร่วมทางคนใหม่ แต่หน้าเดิมๆ 

                จองตั๋วรถทัวร์ล่วงหน้า สองวันคิดไว้ว่า เดินทางวันพฤหัสฯ คนไม่น่าจะเยอะมากมาย บอกกับเพื่อนร่วมทางไปว่า ไม่ต้องจองก็ได้ แต่การวางแผนไว้ล่วงหน้าย่อมดีกว่าไปตายเอาดาบหน้าเสมอ ไม่ลำบากมากนักที่จะยกโทรศัพท์กดไปจองที่นั่งสองที่ กับสมบัติทัวร์ 

                โชคดีที่จองไว้...................ผู้คนล้นหลามจริงๆ บางที่ฉันยังสงสัยว่า หมอชิต เคยหลับไหม?  หรือต้องรับผู้คนมากมายที่จะเดินทางกลับบ้านอยู่ทั้งปีไม่มีวันหยุดพัก  ก็อย่างว่า ทุกๆวันย่อมมีคนหลายคน เดินทางไปยังที่ไหนสักแห่ง อาจจะกลับบ้าน หรืออาจจะท่องเที่ยว เหมือนฉันในวันนี้

            596 บาท สำหรับค่าเดินทาง กรุงเทพ-เชียงใหม่ ฉันได้นั่งรถในเวลา 21.30 น. ทุกครั้งในการเดินทางขึ้นรถทีไร เหมือนได้นอนเปล ฉันหลับสนิท ไปตื่นคุยกะเพื่อนร่วมทางอีกที ก็ถึงจังหวัดกำแพงเพชร  รถพักให้ผู้โดยสารทานข้าว 20 นาที แล้วออกเดินทางต่อในความมืด

 

 

 

 

                06.30 น. รถถึง ขนส่งอาเขต ฉันจองตั๋วรถตู้ เชียงใหม่ ปาย แม่ฮ่องสอน เวลา 7.00 น. ในราคา 150 บาท  แล้วชักชวนเพื่อนร่วมทาง ทำกิจวัตตอนเช้าตรู่ ที่ขาดไม่ได้เมื่อมาถึง อาเขต นั่นก็คือ ต้องกินโจ๊ก หรือต้มเลือดหมู หน้า 7-11 ป้าคนเดิมยังช่วยเติมความอิ่มท้องให้ลูกค้า ณ ที่ตรงนี้ ไม่ไปไหน

            ฉันนั่งกินโจ๊ก  เพื่อนร่วมทางสั่งก๋วยจั๊บ อร่อยทั้งสองเมนู รับรองได้ ฉันบอกเพื่อนร่วมทางว่า กินซะ เดี๋ยวจะไม่มีอะไรไปอ๊วกระหว่างทาง?!! รีบกิน รีบจ่าย ล่ำลาป้าเจ้าของร้าน ด้วยการบอกกับป้าว่า คิดเงินค่ะ นั่นหมายถึงเราต้องไปแล้ว 

                ฝากเป้ไว้หลังรถ เราจับจองสองที่สุดท้ายได้ ข้างๆคนขับ บางคนอาจจะคิดว่า นั่งหน้าเมื่อยแย่เลยกว่าจะถึงปาย แต่ฉันคิดว่า มันเป็นตำแหน่งที่ดีที่สุดในรถตู้ ที่จะทำให้เราไม่เมารถ 3 ชั่วโมงเชียวนะกว่าจะถึง...ขึ้นรถได้ หลับดีกว่า...

                ตื่นมาอีกที จุดพักรถตู้ เราเดินทางมาแล้ว พอสมควร รถพักตรงนี้ แล้วก็จะเป็นเส้นทางขึ้นเขา และต้องต้องโค้ง 3 โค้ง โค้งซ้าย โค้งขวา และโค้งอันตราย อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  เตรียมตัวพร้อมแล้วใช่ไหม? ออกตัว!!!

                โค้งแล้วโค้งเล่า รถตู้ค่อยๆ ไต่ระดับความสูงไปเรื่อยๆ บางช่วง ทำให้แก้วหูลั่นเปรี๊ยะ! หูอื้อ เป็นอาการปกติของการนั่งรถขึ้นเขา ผ่านโค้งแล้วโค้งเล่า มาถึงหน้าด่าน อช. ห้วยน้ำดัง นั่นแสดงว่า ใกล้ปายเข้ามาอีกนิด ผ่านห้วยน้ำดังมาไม่ไกลนัก จะเจอด่านใรป้ายแจ้งไว้ว่า หยุดตรวจ  ก็ไหนว่าหยุดแต่ทำไมทหารเยอะแยะเลยอ่ะ อ่อ...ไม่ควรตลกกับรั้วของชาติ ...

 

 

 

  

 

 

                คุณทหารเดินมาขอตรวจบัตรประชาชนกับคนในรถ ฉันแกล้งหลับ ทำเป็นไม่รู้เรื่อง ความจริงแล้วง่วงมากอยากนอนต่อ แต่เพื่อนร่วมทางก็ยังอุตส่าห์ สะกิด หนู ตรวจบัตร  ฉันรื้อๆค้นๆ ในกระเป๋าอยู่นานสองนาน กว่าจะหาบัตรเจอ คุณทหารก็เดินจากไปแล้ว

                หน้าด่านตรงนี้ เรียกว่า แม่ยะ  คุ้นชื่อกันบ้างไหมค่ะ ขุนแม่ยะ ก็ที่มีดอกนางพญาเสือโคร่ง หรือที่หลายคนตั้งชื่อให้หวานๆว่า ดอยสีชมพู ที่เมื่อปีใหม่ฉันโบกรถมาตลุยเดี่ยว ไกลถึงที่นี่ จำไว้น่ะ จะได้ไม่ต้องมาถามกันอีกว่าขุนแม่ยะ อยู่ที่ไหน   หรือจะถามก็ได้ไม่ว่ากันค่ะ ยินดี

                ตื่นเต็มตา จ้องมองแต่หลักกิโลเมตร ว่าเมื่อไหร่จะถึง เหมือนการนับถอยหลัง 9 8 7...2 1 รถตู้เลี้ยวซ้ายเข้าเมืองปาย เรามาถึงแล้ว... 10.00 น.

            กระเตงเป้เดินเลี้ยวซ้าย แวะร้านแรก เพื่อ ไปเช่ารถมอเตอร์ไซค์ ถ้าจำชื่อไม่ผิด ชื่อร้าน พิศาล น่ะค่ะ ความจริงแล้วไม่อยากจะจำเลยจริงๆ รถเกียร์ธรรมดา 100 เกียร์ออโต้ 150 และที่สำคัญ ต้องมัดจำ 1000 บาท อยากบอกเพื่อนๆว่า อย่าแวะไปร้านนี้เด็ดขาด เพราะเค้ามีน้ำมันในถังให้ 1 ลิตร? ถึงเหรอ 1 ลิตร กล้าพูดออกมาได้  ฉันเปิดดูถังน้ำมัน มีแค่ติดๆถังอยู่นิดเดียว ขับเกือบไม่ถึงปั้ม เป็นร้านที่เอาเปรียบนักท่องเที่ยวมากๆ กรุณาเดินไปเช่าร้านอื่น เพราะร้านอื่นไม่มีแบบนี้ค่ะ  และต้องไม่ต้องวางมัดจำด้วย จบเรื่องรถไป

                ต่อไปเป็นการระลึกความจำเกี่ยวกับเส้นทางในปาย บ้านปายนา ไปทางไหน? นึกๆ... บอกเพื่อนร่วมทางว่า ขับไปเติมน้ำมันก่อน เดี๋ยวนึกออกเอง

                ขับรถมาถึงบ้านปายนา เจอพี่ปัน ออกมาต้อนรับ พร้อมกับบอกว่า ชื่อ เชอรี่ จองไว้ค่ะ พี่ปันเปิดข้อมูลดู ไม่มีจองนี่ เชอรี่จองไว้วันที่ 10-12 ตค.ไม่ใช่เหรอ   อ้าว........

 

  

 

 

 

                เกิดการผิดพลาดในการสื่อสารนิดหน่อย แต่ก็เอาน่า ได้นอนปายนา 1 คืนไปก่อน บ้านปายนา 1 คืน ไม่ว่ากัน ฉันจองบ้านข้าวปุ้นที่บ้านปายตาไว้ แต่ตอนนี้มีแขกพักอยู่  ปายนา ปายตา เจ้าของเดียวกัน คือพี่กบพี่ปัน  นั่งรอพี่ๆเคลียบ้านให้ เมนูแนะนำ ที่มาแล้วตั้งสั่ง ข้าวผัดสมุนไพรปลาเค็ม ข้าวมาวางฟาดกันเรียบ อร่อยมาก เพื่อนร่วมทางเอ่ยปากว่า กลับไปบ้านทำให้กินบ้างนะ ถ้าไม่ทำเราเลิกกัน ?!! เอางั้นเลยเหรอ? ตามที่ตกลงกับเพื่อนร่วมทางไว้แต่แรกว่า มาถึงบ้านแล้วขอนอนเอาแรงก่อนไว้เย็นๆค่อยสำรวจเมืองปาย 

                จนแล้วจนรอด หลังถึงที่นอน ยังไม่ทันร้อน ฉันบอกเพื่อนร่วมทางว่า ไปเที่ยวกันเถอะ ไหนๆก็มาถึงแล้ว จะมานอนได้ยังไง เวลานอนมีเยอะแยะ ไว้นอนที่บ้านก็ได้ เมืองสวยๆอากาศดีๆ เราต้องไปสำรวจกันก่อน ยังไม่ได้บอก แต่คงพอเดาออกว่า เพื่อนร่วมทางคนใหม่หน้าเดิมคนนี้คือหวานใจของฉันนี่เอง เป็นครั้งแรกของพี่ตั้มที่ได้มาปาย ดูเค้าตื่นเต้นมาก เป็นไกค์และแผนที่ โดยบังคับเพราะเรามากันแค่สองคน ที่แรก ฉันพาเพื่อนร่วมทางมาที่ร้าน มิตรไทย  ถ่ายรูปนิดหน่อย ขับรถ ตั้งใจจะไปวัดน้ำฮู ผ่านโรงพยาบาลปาย และวัดหัวนา ด้วยพี่ตั้มไม่ชินกับการขับมอเตอร์ไซค์เลยแม้แต่น้อย แต่ก็พอเป็นบาง บอกให้เลี้ยว ให้จอด ก็เลยทุกที พี่ตั้มขับรถเลยทางเข้าวัดหัวนา ฉันบอกให้พี่ตั้มจอด!!! กลับรถ ได้ บนท้องฟ้าสีฟ้าใส มีอะไรบางอย่างกำลังส่งยิ้นให้เราสองคน รุ้งกินน้ำ  เส้นโค้ง สีสันชัดเจนสวยงาม เกินคำบรรยาย จำได้ว่า ไม่ได้เห็นรุ้งสวยๆแบบนี้มานานมากแล้ว  เรายกเลิกโปรแกรมทัวร์วัด ด้วยการขับตามรุ้งไปที่ coffee in love ฉันบอกให้พี่ตั้มรีบซิ่ง ก่อนที่รุ้งจะหนีกลับบ้านไปนอน

 

                                                                 

 

                เราเก็บภาพรุ้งได้เยอะมาก หลายคนคงได้เห็นแบบเราถ้าบังเอิญเงยหน้าไปมองบ้าง เราตื่นเต้นเหมือนเด็กๆ ไม่มีผิด ตามรุ้งมาถึง coffee in love ยืม Location ร้านถ่ายรูปอยู่นานเป็นชั่วโมง จนพระอาทิตย์ตกดิน รุ้งกินน้ำ แอบหนีกลับบ้านไปนานแล้ว  ร้านกาแฟเปิดทำการแล้วเพราะช่วง Hi-Season กำลังจะมาถึงในไม่ช้านี้ ลูกค้ายังหนาตาอยู่บ้างแม้จะเป็นเวลาเย็นก็ตาม

                มื้อนี้ติดไว้ก่อน ไว้พรุ่งนี้เช้าเราจะมาอุดหนุนแน่นอน ขับเลยไปอีกนิด ก็จะเจอบ้านปายตา เราเข้าไปดูบ้าน เพราะว่าอีกคืนจะย้ายมานอนที่นี่ เดินสำรวจบ้าน มองหน้ากับเพื่อนร่วมทาง จะย้าย หรือไม่ย้าย ตรงนี้วิวสวยเอาเรื่องนะ สรุปจากผลโหวต 1 : 1  ย้าย ความจริงแล้วฉันใช้วิธีบังคับย้าย ..

                มุ่งหน้าเข้าเมืองอีกครั้ง ซื้อขนม กับน้ำเมานิดหน่อย แวะตลาดสด หาไรอรร่อยๆกิน ข้าวซอยเนื้อ ร้านตรงสี่แยกไฟแดงที่พี่ตั้มอยากกิน และกับแกล้ม นั่นคือแหนมหม้อ กินแกล้มกับเบียร์เย็นๆ อากาศดีๆ สุขใน คืนนี้กินเบียร์แค่พอหลับสบาย สัญญาว่าจะช่วยพี่ตั้มกิน แต่แล้วก็กินได้แค่ประมาณ 1 แก้ว นั่งรอพี่แม่ครัวบ้านปายนา พี่เค้าพาลูกไปหาหมอ เรานอนรอกินผีมือ ข้าวผัดสมุนไพรปลาเค็มอย่างใจจดจ่อ  แล้วก็ได้กิน 1 จานพร้อม ต้มยำไก่ 1 ถ้วย อิ่มท้องก่อนนอน เหลือบมองดูนาฬิกา เพิ่งจะ สองทุ่มกว่า ฉันปลีกตัวไปอาบน้ำแปรงฟัน แล้วบอกพี่ตั้มว่าไปอาบน้ำนอนเถอะ พรุ่งนี้ค่อยลุยกันต่อ เรามีเวลาอีกสองวันหนึ่งคืน

 

 

                                                               

 

                ค่ำคืนอันแสนสบาย ผ่านไปอย่างรวดเร็ว เราตั้งเวลาปลุกไว้ 6 โมงเช้า แต่ฉันตื่นก่อนเวลาเพราะว่า ต้องลุกขึ้นมาอาบน้ำสระผม เพราะคันมากๆ ปกติสระผมไม่ตรงเวลา เป็นแบบนี้ทุกที ตื่นมาอาบน้ำ ตีห้า กว่าๆ ฟ้าตอนยังไม่มีพระอาทิตย์ เป็นสีน้ำเงินเข้ม สวยงามไปอีกแบบ ผ่านไปอีกครึ่งชั่วโมง เมื่อหมอกตีตั๋วมาทำงานก่อนพระอาทิตย์ เช้านี้ อากาศเย็นสบายสุดๆ

                ปลุกพี่ตั้มอาบน้ำ ฉันแต่งตัว เลือกหยิบกระโปรงตัวใหม่ที่เพิ่งซื้อมาจาก ถ.ข้าวสาร เป็นผ้าปะต่อกัน หลายสิบลาย คว้าเสื้อสีดำมาใส่ มองตัวเอง เกรงจะสีสันไม่สดใสตอนถ่ายรูป แหม๋...มันก็ต้องคอสตูมตัวเองนิดหนึ่ง กระโปรงฉันแทบจะรวมสีบนโลกนี้ไว้ทุกสีอยู่แล้ว ฉันคว้าเสื้อสีเขียวสดใสมาใส่ แล้วถามพี่ตั้มว่าสวยไหม? พี่ตั้มบอกว่าสวย ดีกว่าตัวเมื่อกี้ เอาตัวนี้หล่ะ

                หนูไม่เหมือนบุญรอด เหรอพี่ ฉันถาม

                พี่ตั้มว่า ใครฟะ? บุญรอด เวรกรรมพี่ตั้มไม่รู้จักบุญรอด ก็จากนิยายเรื่อง ผู้หญิงคนนั้นชื่อบุญรอดไงพี่ วู้....เชย

                เอาเป็นว่า เช้านี้เชอรี่แต่งตัวเหมือนจานสีหกใส่ ก็แล้วกัน ดูได้จากในรูปประกอบ แจ่มจริงๆค่ะ ข้อแนะนำในการจะไปเป็นแบบให้ใครสักคน หรือไปเที่ยวกับเพื่อน อยากเด่นกว่าคนอื่น ใส่เสื้อผ้าสีสันสดใสเข้าไว้เกิดชัวร์ !

 

            ทุกอย่างพร้อม เราสองคนพร้อมออกเดินทาง หมอกยังคงหนาแน่น พี่ตั้มคิดว่า ฝนตก เราก็เถียงว่าไม่ใช่ฝนหมอกค่ะหมอก จุดแรกของเช้านี้ในการเก็บภาพ จุดที่ติดป้ายโฆษณาสารพัด ตรงสี่แยก เป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของปาย ที่บางที่พยายามเลียนแบบแต่คงไม่เหมือน ป้ายติดระเกะระกะ ไม่มีแบบแผน ทำให้เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ ของที่นี่

 

 

                อยากได้ภาพดีๆ บางทีก็ต้องตื่นเช้ากว่าคนอื่น ฉันกะพี่ตั้มมาถึงหน้าร้าน มิตรไทย ที่ยังปิด อีกอย่างที่เราจะเล่นกับมันได้ ก็ประตูหน้าร้านพวกนี้หล่ะ เรามาถึงแน่ใจว่ายังไม่มีใครตื่นมาสักคน เก็บภาพขำๆ กันสองคน ผลัดกันโพสผลัดกันกดชัตเตอร์อยู่นานสองนาน หน้าร้านมิตรไทยทาสีใหม่ เขียนลายน่ารักๆใหม่ สียังสดอยู่ตอนเราไป น่าจะเพิ่งทาได้ไม่นานนี้

                Coffee in love อีกสักรอบ เที่ยวนี้ สั่ง ลาเต้คาราเมลเย็น กับ สตอรเบอรี่ ชีสเค๊กมาลอง คิดเงินทั้งหมด 140 บาท นั่งกินบรรยากาศยามเช้ากับไอหมอก อากาศดีมากค่ะ ต้องมาเห็นด้วยตัวเอง  เรานั่งที่ร้านกาแฟเสียเวลาไปนานสองนาน นึกออกว่า เราต้องไปสะพานท่าปาย  นึกได้แล้ว ก็ออกเดินทาง

            ขับมอเตอร์ไซค์ออกนอกเมืองไปประมาณ 9 กม.ก็จะเจอสะพานประวัติศาสตร์ ท่าปาย  ตอนที่เราไปถึงชาวบ้านเพิ่งจะไหว้เจ้าที่ ตรงหัวสะพานเสร็จ ลุงหลายคนชวนเรากินข้าวด้วยกัน เรายิ้มให้แล้วขอบคุณ หิวเหมือนกันน่ะ แต่ห่วงถ่ายรูปมากกว่า ... สะพานทาสีใหม่ตั้งแต่ปีที่แล้ว ตอนนี้มีสิ่งปลูกสร้างใหม่เพิ่มเติมเข้ามานิดหน่อย มีภาพเก่าๆ หลายสิบปีก่อน จัดเป็นนิทัศการเล็กๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ชมกัน

                อากาศเย็นพระอาทิตย์ยังไม่สามารถเอาชนะความหนาของหมอกได้ เราจึงขับรถเล่นเลยไปถ่ายรูปเรี่อยๆ จนสาย  แล้วขับรถกลับไปหาอาหารใส่ท้อง

 

                ขับรถแวะบ้านปายตาอีกครั้ง เพื่อยืนยันว่า เดี๋ยวเราจะกลับไปเก็บของย้ายมานอนที่นี่  ที่แรกที่คุยเมื่อคืนเราได้บ้านเตียงคู่ แต่พอดีเช้านี้มีลูกค้าสาวสองคน ขอเช็คเอ๊าท์ ด่วน เนื่องมาจาก อะไรนั่นเหรอ ฮึฮึ ....

                ได้ยินเธอคนนั้นพูดว่า เมื่อคืนนอนไม่หลับเลย ได้ยินเสียงคนเดินที่ระเบียงทั้งคืน?! และเธอเชื่อว่า ไม้ยาวๆที่ขัดประตูแทนกลอน ไม่น่าจะทำให้เธอปลอดภัยได้  บ้านหลังนั้นหล่ะค่ะที่ฉันกับพี่ตั้มจะได้นอนคืนนี้ เมื่อได้ยินดังนั้น ฉันรีบกลับไปเก็บของย้ายมาที่ ปายตา ด่วน....

 

                                                                  

 

                เก็บของ ล่ำลาบ้านปายนา เราก็มาเอนกายต่อที่ปายตา อาบน้ำให้สดชื่น นั่งเขียนโปสการ์ด หลายสิบใบส่งความคิดถึงให้เพื่อนๆอิจฉา  ก็ใช้เวลาช่วงสั้นๆ นอนพักผ่อนเอาแรง ดีน่ะที่เราได้หลับกลางวันบ้าง ช่วงบ่ายๆ ฝนพร่ำลงมายิ่งทำให้อากาศเย็นน่านอนขึ้นมาก

                ตกใจตื่นมาอีกที บ่ายสามโมงกว่า แล้วหรือเนี่ย ล้างหน้าล้างตา เตรียมตัวออกสำรวจเมืองปาย จุดหมายบ่ายนี้ คือ ศูนย์วัฒนธรรมจีนยูนาน  นักท่องเที่ยวยังพอมีให้เห็นบ้างแต่ไม่มากนัก เราแค่เดินเก็บรูปเก็บบรรกาศและฉันก็เป็นนางแบบให้พี่ตั้ม ((ภาคบังคับ)) ออกจากตรงนี้ไปไหนต่อกันดี ??

                ฉันสังเกตเห็นถนนตัดใหม่ มาปีก่อนไม่มีแบบนี้นี่?? สี่แยกเราเลยตัดสินใจเลี้ยวขวา ลองขับไปตามถนนเส้นนี้ดู มองจากสายตาและทายจากกลิ่นแล้วเส้นนี้ยังทำได้ไม่นานนัก กลิ่นยางมะตอยยังอบอวลอยู่ตลอดเล้นทาง แทบจะไม่มีรถวิ่งผ่านถนนสายนี้ เป็นถนนที่กว้างและโล่ง ชื่อถนนอะไรมิอาจทราบได้ แต่มันนำเราไปสู่ถนนใหญ่นั่นเอง ฉันเดาว่าน่าจะเป็นถนนไปสู่สนามบินใหม่ที่ปาย

                เราเอ้อละเหยกันจนถึงเย็น ขับรถกลับเข้าเมืองซื้ออาหารเย็น ทานกัน ไส้อั่ว ยำหูหมู ข้าวเปล่า แหนมหม้อ ไส้กรอก แกงโฮะ อิ่มไปหนึ่งมื้อกับคนสองคน อิ่มอาหาร นั่งดื่มวอคก้าโซดาใส่มะนาว เย็นๆ  ทำให้ค่ำคืนนี้หลับสบายอีกแน่นอน

  

                ไม่มีใครมาเดินเล่นหน้าระเบียงเหมือนที่สาวคนนั้นเจอ รู้ตัวอีกที 6 โมงเช้า ฉันไปจัดการเรื่องเลื่อนเวลากลับของรถตู้ เคยจองไว้ 14.00 น.เลื่อนมาเป็น 10.00 น. 2 ที่ข้างคนขับเช่นเคย  ตะเวนเก็บภาพที่เราอยากจะไปแก้ตัวอีกรอบ แล้วกลับไปเก็บข้าวของเตรียมตัวลาเมืองปาย ทานอาหารเช้า ฝีมือพี่กบ พี่กบชวนให้อยู่ต่อ

                ใจจริงแล้วไม่อยากจะกลับเลยจริงๆ พี่ตั้มขนาดเอ่ยปากว่า ไม่อยากกลับ ฉันก็เช่นกัน ปายยังคงมีเสน่ห์เหมือนเดิม อยู่ที่ใครจะมองมันจากมุมไหน บ้างก็ว่าปายเปลี่ยนไป  ไม่เหมือนเดิม

                ปายยังคงเป็นเมืองเล็กๆในหุบเขา ที่บางคนว่าเล็ก แต่ก็ยังเข้าไม่ถึงทุกซอกทุกมุมของปาย การมาของฉันครั้งที่สามนี้ ฉันยังได้เจอมุมมองใหม่ๆ ของปายอีกหลายมุม ที่นำมาเสนอ  ปาย ไม่ได้มี แค่ร้านมิตรไทย ร้านกาแฟ All about ไม่ได้มีแค่สะพานท่าปาย ใครก็ตามที่ไปต่อจากฉันครั้งนี้ ฉันคิดว่าคุณน่าจะหามุมมองใหม่ๆของปายได้หลายๆที่

 

 

 

                ตอนนี้ปายพร้อมแล้วที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยว จากทั่วสารทิศ ที่ต้องการมาให้รู้ว่า ทำไมหน้าหนาวถึงต้องมาปาย  ทำไมมีแต่คนอยากมาปาย??? และอีกหลายๆคำถามที่อยู่ในใจคุณ...

                เวลา สามวันสองคืนที่คนสองคน มาเที่ยวด้วยกันสองต่อสองแบบไกลๆเป็นครั้งแรก ความประทับใจมันเต็มเปี่ยม  ภาพทุกภาพที่อยู่ในความทรงจำ บางภาพไม่สามารถถ่ายทอดเป็นตัวหนังสือได้  เราสองคนกลับถึง กรุงเทพ เวลา 03.30 น. เมื่อถึงห้อง อาบน้ำล้มตัวลงนอน เรามองหน้ากันแล้วถามว่า นี่เรากลับมาจากปายแล้วหรือยัง   เวลาแค่นี้ เหมือนกับว่า เราหลับแล้วฝันไป ......เพราะตลอดเวลา เราเหมือนอยู่ในความฝันจริงๆ

 

 

 ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันค่ะ

 

ชมภาพเพิ่มเติมได้ที่ห้องภาพคนเดินทาง

 

http://www.chomthai.com/forum/view.php?qID=1149

 

 

 

   เชอรี่ ณ ชมไทย

               

 

 

 




ตามรอยตะวัน

แก่งหินเพลง เรื่องบังเอิญ คุณบังอร
ออกนอกกะลา ไปบาหลี ตอนที่ 2 (จบ)
ออกนอกกะลา ไปบาหลี ตอนที่ 1
ลุงชู ที่เขื่อนเขาแหลม
น้ำท่วมทุ่ง ผักบุ้งเต็มคลอง ที่สองพี่น้อง สุพรรณบุรี
หนาวนี้ อีกสักที ที่ สวนผึ้ง ราชบุรี
พักกาย..หย่อนใจ..ที่บ้านไร่ตับเต่า
เรื่องเล่า..อโยธารา...
กว่าจะถึง “ภูกระดึง” article
หมู่เกาะตะรุเตา
ความรู้สึกจางๆ กับไออุ่น 4
โกรกอีดก
แบกเป้ มุ่งหน้าสู่ แก่งกระจาน-พะเนินทุ่ง
ร้อน ฝน หนาว ที่ อช.หมู่เกาะชุมพร
ความทรงจำที่เกาะกุฎี article
เรื่องเล่า.............จากเขาหลวง (สุโขทัย) article
ฝ่าสายฝนจากเชียงของ สู่เพลินวาน
bicycleworld lightblue : เดินทางโดยจักรยานรอบโลก article
เที่ยวอยุธยา เมื่อหน้าน้ำ
โฮมพุเตย...ฝันที่ฉันอยากไป article
เขาใหญ่ อช. แรกของไทย article
เขาหลวง-ประจวบฯ article
“เกาะหมาก-เกาะขาม”...สวรรค์ของคนรักสงบ article
ตะลุยเดี่ยวเที่ยว 3 เกาะอ่าวไทย article
เปิดประตูสู่....เขายายเที่ยง
บนทางแสนไกล...ตาดหินยาว
โลกหมุนช้าลง..ที่..เชียงคาน
เมื่อใบไม้เปลี่ยนสี...ที่ขุนแม่ยะ article
เขาโล้นที่เขาแหลม article
บันทึก จากครูดอย (รร.บ้านห้วยโค้ง อมก๋อย) article
เขาหลวง นครศรีธรรมราช article
เรื่องเล่า เชียงคาน
ภูสอยดาว article
ปากน้ำปราณบุรี เขากะโหลก ง่ายๆ สบายๆ ใกล้ๆ กรุง article
เที่ยวเมืองภูเก็ตยังไงให้คุ้มค่าที่สุด article
แอ่วเจียงใหม่ article
น้ำตกป่าละอู ….เราจะกลับมา article
โรงเรียนของหนู (โครงการไออุ่นจากพี่ให้น้องครั้งที่ 1) article
ภูกระดึง........ในวันที่เงียบเหงา article
ภูสอยดาว บันเทิงโบก (...ลองหยุดวิ่งตามดูสักครั้ง) article
ตามหัวใจ..ไปเสม็ด article
สะบายดี..วังเวียง article
ปาย "Pai" article
แบกเป้ลุยเดี่ยว เที่ยว อช.เขาแหลม article
ทริป ”พักใจ ..ไปโกรกอีดก” article
ภาพถ่าย...ลำนำ..และบทเพลง article
เขาสามร้อยยอด article
เวียดนาม (Vietnam) article
จุดเริ่มต้นในการท่องเที่ยว article
อยากอยู่ป่า... article
สู่ยอด...ดอย article
ฝน...ทั้งดีและชั่วอยู่ด้วยกัน article
บทเพลงแห่งธรรมชาติ article
ข้าสองเจ้าบ่าวสองนาย article
บุหรี่ มัจจุราชตัวน้อย article
ป่าขี สายลมและสายน้ำ article
บ้านชมทุ่ง article
เกาะกุฏี ในสำนึก article
เปิดบันทึกการเดินทาง ... โก๋ ก้อนดิน article
เดินป่า เมื่อยามฤดูฝน "ตาดหินยาว" article
ภูสอยดาว article
บันทึกจากห้องเช่าเมื่อยามความเหงามาเยือน article
ผจญภัยที่เกาะช้าง...... article
ชะอำ...ช้ำใจ article
หัวใจเดินทาง..อีกครั้ง!! (Samed Episode II) article
" 7 Days In Tibet " ดินแดนขอบฟ้าหลังคาโลก article
ตำนานคน ตำนานป่า ตำนานการเดินทาง article
เดินป่าขึ้นเขาสน ณ เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเขาสน-เขาสนามเพรียง 12 - 13 -14 - ส.ค. 48 article
พุเตย…พิสูจน์ใจไล่ความกลัว article
บันทึกนี้ที่เชียงใหม่ article
"ลัดเลาะสองฝั่งแม่กลอง แอบมองหิ่งห้อย ร้อยพัน" article
รสชาติใหม่ของการเดินทาง (Suan Soan Pradipat) article
จาก ขญ.11 สู่ ขญ. 10 (Bike Camp) article
เปิดบันทึกเล่มใหม่ กับการผจญภัยที่ “ตาดหินยาว” article
ความสุขไม่ได้รออยู่ที่ปลายทาง article
ห้างเก่า article
แสงประหลาด article
บ้านแม่แสะ article
มืดแปดด้าน article
มะพร้าวตก article
บ้านแพซุง article
บ้านขุนแปะ article
ทุ่งกระทิง article
ด่วนเจ้าพระยา article
ควบจิ้งเหลนดงมุ่งตรง บึงฉวาก article
คลื่นยักษ์ที่โถมซัดไม่อาจทัดทานคลื่นน้ำใจ article
ความเจริญไม่มีที่สิ้นสุด article
ช่างซอตาบอด article
“สู่...ยอดเขาโล้น” article
ดินแดนแห่งอารยธรรม article
“ภูชี้ฟ้า” ภูนี้ไม่เคยว้าเหว่ article
ยอดลมพัด ไม่ได้มีแค่ในตำนาน.. article
เมืองเล็กๆ ที่ชื่อ “ปาย” article
สวัสดี เกาะ 1,000,000 article
ค่ำไหนนอนนั่น article
"กระทิง สิ่งอันเป็นที่รักของฉัน" article
เกาะสีชัง จำลอง...Believe It or Not ! article
" เขาลมพัด " รวมพลคนหน้าตาดี article
จากกรุงเก่าสู่บางปะอิน article
ดอกไม้เบ่งบานกับวัฒนธรรมไร้พรมแดน article
ยี่เป็ง...ประทับใจ
โชงโดง กับคำถามที่ว่า “เราขึ้นมาทำไม?”
ความเปลี่ยนแปลงใน สังขละบุรี
ตามรอย รัก-ยม ชมไทยไป ขุนแม่ยะ
บันทึกไออุ่น...จากพี่ให้น้อง ครั้งที่2
เสียดาย โดดเดี่ยวใน...ภูเก็ต
สรุปการเดินทาง 3 เดือนแรก
มนต์เสน่ห์ เชียงคาน บันทึกที่ริมสายน้ำโขง
ซ้ำรอยเดิมที่...ตาดหินยาว
ครบรอบ 1 ปี แห่งความรัก หนุ่มตัน กับสาวปลา
ในสายหมอกที่ “ภูสอยดาว”
อุทัยธานี...มีอะไร?
ได้โปรดเถอะ !!!! นำพาเขามาสู่ฉัน
Home Stay แบบชิวๆ ที่ เขายายเที่ยง



[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (141147)
avatar
ปาย
หนูชื่อว่าน้องปายอ่ะค่ะ  น่ารักไหมอ่ะค่ะ  งุงิงุงิ ^^:P
ผู้แสดงความคิดเห็น ปาย วันที่ตอบ 2012-03-21 11:18:24



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2003 Chomthai team 089-7801770

ตารางออกอากาศรายการชมไทยแลนด์ ช่อง ของดีประเทศไทย   (จานเหลือง DTV และจานเคเบิ้ลท้องถิ่นที่รับได้ทั่วไป)

วันเสาร์ 18:30-19:00 รีรัน อังคาร 22:30-23:00  พฤ. 14:00-14.30  ศุกร์  9:30-10:00 / 16:30-17:00

  Nextstep ชมย้อนหลังรายการชมไทยแลนด์ รายการชมไทยสัญจร ที่ช่อง Real Metro     หนังสือของชมไทย วางแผงกันแล้ว   

 

ติดต่อ : ชมไทย chomthailand.com  14/2  ม.3  คลองถนน  สายไหม  ก.ท.ม.  10220   โทร 089-7801770    e-mail : webmaster@chomthailand.com

Free Page Rank Tool