dot
dot
dot
bulletGallery ห้องภาพคนเดินทาง
bulletข่าวสาร เทศกาล ท่องเที่ยว
bulletใต้ฟลายชีท-ชวนกันเที่ยว
bulletมุมเพื่อน บทความ นัดพบ ฯลฯ
bulletห้วงสำนึกเดินทาง blog ,diary
bulletคลังข้อมูล เวบบอร์ดเก่าชมไทย
bulletท่องเที่ยว 76 จังหวัดทั่วไทย
bulletเรื่องเล่าริมทางเดิน
bulletบันทึกเดินทาง (คลังเก่า)
bulletแนะนำ หนังสือน่าอ่าน
ค่ายอาสา ไออุ่นจากพี่ให้น้อง
bulletเที่ยวเกาะช้าง


deuter kovea Eneloop ถุงนอน เป้ ตะเกียง เชือก เดินป่า มีด ไฟฉาย เปลมุ้ง รองเท้า

แบนเนอร์ชมไทย


บนทางแสนไกล...ตาดหินยาว

ตาดหินยาว?? อยู่ที่ไหนเหรอ นี่เป็นคำถามแรกสำหรับฉันเมื่อได้รู้ว่าชมไทยจะไปตาดหินยาว สถานที่ชื่อแปลกนี้ ซ่อนตัวอยู่ในอุทยานแห่งชาติ เขาใหญ่ ในเขตจังหวัดปราจีนบุรี ข้อมูลแรกที่ได้รู้คือเดินไปกลับประมาณ 20 กม. และมีคนบอกว่าเผื่อพี่เอกพาหลงอีก 5 กม.ขอบอกได้เลยว่าเหนื่อยมาสองทริปติดๆกัน แต่ว่าอยากบรรยากาศการนอน-นอกบ้านดีๆ และได้ภาพสวยๆ ก็ต้องลงทุนลงแรงเดินกันหน่อยน่ะค่ะ  เพิ่งเคยได้ยินชื่อตาดหินยาวก็ครั้งนี้ นี่เองตามไปชมบรรยากาศการเดินทางได้เลยค่ะ .....

หลายเดือนที่ชมไทยไม่ได้มารวมตัวที่ปั้มคาร์เท็กซ์เป็นเวลานานมากนับแต่เว็ปมาสเตอร์ป่วยเป็นไข้ป่า เราจึงไม่ได้มาทำลายความสงบที่นี่ซะนาน เวลานัดหมาย 20.00 น. กติกาเดิมๆ จับคนช้า 3 คนช่วยน้องใหม่ล้างจา

.ทริปนี้มีคนถอนตัวไปถึง 4 คนเพราะว่าครอบครัวเป็นห่วงในความปลอดภัยเรื่องน้ำป่า เพราะกรมอุตุฯพยากรณ์อากาศว่าจะมีฝนตกหนังแทบจังหวัดปราจีนบุรี จึงทำให้น้องสี่คนนั้นถอนตัวไปอย่างน่าเสียดาย แต่ก็ยังมีคนใจถึง ขอเก็บกระเป๋าตามไปในเวลาครึ่งบ่ายก่อนออกเดินทาง นั่นคือ ป้อม กับ กุ้งฝอย ช่างน่านับถือในความใจเด็ดของเพื่อนเรา เก็บกระเป๋าตามมา แม้จะช้ากว่าคนอื่นแต่ถือว่าเราให้อภัยใจการตัดสินใจชั่ววูบเช่นนี้............................................................................................................................ 

 

ทริปนี้เราไปรถตู้2คัน สมาชิก 23 คน พร้อมเพียงก็ขึ้นรถตู้มุ่งหน้าสู่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ หน่วยประจันตะคาม สำหรับนักล่าตราอุทยานแห่งชาติ ก็เอาพาสปอร์ตไปสแตมป์ได้เลย ตราเหมือนกันก็จริงแต่ตัวอักษรไม่เหมือนกันค่ะ เพราะจะมีบอกชื่อหน่วยอยู่ด้วย

เราถึงที่ทำการอุทยานฯเวลาประมาณ เที่ยงคืนครึ่ง ฉันหลับมาตลอดเส้นทางมาตื่นอีกทีก็ถึงหน่วยอุทยานฯแล้ว เราขนย้ายสัมภาระเดินไปที่ศาลาริมน้ำ แล้วต้องรีบนอนเอาแรงเพื่อที่จะเดินทางไกลในเช้าวันรุ่งขึ้นแต่กว่าจะนอนได้ ก็ยังหยอกล้อกันอีกพักใหญ่กว่าจะมีเสียงจากพี่ๆ ว่าเฮ้ยนอนได้แล้ว  ศาลาริมน้ำก็กลับสู่ความสงบอีกครั้ง ทุกคนขดตัวในถุงนอนกันเงียบกริบ....

นึกถึงสภาพปลาทูในเข่ง ยังไงยังงั้นเลย นอนหัวขา ชนกันมั่วไปหมด เราไม่ได้กางเต้นท์แต่อาศัยศาลาของอุทยานฯเป็นที่พักชั่วข้ามคืนเหมือนเคย ฉันตื่นมาตอนดึก ไม่กล้าแม้จะมองขึ้นบนหลังคา ไม่กล้าแม้จะมองออกไปไกลเกินสองเมตรเพราะน่ากลัวจริงๆ ความมืดนี่ ได้ยินเสียงกรนรับกันเป็นทอดๆ แม้กระทั่งบางคนนอนกัดฟัน ยิ่งดึกอากาศยิ่งเย็นกว่าจะข่มตาให้หลับได้ ก็หลอนตัวเองอยู่พักใหญ่ๆ ...

ตื่นๆๆๆๆ เสียงพี่หนูทำหน้าที่นาฬิกาปลุกอีกเช่นเคย ฉันงัวเงียเดินไปล้างหน้าแปรงฟันพร้อมเตรียมตัวชุดเดินทางไกลด้วยเสื้อแขนยาวและกางเกงทหารตัวเก่ง ซึ่งเป็นเพื่อนกันไม่ว่าจะเข้าป่าไหนก็ตาม .....

ครัวเช้าเริ่มขึ้นหลังจากเตรียมตัวเองเสร็จ เราแบ่งหน้าที่กันทำ ฉันทำกับข้าวอีกเช่นเคย เมนูเช้าเรากินไม่ยากเน้นง่ายๆแต่ให้พลังงานเข้าว่า หลังจากอิ่มกันเรียบร้อย ก็เตรียมตัวจัดเป้ใหม่ ของไม่จำเป็นทิ้งไว้ที่รถตู้ เอาไปแต่ของที่จำเป็นต้องใช้เท่านั้น แล้วเราก็เริ่มออกเดินทาง ..

  

   

เส้นทางเดินไปตาดหินยาวรับรู้มาว่าไม่โหดมากมายเป็นการเดินทางราบ ทางราบใน ณ ที่นี้หมายถึงการเดินบนทางรถที่ไม่ใช่เข้ารำเข้าป่าเหมือนเคย แค่เริ่มแรกเราก็เริ่มแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม มีเจ้าหน้าที่อุทยานฯสองคนเป็นผู้นำทางในการเดินครั้งที่ฉันอยู่กลุ่มแรก อยู่ประมาณ 10 คนน่าจะได้ ทางไม่โหดมากเท่าไหร่แต่ชันเป็นบางช่วง แม้ทางจะไม่ลำบากมากนัก แต่สัมภาระ บนหลังมันหนักทำเหนื่อยหนักเอาการ ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า "สัม-ภาระ" ภาระหนักซะด้วยซิ ขาตั้งกล้อง(จำเป็นมากเพราะถ่ายน้ำตก) ไม่เอาไปก็กลัวจะเสียใจ เอาไปก็หนักซะเหลือเกิน เดินๆพักๆ ตามกำลังของเรา โชคดีที่แดดไม่ร้อนมากนัก เดินเล่นไปกันเรื่อยเปื่อย สองข้างทางเป็นป่า แล้วเราก็เหลือบไปเห็นต้น "มะขามป้อม" ว้าว ฉันไม่เคยเห็นต้นมันจริงๆสักที แต่มีพี่ที่เดินมาด้วยกันบอกว่าเป็นต้นมะขามป้อมฉันก็ว่าผลมันคุ้นๆ ตาน่ะ ก็เลยเก็บมาประมาณ 10 ลูกแล้วเก็บใส่กระเป๋า กางเกงอีกลูกหนึ่งหยิบใส่ปาก ฟาดจังอะ ...มะขามป้อมจริงหรือนี่....

ฉันเดินมาทันพี่เจ้าหน้าที่อุทยานฯคนนำทางของพวกเรา ก็เดินปรี่เข้าไปถามว่า "พี่ๆ นี่ใช่ลูกมะขามป้อมป่าวค่ะ"  พี่เจ้าหน้าที่ผยักหน้าตอบว่า "ใช่ครับ"  มีคนแซวว่าถ้าไม่ใช่จะทำยังไง ฉันก็หยิบเข้าปากไปแล้ว 1 ลูกซะด้วย กินก่อนถามทีหลังอันตรายน่ะแบบนี้  ไม่ควรเอาอย่างน่ะค่ะ พอได้ยินว่าใช่มะขามป้อมแน่ฉันจึงล้วงมะขามป้อมออกจากกระเป๋า แจกจ่ายเพื่อนๆที่เดินร่วมทาง แหมเป็นหนูทดลองให้ซะก่อนแล้วเรียบร้อย มีน้องบอกว่า"เจ๊กินเข้าไปแล้วอย่าเก็บอาการน่ะ"  ฉันเพิ่งจะเคยเห็นต้นมะขามป้อมจริงๆก็คราวนี้เอง มีขึ้นอยู่ตามรายทางเดินสองข้างทางเกือบตลอด ต้นเล็กต้นใหญ่เต็มไปหมด...

เดิน เดิน เดิน แดดไม่ออกแต่อากาศร้อนอบอ้าวเอาเรื่อง น้ำสองขวดที่ติดตัวมาก็กำลังจะหมด เราถึงต้องแก่งกฤษณา ประมาณเที่ยงเพื่อพักทานข้าวกลางวัน กลุ่มฉันไปนั่งรอกลุ่มหลัง อยู่แถวๆ ที่ชาวบ้านขึ้นไปปลูกป่ากัน อยู่พักใหญ่ กลุ่มหลังก็ไม่มาสักที พี่เจ้าหน้าที่จึงบอกให้เราเดินล่วงหน้าไปก่อน ...

เดินตัดจากถนน เข้าป่าหญ้าคาสูงท่วมหัว คราวนี้ถ้าใครไม่ใส่เสื้อแขนยาวคงได้ปวดแสบปวดร้อนกันแน่ๆ ตัดจากป่าหญ้าคารกทึบ เข้าสู่ป่าไผ่ที่ทางค่อนข้างชันมาก แต่บอกก่อนว่าเป็นทางชันขาลง..  

เราเดินลงตามหลังเจ้าหน้าที่ไปติดๆ เส้นทางค่อนข้างชันและลื่นในขณะนั้นดินยังคงชื้นอยู่ฝนคงตกไปแล้วพักใหญ่ๆ  ระหว่างเดินฉันรู้สึกว่ามีคนเดินตามมาติดๆ ก็หันไปมองตลอดเวลา แต่เรื่องราวไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นกลางวันแสกๆ .... แล้วสิ่งที่ตามมาก็คือ "ไอ้ป้อมพั้น" ฮ่าๆ ความจริงมีมากกว่านี้ขอเล่าตอนจะจบแล้วกัน

เรามาถึงแก่งกฤษณาประมาณเที่ยงกว่าๆ ยังไม่มีวี่แววกลุ่มหลังจะเดินตามมาทัน เจ้าหน้าที่ไปสำรวจทางเดินข้ามน้ำ ฉันก็ตามไปติดๆ แต่ที่เห็นก็คือน้ำเชี่ยว และน้ำค่อนข้างมากทีเดียว ข่าวตามมาก็คือเราเดินข้ามแก่งกฤษณาไม่ได้ อันตรายเกินไป อันนี้เจ้าหน้าที่ไม่ต้องบอกเราก็คงจะพอรู้เองได้เพราะน่ากลัวเหลือเกินแก่งกฤษณา พี่เจ้าหน้าที่จึงให้เราพักทานข้าวกลางวันรอเพื่อนๆกลุ่มหลังให้มาพร้อมกันแล้วตัดสินใจอีกที สักพัก พี่หนูหนวด กับพี่นา เดินตามรั้งท้ายกลุ่มเรามาถึงก็บอกว่าหลงทางในป่าไผ่อยู่พักหนึ่งกว่าจะเดินลงมาถึงแก่งได้ ก็หน้าเสีย พี่นาเอ่ยปากขอเหล้าจากโบ๊ทที่ติดเป้มา 1 ฝา แล้วทำอะไรสักอย่างเกี่ยวกับการไหว้เจ้าที่เจ้าทาง  ฉันนั่งมองแบบเงียบๆ แล้วล้มตัวลงนอนด้วยความเหนื่อย หลังจากกินข้าวอิ่ม

พักใหญ่ๆ กลุ่มหลังก็ตามมา เรารอให้เพื่อนๆพักกินข้าวกลางวันกันแล้วก็นั่งฟังพี่เจ้าหน้าที่ปรึกษากันว่าจะไปข้ามตรงไหนถึงจะปลอดภัย แล้วความเห็นของพี่เจ้าหน้าที่ ก็บอกว่าเราต้องไปข้ามที่ "ซับหมาก" ฉันมึนๆจากการนอนหลับ แล้วก็บอกกับตัวเองว่า เพิ่งจะนึกถึงตอนเดินกลับทางนี้ว่าต้องเหนื่อยแน่ๆเพราะทางชันมาก แต่ไม่นึกว่าจะได้เดินกลับทางเดิมรวดเร็วขนาดนี้  ทางชันที่ต้องเดินขึ้นพร้อมเป้หนักๆ เกือบจะท้อใจเหมือนกัน แต่ด้วยความที่ยังไม่ถึงจุดหมายท้อไม่ได้ ต้องเดินๆๆๆๆๆๆ

ออกมาถึงถนน ที่คนงานปลูกป่านั่งพัก เราพักด้วย แล้วเจ้าหน้าที่ติดต่อรถหกล้อที่ขึ้นมารับคนงานปลูกป่าลงจากเขา ให้ไปส่งเราที่ซับหมาก รอยยิ้มเปื้อนหน้าเราอีกครั้งรีบขนสัมภาระขึ้นรถ6ล้ออย่างรวดเร็ว  อ้อลืมไปทริปนี้เรามีหมานำทาง 1 ตัวด้วยมันชื่อจอน ค่อนข้างแสนรู้ มันเห็นเราขึ้นรถกันหมด มันก็รอขึ้นด้วยเจ้าโบ๊ทผุ้รักหมา ก็อุ้มเจ้าจอนขึ้นรถ6ล้อไปด้วยกัน ความสนุกและเสียงหัวเราะเกิดขึ้นอีกครั้ง เพราะเราไม่ต้องออกแรงเดิน รถวิ่งไปตามเส้นทางบนเขาผ่านต้นไม้สูงๆ ต้นแล้วต้นเล่า หลบกันสนุกสนาน ไม่นานนัก รถกำลังจะวิ่งผ่านลำธารน้ำ แต่ด้วยที่รถบรรทุกหนักมาก จึงติดหล่ม แล้วเราทุกคนก็ต้องลงมาช่วยกันเข็ญ

รถยิ่งเร่งเครื่อง ล้อยิ่งจม ตรงนี้เห็นความร่วมแรงร่วมใจของเพื่อนๆ ที่ช่วยกันทำให้รถคันใหญ่หลุดมาจากหล่มโคลนได้ ในไม่นานนัก แม้จะเลอะโคลนแต่ก็ไม่มีใครบ่นสักคน รถต้องใช้วิธีถอยหลังแทน ย้อนกลับไปส่งเราที่ ซับหมาก เพราะว่ารถขับเลยมาแล้ว ^_^

สองเท้าต้องก้าวเดินต่อไป บุกป่าหญ้าคาอีกครั้งตามด้วยป่าไผ่รกทึบกว่าเดิม  ฟ้าครึ้มบวกกับในป่าใบไม้รกทึบทำให้บรรยากาศค่อนข้างเย็นและน่ากลัว แต่เราก็ยังเดินๆๆๆๆๆ ไม่หยุด ทางเดินไปซับหมากไม่ลาดชันเหมือนแก่งกฤษณา แต่เดินไม่สะบายเท่าไหร่นักเพราะค่อนข้างทึบและรก ฉันก้าวเดินมองแต่เท้าตัวเอง เกือบจะไม่ได้เงยหน้ามองด้านบน ยังไงก็มองไม่เห็นเพราะมันทึบไปหมด ....

ถึงสักที ซับหมาก จากสายตาที่มองน้ำไม่เชี่ยวและไม่สูงคงได้ข้ามกันสักทีคราวนี้ หลังจากพี่เจ้าหน้าที่เดินลงน้ำไปสำรวจทางเดินข้าม ระดับน้ำสูงถึงเอว! เตรียมตัวเปียก กันแล้วก็เอาละ ข้ามกันเลย ฉันเดินไปเป็นคนที่สาม เพื่อไปเก็บภาพการเดินข้ามแก่งของชมไทย พี่เจ้าหน้าที่คอยเดินประคอง เรื่อยๆและช่วยพวกเราแบกกระเป๋าข้ามน้ำ

เจ้าจอน หมานำทางใจร้อนกระโจนลงน้ำเองแล้วผลที่ได้ก็คือ จอนว่ายทวนกระแสน้ำไม่ไหว ทุกคนใจหายนึกว่าจะเสียเจ้าจอนไปซะแล้ว จอนว่ายไปติดก้อนหินใหญ่ริมน้ำ แล้วก็มีคนอุ้มจอนข้ามน้ำผ่านไปได้ด้วยดี ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกจะเป็นโบ๊ทที่อุ้มหมาข้าม... การข้ามแก่งซับหมากผ่านไปได้ด้วยดี เดินต่ออีกไม่เท่าไหร่ก็ถึงแล้ว "ตาดหินยาว" 

สิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า คือน้ำตกบนลานหินกว้างสุดลูกตา สวยงามทำให้หายเหนื่อยเลยก็ว่าได้ การเดินทางไกลและเหนื่อยแบบนี้มันย่อมมีสิ่งที่คุ้มค่าต่อการลงแรง รออยู่ข้างหน้าเสมอ...

เริ่มตั้งแคมป์ ผูกเปล กางเต้นท์ แล้วครัวก็เริ่มทำงาน เราแบ่งหน้าที่กันโดยอัตโนมัติ ทุกคนย่อมรู้หน้าที่ตัวเองดี สำหรับคนที่ไม่มีอะไรทำก็ไปเล่นน้ำตกกันอย่างสนุกสนาน ฉันกับน้องๆรีบทำกับข้าวกันอย่างรวดเร็วแล้วก็มอบหน้าที่สุดท้ายให้โบ๊ททอดไข่เจียว แล้วฉันก็วิ่งไปโดดน้ำตกเล่นกับเค้าบ้าง  น้ำเย็นใส ชื่นใจหายเหนื่อยจริงๆ แต่อากาศค่อนเย็นฉันจึงเล่นไม่นานนักแค่สระผม อาบน้ำให้สบายตัวแล้วก็ขึ้นทันที ...

           

หลังจากจัดแจงตัวเองกันเสร็จ มื้อเย็นก็เริ่มขึ้นต่างแยกย้ายกันเก็บภาพหลังอาหารเย็น ความมืดใกล้เข้ามาๆ ก็เริ่มก่อกองไฟ ไว้เป็นเพื่อนยามค่ำ การนั่งล้อมกองไฟก็เริ่มขึ้น ด้วยกิจกรรมแนะนำตัว นั่งสนทนากันเรื่อยเปื่อย แล้วความเหนื่อยก็ฉุดให้เราไปนอน แต่หัวค่ำ .....

เช้าตรู่ เสียงปลุกให้ตื่นก็ดังขึ้น เฮ้ออออออ เช้าแล้วเหรอเนี่ย?  ภาระกิจยามเช้าก่อนจะเริ่มทำกับข้าว ก็คืการเดินเก็บภาพตามลานหิน ดอกไม้ ดอกหญ้า ตามเรื่องตามราว  หลังจากมื้อเช้าง่ายๆที่ทานคือโจ๊ก ฉันก็มานั่งเขียนโปสการ์ด หลายคนเลือกที่จะเดินไปสุดลานหินเพื่อเก็บภาพสวยๆจากมุมต่างๆ  แล้วพี่เอกก็ชวนเดินไปน้ำตก"สองไทร"นอกจากน้ำตกตรงลานหินที่เห็นแล้วยังมีอีกหนึ่งน้ำตกใกล้ๆกันซึ่งความงามที่แตกต่าง อยู่ไม่ไกลกันเลย เก็บรูปหมู่ รูปน้ำตก กันเป็นที่พอใจ ตอนเดินกลับก็ไปเล่นน้ำตกกันอีกครั้งหนึ่ง เล่นน้ำตกตอนอากาศร้อนๆนี่ มันช่างมีความสุขจริงๆ

หลายคนเมื่อยล้าจากการแบกเป้ ก็มานั่งให้สปาธรรมชาตินวดหลังและบ่า  สลับสับเปลี่ยนกันไป เล่นน้ำกันอยู่พักใหญ่ๆ ก็ถึงเวลาต้องเลิกกันสักที เตรียมตัวเก็บของเดินกลับ ...

หลายคนเปลี่ยนเสื้อผ้า เก็บสัมภาระ ฉันเก็บเสร็จเลือกที่จะนอนเอาแรง ปล่อยให้มื้อกลางวันเป็นหน้าที่ตัวใครตัวมัน ก็แค่ต้มน้ำแล้วฉีกซองบะหมี่เอง คงไม่ต้องทำให้ละมั้งเนอะ...

ต้องข้ามแก่งซับหมากขากลับน้ำน้อยกว่าเดิมอยู่มาก ดีน่ะที่ฝนไม่ตกลงมาซ้ำ ไม่งั้นมีหวังเราไม่ได้กลับกันแน่ๆ เดินเข้าป่าไผ่ มีเสียงเจ้าหน้าที่บอกให้หยุดก่อน เจองูเห่า ด้านหน้าเรา ทุกคนหยุด ปล่อยให้งูเลี้อยหายไปก่อน ระหว่างทางเจอขนเม่นอยู่มากมาย ไม่รู้ว่าเม่นสู้กับตัวอะไรถึงได้สลัดขนทิ้งไว้ ฉันเก็บมาสองอัน เจ้าป้อมมี่ บอกว่าเก็บไปเด่วก็ได้เอามาคืนหรอก ฉันเลยโยนทิ้งไว้ในป่าไผ่เหมือนเดิมด้วยความกลัว

การเดินกลับเราแยกเป็นหลายๆกลุ่มเพราะล้ากันเต็มที่ เส้นทางเดินไม่ยากแต่ไกลแสนไกล รวมๆแล้วไปกลับเกือบๆ 30 กม.เห็นจะได้ (รวมที่หลงทางแล้วน่ะ) ฉันเองก็เกือบจะหมดแรง พอเอาเป้ลงจากหลัง ตอนที่หยุดรอเพื่อน เดินตัวเปล่า เสียสูญเลยก็ว่าได้ เดินเป๋ไปเป๋มา ตลกดี ไม่รู้นานแค่ไหนที่เราเดินแต่รู้ว่าไกลมากมาย อากาศก็ร้อน เดินมาสะพานไม้ข้ามไปตัวที่ทำการอุทยานฯ ขาฉันก็บอกกับร่างกายว่า เดินต่อไปไม่ไหวแล้วน่ะ วางเป้ที่ศาลาริมน้ำ ล้มตัวลงนอนแผ่ทันที หมดเรี่ยวแรงแล้ว ใครจะทำอะไรก็ไปทำเถอะฉันจะนอนตรงนี้หล่ะ เพื่อนๆทยอยตามกันมาเรื่อยๆ หลังจากที่พอเริ่มหายเหนื่อย ก็ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมตัวกับ ระหว่างรอเวลาก็ซื้อข้าวเหนียวไก่ย่างส้มตำมากินรองท้องกันก่อน เพราะเราตกลงกันว่าจะไปกินหมูกะทะในเมืองปราจีนกัน....

ระหว่างนั่งรอที่ศาลาก็เริ่มมีคนพูดถึงเรื่องราวแปลกๆที่พบเจอ เริ่มจากเฟิร์น น้องใหม่ เฟิร์นเล่าว่า เห็นคนมายืนยิ้มให้ที่หลังเต้นท์ ไม่แน่ใจว่าคนหรือป่าว เพราะอยู่ๆก็หายไป  แม้กระทั่งตัวพี่หนูหนวด ก็พบเห็นดวงไฟลอยอยู่ที่ชายป่า  และตัวฉันเอง ในระหว่างเดินเข้ามาในป่าไผ่ ก็รู้สึกว่ามีคนเดินตามอยู่ตลอดเพราะได้ยินเสียงใบไม้เหมือนถูกคนย่ำเดินตามมาติดๆ  ฉันหันไปมอง ก็พบว่า น้องป้อมพั้นนี่เองที่เดินตาม ฮ่าๆๆๆ  อันนี้เป็นโจ๊กที่เล่า แต่จริงๆแล้ว ป้อมเดินตามหลังมาติดๆ แต่เสียงเหมือนคนย่ำใบไม้ที่ได้ยิน เป็นเสียงที่เดินข้างๆตัว เกือบตลอดเส้นทางป่าไผ่ ฉันหันไปมองเกือบตลอดการเดินด้วยความแปลกใจแต่ก็ไม่คิดอะไร..ปล่อยให้ผ่านแล้วผ่านไป เรามาเที่ยวไม่ได้มาร้ายนี่นา .....

เราถึง กทม.ประมาณ 4 ทุ่มกว่าๆ เคลียเงินค่ารถตู้ เหลือเงินประมาณพันกว่าบาททีแรกก็มาตกลงว่าจะเอาไปทำอะไรดี แล้วก็ได้บทสรุปคือ เอาไปสมทบทุน โครงการไออุ่น2 ที่แม่แจ่ม ไปเที่ยวแล้วยังได้บุญกันอีกน่ะนี่อะไรจะขนาดนั้น

       

สองคืนสองวันผ่านไปไวเหมือนโกหก มีเรื่องราวที่น่าจดจำมากมายในความทรงจำ ที่ฉันและคนอื่นๆไม่สามารถถ่ายทอดออกมาได้เป็นตัวหนังสือ เพราะบางอย่างต้องไปเห็นด้วยตาของตัวเอง ไปจดจำด้วยตัวเอง หลายคนบอกว่า เหนื่อยเหลือเกิน ทริปเดินโหดๆแบบนี้ไม่เอาแล้วน่ะ แต่ความจริงแล้วพอถึงเวลาถ้ามีทริป ก็ไอ้พวกบ่นๆนี่หล่ะ ที่ไม่เคยลังเลที่จะลงชื่อไปเที่ยวเป็นอันดับต้นๆ เหนื่อยกายเดี๋ยวก็หาย จริงไหม๊?

ขอบคุณเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ไอ้จอนหมาแสนรู้  เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกคน ที่ร่วมทาง ขอบคุณธรรมชาติที่สรรสร้างความสวยงามให้เราเดินเข้าไปค้นหา ขอบคุณชมไทย ที่ทำให้มีทริปดีๆอย่างนี้ตลอดเวลา ขอบคุณค่ะ

  

รวมภาพการเดินทางจากเพื่อนๆ ร่วมทาง

-  ซ้ำรอยเดิมที่...ตาดหินยาว

-   เหมือนจะง่าย แต่ไม่ง่ายอย่างที่คิด \"ตาดหินยาว\"

-    ตาดหินยาว ขญ.10 ประจันตาคาม อช.เขาใหญ่ 21-23 ก.ย. 2550 กับผองเพื่อนชมไทย

คลิป VDO การเดินทาง

  เดินป่าสู่ ตาดหินยาว น้ำตกแปลกตา กลางป่าเขาใหญ่

 

 

เชอรี่ ณ ชมไทย...




ตามรอยตะวัน

แก่งหินเพลง เรื่องบังเอิญ คุณบังอร
ออกนอกกะลา ไปบาหลี ตอนที่ 2 (จบ)
ออกนอกกะลา ไปบาหลี ตอนที่ 1
ลุงชู ที่เขื่อนเขาแหลม
น้ำท่วมทุ่ง ผักบุ้งเต็มคลอง ที่สองพี่น้อง สุพรรณบุรี
หนาวนี้ อีกสักที ที่ สวนผึ้ง ราชบุรี
พักกาย..หย่อนใจ..ที่บ้านไร่ตับเต่า
เรื่องเล่า..อโยธารา...
กว่าจะถึง “ภูกระดึง” article
หมู่เกาะตะรุเตา
ความรู้สึกจางๆ กับไออุ่น 4
โกรกอีดก
แบกเป้ มุ่งหน้าสู่ แก่งกระจาน-พะเนินทุ่ง
ร้อน ฝน หนาว ที่ อช.หมู่เกาะชุมพร
ความทรงจำที่เกาะกุฎี article
เรื่องเล่า.............จากเขาหลวง (สุโขทัย) article
ฝ่าสายฝนจากเชียงของ สู่เพลินวาน
bicycleworld lightblue : เดินทางโดยจักรยานรอบโลก article
เที่ยวอยุธยา เมื่อหน้าน้ำ
โฮมพุเตย...ฝันที่ฉันอยากไป article
เขาใหญ่ อช. แรกของไทย article
เขาหลวง-ประจวบฯ article
“เกาะหมาก-เกาะขาม”...สวรรค์ของคนรักสงบ article
ตะลุยเดี่ยวเที่ยว 3 เกาะอ่าวไทย article
เปิดประตูสู่....เขายายเที่ยง
โลกหมุนช้าลง..ที่..เชียงคาน
เมื่อใบไม้เปลี่ยนสี...ที่ขุนแม่ยะ article
เขาโล้นที่เขาแหลม article
บันทึก จากครูดอย (รร.บ้านห้วยโค้ง อมก๋อย) article
เขาหลวง นครศรีธรรมราช article
เรื่องเล่า เชียงคาน
ภูสอยดาว article
ปากน้ำปราณบุรี เขากะโหลก ง่ายๆ สบายๆ ใกล้ๆ กรุง article
เที่ยวเมืองภูเก็ตยังไงให้คุ้มค่าที่สุด article
แอ่วเจียงใหม่ article
น้ำตกป่าละอู ….เราจะกลับมา article
โรงเรียนของหนู (โครงการไออุ่นจากพี่ให้น้องครั้งที่ 1) article
ภูกระดึง........ในวันที่เงียบเหงา article
ภูสอยดาว บันเทิงโบก (...ลองหยุดวิ่งตามดูสักครั้ง) article
ตามหัวใจ..ไปเสม็ด article
สะบายดี..วังเวียง article
ปาย "Pai" article
แบกเป้ลุยเดี่ยว เที่ยว อช.เขาแหลม article
ทริป ”พักใจ ..ไปโกรกอีดก” article
ภาพถ่าย...ลำนำ..และบทเพลง article
เขาสามร้อยยอด article
เวียดนาม (Vietnam) article
จุดเริ่มต้นในการท่องเที่ยว article
อยากอยู่ป่า... article
สู่ยอด...ดอย article
ฝน...ทั้งดีและชั่วอยู่ด้วยกัน article
บทเพลงแห่งธรรมชาติ article
ข้าสองเจ้าบ่าวสองนาย article
บุหรี่ มัจจุราชตัวน้อย article
ป่าขี สายลมและสายน้ำ article
บ้านชมทุ่ง article
เกาะกุฏี ในสำนึก article
เปิดบันทึกการเดินทาง ... โก๋ ก้อนดิน article
เดินป่า เมื่อยามฤดูฝน "ตาดหินยาว" article
ภูสอยดาว article
บันทึกจากห้องเช่าเมื่อยามความเหงามาเยือน article
ผจญภัยที่เกาะช้าง...... article
ชะอำ...ช้ำใจ article
หัวใจเดินทาง..อีกครั้ง!! (Samed Episode II) article
" 7 Days In Tibet " ดินแดนขอบฟ้าหลังคาโลก article
ตำนานคน ตำนานป่า ตำนานการเดินทาง article
เดินป่าขึ้นเขาสน ณ เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเขาสน-เขาสนามเพรียง 12 - 13 -14 - ส.ค. 48 article
พุเตย…พิสูจน์ใจไล่ความกลัว article
บันทึกนี้ที่เชียงใหม่ article
"ลัดเลาะสองฝั่งแม่กลอง แอบมองหิ่งห้อย ร้อยพัน" article
รสชาติใหม่ของการเดินทาง (Suan Soan Pradipat) article
จาก ขญ.11 สู่ ขญ. 10 (Bike Camp) article
เปิดบันทึกเล่มใหม่ กับการผจญภัยที่ “ตาดหินยาว” article
ความสุขไม่ได้รออยู่ที่ปลายทาง article
ห้างเก่า article
แสงประหลาด article
บ้านแม่แสะ article
มืดแปดด้าน article
มะพร้าวตก article
บ้านแพซุง article
บ้านขุนแปะ article
ทุ่งกระทิง article
ด่วนเจ้าพระยา article
ควบจิ้งเหลนดงมุ่งตรง บึงฉวาก article
คลื่นยักษ์ที่โถมซัดไม่อาจทัดทานคลื่นน้ำใจ article
ความเจริญไม่มีที่สิ้นสุด article
ช่างซอตาบอด article
“สู่...ยอดเขาโล้น” article
ดินแดนแห่งอารยธรรม article
“ภูชี้ฟ้า” ภูนี้ไม่เคยว้าเหว่ article
ยอดลมพัด ไม่ได้มีแค่ในตำนาน.. article
เมืองเล็กๆ ที่ชื่อ “ปาย” article
สวัสดี เกาะ 1,000,000 article
ค่ำไหนนอนนั่น article
"กระทิง สิ่งอันเป็นที่รักของฉัน" article
เกาะสีชัง จำลอง...Believe It or Not ! article
" เขาลมพัด " รวมพลคนหน้าตาดี article
จากกรุงเก่าสู่บางปะอิน article
ดอกไม้เบ่งบานกับวัฒนธรรมไร้พรมแดน article
ยี่เป็ง...ประทับใจ
ปาย ฝนต้นหนาว
โชงโดง กับคำถามที่ว่า “เราขึ้นมาทำไม?”
ความเปลี่ยนแปลงใน สังขละบุรี
ตามรอย รัก-ยม ชมไทยไป ขุนแม่ยะ
บันทึกไออุ่น...จากพี่ให้น้อง ครั้งที่2
เสียดาย โดดเดี่ยวใน...ภูเก็ต
สรุปการเดินทาง 3 เดือนแรก
มนต์เสน่ห์ เชียงคาน บันทึกที่ริมสายน้ำโขง
ซ้ำรอยเดิมที่...ตาดหินยาว
ครบรอบ 1 ปี แห่งความรัก หนุ่มตัน กับสาวปลา
ในสายหมอกที่ “ภูสอยดาว”
อุทัยธานี...มีอะไร?
ได้โปรดเถอะ !!!! นำพาเขามาสู่ฉัน
Home Stay แบบชิวๆ ที่ เขายายเที่ยง



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2003 Chomthai team 089-7801770

ตารางออกอากาศรายการชมไทยแลนด์ ช่อง ของดีประเทศไทย   (จานเหลือง DTV และจานเคเบิ้ลท้องถิ่นที่รับได้ทั่วไป)

วันเสาร์ 18:30-19:00 รีรัน อังคาร 22:30-23:00  พฤ. 14:00-14.30  ศุกร์  9:30-10:00 / 16:30-17:00

  Nextstep ชมย้อนหลังรายการชมไทยแลนด์ รายการชมไทยสัญจร ที่ช่อง Real Metro     หนังสือของชมไทย วางแผงกันแล้ว   

 

ติดต่อ : ชมไทย chomthailand.com  14/2  ม.3  คลองถนน  สายไหม  ก.ท.ม.  10220   โทร 089-7801770    e-mail : webmaster@chomthailand.com

Free Page Rank Tool