ReadyPlanet.com
dot
dot
dot
bulletGallery ห้องภาพคนเดินทาง
bulletข่าวสาร เทศกาล ท่องเที่ยว
bulletใต้ฟลายชีท-ชวนกันเที่ยว
bulletมุมเพื่อน บทความ นัดพบ ฯลฯ
bulletห้วงสำนึกเดินทาง blog ,diary
bulletคลังข้อมูล เวบบอร์ดเก่าชมไทย
bulletท่องเที่ยว 76 จังหวัดทั่วไทย
bulletเรื่องเล่าริมทางเดิน
bulletบันทึกเดินทาง (คลังเก่า)
bulletแนะนำ หนังสือน่าอ่าน
ค่ายอาสา ไออุ่นจากพี่ให้น้อง
bulletเที่ยวเกาะช้าง


deuter kovea Eneloop ถุงนอน เป้ ตะเกียง เชือก เดินป่า มีด ไฟฉาย เปลมุ้ง รองเท้า

แบนเนอร์ชมไทย


ในสายหมอกที่ “ภูสอยดาว”

” Sep 4, '07 3:49 AM

.........เช้าที่สดใสในหุบเขา จ.อุตรดิตถ์ บนเส้นทางที่ชุ่มช่ำไปด้วยสายฝน สองข้างทางเขียวขจี ชอบจังหลังฝนตกแบบนี้ ภูเขาทั้งลูก จะชุ่มชื่นดูแล้วสบายตา เราพบเห็นถนนถูกน้ำป่าเสียหายเป็นระยะๆ บางช่วงเหลือแค่ครึ่งถนนเท่านั้น เราแวะซื้อเสบียงไว้ทำกินกันบนภู ที่ตลาด ชาติตระการ ต่างคนต่างแยกย้ายไปหาอะไรใส่ท้องกัน ฉัน พี่นา กานดา และเพื่อนอีกหลายๆคน ช่วยกันคิดว่า เราจะซื้ออะไรกันดี อาหารหลักๆ ก็บะหมี่สำเร็จรูป ปลากระป๋อง ผักกาดกระป๋อง กาแฟ โอวัลติน  และมีอาหารสดนิดหน่อย  ปรึกษากันเป็นที่เรียบร้อยว่า มื้อเที่ยงที่จะไปกินระหว่างทางการเดินขึ้นภูของเรานั้น เป็นไก่ทอด ไก่ย่าง กับข้าวเหนียว เราซื้อข้าวเหนียวนึ่ง 2 กก.  กานดาเป็นคนจดรายการที่ซื้อลงสมุด ฉันเหลือบไปเห็น ไก่สุก (85)  แล้วทำไมเพื่อนเราไม่เขียนไก่ย่างหรือไก่ทอดหล่ะจ๊ะ ...

หลังจากยกภาระ เป้ และของเกือบทุกอย่าง ให้เป็นภาระของลูกหาบแล้ว พวกเราก็ไปนั่งกินข้าวเช้าเอาแรงกัน ที่ร้านค้าในอุทยานฯ แล้วเราก็เริ่มออกเดิน เวลาประมาณ 10.00 น. เพื่อนๆหลายคน แบกเป้ขึ้นภูด้วยตัวเอง ทีแรกฉันก็ตั้งใจเช่นนั้น แต่ด้วยเหตุผลอะไรที่ทำไม่ได้ในครั้งนี้ เพื่อนร่วมทริปคงทราบๆกันดี ขอบคุณสำหรับเพื่อนๆ น้องๆที่เป็นห่วง และคอยถามอยู่เสมอว่า “พี่รี่ไหวไหม๊” คำตอบมันแน่นอนอยู่แล้ว “ไหวสิ” ไม่เคยถอดในง่ายๆแน่นอน

ทริปนี้มีน้องใหม่ หลายคน ระหว่างที่เดินไป เราก็เริ่มวิจารณ์น้องใหม่ไปเรื่อยๆ เพื่อทำความคุ้นเคยกัน มีหมอฝึกงานมาจากศิริราช 1 คน และ น้องป้อม น้องป๊อป และ Man of Trip น้องโบ๊ท เรายกตำแหน่งนี้ให้โบ๊ทไปโดยไม่มีคำแย้งใดๆ  โบ๊ทเดินเร็วและพูดมาก พูดลิงหลับเลยก็ว่าได้  เราหยุดพักเป็นระยะ เส้นทางลื่น ชัน เริ่มแยกออกเป็นกลุ่มๆ เดินช้าบ้างเร็วบ้างแต่เราก็รอกัน  เดินไปเล่นไปเรื่อยๆ แซวกันให้ขำๆบ้าง ตามรายทางไม่รีบร้อน แดดไม่ร้อน อากาศค่อนข้างปิด โบ๊ทอาสารับเป้สะพายหลังของพี่เปิ้ล สะพายต่อไป โบ๊ทพบกับอาถรรพ์ของป่าภูสอยดาว หลังจากที่โบ๊ทเดินไป ในขณะที่ท้องหิวนั้น ได้กลิ่นไก่ย่างลอยมาจากไหนก็ไม่รู้ โบ๊ทบอกว่า “ผมเจอผีไก่ย่าง” แต่ความจริงแล้ว เป้ใบที่โบ๊ทสะพายมาตลอดทาง มีไก่ย่าง ไก่ทอด ข้างเหนียวอยู่ในนั้นด้วย เพราะตอนแรกเราหิ้วกันมา แต่ถุงขาดจึงต้องเอาไปฝากเป้ ป.เปิ้ล    แล้วน้องผู้แสนดีก็รับภาระปากท้องของพี่ๆไปสะพาย โบ๊ทมาสารภาพว่า ถ้ารู้ว่ามีไก่ย่างจะแอบกินนานแล้ว เพราะหิวมากๆ

  

  

การเดินขึ้นภูสอยดาวไม่ใช่เรื่องยาก และก็ไม่ง่ายอย่างที่คิด เส้นทางชัน ในป่า อยู่ๆฝนก็ตกลงมาหนักมาก บนเนินสุดท้าย เนินมรณะ เรานั่งมองยอดเขาที่เราต้องเดินขึ้นไป หลายคนหลุดปากพูดมาว่า ยอดนั้นเนี่ยน่ะ ที่ต้องขึ้นไป ตอนที่เราพักอยู่เห็นกลุ่มที่เดินนำหน้าเรามา ตัวเล็กๆ ลิบๆ อยู่บนเขา นั่งทำให้สำหรับเนินสุดท้ายกันอยู่นาน ใส่เสื้อกันฝน แล้วเริ่มออกเดิน ทางแคบๆตอนนี้ได้เปลี่ยนเป็นน้ำตกขนาดย่อมๆ เราเดินลุยน้ำใส่ เกียร์หมาขึ้นภู (เกียร์หมาคือ ไต่ 4 ขา) ทุกลักทุเล แต่แล้วจู่ๆ ฝนก็หยุดแบบดื้อๆ ฟ้าเปิด เห็นวิว ของเขตอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว ฉันสูดหายใจเข้าเต็มปอด เรานั่งพักกันตรงกลางเนินอีกครั้ง  บรรยากาศสวยงามจนบอกไม่ถูก เราหยุดเก็บภาพกันประมาณ 10 นาที เริ่มมีลูกหาบ เดินสวนเราลงมา พร้อมกับคำให้กำลังใจว่า “อีกนิดเดียวก็ถึงแล้ว” เรายิ้มตอบ พร้อมกับใช้ลูกฮึดสุดท้ายเริ่มเดินอีกครั้ง พอถึงยอดภู ก็รู้สึกเหมือนถูกหลอก อ้าว?? ยังไม่ถึงอีกเหรอเนี่ย เราต้องเดินทางราบต่ออีกไกล กว่าจะถึงป้าย อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว ที่ความสูง 1,633 เมตร

สิ่งที่ตาเห็น มันทำให้ยิ่งกว่าหายเหนื่อย เหมือนภาพในความฝัน ทุ่งดอกไม้สีม่วง ในป่าสน สายหมอกสีขาวที่ปกคลุมไปทั่ว อากาศเย็น ฉันคว้ากล้องคู่ใจเริ่มเก็บภาพของความทรงจำ ในหลายรูป ฉันพยามยิ้มออกมา แต่หน้าตามันก็ฟ้องว่า ฉันเหนื่อยเหลือเกิน ถึงจุดนี้ ที่เวลาประมาณ 16.00 น. ลองคำนวณดูว่าเราเดินกันกี่ชั่วโมง  ถึงแม้จะนานและเหนื่อยแต่มันก็เป็นการเดินทางที่คุ้มค่าจริงๆ

มีหลายกลุ่มที่ขึ้นมาก่อนหน้าเรา ที่กางเต้นท์ ตรงหน้าลานจึงเต็ม และประกอบกับพวกเราค่อนข้างต้องการความส่วนตัวสูง .... ความจริงแล้วกลุ่มเราค่อนข้างเสียงดัง  ผิดสิ ต้องใช้คำว่าเสียงดังมาก จึงไปกางเต้นท์ทางด้านหลังของบ้านเจ้าหน้าที่ ซึ่งไม่มีใคร นอกจากเรา

การตั้งแคมป์เริ่มขึ้น ต่างคนต่างแบ่งหน้าที่กัน ฉันรับหน้าที่ปรุงอาหารมื้อเย็น โดยมีน้องๆเป็นลูกมือช่วยหั่นผัก หั่นไก่ให้  เป็นอีกมื้อที่แสนอร่อย (หรือเปล่า?)  แล้วเราก็แจ้งข่าวดีกับน้องใหม่ทั้ง 4 คนว่า “น้องใหม่ล้างจานตลอดทริปน่ะน้อง” การแซวการหยอกล้อเริ่มมีเป็นระยะๆ  น้องใหม่บอกต้องการ ต้นแบบในการล้างจาน หน้าที่นี้เราจึงจัดให้พี่หนูเป็นผู้เทรน การล้างจานที่ถูกต้องให้น้องๆ   หลายคนอาบน้ำจากธารน้ำที่แสนเยือกเย็น   หลังจากแยกย้ายทำภารกิจส่วนตัว เราก็เริ่มมานั่งล้อมวงแลกเปลี่ยนเสียงหัวเราะกัน เริ่มจากเกมส์แสนฮิตตลอดกาล ถ้าไม่มีกีต้าร์ขับกล่อม เกมส์นี้จะถูกเรียกมาใช้งานนั่นคือ “บัส” เกมส์นี้เป็นเกมส์นับเลข   เลขที่ลงท้ายด้วย 7 และหารลงตัวด้วย 7 ไปถึงคนไหนคนนั้นต้องพูดคำว่า “บัส” ถ้าใครพูดผิดนับผิดหรือเผลอ ก็ต้องลุกขึ้นเต้นท่าตามสั่ง แบบขำๆ เรียกเสียงหัวเราะได้สนั่นภูกันเลย  ฉันรู้สึกเหนื่อยและปวดขามากจึงของตัวไปนอนก่อน.....

   

     

ค่ำคืนดำเนินไปพร้อมกับความหนาวและเสียงหัวเราะของสมาชิกเก่าใหม่  ดาวเต็มท้องฟ้า หลังจากฟ้าเปิด แต่ก็ไม่นานนัก กลุ่มเมฆ ก็มาบดบังความงามของท้องฟ้าคืนแรกคืนนี้...... ฉันสะดุ้งขึ้นมากลางดึก ฝนตก อากาศเริ่มเย็นขึ้นๆ ฉันลืมตาขึ้นมา อ้าว? เจ้าทิฟฟี่ กับ ป.เปิ้ลหายไปไหน?  ความจริงแล้วตรงที่เรานอนเป็นที่ลาดชัน น้องทั้งสองคนจึงไหลไปกองที่มุมหนึ่งของเต้นท์ ....

“เอ้า ตื่นกันได้แล้ว จะนอนกันไปถึงไหนเนี่ย” ฉันตื่นตามเสียงเรียกของพี่หนูหนวดเดินงัวเงียไปล้างหน้าแปรงฟัน เดินไปเจอ เกตุกับน้ำที่ยืนล้างจานอยู่ ถามว่าเมื่อคืนพวกเราเล่นอะไรกัน เสียงดังมาก ฉันตอบว่า อ่อเล่นบัส ฉันก็อธิบายว่าเป็นยังไง  ได้ยินเสียงพวกพี่นับเลขไหม๊หล่ะฉันถาม เค้าอบกว่าได้ยินสิเสียงดังมาก  พวกแคมป์หน้าบ้านเจ้าหน้าที่ คิดว่าพวกชมไทยเล่น “ไฮโล” ??   แล้วกลับมาลงมือกับอาหารเช้าอีกครั้ง พร้อมกับแจ้งข่าวลือบนภูว่า เค้าคิดว่าพวกชมไทยเล่นไฮโลกันน่ะพวกเรา เรียกเสียงหัวเราะช่วงเช้าได้ดีทีเดียว  ไม่รู้มีคนสงสัยหรือเปล่า ว่าทำไมฉันต้องตั้งตัวเองเป็นแม่ครัวเกือบทุกๆทริปที่ไป  คงเพราะความเคยชินกับคำว่าต้องดูแล เพราะเป็นคนเดียวในกลุ่มที่มีครอบครัวและมีลูก หรือเรียกอีกแบบว่า เลือดความเป็นแม่สูง ขอรับหน้าที่นี้โดยเต็มใจ แต่ฉันทำ คนอื่นต้องล้างน่ะจ๊ะ เพราะฉันผ่านการเป็นน้องใหม่มาแล้ว .. ตอนนี้เป็นพี่ใหญ่แทน

การเดินสำรวจบนภูเริ่มหลังจากอาหารมื้อเช้า น้องๆล้างจานเสร็จ  ก็เตรียมอุปกรณ์ กล้อง เสื้อกันฝน เดินสำรวจภูกันไปเรื่อยๆ แดดออกแล้ว แดดอุ่นๆ ที่คิดถึงมาตั้งแต่เมื่อวาน.... อ้าว?  นับ 1 ไม่ถึง 10 แดดก็หายไป ถ่ายรูปไม่มีแดดช่วยเลยทริปนี้ มีแต่ฝนกับหมอกขาวๆ เย็นๆ  เราเดินฝ่าหมอกไปรอบๆเส้นทางการสำรวจ สำหรับคนที่กลัวจะขาดการติดต่อกับญาติพี่น้อง หรือแฟน ต้องเดินกันหน่อย เพราะทั้งภูมีอยู่จุดเดียวที่มี สัญญาณโทรศัพท์คือหลังหลักเขต ไทย-ลาว ค่ายที่มีสัญญาณคือ  DTAC กับ TRUE แต่สำหรับ GSM เห็นพี่นุเดินหาแต่ไม่เจอสัญญาณ น่าสงสาร  ถ้าใครที่อยู่ AIS อ่านอยู่ ฉันจะบอกว่า ”คุณคือจุดบอด บนภูสอยดาว....” ฮ่าๆ

   

   

ดอกหญ้า สีม่วงชื่อว่า “หงอนพญานาค” ถ้าได้ยินมาไม่ผิด เต็มภู การถ่ายภาพมันไม่สวยงามเท่าตาเราเห็นจริงๆ กล้องถ่ายรูปไม่สามารถเก็บได้ทุกรายละเอียดเท่าการมองและความทรงจำ สายฝนโปรยปรายมาพร้อมกับหมอก อากาศบนนี้เอาแน่นอนไม่ได้เลย แต่ทุกคนลงความเห็นว่า อากาศดี ชอบ น้องใหม่ทริปนี้ตื่นเต้นกับดอกไม้ กับหมอก เป็นอย่างมาก ไล่เก็บภาพทุกมุม ทุกจุด 

เรากลับมาที่แคมป์ บ่ายสามโมงน่าจะได้ นั่งคุยเล่น กินกาแฟ  ฉันนั่งเขียนโปสการ์ด บ้างก็เอารูปในกล้องมาแลกเปลี่ยนกันดู  เย็นนี้ฉันตัดสินใจอาบน้ำ หลังจากที่ไม่ได้อาบมาหนึ่งวันเต็มๆ น้ำบนภูเย็นยะเยือก อาบแล้วสดชื่นมากๆ เดินผ่านจุดชมพระอาทิตย์ตกหลังจากอาบน้ำ ฟ้าสวยงามมาก เจ้าทิฟฟี่ บอกว่าเจ๊เดี๋ยวเรามาถ่ายรูปกัน ฉันบอกว่าขี้เกียจหว่ะแก   แต่น้องก็ตื้อลากมาจนได้  หลังจากเดินไปเอากล้องแล้วเดินกลับมาอีกครั้ง ภาพที่เห็นตรงหน้า ทองฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี พระอาทิตย์เริ่มลดระดับลง มันสวยงามจนบอกไม่ถูก เรายืนจับจองที่กางขาตั้งกล้อง แล้วก็รอ  รอเวลา พระอาทิตย์ลับเหลี่ยมเขา 

ความมหัศจรรย์ของท้องฟ้า ต่างที่ ต่างฤดูต่างสีสัน ใครว่า “ฟ้าที่ไหนๆก็เหมือนกัน” ฉันว่าเค้าพูดผิดคิดผิด เท่าที่ผ่านๆมา ต่างสถานที่ต่างฤดู ฟ้าก็คือฟ้า มันก็ใช่ แต่ฟ้าสวยไม่เหมือนกันทุกวันหรอก โดยเฉพาะที่นี่ ตอนนี้ภูสอยดาว  ฟ้าเป็นสีทองจนเกือบส้ม สลับกับสีครามและสีชมพู  กล้องหลายสิบตัว แข่งกันลั่นชัตเตอร์โดยรอบๆ ได้ยินเสียงลอยมาตลอดว่า สวย สวย สวยจัง

มีพี่คนหนึ่งเค้าบอกว่า เมื่อวานฟ้าไม่เป็นอย่างนี้ ฟ้าปิดตลอดจนค่ำ แล้วพวกเราก็ไม่ได้สนใจด้วยเพราะมัวแต่ตั้งแคมป์กันอยู่ ทุกครั้งที่ออกทริปฟ้าฝนจะเป็นใจให้เราเสมอ  ฉันกับน้องๆเดินกลับมาที่แคมป์ หันหลังกลับไปมองจุดชมวิว เห็นเงาคน เป็นสิบ ตัดกับฟ้าสีทอง มันงดงามจนบอกไม่ถูก หันกลับไปมองทุกๆ สิบก้าวก็ว่าได้ เสียดายคนที่ไม่มา เลยไม่ได้เห็นอะไรที่งดงามแบบนี้ด้วยกัน

พี่นุบอกว่าคืนแรกที่ผ่านพระจันทร์สวยมาก ดวงโต โตกว่าที่เราเห็นที่บ้านเรา เพราะฉะนั้นคืนนี้ฉันจะรอดูบ้าง  วงสนทนาเริ่มด้วยการ เล่นต่อเพลงอยู่พักใหญ่ หัวเราะหยอกล้อกันไปมา ก็ได้เวลาเลิกเสียงดัง วงสนทนาหลังสี่ทุ่มเริ่มต้นด้วยการพูดคุยถึงน้องใหม่ ถึงทริป ถึงความในใจของพี่หนู ที่มีต่อน้องๆ   ความในใจจากเพื่อนถึงเพื่อน เริ่มจากเชาๆพูดถึงทุกคน  แต่ฉันพูดถึงตัวฉันเอง ว่า “เห็นน้องๆหลายคนชอบมาแซวหรือคอมเม้นท์บ่อยๆว่า ปากจัด ด่าเจ็บ แซวแรง” แต่จริงๆแล้วฉันเป็นคนไม่มีอะไรจริงๆ หนักไปทางเช่นสนุกซะมากกว่า ก็บอกให้รู้ว่าจริงๆแล้ว ไม่มีอะไรเลย

หันกลับไปมองฟ้าอีกที ฟ้าเปิดดาวเต็มฟ้า เราจึงเริ่มแผน เก็บดาวใส่กล้องกันอีกครั้ง  ฉันเอาขาตั้งกล้องไปกาง แล้วแหงนหน้ามองฟ้าอีกที เผลอหลุดปากไปว่า ”เฮ้ย!! ทางช้างเผือก” น้องๆหลายคนจึงเดินตามกันออกมาดู  พยามถ่ายดาวบนฟ้ากันอยู่นาน แต่ก็เท่าที่เห็นในภาพค่ะ ได้แค่นี้จริงๆ

ฉันแหงนมองฟ้าอยู่นาน บอกก็พูดกับน้องว่า “บางอย่างนี้กล้องมันเก็บไม่ได้หรอกเนอะ  มองได้แค่ด้วยสองตา แล้วเก็บไว้ในความทรงจำ” ฟ้าค่ำคืนนี้สวยงามจริงๆ ทางช้างเผือกที่ฉันเคยได้ยิน โกโบริ กับอังสุมาลิน พูดถึงในคู่กรรม มันมีอยู่จริงๆ ฉันมองเห็นแล้ว มันอยู่ตรงหน้าพวกเรา  ดาวนับจำนวนไม่ได้ เต็มท้องฟ้า เกือบไม่มีที่ให้สีดำ ระยิบระยับไปหมด ดาวตกอยู่ตลอดเวลา คงมีหลายคนแอบอธิฐานตอนดาวตกแบบเงียบๆ ในความมืด

เวลาผ่านไปนานเท่านไหร่ไม่รู้ แต่ผ่านไปรวดเร็วมาก ฉันเหลือบไปเห็นแสงพระจันทร์ที่เหลี่ยมเขา เริ่มขึ้นสูงๆทุกที รอเวลา รอจนได้จังหวะที่เหมาะสม แล้วก็มาถึง พระจันทร์สวยเกินห้ามในไม่ให้เก็บภาพความงาม  ดีน่ะที่ตัดสินใจเร็ว เพราะไม่นานเท่าไหร่เมฆหนาก็ปกคลุมพระจันทร์หายไป

หลายสิ่งหลายเหตุการณ์เกิดขึ้นรวดเร็วภายในสองวันสองคืนนี้ ไม่มีการทะเลาะ มีแต่เสียงหัวเราะและมิตรภาพกับเพื่อนใหม่ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อคนหนึ่งเปิดใจให้ เพื่อนใหม่ก็เกิดขึ้นง่ายๆ

เช้าวันสุดท้ายของการอยู่บนภูสอยดาวก็มาถึง เวลาผ่านไปเป็นปกติ แต่มันจะเร็วเสมอเมื่อเรากำลังมีความสุข  หลังอาหารเช้า เราเก็บสัมภาระทั้งหมด เก็บขยะรอบๆแคมป์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องทำเสมอ ไม่ว่าจะไปเที่ยวที่ไหน ยิ่งต้องทำมากขึ้นโดยเฉพาะอุทยานแห่งชาติ  เรามารวมกันอีกที ที่ป้าย “ภูสอยดาว 1,633 เมตร” ถ่ายรูปหมู่ หลายภาพ แล้วก็เริ่มออกเดิน 

   

  

เส้นทางเดินลง ก็ทางเดิมกับที่ขึ้นมา แต่มันดูชันๆ เกร็งกันจนขาเริ่มสั่นล้า แต่ก็ยังจะยิ้มและหัวเราะกันได้เสมอ เริ่มแยกเป็นกลุ่ม กลุ่มนำ กลุ่มกลาง และกลุ่มที่ช้าที่สุด  ฉันกึ่งเดินกึ่งวิ่งเป็นระยะ ไม่ใช่ว่าฟิตหรือบ้าที่วิ่งในป่า แต่บางช่วงพอวิ่งแล้วดีกว่าเดิน หยุดไม่ได้เวลาลงเขา แต่ต้องระวังมากๆ เพราะฝนตกค่อนข้างลื่น  ในช่วงที่กำลังเดินอยู่ ก็จะมีพี่ๆลูกหาบ เดินตามมาหลายคนฉันจึงหยุดให้เค้าไปก่อนทุกครั้งเพราะเค้าเดินกันเร็วมากๆ  แล้วเสียงวิ่ง ตึกๆๆ ตามมาด้านหลังฉันหยุดแล้วหันไปมอง เห็นพี่นา วิ่งมาจากเขาอย่างรวดเร็วเหมือนหยุดไม่ได้ปากก็พูดหลบๆๆๆๆๆ  ฉันตะโกนตามหลังไปว่า “พี่นา รีบมากไม่ลงมาตั้งแต่เมื่อวานอะพี่”บ่ายสองโมง เราจึงลงมาถึง ที่ทำการอุทยาน เริ่มสนองความอยากของตัวเองด้วยการ กินน้ำอัดลม กับข้าวหนึ่งจาน หิวและอยากกินขนมหวานมากๆ  จากนั้นเพื่อนๆก็ทยอยกันมา เรื่อยๆ แยกย้ายกันไปอาบน้ำ เตรียมตัวกลับบ้าน...

“ชมไทย กลับบ้าน....น” ฉันตะโกนหลายครั้งเพื่อรวมพล รถที่นัดไว้มารอนานแล้ว รถมาส่งเราที่ ขนส่งจ.พิษณุโลก แต่เวลารถออก 21.00 น. เราเห็นตลาดนัดอยู่ไม่ไกล จึงเริ่มเดินหาขนมกินกัน เดินไปกินไป เป็นที่สนุกสนาน ดูสาวๆ หนุ่มๆ ต่างถิ่นเป็นที่ชื่นใจ ก็มารวมตัวกันอีกครั้งที่รถโดยสาร

ตีสองครึ่ง ฉันลืมตามาอีกครั้งเพราะไฟบนรถเปิด ถึง กทม.แล้ว เราแยกย้าย ล่ำลากันกลับบ้านแล้วก็บอกว่าเจอกันใหม่น่ะทุกคนทริปหน้า...

ได้ยินหลายคนบ่นว่าเวลาผ่านไปรวดเร็วมาก  ได้เห็นน้ำใจของเพื่อน ของน้อง ได้เห็นมิตรภาพก่อตัวขึ้นกับเพื่อนใหม่ ได้หัวเราะจนเกือบหายใจไม่ทัน น้องใหม่สี่คนบอกว่าไม่ได้คาดหวังว่าจะเป็นแบบนี้ ไม่คิดว่าพี่ๆจะเป็นกันเอง ไม่คิดว่าจะได้สนุกแบบนี้ด้วยกัน   เพราะบางคนคิดว่า มาแล้วไม่รู้จักใครจะสนุกเหรอ แต่มันก็ได้พิสูจน์แล้วว่า เพื่อนใหม่เกิดขึ้นได้เสมอ นั่นหละ เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น อยากให้สานต่อค่ำว่าเพื่อน “ชมไทย” ต่อไป แล้วเจอกันใหม่ทริปหน้า อีกครั้ง

เรื่องและภาพโดย เชอรี่ ณ ชมไท

รวมภาพการเดินทางในทริปนี้

  กว่าจะถึงภูสอยดาว

http://www.chomthai.com/forum/view.php?qID=54

  หนุ่มสาวนักล่าฟืน(อคาเดโม่ ฟามาโค)AF10 กับภารกิจพิชิตภูสอยดาว

http://www.chomthai.com/forum/view.php?qID=58

  ภูสอยดาว.....กับฝีมือการถ่ายภาพของคุณหมอ

http://www.chomthai.com/forum/view.php?qID=62

  เดินป่าหน้าฝน \"ภูสอยดาว"\

http://www.chomthai.com/forum/view.php?qID=64

  ได้ไปมาแว้ว....ภูสอยดาว

http://www.chomthai.com/forum/view.php?qID=56

  ขอซักกระทู้ กับภูสอยดาว

http://www.chomthai.com/forum/view.php?qID=57

 

ภูสอยดาว ทั้งหมดวจากห้องภาพคนเดินทาง

>>  http://www.chomthai.com/forum/search.php?keyword=%C0%D9%CA%CD%C2%B4%D2%C7&search=Go%21

เพื่อนร่วมทริป

1.เชาเชา           9.ทิพฟี่               17.หมิว

2.กานดา           10.พุด

3.ฉันเอง           11.ป๊อป

4.พี่หนู            12.โบ๊ท

5.พี่นา             13.ป้อม

6.พี่นุ              14.หมอ

7.มานะ            15.เกตุ

8.ป.เปิ้ล           16.น้ำ

 





ตามรอยตะวัน

แก่งหินเพลง เรื่องบังเอิญ คุณบังอร
ออกนอกกะลา ไปบาหลี ตอนที่ 2 (จบ)
ออกนอกกะลา ไปบาหลี ตอนที่ 1
ลุงชู ที่เขื่อนเขาแหลม
น้ำท่วมทุ่ง ผักบุ้งเต็มคลอง ที่สองพี่น้อง สุพรรณบุรี
หนาวนี้ อีกสักที ที่ สวนผึ้ง ราชบุรี
พักกาย..หย่อนใจ..ที่บ้านไร่ตับเต่า
เรื่องเล่า..อโยธารา...
กว่าจะถึง “ภูกระดึง” article
หมู่เกาะตะรุเตา
ความรู้สึกจางๆ กับไออุ่น 4
โกรกอีดก
แบกเป้ มุ่งหน้าสู่ แก่งกระจาน-พะเนินทุ่ง
ร้อน ฝน หนาว ที่ อช.หมู่เกาะชุมพร
ความทรงจำที่เกาะกุฎี article
เรื่องเล่า.............จากเขาหลวง (สุโขทัย) article
ฝ่าสายฝนจากเชียงของ สู่เพลินวาน
bicycleworld lightblue : เดินทางโดยจักรยานรอบโลก article
เที่ยวอยุธยา เมื่อหน้าน้ำ
โฮมพุเตย...ฝันที่ฉันอยากไป article
เขาใหญ่ อช. แรกของไทย article
เขาหลวง-ประจวบฯ article
“เกาะหมาก-เกาะขาม”...สวรรค์ของคนรักสงบ article
ตะลุยเดี่ยวเที่ยว 3 เกาะอ่าวไทย article
เปิดประตูสู่....เขายายเที่ยง
บนทางแสนไกล...ตาดหินยาว
โลกหมุนช้าลง..ที่..เชียงคาน
เมื่อใบไม้เปลี่ยนสี...ที่ขุนแม่ยะ article
เขาโล้นที่เขาแหลม article
บันทึก จากครูดอย (รร.บ้านห้วยโค้ง อมก๋อย) article
เขาหลวง นครศรีธรรมราช article
เรื่องเล่า เชียงคาน
ภูสอยดาว article
ปากน้ำปราณบุรี เขากะโหลก ง่ายๆ สบายๆ ใกล้ๆ กรุง article
เที่ยวเมืองภูเก็ตยังไงให้คุ้มค่าที่สุด article
แอ่วเจียงใหม่ article
น้ำตกป่าละอู ….เราจะกลับมา article
โรงเรียนของหนู (โครงการไออุ่นจากพี่ให้น้องครั้งที่ 1) article
ภูกระดึง........ในวันที่เงียบเหงา article
ภูสอยดาว บันเทิงโบก (...ลองหยุดวิ่งตามดูสักครั้ง) article
ตามหัวใจ..ไปเสม็ด article
สะบายดี..วังเวียง article
ปาย "Pai" article
แบกเป้ลุยเดี่ยว เที่ยว อช.เขาแหลม article
ทริป ”พักใจ ..ไปโกรกอีดก” article
ภาพถ่าย...ลำนำ..และบทเพลง article
เขาสามร้อยยอด article
เวียดนาม (Vietnam) article
จุดเริ่มต้นในการท่องเที่ยว article
อยากอยู่ป่า... article
สู่ยอด...ดอย article
ฝน...ทั้งดีและชั่วอยู่ด้วยกัน article
บทเพลงแห่งธรรมชาติ article
ข้าสองเจ้าบ่าวสองนาย article
บุหรี่ มัจจุราชตัวน้อย article
ป่าขี สายลมและสายน้ำ article
บ้านชมทุ่ง article
เกาะกุฏี ในสำนึก article
เปิดบันทึกการเดินทาง ... โก๋ ก้อนดิน article
เดินป่า เมื่อยามฤดูฝน "ตาดหินยาว" article
ภูสอยดาว article
บันทึกจากห้องเช่าเมื่อยามความเหงามาเยือน article
ผจญภัยที่เกาะช้าง...... article
ชะอำ...ช้ำใจ article
หัวใจเดินทาง..อีกครั้ง!! (Samed Episode II) article
" 7 Days In Tibet " ดินแดนขอบฟ้าหลังคาโลก article
ตำนานคน ตำนานป่า ตำนานการเดินทาง article
เดินป่าขึ้นเขาสน ณ เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเขาสน-เขาสนามเพรียง 12 - 13 -14 - ส.ค. 48 article
พุเตย…พิสูจน์ใจไล่ความกลัว article
บันทึกนี้ที่เชียงใหม่ article
"ลัดเลาะสองฝั่งแม่กลอง แอบมองหิ่งห้อย ร้อยพัน" article
รสชาติใหม่ของการเดินทาง (Suan Soan Pradipat) article
จาก ขญ.11 สู่ ขญ. 10 (Bike Camp) article
เปิดบันทึกเล่มใหม่ กับการผจญภัยที่ “ตาดหินยาว” article
ความสุขไม่ได้รออยู่ที่ปลายทาง article
ห้างเก่า article
แสงประหลาด article
บ้านแม่แสะ article
มืดแปดด้าน article
มะพร้าวตก article
บ้านแพซุง article
บ้านขุนแปะ article
ทุ่งกระทิง article
ด่วนเจ้าพระยา article
ควบจิ้งเหลนดงมุ่งตรง บึงฉวาก article
คลื่นยักษ์ที่โถมซัดไม่อาจทัดทานคลื่นน้ำใจ article
ความเจริญไม่มีที่สิ้นสุด article
ช่างซอตาบอด article
“สู่...ยอดเขาโล้น” article
ดินแดนแห่งอารยธรรม article
“ภูชี้ฟ้า” ภูนี้ไม่เคยว้าเหว่ article
ยอดลมพัด ไม่ได้มีแค่ในตำนาน.. article
เมืองเล็กๆ ที่ชื่อ “ปาย” article
สวัสดี เกาะ 1,000,000 article
ค่ำไหนนอนนั่น article
"กระทิง สิ่งอันเป็นที่รักของฉัน" article
เกาะสีชัง จำลอง...Believe It or Not ! article
" เขาลมพัด " รวมพลคนหน้าตาดี article
จากกรุงเก่าสู่บางปะอิน article
ดอกไม้เบ่งบานกับวัฒนธรรมไร้พรมแดน article
ยี่เป็ง...ประทับใจ
ปาย ฝนต้นหนาว
โชงโดง กับคำถามที่ว่า “เราขึ้นมาทำไม?”
ความเปลี่ยนแปลงใน สังขละบุรี
ตามรอย รัก-ยม ชมไทยไป ขุนแม่ยะ
บันทึกไออุ่น...จากพี่ให้น้อง ครั้งที่2
เสียดาย โดดเดี่ยวใน...ภูเก็ต
สรุปการเดินทาง 3 เดือนแรก
มนต์เสน่ห์ เชียงคาน บันทึกที่ริมสายน้ำโขง
ซ้ำรอยเดิมที่...ตาดหินยาว
ครบรอบ 1 ปี แห่งความรัก หนุ่มตัน กับสาวปลา
อุทัยธานี...มีอะไร?
ได้โปรดเถอะ !!!! นำพาเขามาสู่ฉัน
Home Stay แบบชิวๆ ที่ เขายายเที่ยง



[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (759)
avatar
subject zero
ภาพสวยดี...เราก้อชอบถ่ายรูปถ้าไปเที่ยวอีกเอารูปมาลงอีกนะ
ผู้แสดงความคิดเห็น subject zero (my_alone01-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2008-09-05 20:17:46



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2003 Chomthai team 089-7801770

ตารางออกอากาศรายการชมไทยแลนด์ ช่อง ของดีประเทศไทย   (จานเหลือง DTV และจานเคเบิ้ลท้องถิ่นที่รับได้ทั่วไป)

วันเสาร์ 18:30-19:00 รีรัน อังคาร 22:30-23:00  พฤ. 14:00-14.30  ศุกร์  9:30-10:00 / 16:30-17:00

  Nextstep ชมย้อนหลังรายการชมไทยแลนด์ รายการชมไทยสัญจร ที่ช่อง Real Metro     หนังสือของชมไทย วางแผงกันแล้ว   

 

ติดต่อ : ชมไทย chomthailand.com  14/2  ม.3  คลองถนน  สายไหม  ก.ท.ม.  10220   โทร 089-7801770    e-mail : webmaster@chomthailand.com

Free Page Rank Tool