ReadyPlanet.com
dot
dot
dot
bulletGallery ห้องภาพคนเดินทาง
bulletข่าวสาร เทศกาล ท่องเที่ยว
bulletใต้ฟลายชีท-ชวนกันเที่ยว
bulletมุมเพื่อน บทความ นัดพบ ฯลฯ
bulletห้วงสำนึกเดินทาง blog ,diary
bulletคลังข้อมูล เวบบอร์ดเก่าชมไทย
bulletท่องเที่ยว 76 จังหวัดทั่วไทย
bulletเรื่องเล่าริมทางเดิน
bulletบันทึกเดินทาง (คลังเก่า)
bulletแนะนำ หนังสือน่าอ่าน
ค่ายอาสา ไออุ่นจากพี่ให้น้อง
bulletเที่ยวเกาะช้าง


deuter kovea Eneloop ถุงนอน เป้ ตะเกียง เชือก เดินป่า มีด ไฟฉาย เปลมุ้ง รองเท้า

แบนเนอร์ชมไทย


โลกหมุนช้าลง..ที่..เชียงคาน

 

          

     บนรถ VIP สายเชียงคาน-กรุงเทพ มีฉันกับเพื่อน และผู้โดยสารอีกคนหนึ่งเท่านั้นที่นั่งอยู่บนนี้ รถมุ่งหน้าสู่เมืองเลยเพื่อไปรับผู้โดยสารที่เหลือกลับกรุงเทพ ด้วยความบังเอิญที่เราทั้ง 3 คนได้นั่งอยู่แถวเดียวกัน  มองหน้ากัน ยังไงก็ต้องคุยกันอยู่ดี และลุงเจ้าถิ่นนั่นเองที่เป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนาด้วยคำทักทายสั้นๆ .. “เป็นไง..มาเที่ยวกันเหรอ?”...เราสองคนตอบ “ใช่ค่ะ”....ลุงถามต่อ “นึกยังไง ถึงมาเที่ยวเชียงคาน?”... ฉันว่า “ไม่ได้ตั้งใจมาค่ะ เป็นเพราะพายุเข้า จึงทำให้ไม่รู้ว่าจะไปไหน สุดท้ายก็ต้องมาเสี่ยงที่หมอชิต เดินๆ ดูเห็นชื่อน่าสนใจดี คล้ายๆ เมืองที่อยู่ในลาว ที่ขึ้นต้นด้วยคำว่าเชียง...จึงเดินไปซื้อตั๋วแล้วก็นั่งรถมาเลย”….ลุงแกถามต่อ “แล้วรู้เหรอว่ามีที่เที่ยวที่ไหนบ้าง”...ฉันก็ว่า “ไม่ทราบหรอกค่ะ”........อื่มมม นั่นสินะ แล้วรู้เหรอว่าจะมาเจออะไรบ้าง แล้วรู้เหรอว่ามีที่ไหนน่าเที่ยวบ้าง?....ฉันนั่งนึกย้อนไปเมื่อสามวันที่แล้ว ตอนที่ฉันกับเพื่อนมาถึงเชียงคาน...

   เราสองคนนั่งรถสายกรุงเทพ-เชียงคาน ออกจากหมอชิตตอนทุ่มครึ่ง..หลับๆ ตื่นๆ รู้แต่ว่าฝนตกตลอดทางเลย บางครั้งลืมตาขึ้นมาก็เห็นรถตกไปที่ไหล่ทาง บางครั้งก็เห็นรถพ่วงชนท้ายกันพลิกคว่ำ นั่นคงเป็นเพราะฝนตกถนนลื่น ในใจก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ภาวนาอย่างเดียวเท่านั้นว่า “ขอให้เดินทางปลอดภัย” เช้ามืดรถก็มาจอดสถานที่แห่งหนึ่งที่มืด และเงียบมาก...เสียงกระเป๋ารถตะโกน รถหมดระยะแล้วค่ะ ที่นี่เชียงคาน เราสองคนเดินลงจากรถด้วยอาการงัวเงีย มองหน้ากันเลิ่กลั่ก รถสามล้อเครื่องถามจะไปไหนหนู? เพื่อนหันมามองหน้าฉัน แล้วถามว่า “จะไปไหน”....ฉันนิ่ง.. “ยังไม่รู้เลย เดี๋ยวขอเดินดูก่อนนะ”

เชียงคาน : เมืองคนงาม ข้าวหลามยาว มะพร้าวแก้ว เพริศแพร้วเกาะแก่ง

                แหล่งวัฒนธรรม น้อมนำศูนย์ศิลปาชีพ

     แล้วจากนั้นเราสองคนก็เดินข้ามถนนตรงมาเรื่อยๆ ตอนนั้นถามว่าจะไปไหน ไม่รู้หรอก แค่เห็นว่าทางข้างหน้ามีแสงไฟสว่าง ก็เลยเดาเอาว่าคงจะเป็นตลาดแน่นอน ก็เลยเดินตามแสงไฟมาจนถึงร้านกาแฟที่อยู่ตรงข้ามกับตลาดสด นั่งกินกาแฟ ปาท่องโก๋ และไข่ลวกเสร็จก็พร้อมลุย ถามหาที่พักจากป้าที่ขายกาแฟ แกว่าให้เดินตรงไปเรื่อยๆ จนถึงริมโขงแล้วเลี้ยวซ้ายตรงนั้นมีโรงแรม เราสองคนก็เดินตามที่แกบอก เจอจริงๆ ด้วย ชื่อ “โรงแรมสุขสมบูรณ์” แต่....ประตูปิด ทุกอย่างเงียบสงัด ฉันมองเห็นป้ายทางเข้าโรงแรมและมีลูกศรชี้ ให้เข้าทางนี้ ฉันก็พาเพื่อนเดินเข้ามาตามทางเล็กๆ ที่อยู่ด้านข้างของโรงแรม พอเข้าไปก็เห็นไฟเปิดอยู่ มองเห็นการเคลื่อนไหวจากในบ้าน ฉันจึงเดินเข้าไปแล้วกล่าว “สวัสดีค่ะ...มีห้องพักมั้ยคะ?”....ป้าที่กำลังทำกับข้าวอยู่นั้นละจากงานที่ทำ หันมายิ้มตอบฉัน.. “มีจ้า...ห้องพัดลม 400.- ห้องแอร์ 500”...ฉันบอกขอห้องแอร์ พัก 2 คืนค่ะ แล้วป้าแกก็เดินนำพาขึ้นไปดูห้อง แต่ห้องที่แกพาไปดูนั้นมองไม่เห็นวิวริมโขง ฉันก็ขอแกว่าขอห้องที่มีวิวริมโขงได้มั้ย แกว่าได้ แต่ต้องรอให้ลูกค้าที่พักออกไปก่อน เราสองคนจึงจะเข้าพักได้ ฉันว่ารอได้ค่ะสบายมาก

 

        จากนั้นเราสองคนก็ลงไปนั่งรอด้านล่างที่เป็นส่วนของร้านอาหาร แล้วป้าแกก็ขอตัวไปทำอาหารเพื่อใส่บาตรต่อ ฉันกับเพื่อนนั่งรออยู่ในห้องอาหาร เปิดประตูออกไปด้านหลังเป็นทางเดินเลียบชายโขง อากาศตอนเช้ามีฝนตกลงมาปรอยๆ เย็นดีจนต้องคว้าเสื้อแขนยาวในเป้ออกมาสวม อากาศแบบนี้สร้างความสดชื่นให้เป็นอย่างมาก ฉันคิดว่าพอถึงฤดูกาลท่องเที่ยวที่นี่น่าจะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวแน่ๆ เพราะบรรยากาศเงียบสงบน่าอยู่มากๆ เลย ยืนมองฝนสักพักก็มีเพื่อนคุย ก็ลูกค้าที่พักห้องที่พวกเรารอนั่นแหละ ตื่นแล้วเลยลงมาสูดอากาศยามเช้า เท่าที่คุยกันก็ทราบว่า ลุงๆ และป้ากลุ่มนี้มางานศพญาติเพื่อนที่เชียงคาน เป็นเพราะไม่อยากขับรถตอนกลางคืนจึงพักที่นี่ 1 คืน เพื่อเดินทางกลับในตอนเช้า คุยกันไปถูกคอ เพราะลุงๆ ล้วนแต่อารมณ์ขัน อีกอย่างเป็นทหารกันทุกคนด้วย ประสบการณ์แน่นแบบนี้ ฉันชอบนักแล ฟังลุงแกเล่าประสบการณ์ไป ก็นั่งขำกันไป ก่อนกลับลุงแกขอถ่ายรูปเราสองคนเก็บไว้เป็นที่ระทึก....เอ้ยย!! เก็บไว้เป็นที่ระลึก...แล้วบอกว่าเผื่อจะเอาภาพและเรื่องราวของเราสองคนไปเขียนลงคอลัมภ์ในหนังสือพิมพ์ เกี่ยวกับนักเดินทางแบกเป้ ไม่รู้ว่าแกพูดจริงมั้ย แต่ฉันก็ยิ้มกริ่มเลย....พอเหล่าทหารเคลื่อนทัพจากไป ป้าแม่บ้านก็ขึ้นไปทำความสะอาด แล้วก็เรียกเราเข้าไปเพื่อนำสัมภาระไปเก็บ จากนั้นเราสองคนก็หลับ เอาแรง.....

          สายๆ อาบน้ำอาบท่าเสร็จท้องเริ่มร้อง สมองสั่งให้เท้าเดินไปหาของกินที่ตลาด ฝนก็ยังตกปรอยๆ ดีนะ มีร่มติดกระเป๋ามาด้วยคนละคัน ตลาดช่วงสายๆ นี่คนเริ่มซาแล้ว แต่ก็ยังมีของกินอยู่ ฉันมองเห็นป้ายร้านก๋วยเตี๋ยวดูสะอาดตาดี เลยชวนเพื่อนเข้าไปนั่งกิน สั่งก๋วยเตี๋ยวคนละชาม พร้อมไข่เจียว อิ่มหมีพลีมันกันแล้วก็เดินเล่นรอบๆ ตลาด พอฝนเริ่มลงเม็ดหนาขึ้นก็เดินกลับโรงแรม ฟ้ายังเฉิ่มน้ำอยู่เลย ไม่รู้จะไปไหน อากาศแบบนี้ไม่มีอะไรหน้าทำมากไปกว่าการนอนอยู่บนเตียงอุ่นๆ อีกแล้วล่ะ  แต่พอมาถึงโรงแรมก็ไม่ได้นอนอย่างที่ตั้งใจไว้ เพราะนั่งคุยกับป้าเจ้าของโรงแรมเพลินไปหน่อย ป้าแกเล่าให้ฟัง เกี่ยวกับเมืองเชียงคาน ฤดูไหนน่าเที่ยว ฤดูไหนไม่น่าเที่ยว แล้วก็มีอะไรให้เที่ยวบ้าง เล่าหมดจนไม่มีอะไรจะเล่าสุดท้ายก็บ่นเรื่องลูกแกให้เราฟัง เราก็นั่งฟัง แล้วก็ยิ้มตามแก ความรู้สึกเหมือนได้นั่งคุยกับญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งเลย รู้สึกอบอุ่นมาก จนกระทั่งบ่ายแก่ๆ ฝนเริ่มซา ท้องก็เริ่มหิวอีกแล้ว เราสองคนก็ออกไปเดินเล่นกัน คราวนี้เดินดูโน่นดูนี่ไปเรื่อยๆ

          จากที่สังเกต เชียงคานเป็นเมืองเล็กๆ ที่อยู่ริมน้ำโขงบรรยากาศเงียบสงบ ชาวบ้านอัธยาศัยดี บ้านแต่ละหลังที่นี่เป็นบ้านไม้ชั้นเดียวบ้าง สองชั้นบ้างสร้างแบบสมัยเก่าเมื่อราว 50-70 ปีที่แล้ว บางบ้านหลังใหญ่หน่อยก็แบ่งเป็นห้องๆ ทำเป็นเกสเฮาส์เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เช่าพักในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวเหมือนอย่างโรงแรมที่ฉันกับเพื่อนไปพัก ตามที่ป้าเจ้าของโรงแรมบอก ฉันเดาว่าฤดูกาลท่องเที่ยวก็คงเป็นช่วงฤดูหนาวแน่นอน เพราะช่วงนั้นอากาศเย็น มีหมอกปกคลุมไปทั่ว ดูๆ แล้วก็เหมือนปายที่แม่ฮ่องสอนอยู่เหมือนกันนะ แต่ก็แค่ความรู้สึก ถ้าจะให้เปรียบเทียบระหว่างปาย กับเชียงคานแล้ว ฉันว่าเชียงคานมีความเป็นเมืองมากกว่าปาย แต่ปายเจริญมากกว่าเชียงคาน งงมั้ย?ร้านรวงต่างๆ ที่ปาย ส่วนใหญ่เกิดจากนายทุนต่างถิ่นที่เข้าไปลงทุน เช่นบังกะโลที่พัก ร้านอาหาร และอีกหลายๆ ร้านไม่ใช่คนพื้นที่ แต่ที่นี่ เชียงคานชาวบ้านทำกันเอง และทำได้ดีด้วย ความเป็นต่อของการทำธุระกิจบริการด้วยตัวเองคือการเอาใจใส่ลูกค้า เพราะถ้าคุณไม่เอาใจใส่ลูกค้า ก็คงไม่มีลูกค้าที่ไหนอยากใช้บริการของคุณอีกอย่างที่สังเกตได้คือ ที่เชียงคานไม่มีร้านสะดวกซื้อทั้งหลายแหล่ มีแต่ร้านโชว์ฮ่วยของชาวบ้านเท่านั้น มีทุกอย่างที่จำเป็นให้เราเลือกซื้อ ฉันประทับใจป้าแม่บ้านของโรงแรมที่ฉันพักมากๆ ต่อให้ดึกแค่ไหน หมดเวลางาน หรือช่วงเวลาพัก ถ้าลูกค้าร้องขอ แกเต็มใจช่วยเสมอ อีกอย่างหายากนะที่ลูกค้าจะสามารถนั่งคุยกับเจ้าของโรงแรมได้ ถ้าเปรียบเทียบกับโรงแรมในเมืองใหญ่ๆ แม้แต่หน้าเจ้าของเรายังไม่มีโอกาสได้มองเลย นี่คือเรื่องจริงที่ฉันรู้สึกได้ที่เชียงคาน เดินเล่นไปเรื่อยๆ ทักทายชาวบ้าน ถ่ายภาพน้องหมา และดอกไม้หน้าบ้านเพลินๆ ก็เริ่มหิวขึ้นมาอีกแล้ว มื้อนี้เราสองคนเดินเข้าไปในตลาดสด เพื่อหาของกิน เจอเมนูอาหารแปลกหลายอย่างเช่น “ต้มเส้น” และ “ข้าวเปียก” ด้วยความที่เป็นคนชอบลองอะไรแปลกๆ อยู่แล้วก็สั่งมาอย่างละชาม ชามต้มเส้นเนี่ยะดูๆ เหมือนก๋วยเตี๊ยวนี่แหละ แต่ใช้วุ้นเส้นลวกใส่ผัก มีน้ำซุปปรุงรสได้เหมือนก๋วยเตี๋ยวเลย และข้าวเปียกก็หน้าตาเหมือนก๋วยจั๊บ แต่เส้นเล็กกว่าลักษณะคล้ายโจ๊ก ใส่เลือด และซีโครงหมู มีข้าวเปียกเส้นอีกแบบหนึ่ง คล้ายๆ ก๋วยจั๊บยวน เส้นจะเล็กๆ ยาวๆ คล้ายขนมจีนอยู่ในน้ำซุป โรยด้วยหอมเจียว ชิมแล้วก็อร่อยดีเหมือนกัน ฟาดซะเกลี้ยงชามกันทั้งคู่ อิ่มเลย มื้อนี้หมดไป 35 บาท ต้มเส้น 2 ชามๆ ละ 15 บาท ข้าวเปียก 1 ชามๆ ละ 5 บาท อย่าตกใจ ราคาเท่านั้นจริงๆ นะจะบอกให้....^_^

      ตกเย็น....นี่ยังไม่หมดวันเลย เห็นมั้ยเวลาที่นี่เดินช้าจริงๆ เหมือนโลกหมุนช้าลง....หลังจากไปจองตั๋วรถกลับกรุงเทพแล้วเราสองคนเลือกที่จะนอนอ่านหนังสือบ้างเขียนโปสการ์ดถึงเพื่อนๆบ้าง เพราะอากาศยังไม่เปิด ไปไหนไม่ได้ แบบนี้ก็สบายไปอย่าง ถือซะว่ามาพักผ่อน ซักทุ่มกว่าๆ ท้องร้องอีกแล้ว กินได้กินดีจริงๆ กินอะไรล่ะทีนี้ ฟ้าด้านนอกมืดหมดแล้ว เดินไปอ้อนป้าแม่บ้าน ป้าจ๋าผัดข้าวให้กินหน่อยหิวจัง แกก็เดินไปผัดมาให้ แถมด้วยไข่ดาวคนละฟองอร่อยเหาะไปเลย...อิ่มหมีพลีมัน ขึ้นไปอาบน้ำนอนดูทีวีหลับผลอยไปเลย...

        ตื่นเช้ามา เสียงฝนหยุดไปแล้ว ฉันลุกจากเตียงเดินไปเปิดม่านดู เห็นหมอกขาวโพลนเต็มแม่น้ำโขงเลย ปกติจะมองเห็นฝั่งลาว แต่เช้านี้ มองไม่เห็นอะไรเลย คว้ากล้องขึ้นมาเก็บภาพ และอัดคลิปไว้ซะหน่อย อากาศสดชื่นแบบนี้ เอาเก็บไว้ดูยามร้อนก็ช่วยคลายร้อนได้เหมือนกันนะ....ยังเช้าอยู่เลยเสียงป้าแม่บ้านก๊อกแก๊กๆ อยู่ในครัว สงสัยแกคงลุกมาทำกับข้าวใส่บาตรพระเหมือนเช่นเคย....ฉันกลับไปนอนต่อสักพัก 7 โมงครึ่งก็ลุกอาบน้ำอาบท่า โปรแกรมเช้านี้คือ ขี่มอร์ไซค์ไปเที่ยวแก่งคุดคู้....พอลงมาฝนลงเม็ดอีกแล้ว จึงกางร่มออกไปหาอะไรกินที่ตลาดกันก่อน เช้านี้อยากกินข้าวปุ้นน้ำแกง หรือขนมจีนน้ำยานั่นเอง เดินๆ ทะลุไปถนนศรีเชียงคานซอย 17 หายังไงก็หาไม่เจอข้าวปุ้นน้ำแกง สุดท้ายก็ฝากท้องไว้กับต้มเส้น และข้าวเปียกเหมือนเดิม กลับมาเห็นป้าติ๋มเจ้าของโรงแรมนั่งห่อส้มหมู หรือภาคกลางเราเรียกว่าแหนม ก็เข้าไปนั่งคุยกับแกอีก ก็ได้ความรู้มาอีกว่า ของขึ้นชื่อที่เชียงคานนอกจากผ้านวม และมะพร้าวแก้วแล้วก็มีแหนมนี่แหละ ที่ขึ้นชื่อ ยิ่งแหนมของโรงแรมด้วยแล้ว ส่งลูกเรียนจบปริญญามาหลายคนแล้วนะ....ของเค้าดีจริงๆ ฉันเลยบอกป้า “จัดไป...อย่าให้เสีย 40 ห่อป้า”แกขายห่อละ 10 บาท....เพิ่มงานให้แกอีก.....

 

          ฝนซาแล้ว แต่ฟ้ายังไม่เปิด ถ้าไม่ออก ก็คงจะไม่ได้เที่ยวกันแน่แล้วเรา ฉันกับเพื่อนตัดสินใจ ขี่มอร์ไซค์....ขอบอกว่าเป็นครั้งแรกในชีวิตเลยนะที่ขี่มอร์ไซค์ได้ไกลแบบนี้ แถมใบขับขี่ก็ไม่มีอีก เหอๆๆๆ อย่าเลียนแบบกันเชียวนะ ถือว่าพวกเราโชคดีที่ไม่เจออุบัติเหตุ เพราะนอกจากขี่มอร์ไซค์ไม่แข็งแล้ว ถนนยังลื่นเพราะฝนตกอีก เสี่ยงมากๆ เลยงานนี้ สุดท้ายก็พากันไปถึงแก่งคุดคู้จนได้ เจ๋งจริงๆ

         แก่งคุดคู้ เป็นแก่งหินใหญ่ขวางอยู่กลางลำน้ำโขง ห่างจากตัวอำเภอเชียงคานประมาณ 4 กม. ประกอบด้วย หินก้อนใหญ่ ๆ เป็นจำนวนมากจากการที่หินเหล่านี้อยู่ใต้น้ำเป็นเวลานาน ทำให้หินเหล่านี้มีสีสัน ไปต่าง ๆ ตัวแก่ง กว้างใหญ่เกือบจรดสองฝั่งแม่น้ำโขง มีกระแสน้ำไหลผ่านไปเพียงช่องแคบ ๆ ใกล้ฝั่งไทยเท่านั้นเอง ซึ่งกระแสน้ำเชี่ยวกราก เวลาที่เหมาะจะชมแก่งคุดคู้ที่สุดคือ เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นเวลาที่น้ำแห้ง มองเห็นเกาะแก่งชัดเจน บริเวณแก่ง มีร้านอาหารจำหน่าย มากมาย....แต่เช้านั้นตอนที่เราไปคงฝนตก บวกกับนักท่องเที่ยวน้อย ร้านอาหารและร้านขายของต่างๆ จึงปิดซะส่วนใหญ่ อีกอย่างที่แก่งคุดคู้มีบริการนั่งเรือชมวิวสองฝั่งแม่น้ำโขงด้วย ราคาเช่าเรือถ้า 15 คนขึ้นไปคิดคนละ 30 บาท แต่ถ้าไม่ถึง 15 คนต้องเหมาลำละ 400 บาท ระยะเวลา ครึ่งชั่วโมง เราสองคนไม่ได้นั่งเรือชมวิมสองฝั่งโขงเพียงแต่ถ่ายภาพเท่านั้นก็กลับ ตอนขากลับก็ขี่มอร์ไซค์รอบเมืองเชียงคาน วันนี้ได้อีกบรรยากาศต่างจากเมื่อวานที่เดินเที่ยว...

         จากนั้นแวะไหว้พระที่วัดศรีคุณเมืองเป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งของเชียงคานเลย  อยู่ที่ถนนชายโขงซอย 7 ทางด้านเหนือของตลาดเชียงคาน มีกำแพงแก้วล้อมรอบตัวพระอุโบสถ วัดนี้เป็นแหล่งรวมงานศิลปะทั้งแบบล้านนาและล้านช้างดังจะเห็นได้จากโบสถ์ ซึ่งหลังคาลดหลั่นอย่างศิลปะล้านนา ศิลปวัตุที่สำคัญมีหลายชิ้นเช่นพระพุทธรูปไม้จำหลักลงรักปิดทองปางประทานอภัยแบบล้านช้าง พระพุทธรูปดังกล่าวมีพระเกศาเป็นปุ่มแหลมเล็ก พระกรรณค่อนข้างแหลมและยาว สันนิษฐานว่ามีอายุในราวพุทธศตวรรษที่24-25 นอกจากนี้ในวัดยังมีธรรมาสน์ไม้แกะสลักลงรักปิดทองทุกด้านที่พนักหลังมียอดคล้ายปราสาท ด้านหน้าโบสถ์มีภาพจิตรกรรมฝาผนังอยู่เต็มหน้าบัน ภาพทั้งหมดเป็นภาพนิทานชาดกชุดพระเจ้าสิบชาติซึ่งวาดขึ้นใหม่แทนของเดิม หน้าวัดมีทางเดินลงไปชมวิวแม่น้ำโขงได้ด้วย ด้านล่างแม่น้ำเป็นกระชังเลี้ยงปลาของชาวบ้าน.....กราบพระเสร็จก็ได้เวลาเพลพอดี หิวอีกแล้วซิเรา....

         ก่อนถึงโรงแรมมีร้านอาหารถ้าจำไม่ผิดชื่อระเบียง หรือระเบียงโขงอะไรนี่แหละเป็นร้านที่ขายอาหารประเภทปลาแม่น้ำโขง เราสองคนตัดสินใจกินมื้อกลางวันมื้อใหญ่กันที่นี่...สั่งมาซะเต็มที่ อิ่มหมีพลีมัน หมดไป 365 บาท อร่อยใช้ได้เลยล่ะ หนังท้องตึง หนังตาหย่อน ขี่มอร์ไซค์กลับไปนอนพักเอาแรงกันก่อน ช่วงบ่ายตะลอนต่อ....

         บ่ายแก่ๆ เดินออกมาตั้งใจว่ามื้อนี้จะหาข้าวเหนียวส้มตำกินกัน เพราะอยู่เชียงคานจะ 2 วันแล้วยังไม่ได้ลิ้มรสข้าวเหนียวเชียงคานเลย...จนแล้วจนรอดก็ยังไม่ได้กินสงสัยเดินผิดซอย....

         ช่วงเย็นไม่มีกิจกรรมทำเลยนั่งคุยกับป้าติ๋ม แล้วก็นั่งดูป้าแกห่อแหนม วันนี้มีเพื่อนบ้านมาช่วยห่อด้วย เลยมีเพื่อนคุยเพิ่มขึ้น ป้าแกเล่าเรื่องตลกๆ ทั้งนั้นเลย ขนาดเล่าเรื่องผีอากง ยังตลกเลยอ่ะ แทนที่จะน่ากลัว เราสองคนนั่งฟังกันเพลินไปเลย พรุ่งนี้แล้วซินะต้องกลับแล้ว...ยังไม่อยากกลับเลย

         เช้าวันสุดท้ายก่อนกลับ ตื่นมาฟ้าใสมาก เดินหาร้านกาแฟเจ๋งๆ กินกัน เดินๆ ไป ต้องสะดุดตากับร้านๆ หนึ่งชื่อ “นาทีทอง” เป็นร้านขายกาแฟ และอาหารเช้า ของตกแต่งในร้านเป็นของเก่าๆ ทั้งนั้นเลย ดูมีเสน่ห์ไปอีกแบบ เราสองคนนั่งกินมื้อเช้าที่ร้านนี้เอง มื้อเช้าวันนี้มีไข่กะทะ และกาแฟร้อนหอมกรุ่น เสริฟพร้อมชาหอมๆ อีก 1 กา นั่งกินไป ฟังเพลงไป ได้บรรยากาศมากๆ เสร็จจากมื้อเช้า ตั้งใจว่ายังไงซะวันนี้ต้องกินส้มตำให้ได้ เราสองคนก็ถามชาวบ้านแถวนั้นก็แนะนำให้มากินร้านนี้เค้าว่าอร่อย ร้านอยู่ใกล้ๆ กับตลาดสด ขายส้มตำ, ตำซั่วผสม และแกงหน่อไม้ เราสองคนสั่งทั้ง 3 อย่างเลย ลองกินดู แต่กำชับว่า ไม่เผ็ดนะคะ....ส้มตำกับแกงหน่อไม้ก็หน้าตาเหมือนที่เคยกินที่กรุงเทพ แต่ที่ติดใจก็ตำซั่วผสมนี่แหละ เสริฟกันเป็นถาดเลย ใส่ทุกอย่างจริงๆ ทั้งข้าวปุ้น(ขนมจีน) มะละกอ ผักบุ้ง รวมมิตรผักต่างๆ เลยก็ว่าได้ อร่อยดีเหมือนกันนะ....อิ่มแล้วเดินย่อยต่อ.....วนไปเวียนมาก็ต้องกลับมานั่งคุยกับป้าติ๋มเหมือนเดิม ป้าแกบอกว่าน่าเสียดายมาหน้าฝน เลยไม่ได้เห็นตะวันตกดินที่ริมโขงสวยมากๆ...ป้าแกแหงนหน้ามองฟ้าอีกครั้ง แล้วก็บอกเราว่า ขึ้นรถตั้ง 6 โมงกว่า รับรองได้เห็นแน่ๆ สุดท้ายเราก็ไม่อยู่รอ เพราะวันสุดท้ายนี่แดดแรงสุดๆ ไปเลย ห้าโมงกว่าแล้ว แดดยังไม่ยอมหุบ จึงตัดสินใจด้วยความเสียดาย ว่าครั้งหน้ายังมี แล้วเราคงได้เจอกันแน่ตะวันตกริมฝั่งโขง....เราสองคนยกมือสวัสดีป้ากับลุง แล้วลากลับ เดินไปขึ้นรถ บอกว่าจะมาเที่ยวกันอีกแน่นอนรับรองค่ะ......

         …..รถวิ่งมาจะถึงเมืองเลยแล้ว ลุงแกยังคุยจ้อไม่หยุด.....รถจอดรอผู้โดยสารที่เมืองเลยจนถึงเวลา 2 ทุ่ม 40 ก็ออกมุ่งหน้าสู่กรุงเทพ ตอนรถออกจากเมืองเลยเราสองคนไม่ได้คุยกับลุงคนนั้นอีกเลยเพราะต่างคนก็ต่างหันหน้ามองออกไปนอกกระจก ไม่รู้ลุงแกคิดอะไรอยู่ หรือหลับไปแล้วนะ ส่วนฉันได้แต่นั่งนึกในใจคนเดียว....

         ...เค้าว่ากันว่าแค่มีเป้หนึ่งใบกับเพื่อนร่วมทางที่รู้ใจอีกหนึ่งคน แค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับการเดินทางไปที่ไหนสักที่ คนเรามีวิธีการแสวงหาความสุขที่ต่างกันออกไป ฉันกับเพื่อนก็เช่นเดียวกัน บางครั้ง...ช่วงเวลาแห่งความสุข อาจถูกจำกัดด้วยเรื่องของสถานที่และเวลา หรือจะเป็นเหตุผลร้อยแปดพันประการที่อ้างอิงขึ้นมาแล้วเกิดช่องว่างพาลให้หัวใจหดหู่  ช่องว่างที่หายไปไม่ว่าจะเป็นความสุขที่ได้รับประทานอาหารดีๆ บรรยากาศร้านดีไซน์เก๋ในชั่วโมงเร่งด่วน ความสุขกับคนที่เรารัก หรือแม้แต่จะเป็นความสุขจากบรรยากาศชิลชิลกับกาแฟหอมกรุ่นสักถ้วย หลายคนยิงคำถาม “แล้วจะเติมช่องว่างที่ว่าให้เต็มได้ที่ไหน”....^_^....ฉันมีคำตอบแล้ว.....ที่นี่....เชียงคาน...ที่ที่โลกหมุนช้าลง

 

                                                         “แล้วพบกันทริปหน้านะคะ....จะไปไหนยังไม่รู้เลย”

                                                                                สนุกกับการเดินทางทุกคนจ้า

                                                         ...................................................palmy616

 


 
Palmy-Chomthai
www.chomthailand.com
 

 ภาพถ่ายเพิ่มเติมทริปนี้ เข้าชมได้ที่

http://202.142.215.212/freewebboard/view.php?user=chomthailand&id=1323

..........................................................................................................................................................................................................................................................




ตามรอยตะวัน

แก่งหินเพลง เรื่องบังเอิญ คุณบังอร
ออกนอกกะลา ไปบาหลี ตอนที่ 2 (จบ)
ออกนอกกะลา ไปบาหลี ตอนที่ 1
ลุงชู ที่เขื่อนเขาแหลม
น้ำท่วมทุ่ง ผักบุ้งเต็มคลอง ที่สองพี่น้อง สุพรรณบุรี
หนาวนี้ อีกสักที ที่ สวนผึ้ง ราชบุรี
พักกาย..หย่อนใจ..ที่บ้านไร่ตับเต่า
เรื่องเล่า..อโยธารา...
กว่าจะถึง “ภูกระดึง” article
หมู่เกาะตะรุเตา
ความรู้สึกจางๆ กับไออุ่น 4
โกรกอีดก
แบกเป้ มุ่งหน้าสู่ แก่งกระจาน-พะเนินทุ่ง
ร้อน ฝน หนาว ที่ อช.หมู่เกาะชุมพร
ความทรงจำที่เกาะกุฎี article
เรื่องเล่า.............จากเขาหลวง (สุโขทัย) article
ฝ่าสายฝนจากเชียงของ สู่เพลินวาน
bicycleworld lightblue : เดินทางโดยจักรยานรอบโลก article
เที่ยวอยุธยา เมื่อหน้าน้ำ
โฮมพุเตย...ฝันที่ฉันอยากไป article
เขาใหญ่ อช. แรกของไทย article
เขาหลวง-ประจวบฯ article
“เกาะหมาก-เกาะขาม”...สวรรค์ของคนรักสงบ article
ตะลุยเดี่ยวเที่ยว 3 เกาะอ่าวไทย article
เปิดประตูสู่....เขายายเที่ยง
บนทางแสนไกล...ตาดหินยาว
เมื่อใบไม้เปลี่ยนสี...ที่ขุนแม่ยะ article
เขาโล้นที่เขาแหลม article
บันทึก จากครูดอย (รร.บ้านห้วยโค้ง อมก๋อย) article
เขาหลวง นครศรีธรรมราช article
เรื่องเล่า เชียงคาน
ภูสอยดาว article
ปากน้ำปราณบุรี เขากะโหลก ง่ายๆ สบายๆ ใกล้ๆ กรุง article
เที่ยวเมืองภูเก็ตยังไงให้คุ้มค่าที่สุด article
แอ่วเจียงใหม่ article
น้ำตกป่าละอู ….เราจะกลับมา article
โรงเรียนของหนู (โครงการไออุ่นจากพี่ให้น้องครั้งที่ 1) article
ภูกระดึง........ในวันที่เงียบเหงา article
ภูสอยดาว บันเทิงโบก (...ลองหยุดวิ่งตามดูสักครั้ง) article
ตามหัวใจ..ไปเสม็ด article
สะบายดี..วังเวียง article
ปาย "Pai" article
แบกเป้ลุยเดี่ยว เที่ยว อช.เขาแหลม article
ทริป ”พักใจ ..ไปโกรกอีดก” article
ภาพถ่าย...ลำนำ..และบทเพลง article
เขาสามร้อยยอด article
เวียดนาม (Vietnam) article
จุดเริ่มต้นในการท่องเที่ยว article
อยากอยู่ป่า... article
สู่ยอด...ดอย article
ฝน...ทั้งดีและชั่วอยู่ด้วยกัน article
บทเพลงแห่งธรรมชาติ article
ข้าสองเจ้าบ่าวสองนาย article
บุหรี่ มัจจุราชตัวน้อย article
ป่าขี สายลมและสายน้ำ article
บ้านชมทุ่ง article
เกาะกุฏี ในสำนึก article
เปิดบันทึกการเดินทาง ... โก๋ ก้อนดิน article
เดินป่า เมื่อยามฤดูฝน "ตาดหินยาว" article
ภูสอยดาว article
บันทึกจากห้องเช่าเมื่อยามความเหงามาเยือน article
ผจญภัยที่เกาะช้าง...... article
ชะอำ...ช้ำใจ article
หัวใจเดินทาง..อีกครั้ง!! (Samed Episode II) article
" 7 Days In Tibet " ดินแดนขอบฟ้าหลังคาโลก article
ตำนานคน ตำนานป่า ตำนานการเดินทาง article
เดินป่าขึ้นเขาสน ณ เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเขาสน-เขาสนามเพรียง 12 - 13 -14 - ส.ค. 48 article
พุเตย…พิสูจน์ใจไล่ความกลัว article
บันทึกนี้ที่เชียงใหม่ article
"ลัดเลาะสองฝั่งแม่กลอง แอบมองหิ่งห้อย ร้อยพัน" article
รสชาติใหม่ของการเดินทาง (Suan Soan Pradipat) article
จาก ขญ.11 สู่ ขญ. 10 (Bike Camp) article
เปิดบันทึกเล่มใหม่ กับการผจญภัยที่ “ตาดหินยาว” article
ความสุขไม่ได้รออยู่ที่ปลายทาง article
ห้างเก่า article
แสงประหลาด article
บ้านแม่แสะ article
มืดแปดด้าน article
มะพร้าวตก article
บ้านแพซุง article
บ้านขุนแปะ article
ทุ่งกระทิง article
ด่วนเจ้าพระยา article
ควบจิ้งเหลนดงมุ่งตรง บึงฉวาก article
คลื่นยักษ์ที่โถมซัดไม่อาจทัดทานคลื่นน้ำใจ article
ความเจริญไม่มีที่สิ้นสุด article
ช่างซอตาบอด article
“สู่...ยอดเขาโล้น” article
ดินแดนแห่งอารยธรรม article
“ภูชี้ฟ้า” ภูนี้ไม่เคยว้าเหว่ article
ยอดลมพัด ไม่ได้มีแค่ในตำนาน.. article
เมืองเล็กๆ ที่ชื่อ “ปาย” article
สวัสดี เกาะ 1,000,000 article
ค่ำไหนนอนนั่น article
"กระทิง สิ่งอันเป็นที่รักของฉัน" article
เกาะสีชัง จำลอง...Believe It or Not ! article
" เขาลมพัด " รวมพลคนหน้าตาดี article
จากกรุงเก่าสู่บางปะอิน article
ดอกไม้เบ่งบานกับวัฒนธรรมไร้พรมแดน article
ยี่เป็ง...ประทับใจ
ปาย ฝนต้นหนาว
โชงโดง กับคำถามที่ว่า “เราขึ้นมาทำไม?”
ความเปลี่ยนแปลงใน สังขละบุรี
ตามรอย รัก-ยม ชมไทยไป ขุนแม่ยะ
บันทึกไออุ่น...จากพี่ให้น้อง ครั้งที่2
เสียดาย โดดเดี่ยวใน...ภูเก็ต
สรุปการเดินทาง 3 เดือนแรก
มนต์เสน่ห์ เชียงคาน บันทึกที่ริมสายน้ำโขง
ซ้ำรอยเดิมที่...ตาดหินยาว
ครบรอบ 1 ปี แห่งความรัก หนุ่มตัน กับสาวปลา
ในสายหมอกที่ “ภูสอยดาว”
อุทัยธานี...มีอะไร?
ได้โปรดเถอะ !!!! นำพาเขามาสู่ฉัน
Home Stay แบบชิวๆ ที่ เขายายเที่ยง



[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (5486)
avatar
ao tmc

ไปมาแล้วสวยมากมาก  

อยากไปอยู่ไปเลย

ผู้แสดงความคิดเห็น ao tmc (ao_tmc-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-02-15 01:58:18


ความคิดเห็นที่ 2 (7289)
avatar
ดีค่ะที่ได้เกิดเป็นคนเชียงคาน

ตุ้มค่ะ ดีค่ะที่เกิดคนเชียงคาน

ผู้แสดงความคิดเห็น ดีค่ะที่ได้เกิดเป็นคนเชียงคาน (aa-aa-at-thaiirc-dot-com-dot-)วันที่ตอบ 2009-03-10 14:45:20


ความคิดเห็นที่ 3 (35938)
avatar
ไอเดีย ดีดี
อัพเดทการเดินทางให้ครับ ถโดยสารประจำทาง บริษัท ขนส่ง จำกัด มีรถโดยสารประจำทางวิ่งระหว่าง - กรุงเทพฯ-เลย ทุกวัน ทั้งรถธรรมดาและรถปรับอากาศ ใช้เวลาประมาณ 10 ชั่วโมง แล้ว นั่งรถสองแถวจากท่ารถ จ.เลยมายังเชียงคานใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง www.transport.co.th ขาไป- กรุงเทพฯ - เชียงคาน จะมีวันละ 1 เที่ยว โดยจะมีทั้ง ป.2 และ VIP เวลาออกจะไม่เท่ากัน ป.2 จะออกจากกรุงเทพฯ 20.00 น. ค่ารถ 347 บาท ถึงเชียงคานไม่เกิน 06.00 น.* VIP จะออกจากกรุงเทพฯ 22.00 น. ค่ารถ 6-- บาท ถึงเชียงคานไม่เกิน 06.00 น. ขากลับ- เชียงคาน - กรุงเทพฯ จะมีวันละ 1 เที่ยว โดยจะมีทั้ง ป.2 และ VIP เวลาออกจะไม่เท่ากัน ป.2 จะออกจากเชียงคาน 18.30น. ค่ารถ 347 บาท ถึงกรุงเทพฯไม่เกิน 05.00 น.* VIP จะออกจากเชียงคาน18.00 น. ค่ารถ 6-- บาท ถึงกรุงเทพฯไม่เกิน 05.00 น. ภูกระดึงทัวร์ ขาไป- กรุงเทพฯ - เชียงคาน จะมีวันละ 1 เที่ยว ม2 จะออกจากกรุงเทพฯ 19.00 น. ค่ารถ 347 บาท ถึงเชียงคานไม่เกิน 06.00 น.*(มีบัตรอาหาร) โทรจองกรุงเทพฯ 02-9360511 ขากลับ- เชียงคาน - กรุงเทพฯ จะมีวันละ 1 เที่ยว ม2 จะออกจากเชียงคาน 18.30น. ค่ารถ 347 บาท ถึงกรุงเทพฯไม่เกิน 05.00 น.*(มีบัตรอาหาร) โทรจอง ร้านแสงทอง เจ้ใจ(ข้างๆๆร้านไอเดีย ดีดี)042-821305 แอร์เมืองเลย ขาไป- กรุงเทพฯ - เชียงคาน จะมีวันละ 1เที่ยว ป.1จะออกจากกรุงเทพฯ 19.30 น. ค่ารถ 4-- บาท ถึงเชียงคานไม่เกิน 06.00 น.* ขากลับ- เชียงคาน - กรุงเทพฯ จะมีวันละ 2 เที่ยว ป.1จะออกจากเชียงคาน 08.00น. ค่ารถ 4-- บาท ถึงกรุงเทพฯไม่เกิน 20.00 น.* ป.1จะออกจากเชียงคาน18.00 น. ค่ารถ 4-- บาท ถึงกรุงเทพฯไม่เกิน 05.00 น. รายละเอียดสอบถามที่สถานีขนส่งสายอีสาน ถนนกำแพงเพชร 2 (หมอชิต 2) โทร. (02) 936-0667, 936-0657 รถไฟ การ รถไฟแห่งประเทศไทย มีรถไฟไปจังหวัดหนองคายและต่อรถโดยสารจาหนองคายมาจังหวัดเลยได้อีกต่อหนึ่ง รายละเอียดสอบถาม หน่วยบริการเดินทาง สถานีรถไฟกรุงเทพฯ โทร. 233-7010, 223-7020 เครื่องบิน บริษัท การบินไทย จำกัด มีเที่ยวบินกรุงเทพฯ-อุดรธานี ทุกวัน วันละ 3 เที่ยว แล้วสามารถต่อรถยนต์ไปจังหวัดเลย อีกประมาณ 140 กม. รายละเอียดสอบถาม โทร. 280-0060, 628-2000 และที่จังหวัดอุดรธานี โทร. (042) 243222, 246697 เครื่องบิน โดยสายการบินนกแอร์ กรุงเทพฯ-เลย เฉพาะวันศุกร์และวันอาทิตย์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ 1318 ,www.nokair.co.th หรือสามถามได้ที่ร้านไอเดียดีดี ซอย 12-13 เส้นชายโขง www.idea-deedee.com http://ideadd.multiply.com
ผู้แสดงความคิดเห็น ไอเดีย ดีดี วันที่ตอบ 2009-04-03 09:26:45


ความคิดเห็นที่ 4 (38032)
avatar
bj CK

ทะเลหมอกที่เชียงคานก็มีนะ...........แต่ต้องหน้าหนาว

ผู้แสดงความคิดเห็น bj CK วันที่ตอบ 2009-06-26 22:25:56


ความคิดเห็นที่ 5 (133039)
avatar
หนุ่ม

ขายตั๋วรถทัวร์กรุงเทพ-เชียงคาน 2 ที่นั่งของแอร์เมืองเลย ราคา 800 บาท รถออกวันที่ 30 ธ.ค. 52 เวลาทุ่มครึ่ง ติดต่อหนุ่ม 0815548953 ไปไม่ได้แล้วติดงาน เสียดายมาก อยากให้ไปกันครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น หนุ่ม (num_sdib-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-12-24 11:02:54


ความคิดเห็นที่ 6 (133234)
avatar
เชียงคาน.com

เที่ยวเชียงคาน โดนใจ ไปเลย

http://www.xn--42cfi6dyb2fra0g.com/

เชียงคาน ..!!!

ผู้แสดงความคิดเห็น เชียงคาน.com วันที่ตอบ 2010-01-09 09:40:17


ความคิดเห็นที่ 7 (133892)
avatar
Big

ตอนนี้น้ำแห้งมากที่เชียงคานได้ไปพักที่ เฮือนติ่งคำ ด้านพลังบ้านติดแม่น้ำโขงเลย บรรยากาศดีมาก ถ้าเพื่อนๆมีเวลาอยากให้ลองไปเที่ยวดูสักครั้งหนึ่ง

ผู้แสดงความคิดเห็น Big วันที่ตอบ 2010-03-08 12:18:38


ความคิดเห็นที่ 8 (135345)
avatar
เชียงคาน ลานลม

เชียงคาน ลานลม : Chiangkan Lanlome
ร้านลานลม (LANLOME) เราคัดสรรเม็ดกาแฟสดได้คุณภาพมาตรฐาน กาแฟโบราณ แท้ ๆ รสชาติจะออกเข้มข้นหวานมันแบบไทย แต่ได้ความหอมที่เหนือกว่า เพราะชงจากกาแฟสด สูตรดั้งเดิม บรรยากาศร้านร่มรื่น อากาศบริสุทธิ์ พนักงานบริการด้วยรอยยิ้ม มาเที่ยว เชียงคาน อย่าลืมแวะมาชิมกาแฟโบราณที่ "ร้านเชียงคาน ลานลม"และแวะทักทายกันได้ที่ http://www.lanlome.com/

ผู้แสดงความคิดเห็น เชียงคาน ลานลม (pr-dot-siamsafetyplus-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-07-21 21:02:08


ความคิดเห็นที่ 9 (137169)
avatar
ปริญญา

จะไปวันที่3-6ธันวานี้  ยังหารถไปไม่ได้เลย 

ใครก็ได้ช่วยบอกทีจะไปแบบไหนดี

บ ขส ....รถเต็มหมดแล้ว....

ผู้แสดงความคิดเห็น ปริญญา (pariya_-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-11-18 19:40:55


ความคิดเห็นที่ 10 (138010)
avatar
โชคอนันต์บ้านพัก

โชคอนันต์บ้านพัก  ซอย 18 ล่าง บริการที่พักและรถจักรยานโบราณ  เป็นบ้านไม้สองชั้นที่พักสะอาดบริการเป็นกันเอง  ใกล้ถนนคนเดิน-บ้านโบราณและแม่น้ำโขง  มีที่จอดรถปลอดภัยสะดวกสบายและมีบริการกาแฟ  โอวัลติน  อาหารเช้าฟรี  สนใจติดต่อ  081-7685704  และดูรายละเอียดได้ที่http://www.chiangkhan.com/forum/topics/2066709:Topic:339330  ค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น โชคอนันต์บ้านพัก วันที่ตอบ 2011-01-25 10:36:25


ความคิดเห็นที่ 11 (138907)
avatar
ชาวเยาวราช

 แกะดำ แห่งเมืองเชียงคาน

เชียงคานเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ธรรมชาติสวยงาม ผู้คนท้องถิ่นมีอัธยาศัยดี น่ารัก ขอให้ชาวเชียงคานร่วมด้วยช่วยกันดูแลรักษาสิ่งดีๆของเมืองเชียงคานเอาไว้ เราเป็นนักท่องเที่ยวผู้หนึ่งที่ไปเที่ยวแล้วประทับใจ แต่อดเป็นห่วงไม่ได้เพราะมีสิ่งทำลายความรู้สึกและอาจจะทำลายความรู้สึกดีๆของนักเที่ยวหลายๆ คนมาแล้วที่อยากจะฝากบอกชาวเชียงคาน คือ

ร้านเฮือนฝ้ายคำ สิ่งแรกที่เราได้รับเมื่อเราย่างเท้าเข้าไปคือการบริการที่แย่มาก เราไปกันทั้งหมดรวมเด็กและผู้ใหญ่ 20 กว่าคน แจ้งให้พนักงานต่อโต๊ะให้ ทางพนักงานบอกให้นั่งดูก่อน (โต๊ะขนาด 3 ตัวต่อกันนั่งได้ประมาณ12-13 คน สงสัยว่าเขาจะให้เรานั่งตักกัน) ซึ่งยังไงก็ต้องต่อโต๊ะ แค่การต่อโต๊ะก็มีปัญหาแล้ว ที่สำคัญเมนูอาหารไม่แจ้งราคา ยิ่งกว่านั้นคือทางร้านนำเนื้อหมูเน่ามีกลิ่นเหม็นมาทอดให้กลุ่มเรากิน เราทุกคนลองทานดูแล้วต่างบอกว่ามีกลิ่นเหม็น(ทั้งๆที่ทอดแล้ว) พอแจ้งให้พนักงานทราบเขาก็ยกจานหมูทอดนั้นกลับไป แล้วเดินกลับมาบอกกลุุ่มเราว่าเขาชิมดูแล้วบอกว่าไม่เหม็นและไม่นำหมูทอดจานนั้นกลับมาคืนเรา ซ้ำแสดงสีหน้าท่าทางไม่พอใจ เราก็เลยบอกให้คิดเงินไปเลยเพราะมาเที่ยวไม่ได้อยากมีเรื่อง อาหารที่สั่งก็มีแต่พื้นๆ แต่ราคาแพงระดับภัตราคาร กลับมากรุงเทพเราเลยประกาศบอกเพื่อนๆ ทุกคนว่าถ้าไปเชียงคานอย่าหลงเข้าไปกินอาหารร้านเฮือนฝ้ายคำาเด็ดขาด ให้ไปหาทานแถวๆแก่งคุดคู้ซึ่งมีกลุ่มแม่บ้านทำ รสชาดก็อร่อย เมนูแจ้งราคา คนขายอัธยาศัยดี เป็นคนท้องถิ่น บรรยากาศเยี่ยม ขอฝากถึงท่านนายกเทศมนตรีเมืองเชียงคานช่วยดูแลด้วย อย่าให้เราถึงขั้นต้องห่อข้าวห่อน้ำไปกินเองเลยนะคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ชาวเยาวราช วันที่ตอบ 2011-05-11 12:06:59


ความคิดเห็นที่ 12 (140926)
avatar
น๊อต
วันนี้ผมอยู่เชียงคานอยู่เพิ่งจะเข้าไปร้านเฮือนฝ้ายคำผมลองสั่งเบียร์ขวดเดียวกับยำปลาดุกฟูมาทานดูเห็นร้านนี้ทำเลดีเลยเข้าแต่ยำปลาดุกฟูที่สั่งมารถชาติไม่ได้เรื่องแฟนผมยังบอกเลยว่ายอดแย่มากปลาดุกฟูนิ่มคนกินจะไม่ลงคงทำไว้นานแล้วกว่าจะได้อาหารก็นานเครื่องดื่มก็มาช้าหรือเห็นเราสั่งน้อยไม่ค่อยมีเงินหรอหุหุไม่ใช่หลอกผมแค่อยากลองดูว่าอาหารอร่อยไหมสั่ง1อย่างก่อนถ้าอร่อยก็จะนั่งยาวแต่ที่นี่ไม่ได้เรื่องจะบอกต่อกันไปว่าไม่ได้เรื่อ่งจริงๆ
ผู้แสดงความคิดเห็น น๊อต (admin874-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-02-05 23:20:12


ความคิดเห็นที่ 13 (154994)
avatar
เก๋
ร้านฝ้ายคำเปลี่ยนเจ้าของมาได้ประมาณปีนึงแล้ว ร้านดูสวยกว่าเก่ามาก นี่ถ้าไม่ต้องอนุรักษ์ของเก่า เจ้าของใหม่คงทำร้านสวยกว่านี้ อาหารอร่อย แต่ช่วงพีคคนเข้าร้านเยอะก็เหมือนทั่วไปคือต้องรอ เห็นฝรั่งมาบ่อยเชียว มีค็อกเทลให้ชิมด้วย บางคนไม่รู้ว่าจักรยานเป็นสัญญลักษณ์ของเชียงคาน ก็ไปว่าเค้า อะไรๆก็วางจักรยานไว้ก่อน
ผู้แสดงความคิดเห็น เก๋ วันที่ตอบ 2015-02-10 23:16:31



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2003 Chomthai team 089-7801770

ตารางออกอากาศรายการชมไทยแลนด์ ช่อง ของดีประเทศไทย   (จานเหลือง DTV และจานเคเบิ้ลท้องถิ่นที่รับได้ทั่วไป)

วันเสาร์ 18:30-19:00 รีรัน อังคาร 22:30-23:00  พฤ. 14:00-14.30  ศุกร์  9:30-10:00 / 16:30-17:00

  Nextstep ชมย้อนหลังรายการชมไทยแลนด์ รายการชมไทยสัญจร ที่ช่อง Real Metro     หนังสือของชมไทย วางแผงกันแล้ว   

 

ติดต่อ : ชมไทย chomthailand.com  14/2  ม.3  คลองถนน  สายไหม  ก.ท.ม.  10220   โทร 089-7801770    e-mail : webmaster@chomthailand.com

Free Page Rank Tool