dot
dot
dot
bulletGallery ห้องภาพคนเดินทาง
bulletข่าวสาร เทศกาล ท่องเที่ยว
bulletใต้ฟลายชีท-ชวนกันเที่ยว
bulletมุมเพื่อน บทความ นัดพบ ฯลฯ
bulletห้วงสำนึกเดินทาง blog ,diary
bulletคลังข้อมูล เวบบอร์ดเก่าชมไทย
bulletท่องเที่ยว 76 จังหวัดทั่วไทย
bulletเรื่องเล่าริมทางเดิน
bulletบันทึกเดินทาง (คลังเก่า)
bulletแนะนำ หนังสือน่าอ่าน
ค่ายอาสา ไออุ่นจากพี่ให้น้อง
bulletเที่ยวเกาะช้าง


deuter kovea Eneloop ถุงนอน เป้ ตะเกียง เชือก เดินป่า มีด ไฟฉาย เปลมุ้ง รองเท้า

แบนเนอร์ชมไทย


โรงเรียนของหนู (โครงการไออุ่นจากพี่ให้น้องครั้งที่ 1) article


     

วันนี้ จะเดินทางสู่อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่...

อยู่ดีๆ ก็นึกถึงเพลงนี้ขึ้นมา...ฟังเพลงนี้ทุกครั้ง ยังไม่ค่อยรู้สึกอะไรเท่าไหร่...เพียงแต่ฟังแล้วรู้สึกว่าเพลงเพราะดีนะ

แต่วันนี้กลับมาฟังอีกครั้ง ความรู้สึกแตกต่าง....ไม่รู้ทำไม...ไว้กลับจากอมก๋อย จะมาถ่ายทอดให้ฟัง

เพลง : โรงเรียนของหนู

ศิลปิน : พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์

เนื้อเพลง

สายลมหนาวพัดโบกโบย พลิ้วดูแล้วสวยใสๆ

เย็นลมเย็นไหวๆ สวยงาม บ้านอยู่ไกลทุรกันดาร

โรงเรียนอยู่หลังเขา มีแต่เราพวกเราไม่มีใคร


**ยามร้อนแสนร้อน ยามหนาวก็หนาวถึงใจ

ไม่มีผ้าห่มคลุมกาย


***โรงเรียนมีครูหนึ่งคน ครูผู้เสียสละตน

อดทนอยู่ห่างไกลความสบาย

ใช่จะวอนให้เห็นใจ ความสำนึกต่อเพื่อนไทย

ไทยกับไทยใยแตกต่างกัน


****โรงเรียนของหนูอยู่ไกลๆๆอยากให้คุณ ๆ หันมอง

โรงเรียของหนู
ซ้ำ **/***/****

ภาพบรรยากาศรอบๆ โรงเรียนบ้านห้วยโค้ง

 

"โครงการไออุ่น..จากพี่ให้น้อง ครั้งที่1"

อำเภออมก๋อย (จังหวัดเชียงใหม่) : ดินแดนในหุบเขา ใต้ร่มเงาพระเจ้าแสนทอง ดอยม่อนจองสูงสง่า     สัตว์ป่าล้วนมากมี ประเพณีหลายเผ่าพันธุ์

กลับมาแล้วจ้า มีความสุขมากมายมาแบ่งปัน...

เกริ่นไว้ก่อนออกเดินทาง ว่าฟังเพลงโรงเรียนของหนู เพลงนี้แล้วรู้สึกแตกต่างจากทุกครั้งที่ได้ฟัง นั่นคงเป็นเพราะฉันกำลังได้สัมผัสถึงเพลงนี้จริงๆ น่ะสิ สืบเนื่องมาจากโครงการไออุ่น...จากพี่ให้น้อง ครั้งที่1 ของชมไทย ร่วมกับมูลนิธิรักษ์ไทย โครงการนี้ทำให้ฉันเรียนรู้อะไรดีๆ เยอะแยะมากมายเกี่ยวกับการให้ ซึ่งถ้าไม่ได้ไปสัมผัส ก็คงนึกภาพไม่ออก ดังนั้นจึงตัดสินใจร่วมเดินทาง ไปในทริปนี้ด้วย...ก่อนอื่นมารู้จักอำเภออมก๋อยกันก่อนดีกว่านะ...

 ความเป็นมา

“อมก๋อย มาจากคำว่า “อำ – กอย” เป็นภาษาลัวะ (ละว้า) แปลว่า “ขุนน้ำ” หรือ “ต้นน้ำ” สันนิษฐานว่าหมายถึงต้นน้ำแม่ตื่นที่ไหลผ่านชุมชนเมืองโบราณจากตำนานเมืองตื๋นนันทบุรี จารึกไว้ว่า “พระยาช้างเผือกและพระยาเสิกสองพี่น้องได้พาราษฎรอพยพจากเมืองเชียงใหม่ มาสร้างเมืองตื๋นนันทบุรี ในปี พ.ศ. 1985 (ตั้งอยู่ในตำบลแม่ตื่นปัจจุบัน) มีอาณาเขตถึงบ้านฟ้อนฟ้า นาหงสะหรง แม่ระมาด หินลาด นาไฮ หนองแสง ดินแดง บ้านป๊อก บ้านหมากผาลาด และวังคำ ต่อมา พระอทิตตราได้สร้างพระบรมธาตุเจดีย์วัดจอมแจ้งขึ้นที่ดอยนางน้อง ในปีพ.ศ. 2148 และพระยาอนันตราชเจ้าเมืองตื๋นได้บรรจุพระบรมธาตุไว้ในเจดีย์นี้ในปี พ.ศ. 2299 ซึ่งมีประเพณีจัดงานไหว้พระธาตุในเดือน 9 เหนือขึ้น 15 ค่ำ สืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน

สำหรับที่ตั้งอำเภออมก๋อยในปัจจุบัน เดิมเป็นหมู่บ้านของชาวลัวะ มีขุนแสงทองเป็นหัวหน้าหมู่บ้าน ครั้นต่อมาได้มีคนเมืองอพยพเข้ามาอยู่แทนที่ ชาวลัวะได้อพยพออกไปอยู่ในท้องที่อำเภออื่นจนหมดสิ้น ทางราชการได้ตั้งเป็นตำบลอมก๋อย ขึ้นอยู่ในการปกครองของอำเภอฮอด ตั้งเป็นกิ่งอำเภออมก๋อย เมื่อปี 2473 และยกฐานะขึ้นเป็นอำเภออมก๋อย เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2501 เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่ทางใต้สุดของจังหวัดปัจจุบันมีนายชูศักดิ์ ปฐมอารีย์ เป็นนายอำเภอคนที่ 22 ซึ่งดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม 2546 เป็นต้นมา

อำเภออมก๋อยอยู่ทางภาคเหนือของประเทศไทย และเมื่อกล่าวถึงภาคเหนือ นอกจากขนบธรรมเนียมประเพณีที่งดงาม อาหารการกินที่อร่อยแล้ว เรายังนึกถึงชุมชนชาวเขาเผ่าต่างๆ ด้วย "กระเหรี่ยง" เป็นอีกหนึ่งชุมชนอันดับต้นๆ ที่พวกเรานึกถึง มารู้จักประวัติความเป็นมาของชนเผ่ากระเหรี่ยงกัน...

ประวัติความเป็นมาของชนเผ่ากะเหรี่ยง
.......กะเหรี่ยงเป็นชนเผ่าที่จัดได้ว่ามีหลายเผ่าพันธุ์ หลายภาษา มีการนับถือศาสนาที่ต่างกัน แต่กะเหรี่ยงดั้งเดิมจะนับถือผี เชื่อเรื่องต้นไม้ป่าใหญ่ ภายหลังหันมานับถือพุทธ คริสต์ เป็นต้น กะเหรี่ยง มีถิ่นฐานตั้งอยู่ที่ประเทศพม่า แต่หลังจากถูกรุกรานจากสงคราม จึงมีกะเหรี่ยงที่อพยพเข้ามาอาศัยอยู่ประเทศไทย กะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย แบ่งออกได้เป็น 4 ประเภท แบ่งออกเป็นกลุ่มย่อย กะเหรี่ยงสะกอ หรือที่เรียกนามตัวเองว่า ปากะญอ หมายถึงคน หรือมนุษย์นั้นเอง กะเหรี่ยงสะกอเป็นกลุ่มที่มีจำนวนมากที่สุด มีภาษาเขียนเป็นของตนเอง โดยมีมิชชันนารีเป็นผู้คิดค้นดัดแปลงมาจากตัวหนังสือพม่า ผสมภาษาโรมัน กลุ่มนี้หันมานับถือศาสนาคริสต์เป็นส่วนใหญ่ กะเหรี่ยงโปร์นั้นเป็นกลุ่มที่ค่อนข้างเคร่งครัดในประเพณี พบมากที่ อำเภอ แม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน อำเภอ อมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ และแถบตะวันตกของประเทศไทย คือ กะเหรี่ยงบเว พบที่ อำเภอ ขุนยวม แม่ฮ่องสอน ส่วนปะโอ หรือตองสูก็มีอยู่บ้าง แต่พบน้อยมากในประเทศไทย ชนเผ่า "ปกากะญอ" เป็นชนเผ่าที่บอกกล่าวถึงประวัติศาสตร์ความเป็นมานับร้อยนับพันเรื่อง เรียงร้อยเก็บไว้ในเเนวของนิทาน อาจจะไม่ใช่หลักฐานที่เเน่ชัด เเต่ก็พยายามที่จะเล่าสืบทอดให้ลูกหลานได้รู้ ถึงความเป็นมาของเผ่าพันธุ์ และวัฒนธรรมของตัวเอง เล่ากันตั้งแต่สมัยที่พระเจ้าสร้างโลก พระองค์ได้สร้างมนุษย์ คู่แรก คือ อดัม กับเอวา ทั้งสองคนได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในสวน (เอเดน) ที่พระองค์ได้สร้างไว้ ทั้งสองได้ทำ ผิดกฎ ของสวรรค์ จึงถูกเนรเทศลงมาใช้กรรมอยู่ในโลกจนกระทั่งมีลูกหลานสืบเชื้อสายมาจนถึงทุกวันนี้
 
กล่าวถึงตำนาน
      ที่ตั้งของชนเผ่ากะเหรี่ยง ตั้งอยู่ที่ภูเขา "ทอทีปล่อก่อ" มีผู้เฒ่า "เทาะแมป่า" เป็นหัวหน้า หมู่บ้านสืบเชื่อสายมาจนลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง เมื่อที่ทำกินไม่พอเทาะแมป่าจึงพาลูกหลานอพยพย้ายถิ่นฐาน ระหว่างการเดินทางว่ากันว่าเทาะแมป่าเดินเร็วมากลูกหลานพากันหยุดพัก เทาะแมป่าไม่สนใจลูกหลาน พยายามที่จะเดินไปข้างหน้าเรื่อยๆ จนมาหยุดตามที่ต่างๆ แถบแถวลุ่มน้ำสาละวินบ้าง ลุ่มน้ำอิระวดีบ้าง กระทั้งสืบเชื้อสายเผ่าพันธุ์ จนมาถึงทุกวันนี้มีกะเหรี่ยง อาศัยอยู่กระจัดกระจาย ทั่วไปในเขตพม่า ตลอดจนในเขตภาคเหนือ และตะวันออกของประเทศไทย เอกสารบางชนิดระบุว่าคนกระเหรี่ยงอาศัยอยู่ในตะวันออกเฉียงไต้ของประเทศจีน เมื่อถูกขับไล่หนี ลงมาตั้งหลักในระว่างกลางเขตพม่ากับมอญ ตอนหลังถูกพม่าบีบ ต้องอพยพอยู่บนภูเขา เอกสารบางชิ้นระบุว่าคนกะเหรี่ยงที่อพยพเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทยล้วนมาจากพม่าทั้งสิ้น เพียงแต่ ไม่มีเอกสารยืนยันว่าเข้ามาอยู่เมื่อใด แต่สันนิษฐานว่าเข้ามาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย บ้างก็ว่าในดินแดนล้านนา หรือก่อนโยนกด้วยซ้ำ นั้นหมายถึงการกำเนิดเมืองเชียงใหม่

การย้ายถิ่นฐาน
      จากคำบอกกล่าวของ "พือ มูล บุญเป็ง" คนเฒ่า คนแก่ ได้กล่าว เล่าความเป็นมาของกะเหรี่ยงในประเทศไทย พื้นที่หลักที่กะเหรี่ยง (ปกากะญอ) อาศัยอยู่ครั้งเเรกคือ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ โดยยึดอาชีพเกษตรกรรม ในการหาเลี้ยงชีพ ต่อมาในสมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง รัฐบาลไทยได้เปิดโอกาสให้บริษัทต่างชาติประมูล โครงการทำป่าสัมปทาน ณ.ตำบลแม่ยาว จังหวัดเชียงราย โดยบริษัทที่ชนะการประมูล จะได้กรรมสิทธิ์การทำธุรกิจขนส่งไม้ จากตำบล แม่ยาว ออกไปยังต่างประเทศ ซึ่งในขณะนั้น บริษัทจากประเทศฝรั่งเศส หรือที่ชาวกระเหรี่ยงเรียกกันว่า บริษัท "ห้าง โบ๋ เบ๋" ได้กรรมสิทธิ์ในการทำธุรกิจสัมปทานในครั้งนั้นไป "พือ มูล บุญเป็ง" เล่าต่อว่าหลังจากที่ "ห้างโบ๋ เบ๋" เข้ามาทำธุรกิจในเมืองไทย ปัญหาแรกที่พบคือการสื่อสาร และการทำสัมปทานไม้ในสมัยนั้น จำเป็นต้องมี ช้างควานช้างในการลากไม้ซุง หลังจากเสร็จสัมปทาน กะเหรี่ยง (ปกากะญอ) ส่วนหนึ่งได้ตั้งหลักปักฐานอยู่บ้านน้ำลัด อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย โดยเห็นว่าเป็นที่เหมาะแก่การทำการเกษตร ได้ใช้ชีวิตมาจนกระทั่งสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ช่วงทำสงครามกะเหรี่ยงได้ร่วมมือกับทหารไทย โดยใช้ช้างเป็นพาหนะ ในการลำเลียง สิ่งของ เสบียง อาหาร ให้กับทหารไทยในการรบครั้งนั้น หลังสงครามมีชนพื้นเมืองย้ายถิ่นฐานกลับมามากขึ้น ทำให้ที่คับแคบแออัดขัดแย้งที่ทำมาหากิน กะเหรี่ยงส่วนหนึ่งจึงตัดสินใจออกเดินทางอีกครั้ง
 
กำเนิด ตำบลแม่ยาว
      เนื่องด้วยชนเผ่ากะเหรี่ยง มีนิสัยรักความสงบ ชอบใช้ชีวิตอย่างสันโดษ เมื่อมีประชากรหนาแน่น จึงมองหาที่ทำกินใหม่ โดยเล็งเห็นว่า ตำบลแม่ยาว ที่เคยเป็นสัมปทานเก่า เป็นที่อุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การเพาะปลูก ขณะนั้นผู้เฒ่า (เซโค่) ตุดง ธุระวร ได้เป็นผู้นำพาลูกหลาน และลูกบ้านส่วนหนึ่งย้ายขึ้นมา ตั้งหลัก ปักฐาน อยู่ที่ตำบลแม่ยาว อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย คำว่า แม่ยาว ตั้งขึ้นมาจากสัมปทานแม่ยาวนั้นเอง แต่ยังมีบางส่วนที่ ย้าย กระจัดกระจายออกไป ตามส่วนต่างๆ ตามแทบแถว ตำบล ทุ่งพร้าว อำเภอ แม่สรวย จังหวัดเชียงราย ยังมีส่วนที่ย้าย และอาศัยอยู่แถบแนวชายแดนของจังหวัดกาญจนบุรี ใช่ว่าจะมีเพียงเท่านี้ ทุกวันนี้ ยังมีประชากรกะเหรี่ยงอาศัยกระจัดกระจายทั่วทุกภาคของประเทศไทย 
 
 

 

 

 

เมื่อทำความรู้จักกับเจ้าของพื้นที่กันแล้วจากนั้นก็ออกเดินทางได้....ครั้งนี้เป็นการเดินทางที่ยาวนานกว่าครั้งไหนๆ ของฉันเลยทีเดียว ทั้งระยะทาง และสภาพการเดินทาง ทุกลักทุเลมากเลย กว่าพวกเราจะบุกป่าฝ่าดงเข้าไปถึงที่นั่น แทบแย่ เครื่องในหลายๆ ส่วนรวมไปกองไว้ข้างล่างหมด พวกเราเดินทางสู่โรงเรียนบ้านห้วยโค้งด้วยรถขับเคลื่อน 4 ล้อ เนื่องจากทางที่โหดมากๆ รถธรรมดาคงจอดเดี้ยงอยู่ตรงป้ายทางเข้าแล้วล่ะ

สุดท้ายพวกเราก็เข้ามาถึงจนได้...หลายๆ คนสงสัยว่าใครหนอช่างเข้ามาอยู่ในที่แบบนี้ ฉันนึกในใจว่าจริงๆ แล้วเราต้องบอกว่า ใครหนอช่างหาพวกเขาเจอ และนึกถึงภาระหน้าที่อันหนักอึ้งของคนทำทาง และพนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพราะบางครั้งเราสามารถเห็นเสาไฟและสายไฟอยู่ประปรายเป็นระยะๆ ตามรายทาง พวกเขาเหล่านั้นช่างอุตสาหะจริงๆ
และนี่คงเป็นจุดที่ซาบซึ้งของเพลงนี้อีกจุดหนึ่งคือ "โรงเรียน..ของหนูอยู่ไกล..ไกล๊...ไกล..อยากให้คุณๆ หันมอง...โรงเรียนของหนู"
และเมื่อ... "สายลมหนาวพัดโบกโบย พลิ้วดูแล้วสวยใสๆ
เย็นลมเย็นไหวๆ สวยงาม บ้านอยู่ไกลทุรกันดาร โรงเรียนอยู่หลังเขา มีแต่เราพวกเราไม่มีใคร"

แต่ตอนนี้ พวกเขามีเรา...แม้ยามร้อน แสนร้อน และยามหนาว แม้จะหนาวถึงใจ แต่ปีนี้คงช่วยให้ความหนาวทุเลาลงได้บ้างไม่มากก็น้อย...เพราะมีผ้าห่มคลุมกาย....

     

พวกเรามาถึงแล้ว โรงเรียนบ้านห้วยโค้ง พอรถเข้าหมู่บ้านก็จะได้ยินเสียงเด็กๆ ตะโกนพร้อมกับยกมือไหว้ "สวัสดีค่ะ/สัวสดีครับ" ตลอดทางจนกระทั่งรถไปจอดที่หน้าโรงเรียน และเด็กก็วิ่งกันเข้ามาทักทาย และยืนดูพวกเรา เพราะเป็นคนแปลกหน้า แต่ฉันเชื่อว่าคนแปลกหน้าในที่นี้ สำหรับพวกเขาแล้วคือคนแปลกหน้าเหล่านี้ นำความรัก ความห่วงใยมาส่งให้พวกเขาจากใจจริง ดังนั้นพวกเขาจึงต้อนรับพวกเราด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ใบหน้าที่ทั้งซื่อและบริสุทธิ์ มองไปทางไหนก็มีแต่รอยยิ้ม แม้ว่าบางคนจะพูดภาษาไทยไม่ได้ และไม่เข้าใจในภาษาที่พวกเราพูดกับเขา แต่ฉันมีความรู้สึกว่าพวกเขารับรู้ได้ด้วยใจ...

ตอนเย็นฉันมีโอกาสเดินเล่นในหมู่บ้าน ชาวบ้านทุกคนน่ารักดี ยิ้มแย้มแจ่มใสออกมาทักทาย บางคนก็ตะโกนถามออกมาเป็นภาษาไทยที่ไม่ค่อยชัดว่า "กินข้าวหรือยัง" ฉันก็ยิ้ม และตอบกลับไปเป็นประโยคยาวๆ แต่ดูสีหน้าแล้วเขาคงไม่เข้าใจที่ฉันพูดหรอก แต่ก็ยิ้มกลับมาให้เหมือนกัน...

ตอนกลางคืนก็มีกิจกรรม เป็การแสดงจากเด็กๆ และชาวบ้านรวมถึงคณะของพวกเราที่ร่วมโครงการนี้ด้วย เป็นบรรยากาศที่อบอุ่นมาก แม้กระทั่งความหนาวยังไม่สามารถทำอะไรพวกเราได้เลย...

ส่วนช่วงเช้าเป็นพิธีการมอบของที่พวกเรารวบรวมมาจากผู้ใหญ่ใจดีทั้งหลาย...

เป็นความสุขจากการให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ เป็นสุขยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ในชีวิตที่เคยได้รับ ไม่เคยคิดเลยว่าในชีวิตหนึ่งที่เกิดมาจะได้มีโอกาสทำอะไรที่เป็นประโยชน์ ต่อผู้อื่นแบบนี้...ฉันเคยให้ทานกับคนขอทาน แต่ทุกครั้งที่ให้ก็คิดเสมอว่า เค้าเดือดร้อนจริงๆ หรือ...ฉันเคยหยอดเงินลงกล่องของน้องๆ นักศึกษาที่มาร้องเพลงขอรับเงินบริจาคในโครงการต่างๆ แต่ในใจก็คิดเสมอว่า น้องๆนักศึกษาเหล่านั้นจะเอาเงินของเราไปใช้ประโยชน์ตามที่เขาบอกจริงๆ หรือ....ทุกครั้งที่ฉันทำ ฉันไม่เคยแน่ใจเลยว่า สิ่งที่ฉันทำ จะได้ถึงคนที่เขาต้องการจริงๆ แต่ครั้งนี้ช่างแตกต่างกว่าครั้งไหนๆ.. ฉันให้....ให้สิ่งต่างๆ จากมือของฉันสู่เด็กๆ และคนที่ต้องการของเหล่านั้นจากฉันจริงๆ ภายในใจไม่เคยคิดเลยว่าของเหล่านั้นจะเป็นประโยชน์มั้ย เนื่องจากสิ่งที่ฉันเห็นสะท้อนออกมาว่า ทุกอย่างที่พวกเราทำล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์ต่อพวกเขาเหล่านั้นจริงๆ นี่แหละคงเป็นเพราะฉันทำสิ่งต่างๆ เหล่านั้นด้วยใจ ไม่ใช่แค่ความคิด ผิดชอบ ชั่วดี เหมือนกับทุกครั้งที่ฉันทำ...และนี่คงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ฟังเพลงนี้แล้วรู้สึกซาบซึ้งมากๆ..

 

ภาพบางส่วนจากการแสดง ของเพื่อนๆ ชมไทยร่วมกับชาวห้วยโค้ง

 

"โรงเรียนมีครูหนึ่งคน...ครูผู้เสียสละตน อดทนอยู่ห่างไกล ความสบาย"

 ฉันรู้สึกดีทุกครั้งที่มองหน้าเด็กๆ แล้วเห็นรอยยิ้มของพวกเขา ฉันรู้ว่าการกระทำครั้งนี้ของฉันแม้จะไม่เทียบเท่าของผู้เสียสละหลายๆคนที่ทำไปแล้ว แต่ฉันก็รู้สึกว่ามันยิ่งใหญ่มากๆ สำหรับฉัน...

คืนนั้นนอนหลับไปแบบอิ่มสุขจริงๆ

 
  "ใช่จะวอนให้เห็นใจ...ความสำนึกของเพื่อนไทย ไทยกับไทย ใยแตกต่างกัน" จริงแท้แน่นอน ช่างแตกต่างกันเหลือเกิน...ฉันเห็นพี่ๆ ในมูลนิธิรักษ์ไทยทำงานพัฒนาท้องถิ่นทุรกันดารในที่ต่างๆ ของเมืองไทยแล้วฉันนับถือจริงๆ จะมีสักกี่คนนะที่จะยอมเสียสละแบบนี้ แน่นอนฉันยังไม่สามารถทำได้แบบพวกพี่ๆ หรอกแต่ฉันก็ตั้งใจไว้แล้วว่าหากมีโอกาสอีกฉันก็จะร่วมอีก  

ฉันเดินทางท่องเที่ยวใช้เงินมากมาย ซื้ออาหารการกิน เช่าที่พัก หรือแม้แต่ค่ารถแต่หลังจากนั้น ฉันมักจะกลับมาคิดว่าสิ่งที่ฉันได้ คุ้มค่ากับสิ่งที่ฉันจ่ายไปแล้วหรือ... แต่ที่นี่เงิน 1600 บาทครั้งนี้ที่ฉันจ่ายไป ฉันรู้สึกว่าคุ้มค่าที่สุด คุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม ฉันซื้อประสบการณ์อันยิ่งใหญ่ด้วยเงินเพียงเท่านี้ แต่ฉันได้อะไรดีๆ กลับมามากมาย ฉันได้มิตรภาพ ฉันได้รับรู้ความสุขจากการให้ ฉันได้ ได้ ได้ และได้ โดยไม่เสียอะไร...

 

วันรุ่งขึ้น เมื่อรู้ว่าจะต้องกลับแล้ว ฉันรู้สึกใจหาย ผูกพันทั้งที่รู้จักกันแค่ 1 คืน ไม่รู้สิ แค่อยากอยู่นานๆ อยากเดินไปบอกผู้เฒ่าผู้แก่ทุกคน ทุกบ้านว่าฉันจะกลับแล้วนะ...อยากกอดเด็กๆ และบอกทุกๆ คนว่าตั้งใจเรียนนะ เป็นเด็กดีนะเด็กๆ ไม่รู้ว่าจากนี้อีกนานแค่ไหน ฉันจะได้มีโอกาสทำอะไรแบบนี้อีก..

อยากบอกคุณครูทุกคนว่า ขอให้มีแรงกาย แรงใจมากพอที่จะดูแลเด็กเหล่านี้ให้เติบโตขึ้นมาเป็นคนดี อยากบอกคุณครูว่าครูช่างดีเหลือเกิน...รักษาตัวด้วยนะคะ แล้วเราจะกลับไป.

 

ขอขอบคุณ ชมไทย, มูลนิธิรักษ์ไทย และเพื่อนๆ ทุกท่านที่ช่วยสร้างประสบการณ์อันยิ่งใหญ่นี้ให้กับฉัน

 

มีของมาฝาก :

เรียนภาษกระเหรี่ยง

หมายเหตุ ภาษากะเหรี่ยงที่ใช้กันอยู่ในหน้านี้ คือ กะเหรี่ยงสะกอ ซึ่งต่างจากกะเหรี่ยงโปว์

โอ๊ะมื่อโชเปอ                                             คำทักทาย/สวัสดี
เนอะ โอ๋ ชู่ อะ                                            สบายดีไหม/ครับ/ค่ะ
นา เนอะ มี ดี หลอ                                       คุณชื่ออะไร
ยา เจ่อ มี เลอะ/ ชิ                                       ผมชื่อ/เล็ก
เน่อ โอ๊ะ พา หลอ                                        คุณอยู่ที่ไหน
ยา เจ่อ โอ๊ะ เลอะ /เจียงฮาย                          ผมอยู่ที่/เชียงราย
นา เน่อ นี่ แปว หลอ                                     คุณอายุเท่าไหร่
ซะ คือ เลอะ เน่ สิ ยา บะ นา                          ยินดีที่ได้รู้จักกับคุณ
คี เลอะ นา เน่อ เก๊อะ บะ ต่า โช่ เง                  ขอให้คุณจงโชคดี
ตะ บลือ                                                    ขอบคุณ/ครับ/ค่ะ
เตอ คี เซ่อ ลู่ย แย่                                      หนึ่งถึงสิบ/ท่องให้ขึ้นใจนะคะ
คือ เน๊ย ค้อ ควี เต่อชี

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิง จาก www.hilltribe.org

……………………………………………………………. Palmy616

 รายละเอียดโครงการ ไออุ่น จากพี่ให้น้อง ครั้งที่ 1

รวมภาพจากเพื่อนๆ ในการเดินทางครั้งนี้

 ...โครงการไออุ่น...จากพี่ให้น้อง (ครั้งที่ 1)...

 รวมภาพแห่งความประทับใจที่อมก๋อย(บางส่วนจากกล้องกุ้ง)

 ทริปอิ่มบุญ สุขใจ กับโครงการไออุ่น…จากพี่ให้น้อง ครั้งที่ 1

ความสุขที่ไม่ต้องบรรยาย....เพียงรู้จักให้และสัมผัส...

ภาพทริปบุญอมก๋อย โครงการดีๆ จากเว็ปชมไทย

  Pic. Trip อมก๋อย - แม่ฮ่องสอน คับพ๊ม !!!

 On the way to make a goodthing.

  ไออุ่น....... ณ ....... อมก๋อย  

อมก๋อย ฯลฯ

 

ติดต่อสอบถาม แสดงทัศนะ ถึง-ผู้เขียน  



*ชื่อ-อีเมลล์:
*ข้อความ:


ตามรอยตะวัน

แก่งหินเพลง เรื่องบังเอิญ คุณบังอร
ออกนอกกะลา ไปบาหลี ตอนที่ 2 (จบ)
ออกนอกกะลา ไปบาหลี ตอนที่ 1
ลุงชู ที่เขื่อนเขาแหลม
น้ำท่วมทุ่ง ผักบุ้งเต็มคลอง ที่สองพี่น้อง สุพรรณบุรี
หนาวนี้ อีกสักที ที่ สวนผึ้ง ราชบุรี
พักกาย..หย่อนใจ..ที่บ้านไร่ตับเต่า
เรื่องเล่า..อโยธารา...
กว่าจะถึง “ภูกระดึง” article
หมู่เกาะตะรุเตา
ความรู้สึกจางๆ กับไออุ่น 4
โกรกอีดก
แบกเป้ มุ่งหน้าสู่ แก่งกระจาน-พะเนินทุ่ง
ร้อน ฝน หนาว ที่ อช.หมู่เกาะชุมพร
ความทรงจำที่เกาะกุฎี article
เรื่องเล่า.............จากเขาหลวง (สุโขทัย) article
ฝ่าสายฝนจากเชียงของ สู่เพลินวาน
bicycleworld lightblue : เดินทางโดยจักรยานรอบโลก article
เที่ยวอยุธยา เมื่อหน้าน้ำ
โฮมพุเตย...ฝันที่ฉันอยากไป article
เขาใหญ่ อช. แรกของไทย article
เขาหลวง-ประจวบฯ article
“เกาะหมาก-เกาะขาม”...สวรรค์ของคนรักสงบ article
ตะลุยเดี่ยวเที่ยว 3 เกาะอ่าวไทย article
เปิดประตูสู่....เขายายเที่ยง
บนทางแสนไกล...ตาดหินยาว
โลกหมุนช้าลง..ที่..เชียงคาน
เมื่อใบไม้เปลี่ยนสี...ที่ขุนแม่ยะ article
เขาโล้นที่เขาแหลม article
บันทึก จากครูดอย (รร.บ้านห้วยโค้ง อมก๋อย) article
เขาหลวง นครศรีธรรมราช article
เรื่องเล่า เชียงคาน
ภูสอยดาว article
ปากน้ำปราณบุรี เขากะโหลก ง่ายๆ สบายๆ ใกล้ๆ กรุง article
เที่ยวเมืองภูเก็ตยังไงให้คุ้มค่าที่สุด article
แอ่วเจียงใหม่ article
น้ำตกป่าละอู ….เราจะกลับมา article
ภูกระดึง........ในวันที่เงียบเหงา article
ภูสอยดาว บันเทิงโบก (...ลองหยุดวิ่งตามดูสักครั้ง) article
ตามหัวใจ..ไปเสม็ด article
สะบายดี..วังเวียง article
ปาย "Pai" article
แบกเป้ลุยเดี่ยว เที่ยว อช.เขาแหลม article
ทริป ”พักใจ ..ไปโกรกอีดก” article
ภาพถ่าย...ลำนำ..และบทเพลง article
เขาสามร้อยยอด article
เวียดนาม (Vietnam) article
จุดเริ่มต้นในการท่องเที่ยว article
อยากอยู่ป่า... article
สู่ยอด...ดอย article
ฝน...ทั้งดีและชั่วอยู่ด้วยกัน article
บทเพลงแห่งธรรมชาติ article
ข้าสองเจ้าบ่าวสองนาย article
บุหรี่ มัจจุราชตัวน้อย article
ป่าขี สายลมและสายน้ำ article
บ้านชมทุ่ง article
เกาะกุฏี ในสำนึก article
เปิดบันทึกการเดินทาง ... โก๋ ก้อนดิน article
เดินป่า เมื่อยามฤดูฝน "ตาดหินยาว" article
ภูสอยดาว article
บันทึกจากห้องเช่าเมื่อยามความเหงามาเยือน article
ผจญภัยที่เกาะช้าง...... article
ชะอำ...ช้ำใจ article
หัวใจเดินทาง..อีกครั้ง!! (Samed Episode II) article
" 7 Days In Tibet " ดินแดนขอบฟ้าหลังคาโลก article
ตำนานคน ตำนานป่า ตำนานการเดินทาง article
เดินป่าขึ้นเขาสน ณ เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเขาสน-เขาสนามเพรียง 12 - 13 -14 - ส.ค. 48 article
พุเตย…พิสูจน์ใจไล่ความกลัว article
บันทึกนี้ที่เชียงใหม่ article
"ลัดเลาะสองฝั่งแม่กลอง แอบมองหิ่งห้อย ร้อยพัน" article
รสชาติใหม่ของการเดินทาง (Suan Soan Pradipat) article
จาก ขญ.11 สู่ ขญ. 10 (Bike Camp) article
เปิดบันทึกเล่มใหม่ กับการผจญภัยที่ “ตาดหินยาว” article
ความสุขไม่ได้รออยู่ที่ปลายทาง article
ห้างเก่า article
แสงประหลาด article
บ้านแม่แสะ article
มืดแปดด้าน article
มะพร้าวตก article
บ้านแพซุง article
บ้านขุนแปะ article
ทุ่งกระทิง article
ด่วนเจ้าพระยา article
ควบจิ้งเหลนดงมุ่งตรง บึงฉวาก article
คลื่นยักษ์ที่โถมซัดไม่อาจทัดทานคลื่นน้ำใจ article
ความเจริญไม่มีที่สิ้นสุด article
ช่างซอตาบอด article
“สู่...ยอดเขาโล้น” article
ดินแดนแห่งอารยธรรม article
“ภูชี้ฟ้า” ภูนี้ไม่เคยว้าเหว่ article
ยอดลมพัด ไม่ได้มีแค่ในตำนาน.. article
เมืองเล็กๆ ที่ชื่อ “ปาย” article
สวัสดี เกาะ 1,000,000 article
ค่ำไหนนอนนั่น article
"กระทิง สิ่งอันเป็นที่รักของฉัน" article
เกาะสีชัง จำลอง...Believe It or Not ! article
" เขาลมพัด " รวมพลคนหน้าตาดี article
จากกรุงเก่าสู่บางปะอิน article
ดอกไม้เบ่งบานกับวัฒนธรรมไร้พรมแดน article
ยี่เป็ง...ประทับใจ
ปาย ฝนต้นหนาว
โชงโดง กับคำถามที่ว่า “เราขึ้นมาทำไม?”
ความเปลี่ยนแปลงใน สังขละบุรี
ตามรอย รัก-ยม ชมไทยไป ขุนแม่ยะ
บันทึกไออุ่น...จากพี่ให้น้อง ครั้งที่2
เสียดาย โดดเดี่ยวใน...ภูเก็ต
สรุปการเดินทาง 3 เดือนแรก
มนต์เสน่ห์ เชียงคาน บันทึกที่ริมสายน้ำโขง
ซ้ำรอยเดิมที่...ตาดหินยาว
ครบรอบ 1 ปี แห่งความรัก หนุ่มตัน กับสาวปลา
ในสายหมอกที่ “ภูสอยดาว”
อุทัยธานี...มีอะไร?
ได้โปรดเถอะ !!!! นำพาเขามาสู่ฉัน
Home Stay แบบชิวๆ ที่ เขายายเที่ยง



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2003 Chomthai team 089-7801770

ตารางออกอากาศรายการชมไทยแลนด์ ช่อง ของดีประเทศไทย   (จานเหลือง DTV และจานเคเบิ้ลท้องถิ่นที่รับได้ทั่วไป)

วันเสาร์ 18:30-19:00 รีรัน อังคาร 22:30-23:00  พฤ. 14:00-14.30  ศุกร์  9:30-10:00 / 16:30-17:00

  Nextstep ชมย้อนหลังรายการชมไทยแลนด์ รายการชมไทยสัญจร ที่ช่อง Real Metro     หนังสือของชมไทย วางแผงกันแล้ว   

 

ติดต่อ : ชมไทย chomthailand.com  14/2  ม.3  คลองถนน  สายไหม  ก.ท.ม.  10220   โทร 089-7801770    e-mail : webmaster@chomthailand.com

Free Page Rank Tool