ReadyPlanet.com
dot
dot
dot
bulletGallery ห้องภาพคนเดินทาง
bulletข่าวสาร เทศกาล ท่องเที่ยว
bulletใต้ฟลายชีท-ชวนกันเที่ยว
bulletมุมเพื่อน บทความ นัดพบ ฯลฯ
bulletห้วงสำนึกเดินทาง blog ,diary
bulletคลังข้อมูล เวบบอร์ดเก่าชมไทย
bulletท่องเที่ยว 76 จังหวัดทั่วไทย
bulletเรื่องเล่าริมทางเดิน
bulletบันทึกเดินทาง (คลังเก่า)
bulletแนะนำ หนังสือน่าอ่าน
ค่ายอาสา ไออุ่นจากพี่ให้น้อง
bulletเที่ยวเกาะช้าง


deuter kovea Eneloop ถุงนอน เป้ ตะเกียง เชือก เดินป่า มีด ไฟฉาย เปลมุ้ง รองเท้า

แบนเนอร์ชมไทย


ภูกระดึง........ในวันที่เงียบเหงา article

จากภูกระดึง......ถึงเชียงใหม่.....ผ่านความเงียบเหงา....จนถึงวันที่ดอกไม้บาน (ในใจ)

ตอนที่ 1 : ภูกระดึง........ในวันที่เงียบเหงา

ภูกระดึง......สถานที่ที่คุ้นเคย กับการกลับมาเยือนอีกเป็นครั้งที่ 3 ที่ทิ้งช่วงห่างจากครั้งสุดท้ายที่มาประมาณ 5 – 6 ปีมาแล้ว แน่นอนว่าสถานที่และบรรยากาศในตอนนี้เปลี่ยนไปจากเดิมมาก จนความทรงจำต่างๆที่เคยบันทึกไว้ที่นี่ ดูเหมือนจะลางเลือนลงไปมาก แต่ภูกระดึงในวันนี้กลับไม่มีผู้คนคับคั่งเหมือนเช่นเคย ... ฤอ....ความเงียบเหงา กำลังมาเยือนสถานที่แห่งนี้ ในวันที่ฟ้าเปลี่ยนสี ต้นไม้ผลัดใบ และน้ำตกเหือดแห้ง พร้อมความเหงาที่ใครบางคนพกขึ้นมาบนภูสูงแห่งนี้ด้วย

... การเดินทางในครั้งนี้ใช้เวลาในการตัดสินใจไม่นานนัก ด้วยอาการเบื่อบวกเซ็งกับสิ่งต่างๆรอบตัว ที่บางครั้งก็ดูสับสนวุ่นวาย และยากที่จะเข้าใจ ก็แค่คิดว่าถ้าได้เดินทางไปที่ไหนซักแห่งไกลๆ บางทีอาจจะทำให้รู้สึกดีขึ้นมาได้บ้างก็เท่านั้นเอง .... เมื่อรู้ว่าพี่ที่ทำงานคนหนึ่งกำลังแพลนที่จะไปภูกระดึง เราก็ไม่รอช้าที่จะขอตามไปด้วย... “ไปด้วยคนได้มั้ยคะ” คำถามที่ถามขึ้น ทั้งที่ยังไม่รู้ว่าจะมีสมาชิกร่วมเดินทางไปกี่คน และมีใครบ้าง แต่ใจก็ไปซะแล้วละ ...... สมาชิกที่ร่วมเดินทางครั้งนี้มีแค่ 3 คนเอง คือพี่เจษ (พี่ที่ทำงาน) พี่เอ (เพื่อนพี่เจษ) และตัวเรา ..... ก็ดีนะ ไปน้อยๆ เพราะเราเองก็ไม่ชอบความวุ่นวายอยู่แล้ว ด้วยสมาชิกที่ไปต่างก็เป็นนักถ่ายภาพ (มือโปรซะด้วย) ทริปนี้เลย(ต้อง)กลายเป็นทริปถ่ายภาพของเราไปโดยปริยาย แล้วก็ถึงเวลาที่จะต้องเอากล้องถ่ายรูปรุ่นคลาสสิคของเราขึ้นมาปัดฝุ่นซะแล้ว หลังจากที่ทิ้งมันให้เหงาหงอยมาซะนาน

... จริงๆแล้วการถ่ายรูปนี่ก็ทำให้เราได้ซึมซับบรรยากาศรอบๆข้างมากขึ้นกว่าการไปเที่ยวตามปกตินะ เพราะถ้าไม่ได้ถ่ายรูป เราก็คงแค่ชื่นชมกับธรรมชาติแค่ชั่วครู่ชั่วยาม แล้วก็ไปที่อื่นต่อ แต่เมื่อเรายกกล้องขึ้นมาที่จะถ่ายอะไรซักอย่าง เราก็ต้องคิดแล้วว่าจะถ่ายอะไร จะถ่ายมุมไหนดีถึงจะสวย และจะถ่ายทอดอะไรลงไปในภาพถ่าย จนทำให้ตอนนี้ รู้สึก “รัก” ที่จะถ่ายรูปขึ้นมาจริงๆซะแล้วละ...

      ทริปภูกระดึงครั้งนี้ ก็ขอสดอีกเช่นเคย ด้วยการแบกเป้ขึ้นไปเอง ไม่ง้อลูกหาบ แต่ครั้งนี้ไม่ได้มีแต่เป้อย่างเดียวแฮะ มีทั้งกระเป๋ากล้อง และขาตั้งกล้อง ทั้งซ้าย ขวา หลัง (ดีไม่มีข้างหน้าด้วย) พะรุงพะรังไปหมด แรกๆก็กำลังดีอยู่หรอก ออกอาการร่าเริงเล็กน้อย แต่พอขึ้นถึงซำแฮกเท่านั้นก็ออกอาการแฮกสมชื่อ แต่ยังไงก็ต้องไปต่ออ่ะ เดี๋ยวเสียฟอร์มหมด ไม่ไหวก็ต้อง(ทำท่า)ไหว และเราก็สามารถถูลู่ถูกังพาตัวเองและสัมภาระขึ้นไปถึงหลังแปรจนได้ ด้วยเวลา 4 ชั่วโมงเต็ม อันนี้ต้องยกความดีความชอบให้พี่เจษ เพราะเป็นคนคอนโทรลเวลา กำหนดเวลาเดิน เวลาพักให้เสร็จสรรพ ว่าไงก็ว่าตามกันอ่ะนะ .... เมื่อเก็บสัมภาระ และจัดที่หลับที่นอนเสร็จแล้ว เราก็ไปเติมพลังมื้อกลางวันกัน พร้อมอาบน้ำอาบท่าเรียบร้อย ก่อนจะเตรียมตัว (เตรียมกล้อง) เดินไปเก็บภาพพระอาทิตย์ตกดินที่ผาหมากดูกกันซึ่งห่างจากที่พักประมาณ 1 กิโลฯ จริงๆตอนนี้เค้าก็มีจักรยานไว้บริการให้เช่าขี่ไปได้นะ แต่หัวหน้าทริปของเรา (พี่เจษ) ก็เล็งเห็นว่า มันจะไม่ได้บรรยากาศ อืม....เดินก็เดิน ระหว่างทางเราก็เก็บภาพบรรยากาศข้างทางไปด้วย เมื่อไปถึงผาหมากดูกก็มีนักท่องเที่ยวคนอื่นๆมารอถ่ายรูปอยู่พอสมควร ...ด้วยเพราะไม่ได้จับกล้องมานาน จึงไม่ค่อยคุ้นกับระบบวัดแสง และระบบการทำงานของกล้องตัวเองเท่าไหร่ ภาพพระอาทิตย์ตกดินของเราเลยกลายเป็นภาพมายากลไป เพราะมันดำมืดไปหมด และพอมาเพิ่มความสว่างเลยทำให้เห็นอะไรซ่อนอยู่ในภาพเยอะแยะเลย.....แหะๆๆ (อายจัง) ......

    หลังจากพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ความมืดก็เริ่มมาเยือน กรุ๊ปเล็กๆของเราก็มัวแต่เก็บภาพกันเพลิน เลยเหมือนจะกลับเป็นกลุ่มสุดท้าย พวกเราเดินกลับที่พักท่ามกลางความสงัดเงียบของป่าเขา มีเพียงแสงไฟดวงเล็กๆจากไฟฉายนำทาง อากาศที่เริ่มเย็นกลับไม่ทำให้เรารู้สึกหนาวเลย แต่ออกจะร้อนด้วยซ้ำเพราะฝีเท้าที่ก้าวไปของแต่ละคนช่างรวดเร็วปานสายลม เราแทบจะไม่ได้คุยกันเลย เพราะเอาแต่เร่งฝีเท้า .... เป็นครั้งแรก ที่อยู่ในความมืดแล้วไม่กลัวผี แต่กลับกลัวอย่างอื่นแทน ..... ทั้งช้างป่า หมูป่า และสัตว์ป่าอื่นๆ ที่ได้ยินข่าวว่าเคยทำร้ายนักท่องเที่ยว ... ถ้ามาวินาทีนี้ ก็ตัวใครตัวมันละนะ ..... ถึงที่พักด้วยอาการหิวโหยเล็กน้อย กับอาหารที่แสนอร่อยจากร้านประจำของพี่เจษ “ร้านสุขสันต์” ของพี่เจ้าของร้านอัธยาศัยดีที่ชื่อเดียวกับชื่อร้าน .... ระหว่างอาหาร เรามักจะได้ฟังเรื่องสนุกๆ ฮาๆจากพี่ทั้งสองคน ที่ขุดเอามาเล่าได้เรื่อยๆ ไม่รู้จักเบื่อเลย และอยู่บนนี้รู้สึกกินได้เยอะกว่าอยู่ข้างล่างอีกแฮะ ถ้าอยู่นานๆ จะอ้วนมั้ยน้า  หลังอาหาร ...ก็ตามด้วยกาแฟสดร้อนๆ จากอีกร้านนึง ที่วิธีชงดูแปลกตา ต้องไปลองเองถึงจะรู้ แต่รสชาติใช้ได้เลยละ......ชอบ  คืนนี้อากาศกำลังเย็นได้ที่ แต่น้ำค้างไม่แรงนัก พี่ๆมือโปรของเราทั้งสอง ก็เลยตั้งกล้องเตรียมเก็บภาพดาวกันหน้าเต็นท์ แต่ด้วยเพราะใกล้คืนลอยกระทง พระจันทร์เกือบเต็มดวง สว่างไปทั้งท้องฟ้า จึงเห็นดาวไม่มากนักเพราะถูกรัศมีของดวงจันทร์บดบัง ... เราไม่ได้ถ่ายกับเค้าด้วยหรอก แต่อยากมีส่วนร่วมก็เลยไปหอบถุงนอนมานอนหน้าเต็นท์ แต่ก็มาแอบหลับอยู่ตรงนั้นน่ะแหละ สุดท้ายเลยต้องขอตัวไปนอนก่อน ปล่อยสองมือโปรเค้าเก็บภาพดาวกันต่อไป

     และแล้วเช้าของวันที่สองก็มาถึง พร้อมภารกิจที่ได้รับมอบหมาย ให้ปลุกทุกคนไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่นกัน เดี๋ยวนี้การไปดูพระอาทิตย์ขึ้น ไม่เหมือนทุกครั้ง ต้องไปรวมตัวกันที่ที่ทำการก่อน และให้เจ้าหน้าที่นำทางไป ด้วยเพราะก่อนหน้านี้มีนักท่องเที่ยวโดนช้างเหยียบตายหลายราย ระหว่างทางเดินจึงเห็นป้ายระวังช้างป่าเต็มไปหมด....เราคงไม่โชคร้ายถึงขนาดนั้นหรอกเนาะ.....

....พระอาทิตย์ขึ้นที่ไหนก็เหมือนกัน คงใช้ไม่ได้กับที่นี่ เพราะความรู้สึกและบรรยากาศมันช่างต่างกับข้างล่างมากเหลือเกิน....รู้สึกสบายใจ และปลอดโปร่งมากเลยที่ได้เฝ้ารอช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้น โดยเฉพาะตอนที่มองจาก view finder ของกล้อง รู้สึกเหมือนว่า เรากำลังจะเก็บพระอาทิตย์กลับไปได้..... และแล้วเราก็เป็นกลุ่มสุดท้ายที่เดินกลับเหมือนเคย ขากลับได้แวะผ่านพระพุทธเมตตาด้วย รวมทั้งทุ่งดอกกระดุมเงิน ที่ขึ้นเป็นหย่อมๆ .... วันนี้ เรามีโปรแกรมไปเที่ยวหลายที่เลย ด้วยการวางแผนของหัวหน้าทริป สำหรับเราไปไหนก็ไป ..... ขอให้บอก ......... ตามโปรแกรมเราจะไปเก็บภาพน้ำตกกัน ซึ่งต้องเดินผ่านทั้งทุ่งกว้าง และตัดเข้าป่า อากาศก็ช่างร้อนซะเหลือเกิน ใบไม้ ใบหญ้าดูแห้งเป็นสีทองไปหมด น้ำตกก็ไม่ค่อยมีน้ำให้เห็นเลย แต่ถึงกระนั้นก็ยังสัมผัสได้ถึงความงดงาม และธรรมชาติที่อยู่รอบตัว.....ได้อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติบ้างก็ดีนะ ....มีบางช่วงที่เดินเลียบน้ำตก ระหว่างทางไปน้ำตกถ้ำใหญ่ ธรรมชาติสองข้างทางดูสดชื่นมากเลย ทำให้รู้สึก ร่าเริง กระปรี้ประเปร่าเป็นพิเศษ และเดินทิ้งห่างจากกลุ่มค่อนข้างไกลเหมือนกัน และเรามีเป้าหมายไปกินอาหารกลางวัน(ที่พกมา)กันที่นั่น จริงๆไม่ได้หิว(มาก)นะ ที่เดินเร็วเพราะบรรยากาศมันสดชื่นเท่านั้นเอง.......ขอแก้ข่าว

      

      

     จากน้ำตก เราก็ตัดขึ้นเนินมาเดินบนทุ่งกว้าง ที่กว้างไกลสุดสายตา มีต้นสนยืนต้นตระหง่านเป็นระยะๆตลอดเส้นทาง และเป้าหมายต่อไปของเราก็คือสระอโนดาต ที่ระหว่างทางเดิน ต้องผจญกับแสงแดดอันร้อนแรง หรือเพราะเราอยู่ใกล้ฟ้าหรือปล่าวนะ ..... เก็บภาพที่สระอโนดาตกันพอสมควร เราก็เดินๆๆ กันต่อไป เพื่อไปเป้าหมายสุดท้ายที่ผานาน้อย ที่ที่เราจะเก็บภาพพระอาทิตย์ตกดินกันเย็นนี้ ครั้งนี้เราไม่ได้ไปผาหล่มสัก ผายอดฮิตสำหรับชมพระอาทิตย์ตกดินกัน เนื่องจากสมาชิกในกลุ่มมีน้อย จึงต้องคำนึงถึงสวัสดิภาพของทุกคนเวลาเดินกลับในช่วงที่พระอาทิตย์ลับขอบฟ้ากันนิดนึง .... นักท่องเที่ยวที่มาชมพระอาทิตย์ตกดินที่ผานาน้อยมีไม่เยอะเท่าไหร่ และเราก็ได้มุมส่วนตัวสำหรับเก็บภาพซึ่งจัดให้โดยหัวหน้าทริปอีกเช่นเคย ที่มักได้มุมในการถ่ายภาพที่ไม่เหมือนใคร(และไม่มีใครไป) แต่ก็เป็นมุมที่เห็นพระอาทิตย์ตกดินที่สวยมุมนึงเลยละ  เมื่อฟ้าเริ่มมืดพระจันทร์ขึ้นมาแทนที่พระอาทิตย์ ขบวนการนักเดินเร็วก็เริ่มปฏิบัติการอีกครั้ง ด้วยฝีเท้าที่ไม่มีใครยอมใคร วันนี้รู้สึกว่าเดินเร็วกว่าเมื่อวานอีก อาจเพราะด้วยระยะทางที่ไกลขึ้น ทำให้เราต้องทำเวลาในการเดินมากขึ้น ซึ่งเราใช้เวลาในการเดินไม่นานนักก็มาถึงบริเวณที่พักโดยสวัสดิภาพ....เฮ้อ รอดมาได้อีกวันนึง ... อาหารมื้อเย็น (จริงๆก็ทุกมื้อ) ยังคงเป็นร้านพี่สุขสันต์เหมือนเคย คืนนี้รู้สึกอากาศเย็นกว่าเมื่อวาน มาแอบรู้ทีหลังว่าอุณหภูมิอยู่ที่ 9 องศาแน่ะ ระหว่างทานอาหาร พี่ๆทั้งสองคน ก็ยังคงมีเรื่องราวสนุกๆในกลุ่มเพื่อนสมัยเรียนมหาลัยมาเล่าให้ฟังเป็นระยะๆ บางเรื่องก็ฮาจนน้ำตาไหล ท้องคัดท้องแข็ง จนแอบอิจฉาไม่ได้ว่า มีก๊วนเพื่อนที่สนิทกันมานาน และร่วมสร้างวีรกรรมต่างๆด้วยกันมามากมายขนาดนี้เลยเหรอ นอกจากเรื่องเพื่อนแล้วก็ยังมีเรื่องอื่นๆอีกมากมายที่ยกมาคุยกัน เอ........รู้สึกจะมีเรื่องสาวๆด้วยแฮะ........อุ๊บส์ ........

    แต่คืนนี้ก็คงเป็นคืนสุดท้ายแล้วสิเนาะที่จะได้เดินถ่ายรูป ได้ฟังเรื่องราวสนุกๆ หรือได้ชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกบนนี้ พอคิดว่าพรุ่งนี้ต้องลงจากภูแล้ว ก็เสียดายเหมือนกันนะ .... ช่วงเวลาที่มีความสุขนี่มันช่างผ่านไปเร็วจริงๆเลยนะ แต่ถ้าช่วงเวลาแห่งความไม่สุข (จะทุกข์ก็ไม่เชิง) แต่ละนาทีของมันช่างผ่านไปอย่างเชื่องช้าเหลือเกิน ทำให้รู้สึกว่า ไม่อยากกลับลงไปเลย แต่เราคงทำแบบนั้นไม่ได้ สุดท้ายก็ต้องเดินกลับไปสู่โลกแห่งความเป็นจริงเหมือนเคย ............ หลังอาหาร กับกาแฟอุ่นๆเหมือนเคย ที่คืนนี้เจ้าของร้านชงเข้มข้นกว่าที่เคย ...... แบบนี้แหละ ถูกใจเราเลย ..... คืนนี้น้ำค้างแรงจัง พื้นที่หน้าเต็นท์จึงชุ่มไปด้วยหยาดน้ำค้าง คงไปนั่งถ่ายรูปกันไม่ได้เหมือนเมื่อวาน วันนี้เลยนอนเร็วกันเป็นพิเศษ เพื่อเตรียมตื่นมาในเช้าวันสุดท้ายบนภูแห่งนี้

   เช้าวันที่สาม วันที่เราต้องลงจากภูกันแล้วละ ....... วันนี้เรายังคงไปเก็บภาพพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่นกันเหมือนเดิม เผื่อถ่ายซ่อมของเมื่อวานนี้ วันนี้ได้มุมถ่ายรูปที่ต่างไปจากเมื่อวาน เพราะตามหัวหน้าทริปไปในมุมพิเศษนี่แหละ ไม่มีใครแย่งซีน เช้านี้นอกจากเราจะเป็นตากล้องแล้ว ยังได้รับเกียรติให้เป็นนางแบบ(ที่มีอยู่คนเดียว) ให้พี่ๆเค้าถ่ายภาพ Portrait กันด้วย...........ชอบจัง จะได้มีรูปสวยๆ(หรือปล่าว)ของตัวเองเก็บไว้ดูด้วย อยากบอกว่าชอบทุกรูปเลย ขอบคุณตากล้องทั้งสองคนมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ

   

หลังอาหารเช้าที่ร้านพี่สุขสันต์(เหมือนเคย) เราก็เตรียมพร้อมเดินลงจากภูกัน พร้อมสัมภาระที่แบกลงเองเหมือนขาขึ้น แต่ขาลงนี่ทำเวลาได้เร็วกว่าเกือบชั่วโมง จึงมีเวลามานั่งพัก อาบน้ำเปลี่ยนชุด และทานข้าวกันด้านล่างตรงที่ทำการ  ก่อนได้เวลารถออกตอน 2 ทุ่ม ที่ผานกเค้า .... ระหว่างนั่งรถสองแถวจากที่ทำการอุทยานฯออกไปขึ้นรถ  ภาพของภูกระดึงที่เราเพิ่งได้พิชิตมายังคงตั้งตระหง่านให้เห็นอยู่ด้านหลัง และค่อยๆห่างออกไปเรื่อยๆ ... แล้วความสนุกรวมทั้งเรื่องราวต่างๆบนนั้นก็ผุดขึ้นมาในความคิดคำนึงอีกครั้ง ....พร้อมความประทับใจที่เกิดขึ้น ซึ่งคงไม่ใช่เพียงการที่เราได้พิชิตภูสูงแห่งนี้เท่านั้น หากแต่เป็นความทรงจำครั้งใหม่ที่เพิ่งผ่านมาไม่นาน ที่เป็นอีกหนึ่งความประทับใจที่อยากเก็บเอาไว้

ในวันนี้........วันที่ภูกระดึงดูเงียบเหงากว่าที่เคย อาจไม่ใช่ที่จำนวนนักท่องเที่ยว หากแต่เป็นความเงียบเหงาข้างในที่แอบเอาไปทิ้งไว้บนนั้นหรือปล่าว ที่ทำให้ฟ้าดูเหงา ใบไม้และต้นหญ้าดูแห้งเหี่ยว หรืออาจเป็นเพราะฤดูกาลที่เปลี่ยนไป จากความชุ่มชื้นเปลี่ยนเป็นความหนาวเย็น  ฤดูที่ใบไม้กำลังเปลี่ยนสี .... แต่อีกไม่นานความสดใสคงกลับมาเยือนสถานที่แห่งนี้อีกครั้ง ในวันที่ใบไม้เริ่มผลิใบอ่อน ต้นหญ้าเขียวขจี สายหมอกปกคลุม และฟ้าเป็นสีฟ้า ...... ในวันนั้น เราจะกลับมาเยือนที่นี่อีกครั้ง........มาพร้อมความรู้สึกที่สดใส ที่จะไม่มีความเงียบเหงาตามมาด้วย........แต่จะมาเติมความสดใสให้มากขึ้นกว่าเดิมแทน และเราคงได้พบกันอีก......ในวันที่ฤดูกาลเปลี่ยน.........และความรู้สึกเปลี่ยนไป.........แล้วเจอกันนะ........ภูกระดึง

เรื่องราวและภาพถ่ายโดย.....Poo

 

รวมเรื่องเล่าและภาพถ่ายภูกระดึง

ภูกระดึง...........ในวันที่เงียบเหงา.....Poo 

~กว่าจะถึง "ภูกระดึง"~  - palmy 

++ครั้งหนึ่งในชีวิตขอพิชิตภูกระดึง++  - ต๋องแต๋ง

พิชิตแล้ว ภูกระดึง - mai52 

 เรื่องเล่าจากยอดภู Part II - i_chaochao 

เรื่องเล่าจากยอดภู - i_chaochao 

 ทริปแอบ......Part 1  - i_chaochao  

ข้อมูลการเดินทาง ทริปภูกระดึง..ดึ๊งดึงดะดึงดึงดึง

 

ติดต่อสอบถาม แสดงทัศนะ ถึง-ผู้เขียน  


 



*ชื่อ-อีเมลล์:
*ข้อความ:


ตามรอยตะวัน

แก่งหินเพลง เรื่องบังเอิญ คุณบังอร
ออกนอกกะลา ไปบาหลี ตอนที่ 2 (จบ)
ออกนอกกะลา ไปบาหลี ตอนที่ 1
ลุงชู ที่เขื่อนเขาแหลม
น้ำท่วมทุ่ง ผักบุ้งเต็มคลอง ที่สองพี่น้อง สุพรรณบุรี
หนาวนี้ อีกสักที ที่ สวนผึ้ง ราชบุรี
พักกาย..หย่อนใจ..ที่บ้านไร่ตับเต่า
เรื่องเล่า..อโยธารา...
กว่าจะถึง “ภูกระดึง” article
หมู่เกาะตะรุเตา
ความรู้สึกจางๆ กับไออุ่น 4
โกรกอีดก
แบกเป้ มุ่งหน้าสู่ แก่งกระจาน-พะเนินทุ่ง
ร้อน ฝน หนาว ที่ อช.หมู่เกาะชุมพร
ความทรงจำที่เกาะกุฎี article
เรื่องเล่า.............จากเขาหลวง (สุโขทัย) article
ฝ่าสายฝนจากเชียงของ สู่เพลินวาน
bicycleworld lightblue : เดินทางโดยจักรยานรอบโลก article
เที่ยวอยุธยา เมื่อหน้าน้ำ
โฮมพุเตย...ฝันที่ฉันอยากไป article
เขาใหญ่ อช. แรกของไทย article
เขาหลวง-ประจวบฯ article
“เกาะหมาก-เกาะขาม”...สวรรค์ของคนรักสงบ article
ตะลุยเดี่ยวเที่ยว 3 เกาะอ่าวไทย article
เปิดประตูสู่....เขายายเที่ยง
บนทางแสนไกล...ตาดหินยาว
โลกหมุนช้าลง..ที่..เชียงคาน
เมื่อใบไม้เปลี่ยนสี...ที่ขุนแม่ยะ article
เขาโล้นที่เขาแหลม article
บันทึก จากครูดอย (รร.บ้านห้วยโค้ง อมก๋อย) article
เขาหลวง นครศรีธรรมราช article
เรื่องเล่า เชียงคาน
ภูสอยดาว article
ปากน้ำปราณบุรี เขากะโหลก ง่ายๆ สบายๆ ใกล้ๆ กรุง article
เที่ยวเมืองภูเก็ตยังไงให้คุ้มค่าที่สุด article
แอ่วเจียงใหม่ article
น้ำตกป่าละอู ….เราจะกลับมา article
โรงเรียนของหนู (โครงการไออุ่นจากพี่ให้น้องครั้งที่ 1) article
ภูสอยดาว บันเทิงโบก (...ลองหยุดวิ่งตามดูสักครั้ง) article
ตามหัวใจ..ไปเสม็ด article
สะบายดี..วังเวียง article
ปาย "Pai" article
แบกเป้ลุยเดี่ยว เที่ยว อช.เขาแหลม article
ทริป ”พักใจ ..ไปโกรกอีดก” article
ภาพถ่าย...ลำนำ..และบทเพลง article
เขาสามร้อยยอด article
เวียดนาม (Vietnam) article
จุดเริ่มต้นในการท่องเที่ยว article
อยากอยู่ป่า... article
สู่ยอด...ดอย article
ฝน...ทั้งดีและชั่วอยู่ด้วยกัน article
บทเพลงแห่งธรรมชาติ article
ข้าสองเจ้าบ่าวสองนาย article
บุหรี่ มัจจุราชตัวน้อย article
ป่าขี สายลมและสายน้ำ article
บ้านชมทุ่ง article
เกาะกุฏี ในสำนึก article
เปิดบันทึกการเดินทาง ... โก๋ ก้อนดิน article
เดินป่า เมื่อยามฤดูฝน "ตาดหินยาว" article
ภูสอยดาว article
บันทึกจากห้องเช่าเมื่อยามความเหงามาเยือน article
ผจญภัยที่เกาะช้าง...... article
ชะอำ...ช้ำใจ article
หัวใจเดินทาง..อีกครั้ง!! (Samed Episode II) article
" 7 Days In Tibet " ดินแดนขอบฟ้าหลังคาโลก article
ตำนานคน ตำนานป่า ตำนานการเดินทาง article
เดินป่าขึ้นเขาสน ณ เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเขาสน-เขาสนามเพรียง 12 - 13 -14 - ส.ค. 48 article
พุเตย…พิสูจน์ใจไล่ความกลัว article
บันทึกนี้ที่เชียงใหม่ article
"ลัดเลาะสองฝั่งแม่กลอง แอบมองหิ่งห้อย ร้อยพัน" article
รสชาติใหม่ของการเดินทาง (Suan Soan Pradipat) article
จาก ขญ.11 สู่ ขญ. 10 (Bike Camp) article
เปิดบันทึกเล่มใหม่ กับการผจญภัยที่ “ตาดหินยาว” article
ความสุขไม่ได้รออยู่ที่ปลายทาง article
ห้างเก่า article
แสงประหลาด article
บ้านแม่แสะ article
มืดแปดด้าน article
มะพร้าวตก article
บ้านแพซุง article
บ้านขุนแปะ article
ทุ่งกระทิง article
ด่วนเจ้าพระยา article
ควบจิ้งเหลนดงมุ่งตรง บึงฉวาก article
คลื่นยักษ์ที่โถมซัดไม่อาจทัดทานคลื่นน้ำใจ article
ความเจริญไม่มีที่สิ้นสุด article
ช่างซอตาบอด article
“สู่...ยอดเขาโล้น” article
ดินแดนแห่งอารยธรรม article
“ภูชี้ฟ้า” ภูนี้ไม่เคยว้าเหว่ article
ยอดลมพัด ไม่ได้มีแค่ในตำนาน.. article
เมืองเล็กๆ ที่ชื่อ “ปาย” article
สวัสดี เกาะ 1,000,000 article
ค่ำไหนนอนนั่น article
"กระทิง สิ่งอันเป็นที่รักของฉัน" article
เกาะสีชัง จำลอง...Believe It or Not ! article
" เขาลมพัด " รวมพลคนหน้าตาดี article
จากกรุงเก่าสู่บางปะอิน article
ดอกไม้เบ่งบานกับวัฒนธรรมไร้พรมแดน article
ยี่เป็ง...ประทับใจ
ปาย ฝนต้นหนาว
โชงโดง กับคำถามที่ว่า “เราขึ้นมาทำไม?”
ความเปลี่ยนแปลงใน สังขละบุรี
ตามรอย รัก-ยม ชมไทยไป ขุนแม่ยะ
บันทึกไออุ่น...จากพี่ให้น้อง ครั้งที่2
เสียดาย โดดเดี่ยวใน...ภูเก็ต
สรุปการเดินทาง 3 เดือนแรก
มนต์เสน่ห์ เชียงคาน บันทึกที่ริมสายน้ำโขง
ซ้ำรอยเดิมที่...ตาดหินยาว
ครบรอบ 1 ปี แห่งความรัก หนุ่มตัน กับสาวปลา
ในสายหมอกที่ “ภูสอยดาว”
อุทัยธานี...มีอะไร?
ได้โปรดเถอะ !!!! นำพาเขามาสู่ฉัน
Home Stay แบบชิวๆ ที่ เขายายเที่ยง



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2003 Chomthai team 089-7801770

ตารางออกอากาศรายการชมไทยแลนด์ ช่อง ของดีประเทศไทย   (จานเหลือง DTV และจานเคเบิ้ลท้องถิ่นที่รับได้ทั่วไป)

วันเสาร์ 18:30-19:00 รีรัน อังคาร 22:30-23:00  พฤ. 14:00-14.30  ศุกร์  9:30-10:00 / 16:30-17:00

  Nextstep ชมย้อนหลังรายการชมไทยแลนด์ รายการชมไทยสัญจร ที่ช่อง Real Metro     หนังสือของชมไทย วางแผงกันแล้ว   

 

ติดต่อ : ชมไทย chomthailand.com  14/2  ม.3  คลองถนน  สายไหม  ก.ท.ม.  10220   โทร 089-7801770    e-mail : webmaster@chomthailand.com

Free Page Rank Tool