ReadyPlanet.com
dot
dot
dot
bulletGallery ห้องภาพคนเดินทาง
bulletข่าวสาร เทศกาล ท่องเที่ยว
bulletใต้ฟลายชีท-ชวนกันเที่ยว
bulletมุมเพื่อน บทความ นัดพบ ฯลฯ
bulletห้วงสำนึกเดินทาง blog ,diary
bulletคลังข้อมูล เวบบอร์ดเก่าชมไทย
bulletท่องเที่ยว 76 จังหวัดทั่วไทย
bulletเรื่องเล่าริมทางเดิน
bulletบันทึกเดินทาง (คลังเก่า)
bulletแนะนำ หนังสือน่าอ่าน
ค่ายอาสา ไออุ่นจากพี่ให้น้อง
bulletเที่ยวเกาะช้าง


deuter kovea Eneloop ถุงนอน เป้ ตะเกียง เชือก เดินป่า มีด ไฟฉาย เปลมุ้ง รองเท้า

แบนเนอร์ชมไทย


กว่าจะถึง “ภูกระดึง” article

 

กว่าจะถึง “ภูกระดึง”
 
เลย : เมืองแห่งทะเลภูเขา สุดหนาวในสยาม ดอกไม้งามสามฤดู


 
                                                                            “ตำ น า น ก า ร เ ดิ น ท า ง ที่ ผ่ า น ม า
                                                                             ก า ร บ อ ก เ ล่ า เ ป็ น ถ้ อ ย คำ ร้ อ ย เ รี ย ง
                                                                             เ ป็ น สี สั น เ ป็ น ภ า พ ส ว ย จ า ก ห น้ า ห นึ่ ง
                                                                             ข อ ง บั น ทึ ก จ ด จำ เ รื่ อ ง ร า ว ข อ ง ภู ผ า
                                                                             แ ม้ เ ป็ น เ พี ย ง ส่ ว น เ สี้ ย ว ข อ ง ล ม ห า ย ใ จ
                                                                             แ ต่ เ พี ย ง พ อ ที่ จ ะ นึ ก ถึ ง”


 
         เป็นการเดินทางที่ยาวนานเหลือเกิน สำหรับการเดินทางไปภูกระดึงครั้งนี้ของพวกเรา ช่วงเทศกาลสงกรานต์ รู้ๆ กันอยู่ว่าสาหัสแค่ไหนกับการจราจร แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรค สำหรับใจที่อยากออกเดินทางอย่างเรา
 
        ค่ำคืนแรก  นัดรวมตัวที่หมอชิตเวลา 6 โมงเย็น แต่ด้วยความร้อนรนของจิตใจ ฉันโดดงานไปพบหมู่มิตรตอนบ่าย 3 โมงกว่าๆ รวมพลพรรคครบถ้วนเวลาก็จวนเจียนจะ 5 โมงเย็น สหายเราอาสาไปซื้อตั๋วได้ตั๋วเมืองเลย ป.2 เวลาทุ่มครึ่ง จากนี้ไปคือการรอ รอ รอ และรอ อย่างเดียว ใกล้ถึงเวลาตามหน้าตั๋วพวกเราย้ายสัมภาระทุกชิ้นไปวางกองรวมกันที่ช่องรถจอด ประชากรหนาแน่นมากๆ ทุกคนต่างมุ่งหน้าเพื่อที่จะกลับถิ่นฐานของตัวเอง บ้างไปเยี่ยมลูก บ้างก็เยี่ยมบุพการี บ้างก็กลับไปทำบุญ บ้างก็แค่กลับไปเพียงเพื่อเล่นน้ำสงกรานต์เท่านั้น แต่พวกเรากำลังไปพิสูจน์สมรรถภาพของร่างกายอีกครั้ง ถึงเวลารถออก แต่พวกเรายังไม่ได้ขึ้นรถเลย (แย่งไม่ทัน) คนแทบจะเหยียบคอกันตาย กว่าจะแย่งขึ้นรถได้ก็โน่น สามทุ่มกว่าๆ สหายเราที่เป็นสุภาพบุรุษเพียงหนึ่งเดียวอาสา (อีกแล้ว) รวบรวมกระเป๋าทุกใบยัดใส่ช่องเก็บของที่ท้องรถ ในขณะที่สาวๆ ทั้งสามออกแรงผลัก ดัน เดิน ยื้อแย่งกันเพื่อที่จะพาตัวเองเข้าสู่ภายในรถให้ได้ วูบเดียวขณะที่กำลังยื้อแย่งเบียดตัวเองเข้าไปในรถฉันคิดว่าฉันถอดใจแล้ว ไม่อยากไปแล้ว ทำไมต้องมาลำบากเพื่อแย่งความลำบากอีก เฮ้อ! แต่ท้ายที่สุดพวกเราทั้งหมดก็ได้ขึ้นรถ แล้วล้อก็หมุน อีกเช่นเคยรถ ป.2 ฉันได้ยินเขาประกาศอยู่ปาวๆ ที่สถานีขนส่งหมอชิตว่า “หากใครพบรถที่ขายตั๋วเกินราคา หรือเกินที่นั่งให้ร้องเรียนได้ และทางสถานีจะระงับการเดินรถสายนั้นทันที” นั่นคือบทลงโทษ แต่ไม่มีใครเกรงกลัว

         รถที่ฉันนั่งไปนั้นนอกจากจะขายตั๋วเกินราคาแล้ว ยังขายที่นั่งเกินอีกต่างหาก เจ้าของรถใช้วิธีซิกแซ็กด้วยการ จัดเก้าอี้เสริมให้ได้นั่งกันทุกคน ฟังแล้วเหมือนจะดี แต่ดูก่อนเถิดพี่น้อง เบาะ 2 นั่ง 3 รวม 6 เท่านั้นยังไม่สาแก่ใจ ที่ว่างตรงกลางวางเก้าอี้เสริม อีก 1 รวมเบ็ดเสร็จแล้วแถวละ 7 โดยประมาณ รถเสริมป.2 นั้นเก่าแสนเก่าแอร์ก็ไม่เย็นอยู่แล้ว แถมยังเข้าไปอัดกันเป็นปลากระป๋องปุ้มปุ้ยอยู่ในนั้น กับการเดินทางร่วม 7 ชั่วโมง (เวลาปกติ) แต่ช่วงเทศกาลเยี่ยงนี้ บวกไปเลยแบบไม่จำกัดจำนวนชั่วโมง คิดดูเองละกันว่านรกอยู่ใกล้แค่ไหน...นี่แหละสวัสดิภาพของประชากรไทย..จะแก้ยังไงดี...รถก็แน่น แถมการจราจรก็ติด โอ๊ย ! หงุดหงิดเป็นบ้า รถวิ่งออกนอกเมืองมาได้สักพัก ฉันแน่ใจว่ายังไปไหนไม่ไกลจากกรุงเทพนัก การจราจรเดี้ยงสนิท ไม่รู้ว่าคนขับปิดแอร์ หรือแอร์มันเสียโดยตั้งใจกันแน่ ร้อนตับแทบแล่บออกมาจากอก เพื่อนเราผู้เป็นสุภาพบุรุษหนึ่งเดียวหันมาส่งสายตาเป็นเชิงวิงวอนว่า ข้าฯ ไม่ไหวแล้วลงกันเถิดพี่น้อง โบกไปละกันบันเทิงกว่าเยอะ เท่านั้นแหละเหมือนมิได้นัดหมายเหล่าสมาชิกร่วมหัวจมท้ายทั้งสามก็ออกเดินมุ่งหน้าสู่ประตูรถเพื่อวิงวอนพี่คนขับว่าโปรดเปิดประตูให้พวกเราลงเถิด ไม่ไหวแล้วหายใจไม่ออก จะตายเอาง่ายๆ นะนั่น...แต่คนขับก็ใจเย็นดั่งขั้วโลกเหนือ (เลือดเย็น) ไม่เปิดอ่ะ..ฉันนึกในใจนี่กะปล่อยให้พวกเราขาดใจตายหมู่กันบนรถปลากระป๋องหรืองยังไงนะ “เปิดสิ !!...เปิด...จะเปิดหรือไม่เปิดหนูเป็นหอบนะ ถ้าไม่เปิดตายไปรับผิดชอบด้วยละกัน..(^_^)…” เท่านั้นแหละรีบเปิดประตูให้พวกเราลงแทบมาทันเล้ย..หุหุหุ


          พอลงจากรถนรกได้ เฮ้อ! โล่งอก ต้องบอกว่าฉันรู้ซึ้งถึงคำว่า “โล่งอก” จริงๆ ก็คราวนี้แหละ มันได้หายใจเต็มๆ สดชื่นเหลือเกินอากาศภายนอก ทีนี้ก็ถึงเวลา “โบก” กันจริงๆ แล้วซินะ รถทุกคันต่างมุ่งหน้าเพื่อที่จะออกจากวังวนตรงนี้ไปให้ได้ ไม่มีใครอยากรับนักเดินทางพเนจรอย่างพวกเราเล้ย หาเหยื่อกันอยู่เป็นนานสองนานเวลาก็ปาเข้าไปเกือบจะตีสองนั่นแหละ แต่การเดินทางของเรายังไปไม่ถึงไหน สุดท้ายพวกเราก็ได้เทวดาใจดี ที่กำลังมุ่งหน้าสู่จังหวัดขอนแก่น เจ้ากะบะคันแดง และผู้ร่วมทางอีก 5 ชีวิต ต้องขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ เป็นค่ำคืนที่ยาวนานมากสำหรับฉัน


          วันแรก รถติดอย่างหนัก กระดึ๊บๆ ได้ทีละนิด รถที่พวกเราอาศัยมานั้นก็มาจอดพักรถแบบสว่างคาตาตรงเลยมวกเหล็กมานิดนึง นับดูคร่าวๆ เกือบ 8 ชั่วโมงแล้วซินะที่เรากระดึ๊บมาถึงมวกเหล็ก แต่จุดหมายปลายทางของเรานั้นอยู่ที่ “ภูกระดึง” ..ไปต่อ..วันทั้งวันพวกเราก็อยู่แต่บนกะบะท้ายรถ รถก็วิ่งไปๆ...ตามทางของมันพวกเราทั้ง 4 ได้อาศัยรถเทวดาใจดีมาลงตรงแยกก่อนเข้าขอนแก่น ต้องโบกต่อไป คราวนี้ได้รถเทวดาสองแถวคันโต แต่ก็ยังไปไม่ถึงขอนแก่นอยู่ดี เพราะรถนั้นไปคนละทาง ตอนนี้บ่ายโมงตรงแล้ว ทานข้าวเที่ยงเติมพลังกันก่อน แล้วก็นั่งรถเมล์เข้า บขส เพื่อต่อรถไปขอนแก่น จากนั้นก็ต่อรถอีกครั้งเพื่อมุ่งหน้าสู่ผานกเค้า จากผานกเค้าก็ยังต้องเหมารถสองแถวเพื่อไปให้ถึงตีนภูฯ ท้ายที่สุด สิ้นสุดวันพวกเราก็มาถึงจนได้ แต่ก็อยู่ได้แค่ตีนภูฯ เท่านั้น


          ค่ำคืนที่สอง ของการเดินทาง อย่างที่บอกคือมาจอดแค่ตีนภูฯ รอขึ้นตอนเช้า พวกเราตั้งแคมป์เล็กๆ กันหน้าห้องน้ำ คงเป็นทำเลที่เหมาะที่สุดแล้วล่ะ คืนนี้อากาศดีมากๆ ไม่ร้อน เย็นสบาย ฉันกับเพื่อนอีกคนผูกเปลนอน พระจันทร์ขึ้นแล้ว เต็มดวงซะด้วยงามจริงๆ นอนมองพระจันทร์เพลินๆ เพื่อรอกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่เพื่อนกำลังทำอยู่ แต่ทำไมรู้สึกตัวอีกทีก็เช้าแล้ว ฉันหลับรวดเดียวแบบไม่สะดุ้งตื่นระหว่างทางเลย มีความสุขจริงๆ คงเหนื่อยจากการเดินทางทั้งกลางคืนและกลางวันนั่นแหละ เป็นการเดินทางที่ยาวนานจริงๆ ไป-กลับ เชียงใหม่ฉันว่ายังใช้เวลาน้อยกว่านี้อีก...

 วันที่สอง เช้านี้แหละจะได้ขึ้นภูกระดึงซักที ด้วยสังขาร จำต้องนำสัมภาระทุกอย่างที่ติดตัวมาส่งมอบต่อไปยังลูกหาบให้ช่วยดูแล สนนราคาก็กิโลกรัมละ 10 บาท ไม่แพงเลย จริงๆ นะ เพราะถ้าเห็นลูกหาบแบกของขึ้นภูแล้ว อยากให้มากกว่านี้ด้วยซ้ำ พวกเราเริ่มออกย่ำตอน 8.30 น. เวลาดี แดดร้อนเปรี้ยง น้ำ น้ำ น้ำ เท่านั้นที่ฉันโหยหา ยังไม่ถึงซำหอบแฮ่กๆ ฉันก็ถอดใจซะแล้ว ไม่เคยท้ออะไรอย่างนี้เลยจริงๆ ให้ฟ้าผ่าทากตายก็ได้อ่ะ กว่าจะผ่านแต่ละซำ ฉันงี้ถอดอกถอดใจไปหลายรอบ เหนื่อยมากๆ คงเป็นเพราะอากาศร้อนนั่นแหละ แต่ก่อนหน้าที่เราจะขึ้นฝนตกติดต่อกันหลายวันทำให้ต้นไม้บนภูแลดูเขียวขจี ผลิดอกใบสวยงามน่ามอง ก่อนจะถึงหลังแป ไต่บันไดแล้วบันไดเล่า เฮ้อ..ยังไม่ถึง นักเดินทางที่เดินสวนลงมาบอกว่าอีกแค่ 5-6 บันไดก็ถึงแล้ว ฉันภาวนาสาธุ ให้มันถึงซักทีเถ๊อะ..เหนื่อยแล้วน๊า...เกือบถึงหลังแป ฝนก็ตกลงมาพอให้ชุ่มฉ่ำ เสื้อกันฝนที่เตรียมมา (ซะเมื่อไหร่) ก็ได้ใช้ซะที (แย่งของเค้ามาน่ะ) ถึงแระ หลังแป เป็นทางราบยาวประมาณ 3 กิโลเมตร สองข้างทางเพลินๆ ด้วยทิวสน สวยจริงๆ ศิลปะ สนๆ บนยอดภูกระดึงงามมากๆเลย ถ่ายรูปสนๆ ไป โอ้โห..นั่นดอกกระเจียวดอกโตสวยเชียว..ดอกเอนอ้า อ้ารับแสงสีสดใสงามจับตา...ทันใด..สิ่งที่ฉันคาดคิด แต่ดันลืมคิดไปชั่วขณะ !!!...”อ้ายยยยยเชา เอามันออกไปที...!!” เสียงสหายก้านยาวของฉันร้องตะโกน เท่านั้นแหละ ฉันรู้ทันทีว่ามันคืออะไร

         เพียงแค่ก้มลงเพื่อที่จะเก็บภาพงามๆ ของดอกกระเจียว สหายเราก็โดนซะแล้ว เจ้าทากมหาปะลัย 2 ตัวเกาะติดหนึบอยู่ที่เท้าของสหายเรา..อึ๋ย !!...น่าขยะแขยง ฉันงี้ขนพองสยองเกล้าเลย ทีนี้แระ..ดอกไม้ก็ดอกไม้เหอะ ไม่สนใจแล้ว สายตาทั้งคู่ของฉันก็จับจ้องอยู่ที่เท้าทั้งสองของตัวเองทันที เหอะๆๆ อย่าหวังเลยว่าจะได้แอ้ม!ฉันน่ะ เจ้าทากตัวหนึบ..เดิน เดิน เดิน ด้วยอาการตื่นตระหนก สักพักพวกเราก็มาถึงลานกางเต็นท์ เฮ้อ!..ภูกระดึงถึงซักที สนามหญ้า..ง่ะ น่ากลัว ตอนนี้อะไรชื้นๆ เขียวๆ ล้วนสร้างความสยองให้ฉันทั้งสิ้น ถึงตรงนี้เวลาเกือบๆ บ่ายสามโมง หาข้าวหาปลากิน รอสัมภาระจากลูกหาบด้วย ตามแผนคือเดินต่อไปยังผาหล่มสัก เพื่อดูพระอาทิตย์ตก สำหรับโปรแกรมป่าปิดนั้น ปิดประตูลั่นกลอนไปแล้วเนื่องจากการเดินทางอันแสนยาวนานนั่นเอง กินข้าวเสร็จนั่งรอต่อไป ลูกหาบยังไม่มา คงติดฝนอยู่แน่ๆ เลย บ่าย 4 โมงเย็น ผาหล่มสัก ล้มเลิกอีกเช่นกัน ตอนนี้จุดหมายเดียวที่จะไปคือผาหมากดูกเท่านั้น...รอ รอ รอ และรอต่อไป


                 และแล้วก็มีสุภาพบุรุษในชุดดำ เดินออกมาจากป่าปิด สหายใหม่นามว่า “ต่องแต่ง” ที่ล่วงหน้ามาก่อนพวกเราหนึ่งวัน โชคดีที่ได้เดินทางตามโปรแกรม แต่ทันใด..สายตาที่ก็ไม่ได้เฉียบคมซักเท่าไหร่ของฉัน เหลือบไปเห็น..หนึบๆ คืบๆ ยาวๆ กระดึ๊บๆ..เกาะที่คอมัน อึ๋ย..!!...สยองอีกแล้ว มันไม่ได้มาคนเดียว เอาทากตัวน้อยติดตัวมากะมันด้วย “ไปไกลๆ เล้ย..อย่าเข้ามาใกล้ฉัน”...โอย...ภูกระดึง ไม่คิดว่าจะเป็นฝันร้ายของฉันจริงๆ ถ้าตัดเจ้าทากพวกนี้ออกไปนะ ฉันคงรักภูกระดึงได้มากกว่านี้แน่ๆ นั่งถ่ายภาพกวาง พร้อมระแวดระวังเจ้าคืบๆ เป็นนานสองนานจนเบื่อ ลูกหาบก็ยังไม่มาสุดท้ายฉันกับเพื่อนอีกคนที่ขึ้นภูฯ ครั้งแรกเหมือนกันก็ขอออกย่ำล่วงหน้าไปผาหมากดูกก่อน ด้วยเกรงว่าจะไม่ทันแสงสุดท้าย ถุงกันทาก 2 ชั้นใส่ตั้งแต่กินข้าวเสร็จ กลัวอะไร ไปกัน (แต่จริงๆ แล้วให้ใส่ 10 ชั้น ฉันก็ยังสะดุ้งอยู่ดี) ...ผาชมวิวบนภูฯ ถ้าไม่เดินก็ปั่นจักรยานไป แต่ฉันกับเพื่อนเลือกเดินเพราะฝนตก ให้ปั่นจักรยานฝ่าฝน แถมทางเป็นทราย คงไม่ไหวแน่..เดินกันไปเรื่อยๆ ถึงแระ ผาหมากดูก คงเป็นชื่ออะไรซักอย่าง ซึ่งฉันไม่อยากรู้หรอกว่าต้นตอมาจากไหน แสงสุดท้ายหมดไปแล้วพร้อมๆ กับสหายทั้ง 3 ที่ตามาสมทบ แชะ !! ภาพกับวิวกันซักหน่อย มืดละ..เดินกลับเต็นท์กัน มื้อค่ำพวกเราทั้งหมดฝากท้องไว้ที่ร้านเดิม “น่าลอง” คือชื่อร้าน เจ้าของใจดี๊ ดี อาหารอร่อย เน้นปริมาณอีกต่างหาก คิคิคิ...ถูกใจคนใช้แรงงานอย่างพวกเรานักแล...แล้ววันนี้ก็หมดไป


        คืนที่สาม เต็นท์สองหลังถูกกางไว้บนทางเดินที่มีหญ้าเขียวๆ ชื้นๆ น่าสยองอีกแล้วสำหรับฉัน ตอนแรกฉันบอกสหายว่าฉันปราถนาจะนอนเปล สูงเข้าไว้ยิ่งดี แต่สหายคงไตร่ตรองดูแล้วว่า นอนในเต็นท์ตรงนี้แระ ปลอดภัยแน่ จากเจ้าคืบๆ..กระดึ๊บๆ..อึ๋ย!..แต่นั่นก็ยังไม่สาแก่ใจฉัน ฉันว่าคงยังไม่ปลอดภัย จึงโรยปูนขาวรอบเต็นท์ ดูแล้วก็เหมือนสายสิญกันผีเลย อิอิ...โรยชั้นเดียวไม่พอ โรยมัน 2 ชั้นดักไว้เผื่อมีตัวไหนกระดึ๊บ พ้นชั้นแรกมาได้ จะได้มีอีกชั้นกั้นมันเอาไว้..ทีนี้ก็นอนได้อย่างสบายใจซักที ร่างกายปวดเมื่อยไปหมด สาหัสเอามากๆ ทริปนี้ ตอนแรกว่าจะสังสรรกับสหายร่วมทาง และสหายใหม่ที่เพิ่งเจอกันวันนี้ นามว่าพี่แมวตกมัน แต่หน้าท่านดุยังกะเสือแน่ะ..เสียดาย ฉันสิ้นสติไปก่อนใครเพื่อน แต่สหายอีกหลายชีวิตยังนั่งชิวๆ อยู่จนดึกดื่น ฉันได้ยินเจ้าหน้าที่เดินมาปรามเสียงหัวเราะของเต็นท์เราเท่านั้นแหล่ะ ซักพักทุกอย่างก็เงียบกริบ จนถึงเช้า...


        วันที่สาม วันสุดท้ายแล้วซินะ วันนี้ต้องลงจากภูฯ แล้ว ทั้งที่เพิ่งจะมาถึงเมื่อวานเอง ยังไม่ได้ไปดูอะไรๆ เลย ช่วงเช้ามีโปรแกรมสั้นๆ นั่นคือปั่นจักรยานไปผาหมากดูกอีกครั้ง ตอนแรกก็ว่าจะไปหล่มสัก แต่ฝนก็ตกอีก เลยอดไปตามระเบียบ...อ้อ!!...เกือบลืมของสวยๆ งามๆ ยามเช้า ระหว่างที่พวกเรานั่งเสวนากันอยู่หน้าเต็นท์ เคารพธงชาติเสร็จ หมอกจ้าหมอก...หมอกของแท้ไม่หงอยด้วย..คิคิคิ...เทลงมายังกะใครเทออกจากถังงั้นแหละ พรวดเดียวเต็มลานเลย สวยมากๆ แล้วทุกสิ่งทุกอย่างก็หายไปกับสายหมอก...จากนั้นพวกเราถึงได้เคลื่อนทัพจักรยานปั่นไปหมากดูกกัน ฝนกระหน่ำลงมา ชะหมอกให้หายเกลี้ยง เลยจากหมากดูกไปตั้งใจว่าจะออกทางหลังแป เพื่อที่จะไปสัมผัสกับผาสวรรค์ต่อ แต่ก็ต้องวกรถกลับ เพราะเวลากระชั้นมากเหลือเกินกลัวว่าจะลงจากภูฯ ไม่ทัน เพราะเจ้าหน้าที่ขีดเส้นไว้ที่เวลาดีบ่าย 2 โมง เกินจากนั้นต้องค้างบนภูฯ ต่ออีกคืน เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง เพื่อนฉันที่เคยขึ้นภูฯ แล้วหลายรอบบอกว่าโชคดีที่ครั้งนี้ได้เจอหมอกด้วย อีกอย่าง ได้ครบทั้ง 3 ฤดูในคราเดียว “แดดออก หมอกหล่น ฝนตก” บันเทิงจริงๆ หลายคนมาหลายรอบยังไม่ได้เห็นหมอกเล้ย...อือม์...โชคดีก็ดีอ่ะ..


          ตอนลงจากภูฯ โหดหนักยิ่งกว่าขึ้นซะอีก ทั้งความล้าของร่างกาย แล้วก็อุปสรรคจากทางที่ลื่นเนื่องจากฝนตก อีกทั้งสัมภาระที่อยากทดสอบร่างกายแบกมันลงซะเอง อยู่บนหลังหนักมากๆ ฉันค่อยๆ ไต่ลงมาจากภูฯ ตลอดทางว่ายากแล้ว ถึงซำหอบแฮ่กๆ ก่อนลงถึงเชิงเขา ฉันว่าหินโคตรๆ เลยล่ะ ขาฉันแทบก้าวไม่ออก สั่งมันยังไงมันก็ไม่ยอมก้าว..เฮ้อ..!!!...เหนื่อยชะมัดเล้ย..ภูกระดึง..ยังไม่เข็ดนะ แต่ถ้าจะให้ไปอีกคงเลือกเวลาที่ทากน้อย ถึงน้อยมาก เอาเป็นว่าอย่าเจอมันเลยดีที่สุด ช่วงนั้นแหละ ฉันถึงจะตัดสินใจกลับไปเยือนอีก..พวกเราลงมาถึงเชิงเขาเวลาก็ปาเข้าไปเกือบๆ บ่าย 4 โมงเย็น จัดแจงอาบน้ำอาบท่าชำระล้างร่างกาย ตามล่าหาพาสปอร์ต อุทยานแห่งชาติ ซึ่งฉันมั่นใจว่าต้องได้จากที่นี่แน่นอน หลังจากตามหาจนข้ามปี เกือบไม่ได้ แต่สุดท้ายก็ได้ จนได้..(งงป่ะ) ..ขึ้นรถกลับเมืองฟ้าเวลา 2 ทุ่ม จองตั๋วไว้ตั้งแต่มาถึงวันแรก ค่อยสบายหน่อยถึงก็ตี 3 พอดี จบแล้วทริปนี้ของฉัน..


ท้ายที่สุดต้องขอบใจสหาย 2 เชา ที่ทำให้ทริปโบกบรรลุ และบันเทิงสุดๆ ขอบใจที่ทำให้สองตาของฉันได้สัมผัสกับโลกกว้าง ขอบใจที่ทำให้สองขาของฉันเดี้ยงกว่าหลายทริปที่ผ่านมา..ขอบใจสหายร่วมทางทุกท่านที่สร้างความบันเทิง และทำให้การเดินทางของฉันไม่เหงา  ขอบใจเพื่อนใหม่ ขอบใจ...ขอบใจจากใจจริง...
 

“ ที่ ป ล า ย ท า ง เ ร า รู้ ว่ า
  ก า ร ค้ น พ บ เ ป็ น ร า ง วั ล ที่ ยิ่ ง ใ ห ญ่
  ข อ ง ผู้ ที่ ค้ น ห า เ ส ม อ”
 
 
ครั้งหนึ่งในชีวิต ที่ข้าฯ ได้สัมผัสภูกระดึง

 

...............................................palmy616

รวมเรื่องเล่าและภาพถ่ายภูกระดึง

~กว่าจะถึง "ภูกระดึง"~  - palmy 

++ครั้งหนึ่งในชีวิตขอพิชิตภูกระดึง++  - ต๋องแต๋ง

พิชิตแล้ว ภูกระดึง - mai52 

 เรื่องเล่าจากยอดภู Part II - i_chaochao 

เรื่องเล่าจากยอดภู - i_chaochao 

 ทริปแอบ......Part 1  - i_chaochao  

ข้อมูลการเดินทาง ทริปภูกระดึง..ดึ๊งดึงดะดึงดึงดึง

ภาพถ่ายและเรื่องราวอีกมากมายที่ภูกระดึง <<
 

ติดต่อสอบถาม แสดงทัศนะ ถึง-ผู้เขียน 



*ชื่อ-อีเมลล์:
*ข้อความ:


ตามรอยตะวัน

แก่งหินเพลง เรื่องบังเอิญ คุณบังอร
ออกนอกกะลา ไปบาหลี ตอนที่ 2 (จบ)
ออกนอกกะลา ไปบาหลี ตอนที่ 1
ลุงชู ที่เขื่อนเขาแหลม
น้ำท่วมทุ่ง ผักบุ้งเต็มคลอง ที่สองพี่น้อง สุพรรณบุรี
หนาวนี้ อีกสักที ที่ สวนผึ้ง ราชบุรี
พักกาย..หย่อนใจ..ที่บ้านไร่ตับเต่า
เรื่องเล่า..อโยธารา...
หมู่เกาะตะรุเตา
ความรู้สึกจางๆ กับไออุ่น 4
โกรกอีดก
แบกเป้ มุ่งหน้าสู่ แก่งกระจาน-พะเนินทุ่ง
ร้อน ฝน หนาว ที่ อช.หมู่เกาะชุมพร
ความทรงจำที่เกาะกุฎี article
เรื่องเล่า.............จากเขาหลวง (สุโขทัย) article
ฝ่าสายฝนจากเชียงของ สู่เพลินวาน
bicycleworld lightblue : เดินทางโดยจักรยานรอบโลก article
เที่ยวอยุธยา เมื่อหน้าน้ำ
โฮมพุเตย...ฝันที่ฉันอยากไป article
เขาใหญ่ อช. แรกของไทย article
เขาหลวง-ประจวบฯ article
“เกาะหมาก-เกาะขาม”...สวรรค์ของคนรักสงบ article
ตะลุยเดี่ยวเที่ยว 3 เกาะอ่าวไทย article
เปิดประตูสู่....เขายายเที่ยง
บนทางแสนไกล...ตาดหินยาว
โลกหมุนช้าลง..ที่..เชียงคาน
เมื่อใบไม้เปลี่ยนสี...ที่ขุนแม่ยะ article
เขาโล้นที่เขาแหลม article
บันทึก จากครูดอย (รร.บ้านห้วยโค้ง อมก๋อย) article
เขาหลวง นครศรีธรรมราช article
เรื่องเล่า เชียงคาน
ภูสอยดาว article
ปากน้ำปราณบุรี เขากะโหลก ง่ายๆ สบายๆ ใกล้ๆ กรุง article
เที่ยวเมืองภูเก็ตยังไงให้คุ้มค่าที่สุด article
แอ่วเจียงใหม่ article
น้ำตกป่าละอู ….เราจะกลับมา article
โรงเรียนของหนู (โครงการไออุ่นจากพี่ให้น้องครั้งที่ 1) article
ภูกระดึง........ในวันที่เงียบเหงา article
ภูสอยดาว บันเทิงโบก (...ลองหยุดวิ่งตามดูสักครั้ง) article
ตามหัวใจ..ไปเสม็ด article
สะบายดี..วังเวียง article
ปาย "Pai" article
แบกเป้ลุยเดี่ยว เที่ยว อช.เขาแหลม article
ทริป ”พักใจ ..ไปโกรกอีดก” article
ภาพถ่าย...ลำนำ..และบทเพลง article
เขาสามร้อยยอด article
เวียดนาม (Vietnam) article
จุดเริ่มต้นในการท่องเที่ยว article
อยากอยู่ป่า... article
สู่ยอด...ดอย article
ฝน...ทั้งดีและชั่วอยู่ด้วยกัน article
บทเพลงแห่งธรรมชาติ article
ข้าสองเจ้าบ่าวสองนาย article
บุหรี่ มัจจุราชตัวน้อย article
ป่าขี สายลมและสายน้ำ article
บ้านชมทุ่ง article
เกาะกุฏี ในสำนึก article
เปิดบันทึกการเดินทาง ... โก๋ ก้อนดิน article
เดินป่า เมื่อยามฤดูฝน "ตาดหินยาว" article
ภูสอยดาว article
บันทึกจากห้องเช่าเมื่อยามความเหงามาเยือน article
ผจญภัยที่เกาะช้าง...... article
ชะอำ...ช้ำใจ article
หัวใจเดินทาง..อีกครั้ง!! (Samed Episode II) article
" 7 Days In Tibet " ดินแดนขอบฟ้าหลังคาโลก article
ตำนานคน ตำนานป่า ตำนานการเดินทาง article
เดินป่าขึ้นเขาสน ณ เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเขาสน-เขาสนามเพรียง 12 - 13 -14 - ส.ค. 48 article
พุเตย…พิสูจน์ใจไล่ความกลัว article
บันทึกนี้ที่เชียงใหม่ article
"ลัดเลาะสองฝั่งแม่กลอง แอบมองหิ่งห้อย ร้อยพัน" article
รสชาติใหม่ของการเดินทาง (Suan Soan Pradipat) article
จาก ขญ.11 สู่ ขญ. 10 (Bike Camp) article
เปิดบันทึกเล่มใหม่ กับการผจญภัยที่ “ตาดหินยาว” article
ความสุขไม่ได้รออยู่ที่ปลายทาง article
ห้างเก่า article
แสงประหลาด article
บ้านแม่แสะ article
มืดแปดด้าน article
มะพร้าวตก article
บ้านแพซุง article
บ้านขุนแปะ article
ทุ่งกระทิง article
ด่วนเจ้าพระยา article
ควบจิ้งเหลนดงมุ่งตรง บึงฉวาก article
คลื่นยักษ์ที่โถมซัดไม่อาจทัดทานคลื่นน้ำใจ article
ความเจริญไม่มีที่สิ้นสุด article
ช่างซอตาบอด article
“สู่...ยอดเขาโล้น” article
ดินแดนแห่งอารยธรรม article
“ภูชี้ฟ้า” ภูนี้ไม่เคยว้าเหว่ article
ยอดลมพัด ไม่ได้มีแค่ในตำนาน.. article
เมืองเล็กๆ ที่ชื่อ “ปาย” article
สวัสดี เกาะ 1,000,000 article
ค่ำไหนนอนนั่น article
"กระทิง สิ่งอันเป็นที่รักของฉัน" article
เกาะสีชัง จำลอง...Believe It or Not ! article
" เขาลมพัด " รวมพลคนหน้าตาดี article
จากกรุงเก่าสู่บางปะอิน article
ดอกไม้เบ่งบานกับวัฒนธรรมไร้พรมแดน article
ยี่เป็ง...ประทับใจ
ปาย ฝนต้นหนาว
โชงโดง กับคำถามที่ว่า “เราขึ้นมาทำไม?”
ความเปลี่ยนแปลงใน สังขละบุรี
ตามรอย รัก-ยม ชมไทยไป ขุนแม่ยะ
บันทึกไออุ่น...จากพี่ให้น้อง ครั้งที่2
เสียดาย โดดเดี่ยวใน...ภูเก็ต
สรุปการเดินทาง 3 เดือนแรก
มนต์เสน่ห์ เชียงคาน บันทึกที่ริมสายน้ำโขง
ซ้ำรอยเดิมที่...ตาดหินยาว
ครบรอบ 1 ปี แห่งความรัก หนุ่มตัน กับสาวปลา
ในสายหมอกที่ “ภูสอยดาว”
อุทัยธานี...มีอะไร?
ได้โปรดเถอะ !!!! นำพาเขามาสู่ฉัน
Home Stay แบบชิวๆ ที่ เขายายเที่ยง



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2003 Chomthai team 089-7801770

ตารางออกอากาศรายการชมไทยแลนด์ ช่อง ของดีประเทศไทย   (จานเหลือง DTV และจานเคเบิ้ลท้องถิ่นที่รับได้ทั่วไป)

วันเสาร์ 18:30-19:00 รีรัน อังคาร 22:30-23:00  พฤ. 14:00-14.30  ศุกร์  9:30-10:00 / 16:30-17:00

  Nextstep ชมย้อนหลังรายการชมไทยแลนด์ รายการชมไทยสัญจร ที่ช่อง Real Metro     หนังสือของชมไทย วางแผงกันแล้ว   

 

ติดต่อ : ชมไทย chomthailand.com  14/2  ม.3  คลองถนน  สายไหม  ก.ท.ม.  10220   โทร 089-7801770    e-mail : webmaster@chomthailand.com

Free Page Rank Tool