dot
dot
dot
bulletGallery ห้องภาพคนเดินทาง
bulletข่าวสาร เทศกาล ท่องเที่ยว
bulletใต้ฟลายชีท-ชวนกันเที่ยว
bulletมุมเพื่อน บทความ นัดพบ ฯลฯ
bulletห้วงสำนึกเดินทาง blog ,diary
bulletคลังข้อมูล เวบบอร์ดเก่าชมไทย
bulletท่องเที่ยว 76 จังหวัดทั่วไทย
bulletเรื่องเล่าริมทางเดิน
bulletบันทึกเดินทาง (คลังเก่า)
bulletแนะนำ หนังสือน่าอ่าน
ค่ายอาสา ไออุ่นจากพี่ให้น้อง
bulletเที่ยวเกาะช้าง


deuter kovea Eneloop ถุงนอน เป้ ตะเกียง เชือก เดินป่า มีด ไฟฉาย เปลมุ้ง รองเท้า

แบนเนอร์ชมไทย


ดินแดนแห่งอารยธรรม article

 

สิงห์บุรี และลพบุรี จังหวัดที่เต็มไปด้วยตำนาน เรื่องราว สิ่งก่อสร้าง และโบราณสถานมากมาย หากมองด้วยสายตาของคนทั่วไป  สิ่งก่อสร้างและโบราณสถานเหล่านั้น ก็เป็นเพียงซากปรักหักพัง ที่ไม่คุณค่า ไม่มีความหาย เป็นเพียงซากที่เสื่อมโทรมตามกาลเวลาเท่านั้น แต่หากมองให้ลึกลงไป เบื้องหลังสิ่งก่อสร้างเหล่านั้น คือกระจกเงาที่สะท้อนให้เห็นถึงอารยธรรมไทยในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยในอดีต
 
เราออกเดินทางจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิตเวลาประมาณ ๖.๓๐ น. หลังจากแวะรับประทานอาหารเช้าเรียบร้อยแล้ว  เราก็มุ่งหน้าสู่จังหวัดสิงห์บุรี  สภาพสองข้างทางที่รถแล่นผ่านสามารถบ่งบอกถึงวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของชาวบ้านบริเวณนั้นได้ ตั้งแต่เข้าสู่อยุธยา เครื่องมือเครื่องใช้จักสาน งอบ ฝาชี และปลาตะเพียนมีวางขายอยู่เรียงราย บ้านเรือนไทยยกใต้ถุนสูงที่กลายเป็นสินค้าอุตสาหกรรมก็เช่นเดียวกันโดยมีหลายบริษัทเปิดร้านขายแข่งขันกันอยู่ริมถนน สิ่งเหล่านี้เป็นภาพที่เราจะไม่ได้เห็นตามท้องถนนสายอื่น หรือแม้เพียงแค่เข้าเขตจังหวัดอื่น สินค้าที่อยู่ข้างทางก็เปลี่ยนไปแล้ว นั่นแสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์ของแต่ละจังหวัดที่มีความแตกต่างกัน อย่างอยุธยานั้น บ้านเรือนไทยยกใต้ถุนสูงแสดงให้เห็นสภาพภูมิประเทศที่มีผลต่อลักษณะที่อยู่อาศัย จังหวัดอยุธยาเป็นจังหวัดที่มีแม่น้ำหลายสายรอบล้อม หากสร้างบ้านใต้ถุนเตี้ย เมื่อถึงฤดูน้ำหลากบ้านจะถูกน้ำท่วม สิ่งหนึ่งที่มาพร้อมกับน้ำก็คือปลา การสานปลาตะเพียนก็แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของอยุธยา นอกจากนั้นเมื่อว่างจากการทำเกษตรกรรม ชาวบ้านจะมีเวลาทำงานอย่างอื่น งานจักสานจึงถูกนำมาทำเป็นงานอดิเรก ใช้สานเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆภายในบ้าน

 จากอยุธยาเข้าสู่สิงห์บุรี
ตั้งแต่เข้าเขตจังหวัดเราจะเห็นป้ายบอกทางอนุสาวรีย์ชาวบ้านบางระจันเป็นระยะๆ อนุสาวรีย์และตำนานถูกสร้างขึ้นเพื่อสร้างความเป็นไทยภายในระยะเวลาสั้นๆแต่กลับสร้างความรู้สึกภาคภูมิใจและหวงแหนตำนานของตนต่อผู้คนในพื้นที่ได้เป็นระยะเวลายาวนาน อย่างไรก็ตามตำนานของชาวบ้านบางระจันก็เป็นตัวอย่างแสดงวิถีชีวิตของคนไทยในอดีต ที่ชาวบ้านจะอยู่รวมกลุ่มกันเป็นชุมชนเล็กบ้าง ใหญ่บ้าง คอยช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ทำอาชีพตามที่แต่ละคนถนัด แล้วนำมาแลกเปลี่ยนกัน เมื่อเวลาเกิดศึกสงคราม ก็มีการรวมตัวเพื่อปกป้องบ้านเรือน และครอบครัวของตน นอกจากป้ายบอกทางแล้ว ปลาช่อนเผาก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่อยู่ตามข้างทางเป็นระยะๆ ปลาช่อนเป็นปลาที่อาศัย และหาอาหารอยู่ตามดินเลน และโคลนตม นั่นแสดงว่าที่ปลาช่อนเจริญเติบโตได้ดี และมีจำนวนมาก เพราะบริเวณจังหวัดสิงห์บุรีมีโคลนตมในแม่น้ำที่อุดมสมบูรณ์ เหมาะสำหรับการเจริญเติบโตของปลาช่อน ซึ่งการที่มีปลาช่อนเป็นจำนวนมากนั้น ทำให้ชาวสิงห์บุรีตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีการจับปลาช่อนหาเลี้ยงชีพมากมาย ส่วนที่เหลือก็จะนำไปหมัก หรือแลกเปลี่ยนกับสินค้าอย่างอื่น

 เมื่อรถแล่นมาถึงแหล่งโบราณคดีเตาแม่น้ำน้อย ซึ่งมีลักษณะเป็นเตาขนาดใหญ่  ๓ เตา ตั้งอยู่ภายในบริเวณวัดพระปรางค์  เราได้เข้าไปดูเตาคู่ที่มีลักษณะคล้ายตัวปลา กว้างประมาณ 5 - 7 เมตร ยาวประมาณ  20 - 25 เมตร เป็นเตาสองเตาคู่กัน ตั้งอยู่บนเนินที่ถมขึ้นมาจากเศษเครื่องปั้นดินเผาที่แตกหักไม่สมบูรณ์ แบ่งออกเป็น ๓ ส่วนคือ ส่วนที่เป็นที่สุมฟืน เพื่อให้เกิดความร้อน ส่วนที่ใช้วางเครื่องปั้นดินเผา ซึ่งระยะห่างของเครื่องปั้นดินเผา กับแหล่งความร้อน จะแตกต่างกันตามความต้องการความร้อนในการเผาของเครื่องปั้นแต่ละชนิด สำหรับส่วนสุดท้ายเป็นส่วนที่ระบายความร้อนของเตา การทำเครื่องเคลือบนั้นเราทราบกันดีอยู่แล้วว่า เป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญของอาณาจักรสุโขทัย

เครื่องเคลือบที่มีชื่อเสียงและทำรายได้อย่างมากก็คือเครื่องสังคโลก ซึ่งลักษณะการก่อเตาแบบนี้ก็เป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านของอาณาจักรสุโขทัยนั่นเอง นอกจากนั้นแหล่งโบราณคดีเตาแม่น้ำน้อย ก็ทำให้เราได้ทราบอีกเช่นเดียวกันว่า เมื่ออาณาจักรอยุธยาเริ่มเรืองอำนาจเหนืออาณาจักรสุโขทัย อยุธยาเล็งเห็นความสำคัญของสินค้าส่งออกชนิดนี้ จึงสร้างเตาแม่น้ำน้อยขึ้นเพื่อทำเครื่องเคลือบของอยุธยาส่งออก แต่เครื่องเคลือบของอยุธยาจะเป็นภาชนะดินแกร่งเน้นการใช้งาน ที่ขุดค้นพบบริเวณเตาแม่น้ำน้อยเป็นจำนวนมากคือไหสี่หู

นอกจากสร้างเตาเผาของตนเองแล้ว อยุธยายังได้ไปยุบรวมแหล่งเตาเผาของสุโขทัยให้อยู่ใต้อำนาจของตนอีก เนื่องจากอยุธยาเล็งเห็นแล้วว่าการส่งออกเครื่องเคลือบเป็นรากฐานของระบบเศรษฐกิจสุโขทัย เมื่อเศรษฐกิจดีอาณาจักรก็จะเจริญรุ่งเรือง ดังนั้นการจะมีอำนาจเหนือสุโขทัยได้อย่างสมบูรณ์นั้น ก็จะต้องควบคุมเศรษฐกิจของสุโขทัยให้ได้ ในขณะเดียวกันเมื่อเศรษฐกิจของอยุธยามั่นคง เจริญรุ่งเรือง ก็จะทำให้อาณาจักรมั่นคงตามไปด้วย นอกจากความสำคัญในทางเศรษฐกิจและการเมืองแล้ว เครื่องเคลือบยังแสดงถึงเอกลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่น ในเรื่องการทำน้ำเคลือบที่จะแตกต่างกันออกไปตามทรัพยากรธรรมชาติของพื้นที่นั้นๆ ทำให้เครื่องเคลือบที่ออกมามีสี และลักษณะที่แตกต่างกันไป บางแห่งยังมีการเขียนลายลงไปในเครื่องเคลือบด้วย จากการที่พบเตาเผาอยู่ในบริเวณวัด ก็ทำให้เกิดสมมุติฐานในการทำภาชนะใช้สอยจากเตาเผาขึ้นมา ๒ เรื่อง ดังนี้

 (๑) เนื่องจากการทำภาชนะใช้สอยดินเผา
และเครื่องกระเบื้องเคลือบเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญต่อเศรษฐกิจของสุโขทัยและอยุธยา ผู้ที่เป็นเจ้าของเตาน่าจะเป็นผู้ที่มีฐานะดี จึงแสดงออกถึงฐานะทางสังคมโดยการสร้างวัด หรือเป็นผู้สนับสนุนศาสนสถาน

 (๒) การทำภาชนะใช้สอยดินเผา และเครื่องกระเบื้องเคลือบ บางทีอาจจะต้องมีการประกอบพิธีกรรมบางอย่างก่อนทำ หรือในขณะทำ จึงจำเป็นต้องสร้างเตาเผาไว้ในวัดเพื่อความสะดวกต่อการทำพิธีดังกล่าว

 ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม เราจะเห็นได้ว่าแหล่งโบราณคดีเตาแม่น้ำน้อย ทำให้เราเห็นถึงเศรษฐกิจของสุโขทัยจนถึงอยุธยาว่า ต้องพึ่งพาการส่งออกสินค้าเป็นสำคัญ และเศรษฐกิจที่เติบโต เจริญรุ่งเรืองก็จะเป็นรากฐานความมั่นคงของอาณาจักร นอกจากนี้เรายังได้เห็นความเชื่อ ค่านิยมของคนในสมัยก่อนเกี่ยวกับพิธีกรรม และการสร้างวัด ศาสนสถาน

 

 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อินท์บุรี เป็นสถานที่ต่อมาที่เราไปชม
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีการจัดห้องนิทรรศการแสดงเรื่องเกี่ยวกับสิงห์บุรีตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์จนถึงปัจจุบัน ๗ เรื่อง


 (๑)  ทรัพย์ในดินสิงห์บุรี แสดงสภาพภูมิศาสตร์ธรณีวิทยา แหล่งกำเนิดของทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะดิน หิน แร่ ของที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา
 (๒) แหล่งโบราณคดีบ้านคูเมือง เป็นเมืองโบราณสมัยทวารวดี แสดงหลักฐานสำคัญทางโบราณคดีสมัยทวารวดีขุดค้นพบที่บ้านคูเมือง ตำบลห้วยชัน อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี เช่น ธรรมจักรศิลา พระพุทธรูปศิลา ภาชนะดินเผา แท่นหินบดยา ชิ้นส่วนศาสนสถาน เช่น ยอดสถูปดินเผา
 (๓) แหล่งเตาเผาแม่น้ำน้อย มีการนำของที่ขุดค้นพบบริเวณเตาแม่น้ำน้อยเช่น  ไห กาน้ำ และเครื่องประกอบสถาปัตยกรรม เช่น กระเบื้องเชิงชายมกร มาจัดแสดง
 (๔) อัฐบริขาร และเครื่องใช้ในพระศาสนา จัดแสดงศิลปะวัตถุสำคัญหลายประเภท ได้แก่ อัฐบริขาร ตาลปัตร พัดยศ พัดรอง ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕  และเครื่องประกอบสมณศักดิ์ของพระราชาคณะ
 (๕) ภูมิปัญญาไทยภาคกลาง จัดแสดงภูมิปัญญาไทย สิ่งของเครื่องใช้ในครัวเรือน เครื่องมือทำมาหากิน เครื่องประกอบอาชีพเสริม และพาหนะในการเดินทาง
 (๖) การละเล่นพื้นบ้าน จัดแสดงเครื่องการละเล่นต่างๆของเด็กไทยสมัยก่อน เช่น เดินกะลา หมากเก็บ ลูกหิน กระโดดเชือก เป็นต้น
 (๗) สิงห์บุรีวันนี้ จัดแสดงแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี งานประเพณีและงานศิลปวัฒนธรรม

 จากการจัดแสดงภายในพิพิธภัณฑ์
ทำให้เราได้เห็นวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยในอดีตตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์จนถึงปัจจุบัน เครื่องมือเครื่องใช้ เครื่องมือทำมาหากิน อาวุธชนิดต่างๆ ทั้งที่ทำจากหิน และพัฒนาขึ้นมาจนเป็นสำริด ต่อมาเมื่อมีการพัฒนามากขึ้นสำริดก็จะถูกนำไปทำเป็นเครื่องประดับแทน นอกจากวิถีชีวิตแล้วเราก็จะเห็นถึงความเชื่อ ความศรัทธาในพระพุทธศาสนา ที่ถ่ายทอดออกมาในรูปวัตถุมงคล พระพิมพ์ พระเครื่อง และพระพุทธรูปแบบต่างๆ พระพุทธรูปบางองค์ยังแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงของวัฒนธรรมไทย และมอญอีกด้วยเรายังได้เห็นพระพุทธรูปทรงเครื่อง ที่แสดงให้เห็นถึงการเชื่อมโยงความเป็นเทวราชาเข้ากับพุทธศาสนาของพระมหากษัตริย์ เพื่อสร้างอำนาจบารมี และความจงรักภักดี
 
ตัวอย่างของความเชื่อทางด้านพุทธศาสนาที่มีต่อคนไทยอย่างชัดเจนสามารถเห็นได้จาก ภาพวาดจิตรกรรมฝาผนังที่วัดม่วงซึ่งวาดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๔
เป็นภาพเกี่ยวกับพระพุทธประวัติ และเน้นเรื่องไตรภูมิ ลักษณะการวาดภาพเป็นเชิง Perspective มีการใช้สีที่หลากหลายซึ่งเป็นลักษณะการวาดภาพแบบยุโรป แต่ก็แฝงความเป็นจีนเข้าไป เช่น การตั้งโต๊ะหมู่บูชา ลวดลายแบบจีนเป็นต้น

นอกจากภาพหลักแล้ว ภาพที่แทรกอยู่ก็จะมีการวาดล้อเลียน ทำให้ตลกขบขัน ถ้ามองให้ดีๆแล้ว เราก็จะเห็นวิถีชีวิตของชาวบ้านในช่วงเวลานั้นอีกด้วย

               จากสิงห์บุรีมายังลพบุรี
เมืองเก่าเมืองหนึ่งที่มีความเป็นมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ จนถึงปัจจุบัน เมืองลพบุรีเป็นเมืองที่มีความสำคัญเป็นช่วงๆ เริ่มแรกเป็นวัฒนธรรมของทวารวดีทั่วไป เป็นพุทธเถรวาท หรือพุทธมหายาน ซึ่งเป็นวัฒนธรรมของพวกมอญ อีกช่วงหนึ่งคือสมัยที่ตกอยู่ภายใต้อำนาจของขอม หรือกัมพูชา ในช่วงนี้ทำให้ลพบุรีรับเอาคติ ความเชื่อ และรูปแบบสถาปัตยกรรมของขอมมามากมาย ช่วงสุดท้ายคือสมัยสมเด็จพระนารายณ์ พระองค์เสด็จมาประทับที่ลพบุรีถึงปีละ 8 เดือน การเสด็จมาประทับที่ลพบุรีของพระองค์นั้น สันนิษฐานได้ว่ามาจากความขัดแย้งทางการเมืองการปกครองระหว่างพระองค์กับบรรดาขุนนาง จากการที่ลพบุรีได้รับอิทธิพลของวัฒนธรรมที่หลากหลาย ทำให้สิ่งก่อสร้างต่างๆภายในจังหวัดมีความหลากหลายตามรูปแบบวัฒนธรรมที่ได้รับ

                วัดพระศรีมหาธาตุเป็นสถานที่แรกของลพบุรีที่เราไปชม
วิหารของที่นี่มีขนาดใหญ่มาก เรียกว่าวิหาร ๙ ห้อง วิหารแห่งนี้จะมีทางเข้า ๒ ทาง สำหรับพระมหากษัตริย์ทางหนึ่ง และคนธรรมดาทางหนึ่ง การแบ่งทางเข้า และความสำคัญเช่นนี้แสดงให้เห็นถึงคติเทวราชาที่มีอิทธิพลต่อสังคมไทยในอดีต นอกจากนั้นลักษณะการเจาะหน้าต่างในวิหาร แสดงให้เห็นอิทธิพลการก่อสร้างแบบตะวันตกที่เข้ามา เนื่องจากสมัยก่อนคนไทยไม่กล้าเจาะหน้าต่างขนาดใหญ่ด้วยกลัวว่าตัวอาคารจะพังลงมา ถ้าเจาะก็เจาะเพียงช่องลมเล็กๆเท่านั้น ถัดจากวิหารจะเป็นปรางค์ประธานของวัด ปรางค์ประธานนี้จะใช้สำหรับประดิษฐานพระธาตุ ซึ่งการสร้างมหาธาตุ หรือการบูชาพระธาตุนั้น เป็นส่วนหนึ่งของการผสมผสานวัฒนธรรมพุทธกับมอญ และเขมรไว้ด้วยกัน แทนที่จะสร้างศิวลึงค์ หรือปราสาทของเทพไว้กลางเมือง ก็กลายมาเป็นของพุทธ ประดิษฐานพระธาตุแทน ตรงจุดนี้แสดงให้เห็นถึงการรับเอาวัฒนธรรมของเขมรเข้ามา แต่เอาวิถีของพุทธใส่เข้าไป นอกจากนั้นยังถือว่าพระปรางค์ที่วัดมหาธาตุนี้เป็นปรางค์แห่งแรกที่หลุดออกมาจากศิลปะเขมร คือมีลักษณะผอม และสูงชะลูด จนผอมลงๆกลายเป็นลักษณะคล้ายพระปรางค์วัดอรุณในปัจจุบัน

                จากวัดพระศรีมหาธาตุ เราเดินต่อไปยังนารายณ์ราชนิเวศน์
ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์นั้นสยามได้รับเอาเทคนิค และวิธีการก่อสร้างใหม่ๆเข้ามาจากตะวันตก และอิหร่าน หรืออิสลาม รูปแบบสถาปัตยกรรมของนารายณ์ราชนิเวศน์ก็ได้รับอิทธิพลจากอิหร่านอย่างมาก ตั้งแต่ลักษณะประตูที่เป็นทรงซุ้มโค้ง ประตูทางเข้าที่มีการเจาะช่องตามประตู ซึ่งคาดว่าไว้ใช้วางประทีปในเวลากลางคืน รวมไปถึงการสร้างสวน และการสร้างน้ำพุไว้ในเขตพระราชฐาน  นอกจากรูปแบบสถาปัตยกรรมแล้ว ระบบชลประทาน ท่อส่งน้ำประปาก็เป็นอีกเทคนิคหนึ่งที่เรารับเข้ามา

             พิพิธภัณฑ์ภายในนารายณ์ราชนิเวศน์
เป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมโบราณวัตถุที่ขุดค้นพบในบริเวณจังหวัดลพบุรีเอาไว้ ที่สำคัญคือพระพุทธรูปที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกัน ซึ่งเชื่อว่าเป็นใบหน้าของพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ การที่ต้องสร้างเป็นรูปใบหน้าของพระองค์นั้น แสดงให้เห็นถึงการรวมเอาคติเทวราชา กับพระพุทธศาสนามาไว้ด้วยกัน เป็นการเผยแพร่พระราชอำนาจและแสดงถึงอำนาจของพระองค์ที่มีเหนือดินแดนบริเวณนี้ 

               บ้านวิชาเยนทร์
ซึ่งเป็นบ้านของเจ้าพระยาวิชาเยนทร์(คอนแสตนติน ฟอลคอน)ชาวต่างชาติที่มีบทบาทสำคัญในราชสำนักไทย สมัยสมเด็จพระนารายณ์ เป็นสถานที่ต่อไปของเรา  บริเวณทางเข้าของบ้านวิชาเยนทร์เป็นบันไดที่มีลักษณะโค้งตามแบบตะวันตก ถัดจากบันไดเข้าก็ไปก็จะเป็นบริเวณบ้าน ซึ่งแบ่งได้เป็น ๓ ส่วนคือ ส่วนบ้านของเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ ส่วนที่เป็นโบสถ์คริสต์ และส่วนบ้านที่ใช้เป็นที่รับรองคณะราชทูต บ้านวิชาเยนทร์เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงการก่อสร้างแบบตะวันตกที่เข้ามามีอิทธิพลในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการเจาะหน้าต่าง การสร้างอาคาร ๒ ชั้น การสร้างบันไดภายในอาคาร รวมไปถึงการมีห้องเก็บของใต้ดิน ซึ่งคาดว่าใช้เก็บรักษาอาหาร หรือไวน์ และครัวที่แยกออกไปต่างหาก นอกจากนั้นแล้วก็มีการสร้างน้ำพุภายในบ้านเช่นเดียวกับที่นารายณ์ราชนิเวศน์

              ถานที่สุดท้ายที่ไปชมกันก็คือ วัดไลย์
ที่วัดแห่งนี้มีลายปูนปั้นที่สวยงาม  เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับทศชาติ และพุทธประวัติบางตอน สำหรับการปั้นเป็นเรื่องราวทศชาตินั้นทำให้คาดว่าน่าจะสร้างขึ้นในสมัยอยุธยา เนื่องจากเรื่องราวเกี่ยวกับทศชาติเป็นการนำคติเทวราชามารวมกับพุทธศาสนา เพื่อเป็นการสร้างอำนาจ บุญญาธิการของพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นที่นิยมทำในสมัยอยุธยา จากลายปูนปั้นเหล่านี้ยังทำให้เราทราบว่าสยามมีการติดต่อกับจีน และได้รับเอาศิลปวัฒนธรรมมาด้วย เพราะรูปแบบของลายที่มีการผสมผสานวัฒนธรรมของจีนเข้ามา เช่น ลายดอกพุดตาน ลายที่มีลักษณะสานกัน ทวารบาลแบบจีน
เป็นต้น 
             
 หลังจากแวะซื้อของฝาก
ก่อนเดินทางกลับมหาวิยาลัยสิ่งหนึ่งที่ข้าพเจ้าได้ตระหนักจากการไปทัศนศึกษาครั้งนี้ก็คือ อารยธรรมไม่ใช่อะไร หรือสิ่งใด ไม่มีผู้ใดจะสร้างอารยธรรมขึ้นมาได้ในชั่วเวลาข้ามคืน หรือเพียงไม่กี่ปี อารยธรรมของไทยที่แสดงความเป็นไทยนั้น คือสิ่งที่เกิดขึ้นมาพร้อมคนไทย และถ่ายทอดจากรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่ง อารยธรรมไทยปรากฏอยู่ในทุกเรื่องราวที่เกี่ยวกับวิถีชีวิตของคนไทยและทุกสิ่งที่อยู่รอบตัว เพียงแค่เราต้องมองให้ลึกลงไปถึงความเป็นมาของสิ่งเหล่านั้น...

ปล.บทความเรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชาอารยธรรมไทย
ซึ่งเป็นรายงานที่สิต้องส่งเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนวิชานี้เมื่อเทอมที่แล้ว(สำหรับรูปจะทยอยลงทีหลังนะคะ)
โดยได้รับความช่วยเหลือจากพี่จุ๋ย(อ.วรพรรณ สังขะเวช)ช่วยอ่าน แก้ไข และให้คำแนะนำในด้านข้อมูลทางประวัติศาสตร์ เกร็ดความรู้ต่างๆ ขอบคุณมากๆคะ อีกคนนึงที่ลืมไม่ได้ก็คือ ท่านแม่ ที่คอยช่วยแก้สำนวนภาษา(ที่แม่ลงความเห็นว่าเป็นภาษาวิบัติอย่างร้ายแรง)และช่วยเรียบเรียง

ขอบคุณมากๆเช่นเดียวกันคับ หลายคนอาจจะสงสัยว่าแล้วบทความนี้มันเกี่ยวกับการท่องเที่ยวยังไง?
เชื่อว่าคนที่อานมาถึงตรงนี้คงจะพอตอบคำถามนั้นได้บ้าง แต่ถ้าอ่านแล้วยังไม่เข้าใจ ยังงงอยู่ ก็เอาเป็นว่าให้เป็นอีกบทความหนึ่งที่อ่านเล่น ให้ได้รับความรู้ ข้อวิเคราะห์ต่างๆทางประวัติศาสตร์เพลินๆก็ยังดีนะคะ

         \"อดีตคือปัจจุบันและอนาคต เราจะเป็นอย่างไร ถ้าลืมเลือนอดีต...ลืมความเป็นไทย
          เราจะเจริญอย่างแข็งแรง และมั่นคงได้อย่างไร ถ้าเราลืมรากเหง้าของตนเอง\"
          (คัดลอกจากส่วนหนึ่งของคำพูดของท่านหลวงวิจิตรมาตรา ภาพยนตร์เรื่อง\"โหมโรง\")

………สิ

ภาพถ่ายเพิ่มเติ่ม

สิงห์บุรี-ลพบุรี ดินแดนแห่งอารยธรรม - sissis

 




ตามรอยตะวัน

แก่งหินเพลง เรื่องบังเอิญ คุณบังอร
ออกนอกกะลา ไปบาหลี ตอนที่ 2 (จบ)
ออกนอกกะลา ไปบาหลี ตอนที่ 1
ลุงชู ที่เขื่อนเขาแหลม
น้ำท่วมทุ่ง ผักบุ้งเต็มคลอง ที่สองพี่น้อง สุพรรณบุรี
หนาวนี้ อีกสักที ที่ สวนผึ้ง ราชบุรี
พักกาย..หย่อนใจ..ที่บ้านไร่ตับเต่า
เรื่องเล่า..อโยธารา...
กว่าจะถึง “ภูกระดึง” article
หมู่เกาะตะรุเตา
ความรู้สึกจางๆ กับไออุ่น 4
โกรกอีดก
แบกเป้ มุ่งหน้าสู่ แก่งกระจาน-พะเนินทุ่ง
ร้อน ฝน หนาว ที่ อช.หมู่เกาะชุมพร
ความทรงจำที่เกาะกุฎี article
เรื่องเล่า.............จากเขาหลวง (สุโขทัย) article
ฝ่าสายฝนจากเชียงของ สู่เพลินวาน
bicycleworld lightblue : เดินทางโดยจักรยานรอบโลก article
เที่ยวอยุธยา เมื่อหน้าน้ำ
โฮมพุเตย...ฝันที่ฉันอยากไป article
เขาใหญ่ อช. แรกของไทย article
เขาหลวง-ประจวบฯ article
“เกาะหมาก-เกาะขาม”...สวรรค์ของคนรักสงบ article
ตะลุยเดี่ยวเที่ยว 3 เกาะอ่าวไทย article
เปิดประตูสู่....เขายายเที่ยง
บนทางแสนไกล...ตาดหินยาว
โลกหมุนช้าลง..ที่..เชียงคาน
เมื่อใบไม้เปลี่ยนสี...ที่ขุนแม่ยะ article
เขาโล้นที่เขาแหลม article
บันทึก จากครูดอย (รร.บ้านห้วยโค้ง อมก๋อย) article
เขาหลวง นครศรีธรรมราช article
เรื่องเล่า เชียงคาน
ภูสอยดาว article
ปากน้ำปราณบุรี เขากะโหลก ง่ายๆ สบายๆ ใกล้ๆ กรุง article
เที่ยวเมืองภูเก็ตยังไงให้คุ้มค่าที่สุด article
แอ่วเจียงใหม่ article
น้ำตกป่าละอู ….เราจะกลับมา article
โรงเรียนของหนู (โครงการไออุ่นจากพี่ให้น้องครั้งที่ 1) article
ภูกระดึง........ในวันที่เงียบเหงา article
ภูสอยดาว บันเทิงโบก (...ลองหยุดวิ่งตามดูสักครั้ง) article
ตามหัวใจ..ไปเสม็ด article
สะบายดี..วังเวียง article
ปาย "Pai" article
แบกเป้ลุยเดี่ยว เที่ยว อช.เขาแหลม article
ทริป ”พักใจ ..ไปโกรกอีดก” article
ภาพถ่าย...ลำนำ..และบทเพลง article
เขาสามร้อยยอด article
เวียดนาม (Vietnam) article
จุดเริ่มต้นในการท่องเที่ยว article
อยากอยู่ป่า... article
สู่ยอด...ดอย article
ฝน...ทั้งดีและชั่วอยู่ด้วยกัน article
บทเพลงแห่งธรรมชาติ article
ข้าสองเจ้าบ่าวสองนาย article
บุหรี่ มัจจุราชตัวน้อย article
ป่าขี สายลมและสายน้ำ article
บ้านชมทุ่ง article
เกาะกุฏี ในสำนึก article
เปิดบันทึกการเดินทาง ... โก๋ ก้อนดิน article
เดินป่า เมื่อยามฤดูฝน "ตาดหินยาว" article
ภูสอยดาว article
บันทึกจากห้องเช่าเมื่อยามความเหงามาเยือน article
ผจญภัยที่เกาะช้าง...... article
ชะอำ...ช้ำใจ article
หัวใจเดินทาง..อีกครั้ง!! (Samed Episode II) article
" 7 Days In Tibet " ดินแดนขอบฟ้าหลังคาโลก article
ตำนานคน ตำนานป่า ตำนานการเดินทาง article
เดินป่าขึ้นเขาสน ณ เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเขาสน-เขาสนามเพรียง 12 - 13 -14 - ส.ค. 48 article
พุเตย…พิสูจน์ใจไล่ความกลัว article
บันทึกนี้ที่เชียงใหม่ article
"ลัดเลาะสองฝั่งแม่กลอง แอบมองหิ่งห้อย ร้อยพัน" article
รสชาติใหม่ของการเดินทาง (Suan Soan Pradipat) article
จาก ขญ.11 สู่ ขญ. 10 (Bike Camp) article
เปิดบันทึกเล่มใหม่ กับการผจญภัยที่ “ตาดหินยาว” article
ความสุขไม่ได้รออยู่ที่ปลายทาง article
ห้างเก่า article
แสงประหลาด article
บ้านแม่แสะ article
มืดแปดด้าน article
มะพร้าวตก article
บ้านแพซุง article
บ้านขุนแปะ article
ทุ่งกระทิง article
ด่วนเจ้าพระยา article
ควบจิ้งเหลนดงมุ่งตรง บึงฉวาก article
คลื่นยักษ์ที่โถมซัดไม่อาจทัดทานคลื่นน้ำใจ article
ความเจริญไม่มีที่สิ้นสุด article
ช่างซอตาบอด article
“สู่...ยอดเขาโล้น” article
“ภูชี้ฟ้า” ภูนี้ไม่เคยว้าเหว่ article
ยอดลมพัด ไม่ได้มีแค่ในตำนาน.. article
เมืองเล็กๆ ที่ชื่อ “ปาย” article
สวัสดี เกาะ 1,000,000 article
ค่ำไหนนอนนั่น article
"กระทิง สิ่งอันเป็นที่รักของฉัน" article
เกาะสีชัง จำลอง...Believe It or Not ! article
" เขาลมพัด " รวมพลคนหน้าตาดี article
จากกรุงเก่าสู่บางปะอิน article
ดอกไม้เบ่งบานกับวัฒนธรรมไร้พรมแดน article
ยี่เป็ง...ประทับใจ
ปาย ฝนต้นหนาว
โชงโดง กับคำถามที่ว่า “เราขึ้นมาทำไม?”
ความเปลี่ยนแปลงใน สังขละบุรี
ตามรอย รัก-ยม ชมไทยไป ขุนแม่ยะ
บันทึกไออุ่น...จากพี่ให้น้อง ครั้งที่2
เสียดาย โดดเดี่ยวใน...ภูเก็ต
สรุปการเดินทาง 3 เดือนแรก
มนต์เสน่ห์ เชียงคาน บันทึกที่ริมสายน้ำโขง
ซ้ำรอยเดิมที่...ตาดหินยาว
ครบรอบ 1 ปี แห่งความรัก หนุ่มตัน กับสาวปลา
ในสายหมอกที่ “ภูสอยดาว”
อุทัยธานี...มีอะไร?
ได้โปรดเถอะ !!!! นำพาเขามาสู่ฉัน
Home Stay แบบชิวๆ ที่ เขายายเที่ยง



[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (135932)
avatar
PANISARA

จะหาอารยธรรมต่างชาติมาเจออันนี้เข้าเลยเอาอันนี้ไปทำรายงาน

ผู้แสดงความคิดเห็น PANISARA วันที่ตอบ 2010-09-03 19:36:03


ความคิดเห็นที่ 2 (140182)
avatar
นักเรียน
อยาก ได้ เนื้อหา เกี่ยว กับอารยธรรม ลพบุรี อ่ะครับ จะเอา มาทำ รายงาน
ผู้แสดงความคิดเห็น นักเรียน (popcar_za_za-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2011-11-06 14:57:45


ความคิดเห็นที่ 3 (140198)
avatar
พ่อมึงตายซิวะ
พ่อมึงตายซิวะ 
ผู้แสดงความคิดเห็น พ่อมึงตายซิวะ วันที่ตอบ 2011-11-09 08:54:54


ความคิดเห็นที่ 4 (140199)
avatar
พ่อมึงตายซิวะ
พ่อมึงตายซิวะ 
ผู้แสดงความคิดเห็น พ่อมึงตายซิวะ วันที่ตอบ 2011-11-09 08:55:11


ความคิดเห็นที่ 5 (140940)
avatar
บุ๊ๆหยอ อากือปูกื้อ
ขอบขุณ
ผู้แสดงความคิดเห็น บุ๊ๆหยอ อากือปูกื้อ วันที่ตอบ 2012-02-08 19:26:19



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2003 Chomthai team 089-7801770

ตารางออกอากาศรายการชมไทยแลนด์ ช่อง ของดีประเทศไทย   (จานเหลือง DTV และจานเคเบิ้ลท้องถิ่นที่รับได้ทั่วไป)

วันเสาร์ 18:30-19:00 รีรัน อังคาร 22:30-23:00  พฤ. 14:00-14.30  ศุกร์  9:30-10:00 / 16:30-17:00

  Nextstep ชมย้อนหลังรายการชมไทยแลนด์ รายการชมไทยสัญจร ที่ช่อง Real Metro     หนังสือของชมไทย วางแผงกันแล้ว   

 

ติดต่อ : ชมไทย chomthailand.com  14/2  ม.3  คลองถนน  สายไหม  ก.ท.ม.  10220   โทร 089-7801770    e-mail : webmaster@chomthailand.com

Free Page Rank Tool