dot
dot
dot
bulletGallery ห้องภาพคนเดินทาง
bulletข่าวสาร เทศกาล ท่องเที่ยว
bulletใต้ฟลายชีท-ชวนกันเที่ยว
bulletมุมเพื่อน บทความ นัดพบ ฯลฯ
bulletห้วงสำนึกเดินทาง blog ,diary
bulletคลังข้อมูล เวบบอร์ดเก่าชมไทย
bulletท่องเที่ยว 76 จังหวัดทั่วไทย
bulletเรื่องเล่าริมทางเดิน
bulletบันทึกเดินทาง (คลังเก่า)
bulletแนะนำ หนังสือน่าอ่าน
ค่ายอาสา ไออุ่นจากพี่ให้น้อง
bulletเที่ยวเกาะช้าง


deuter kovea Eneloop ถุงนอน เป้ ตะเกียง เชือก เดินป่า มีด ไฟฉาย เปลมุ้ง รองเท้า

แบนเนอร์ชมไทย


ทุ่งกระทิง article

 

 กลับมาแล้วครับ  มาพร้อมกับความประทับใจอีกเช่นเคย  เพราะหลังจากที่ห่างหายไปนานก็เพราะ  ภาระหน้าที่การงานที่ต้องทำจึงไม่ค่อยมีเวลา  ได้ออก ท่องเที่ยวกับเพื่อนๆ  ได้บ่อยตามที่ใจต้องการ  แต่ขอสัญญาว่า  จะพยายามหาเวลาว่างให้มากขึ้น  เพราะคิดถึงเพื่อนๆทุกคนมาก  นานแล้วนะที่เราไม่ได้ผจญไพรด้วยกัน 

 เมื่อวันที่  4  มิถุนายน  2548  ที่ผ่านมานี้  ผมมีโอกาสได้เดินทางกับชมไทยอีกครั้ง  นับได้ก็เป็นครั้งที่  2  ตั้งแต่เริ่มรุ้จักกับชมไทยมา  เป็นการเดินทางแบบกะทันหันมากสำหรับผม  เพราะตัดสินใจแบบเร่งด่วน  ที่จะเก็บข้าวของบรรจุลงเป้  เพื่อที่จะติดสอยห้อยตามเพื่อนเข้าป่าไป 

 สาเหตุที่ตัดสินใจเดินทางไปในครั้งนี้ก็คือ  ต้องการจะไปดูกระทิงที่เขาแผงม้า  ซึ่งได้ยินชื่อมานาน  และก็แอบเก็บไว้เป็นแผนการเดินทางแบบเงียบๆ  จนเกือบลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่า  เขาแผงม้า  แห่งนี้  มีกระทิงให้เราได้ดูกัน  พอดีว่าผมได้ติดตามข่าวคราวของชมไทยมาโดยตลอด  จึงรู้ว่าแต่ละครั้งที่ออกเที่ยวจะไปไหนบ้างและเป็นสถานที่ๆผมอยากไปหรือ ปล่าว

 การเดินทางในครั้งนี้ก็เหมือนๆกับทุกครั้งที่ผ่านมาคือใช้รถกระบะในการเดินทางโดยเราออกเดินทางกันในตอนกลางคืนไปพักที่  ท่าด่านโฮมสเต  ก่อนในตอนเช้า  เราจึงออกเดินทางไปแวะทานอาหารเช้าแบบง่ายๆกัน  ก่อนที่จะมุ่งหน้าสู่  เขาแผงม้าซึ่งเป็นหน่วยของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ฝั่งปราจีนบุรี    แต่ก่อนจะเข้าไปยังเขาแผงม้า  เราได้แวะเข้าไปที่  น้ำตกสวนห้อม  ทางเข้าเป็นตลาด  79  ที่ชาวบ้านเรียกกัน  เพราะเป็นจุดที่เราจะพักกินข้าวกลางวันกันที่นี่  ทางเข้าน้ำตกไม่ไกลมากนัก  แต่รถเราไปได้แค่น้ำตกชั้นที่  2  เพราะชั้นที่  3  ต้องใช้รถ  4x4  เท่านั้น 

 น้ำตกสวนห้อมชั้นที่  2  มีน้ำไม่มากนัก  เห็นแค่น้ำสีออกแดงสายเล็กๆเพียง  2  สายไหลลงมาเบาๆเท่านั้นแต่มีแอ่งน้ำให้ได้เล่นกัน  มีเด็กมากระโดดน้ำเล่นให้เราได้เก็บภาพแห่งความประทับใจ  มีเจ้าสหายน้อย  4  ขา  ที่วิ่งนำทางพวกเราลงไปที่น้ำตกด้วย  ถ้าเรามองกันให้ลึกๆลงไปแล้ว นี่ก็คือ  มิตรภาพต่างหน้าและต่างสายพันธุ์   เพราะตามปกติแล้วนิสัยของสุนัขเมื่อเจอคนแปลกหน้าสิ่งเดียวที่มันจะทำคือเห่าแต่เจ้าตัวสีขาวนี้มันตรงกันข้ามคือวิ่งนำทางเพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้พวกเราต้องระแวงหรือระวังภัยจากมันเลย  เมื่อข้าวกลางวันอันเป็นอาหารง่ายๆตามแบบฉบับของนักเที่ยวน้ำตกทั่วไปคือ  ข้าวเหนียวส้มตำไก่ย่าง  ถูกเราจัดการกันจนหมดด้วยความหิวแล้วจึงพักผ่อนกันตามที่คิดว่าจะสบายที่สุด  บ้างผูกเปลนอนบ้างถ่ายรูป  บ้างเล่นน้ำ  และก็พูดคุยกันจนถึงเวลาอันพอควรเราจึงได้  เก็บสิ่งที่เรานำเข้าไปคือขยะและเก็บสิ่งที่เราไม่ได้นำไปแต่ธรรมชาติยินดีหยิบยื่นให้เราเก็บกลับมาคือ  อากาศบริสุทธิ์  ความประทับใจในหมู่คณะและ  ภาพถ่ายมากมาย

 เมื่อเราออกมาจากน้ำตกชั้นที่  2  ก็มาเจอเข้ากับทีม  คนแบกเป้  ซึ่งเป็นชมรมเพื่อนบ้านของเราเอง  ขับรถออกมาจากน้ำตกชั้นที่  3  เพื่อนๆชมไทยบางส่วนได้เคยพูดคุยกันแล้วเมื่อครั้งที่ไปลำคลองงูแต่ผมไม่ได้ไปด้วย  จึงทำให้ประทับใจมากที่ได้เจอกัน  เพราะผมแอบเก็บชมรมนี้ไว้ในใจมานานแล้ว  เพราะการท่องเที่ยวของเราคล้ายกัน  จึงทำให้อยากเชื่อมมิตรภาพให้มากขึ้นกว่านี้

 ออกมาจากน้ำตกสวนห้อมแล้วเราจึงมุ่งหน้าสู่  เขาแผงม้าอันเป็นจุดหมายหลักในการเดินทางครั้งนี้กัน  เราเข้าไปถึงหน่วยแผงม้าในช่วงบ่ายแก่ๆจึงทำให้มีเวลาเตรียมที่พักและสำรวจธรรมชาติรอบข้างที่พักกัน  เราพักกันตรงจุด  ที่เป็นหอคอย  เพราะง่ายสำหรับการชมวิวในตอนเช้า  บ้างกางเต็นท์  บ้างผูกเปลนอน  ตามแต่จะถนัด  ส่วนผมตอนนี้ขาดไม่ได้เสียแล้วที่จะผูกเปลนอนเพราะทุกอย่างสะดวก 

 เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วในเวลาประมาณ  16.00 น. ซึ่งเจ้าหน้าที่บอกว่ากระทิงเริ่มออกหากินเราจึงไม่รอช้ามุ่งหน้าสู่ จุดหมายอันเป็นหน้าผาที่มีห้างสำหรับส่องกล้องดูกระทิงทันที  ในช่วงแรกแดดยังจัดอยู่เราจึงต้องรอไปพร้อมกับรับฟังคำบอกเล่าของพี่เจ้าหน้าที่ไปด้วย  เท่าที่จำได้คือ  จะมีการสำรวจกะทิงอยู่บ่อยๆ  เท่าที่นับได้ในตอนนี้มีประมาณ  88  ตัวและยังมีการสำรวจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  และในวันที่เราไปนั้นก็จะมีการสำรวจด้วย  เราอยากร่วมเดินทางสำรวจด้วยแต่ด้วยเหตุผลหลายๆประการจึงทำให้เก็บความตั้งใจนี้ไว้ในใจตามเคย 

 ขณะที่รอดูกะทิงอยู่จะมีนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นขึ้นมาร่วมดูด้วย  เราจึงได้ฟังข้อมูลร่วมกัน  แต่เราฟังกันอยู่เพลินๆเพราะพี่แกเล่าเรื่องได้น่าสนใจมาก  จนทำให้ลืมมองลงไปยังจุดที่กระทิงจะออกหากินเลยที่เดียว  แต่พอแกบอกว่ากระทิงลงแล้วเป็นตัวเมีย  สายตาทุกคู่จึงเพ่งมองลงไปยังจุดหมายทันที  แต่ทุกคนก็ต้องผิดหวังเพราะว่ามันหากินอยู่ในป่าที่มีโป่งดิน  และแดดไม่จัดนักจึงทำให้เรามองไม่เห็น  ต้องใช้กล้องส่องทางไกลเท่านั้นจึงจะเห็นว่ามีการเคลื่อนไหวอยู่ในพุ่มไม้แต่ก็ต้องใช้ความพยายามมากกว่าจะเจอ  เพราะมันไม่ได้ยืนอยู่เฉยๆให้เราดูกันง่ายๆ  และมันออกมาแค่  2  ตัวด้วย

 เมื่อดูกันได้สักพักนักท่องเที่ยวกลุ่มนั้นจึงได้กลับลงไปก่อนคงจะไม่ค่อยประทับใจมากนักเพราะเห็นแค่  2  ตัวและเห็นแค่ส่วนเขาและบั้นท้ายเท่านั้นไม่ได้เห็นทั้งตัว แต่พี่เจ้าหน้าที่บอกว่าใครที่มาเขาแผงม้าแล้วไม่ได้เห็นกระทิงถือว่าเป็นคนแปลก  ด้วยความกลัวจะเป็น คนแปลกกลุ่มของเราจึงอดทนรอดูกันต่อไปได้สักพัก  ภาพแห่งความประทับใจจึงเกิดขึ้นมา  คือเราได้เห็นกระทิงในทุ่งโล่ง  มันค่อยๆเดินเล็มหญ้ากันออกมาทีละตัวนับได้ทั้งหมดประมาณ  10  กว่าตัว  มีลูกน้อย  4  ตัวกำลังวิ่งเล่นกันอยู่  เราสามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า  แต่พอเราส่องด้วยกล้องจึงทำให้เห็นได้ชัดขึ้น  และเมื่อเราดูได้สักพักก็ต้องประทับใจมากขึ้นอีกเพราะเหนือจากจุดที่เราดูอยู่  นั้นยังมีอีกประมาณกว่า  10  ตัว  รวมแล้วประมาณ  เกือบ  30  ตัว  มีความรู้สึกว่าเหมือนกับกำลังนั่งอยู่เหนือเวทีประกวดอะไรสักอย่าง  เราจึงเป็นคนไม่แปลกจนได้  หลังจากนั้นสักพักเมื่อกระทิงเริ่มทยอยกันเข้าป่า  เราก็เริ่มเกิดความประทับใจขึ้นมาอีกอย่างหนึ่งคือ  เรายังเฝ้ารอดูแสงสุดท้ายแห่งวันซึ่งเป็นอีกความตั้งใจหนึ่งที่เราจะต้องเก็บกลับมาฝากเพื่อนๆ  ให้ได้

 หลังจากที่ได้ชมแสงสุดท้ายแห่งวันซึ่งเป็นแสงสีเหลือง  ที่พยายามแทรกก้อนเมฆออกมาให้เห็นนั้นแล้ว  เราก็กลับที่พักด้วยไฟฉายที่เตรียมไป  เราทำอาหารกินเองตามแบบฉบับชมไทย  กินอาหารเย็นเสร็จก็นั่งพูดคุยกันในเรื่องต่างๆ  และมีอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้คนที่หลงใหลไม่ยอมพลาดเด็ดขาดที่จะต้องชมให้ได้นั่นคือแสงของดวงดาวที่ส่องแสงระยับอยู่เต็มท้องฟ้า  เรานอนดูกันไปคุยกันไป  ด้วยความเพลิดเพลิน  จนดึกพอดีเม็ดฝนเริ่มโปรยลงมาบางๆ  ทำให้เสียบรรยากาศต้องรีบหลบเข้าที่พักของแต่ละคนที่ได้เตรียมไว้แล้ว  บังเอิญฝนตกไม่มากนักคนที่นอนเปลจึงไม่เดือดร้อนเลยอากาศเย็นกำลังดี  มีลมกรรโชกบ้างแต่ไม่แรงมากนัก  เราหลับกันสบายดี  มีเสียงกระทิงคำรามอยู่ใกล้ๆเราตลอดจนเช้า  ผมตื่นมาตอน  ตีห้าพอดีจึงได้ลุกมานั่งรอดูแสงตะวันในยามเช้าอยู่บนหอคอยเพราะผมผูกเปลไว้บนนั้น

 สิ่งที่รอคอยนั้นไม่ได้ทำให้ผิดหวังเลยเพราะแสงสีทองค่อยๆส่องผ่านก้อนเมฆขึ้นมาช้าๆ  พอแสงเริ่มแรงขึ้นก็ทำให้เกิดเป็นทะเลหมอกบ้างเล็กน้อย  เพราะช่วงนี้เป็นต้นฤดูฝน  จึงมีเมฆซะมากกว่า  

 เมื่อเสร็จสิ้นจากการชื่นชมธรรมชาติในยามเช้าแล้ว  เราจึงได้จัดการกับข้าวต้มที่พ่อครัวเราเตรียมไว้ให้จนอิ่มแปล้ไปตามๆกันแล้ว  กิจกรรมต่อไปคือ  เดินตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ  ซึ่งระยะทางไม่ไกลมากนัก  เราเดินกันในช่วงเช้าเพราะอากาศกำลังเย็นสบายดี  ตามเส้นทางเดินมีสิ่งต่างๆมากมาย  เช่น  เห็ดหลายชนิด,ดอกไม้ป่า,ดอกไม้ดิน,มีนกหลายชนิด,กระรอกดง,โป่งดินมีรอยกีบสัตว์ขนาดใหญ่ที่ลงมากินดินโป่งริมลำธาร(ตาน้ำ)  คาดว่าน่าจะลงมาช่วงเช้ามืดนี่เอง  จากข้อมูลที่ได้จากเจ้าหน้าที่ได้ความว่าน่าจะเป็นกระทิงหรือพวกเก้งกวางหรือไม่ก็หมูป่าแต่พวกนี้จะออกหากินเป็นฝูงแต่จากขนาดที่ผมเห็นน่าจะเป็นกระทิงมากกว่า(ผมไม่เคยเห็นรอยเท้ากระทิง)

 ตามเส้นทางเดินมีทั้งหมด  9  ฐาน  ด้วยกัน  ฐานที่  9  คือจุดที่ส่องกล้องชมกระทิงนั่นเอง   เมื่อเราเดินกันจนครบแล้วจึงกลับมาเก็บเต็นท์เพื่อจะเดินทางต่อ   โดยจุดหมายต่อไปของเราอยู่ที่น้ำตกเขาอีโต้และอ่างเก็บน้ำเขาอีโต้  มีเนินพิศวงด้วย  คือรถจะไหลขึ้นเนินเองโดยไม่ต้องขับขึ้นไป  เราไปที่น้ำตก เขาอีโต้แต่น้ำแดงและน้อยคนเยอะ  ไม่มีอะไรน่าสนใจมากนัก  เราจึงแวะไปเล่นน้ำกันที่อ่างเก็บน้ำเขาอีโต้  ซึ่งน้ำไม่ไสแต่ก็ต้องลงเล่นเพราะอากาศมันร้อนและอยากอาบน้ำมาก  เมื่อเสร็จจากกิจกรรมสุดท้ายแล้วเราจึงมุ่งหน้ากลับบ้านกันอย่างปลอดภัย

 ขอบคุณความปลอดภัยในการเดินทาง  (พี่อี๊ด)
 ขอบคุณอาหารทุกมื้อ  (ต้น)
 และขอบคุณเพื่อนที่อยู่แสนไกลแต่ยังขับรถไปดูกระทิงด้วยกันประทับใจจริงๆ

โก๋

 

 




ตามรอยตะวัน

แก่งหินเพลง เรื่องบังเอิญ คุณบังอร
ออกนอกกะลา ไปบาหลี ตอนที่ 2 (จบ)
ออกนอกกะลา ไปบาหลี ตอนที่ 1
ลุงชู ที่เขื่อนเขาแหลม
น้ำท่วมทุ่ง ผักบุ้งเต็มคลอง ที่สองพี่น้อง สุพรรณบุรี
หนาวนี้ อีกสักที ที่ สวนผึ้ง ราชบุรี
พักกาย..หย่อนใจ..ที่บ้านไร่ตับเต่า
เรื่องเล่า..อโยธารา...
กว่าจะถึง “ภูกระดึง” article
หมู่เกาะตะรุเตา
ความรู้สึกจางๆ กับไออุ่น 4
โกรกอีดก
แบกเป้ มุ่งหน้าสู่ แก่งกระจาน-พะเนินทุ่ง
ร้อน ฝน หนาว ที่ อช.หมู่เกาะชุมพร
ความทรงจำที่เกาะกุฎี article
เรื่องเล่า.............จากเขาหลวง (สุโขทัย) article
ฝ่าสายฝนจากเชียงของ สู่เพลินวาน
bicycleworld lightblue : เดินทางโดยจักรยานรอบโลก article
เที่ยวอยุธยา เมื่อหน้าน้ำ
โฮมพุเตย...ฝันที่ฉันอยากไป article
เขาใหญ่ อช. แรกของไทย article
เขาหลวง-ประจวบฯ article
“เกาะหมาก-เกาะขาม”...สวรรค์ของคนรักสงบ article
ตะลุยเดี่ยวเที่ยว 3 เกาะอ่าวไทย article
เปิดประตูสู่....เขายายเที่ยง
บนทางแสนไกล...ตาดหินยาว
โลกหมุนช้าลง..ที่..เชียงคาน
เมื่อใบไม้เปลี่ยนสี...ที่ขุนแม่ยะ article
เขาโล้นที่เขาแหลม article
บันทึก จากครูดอย (รร.บ้านห้วยโค้ง อมก๋อย) article
เขาหลวง นครศรีธรรมราช article
เรื่องเล่า เชียงคาน
ภูสอยดาว article
ปากน้ำปราณบุรี เขากะโหลก ง่ายๆ สบายๆ ใกล้ๆ กรุง article
เที่ยวเมืองภูเก็ตยังไงให้คุ้มค่าที่สุด article
แอ่วเจียงใหม่ article
น้ำตกป่าละอู ….เราจะกลับมา article
โรงเรียนของหนู (โครงการไออุ่นจากพี่ให้น้องครั้งที่ 1) article
ภูกระดึง........ในวันที่เงียบเหงา article
ภูสอยดาว บันเทิงโบก (...ลองหยุดวิ่งตามดูสักครั้ง) article
ตามหัวใจ..ไปเสม็ด article
สะบายดี..วังเวียง article
ปาย "Pai" article
แบกเป้ลุยเดี่ยว เที่ยว อช.เขาแหลม article
ทริป ”พักใจ ..ไปโกรกอีดก” article
ภาพถ่าย...ลำนำ..และบทเพลง article
เขาสามร้อยยอด article
เวียดนาม (Vietnam) article
จุดเริ่มต้นในการท่องเที่ยว article
อยากอยู่ป่า... article
สู่ยอด...ดอย article
ฝน...ทั้งดีและชั่วอยู่ด้วยกัน article
บทเพลงแห่งธรรมชาติ article
ข้าสองเจ้าบ่าวสองนาย article
บุหรี่ มัจจุราชตัวน้อย article
ป่าขี สายลมและสายน้ำ article
บ้านชมทุ่ง article
เกาะกุฏี ในสำนึก article
เปิดบันทึกการเดินทาง ... โก๋ ก้อนดิน article
เดินป่า เมื่อยามฤดูฝน "ตาดหินยาว" article
ภูสอยดาว article
บันทึกจากห้องเช่าเมื่อยามความเหงามาเยือน article
ผจญภัยที่เกาะช้าง...... article
ชะอำ...ช้ำใจ article
หัวใจเดินทาง..อีกครั้ง!! (Samed Episode II) article
" 7 Days In Tibet " ดินแดนขอบฟ้าหลังคาโลก article
ตำนานคน ตำนานป่า ตำนานการเดินทาง article
เดินป่าขึ้นเขาสน ณ เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเขาสน-เขาสนามเพรียง 12 - 13 -14 - ส.ค. 48 article
พุเตย…พิสูจน์ใจไล่ความกลัว article
บันทึกนี้ที่เชียงใหม่ article
"ลัดเลาะสองฝั่งแม่กลอง แอบมองหิ่งห้อย ร้อยพัน" article
รสชาติใหม่ของการเดินทาง (Suan Soan Pradipat) article
จาก ขญ.11 สู่ ขญ. 10 (Bike Camp) article
เปิดบันทึกเล่มใหม่ กับการผจญภัยที่ “ตาดหินยาว” article
ความสุขไม่ได้รออยู่ที่ปลายทาง article
ห้างเก่า article
แสงประหลาด article
บ้านแม่แสะ article
มืดแปดด้าน article
มะพร้าวตก article
บ้านแพซุง article
บ้านขุนแปะ article
ด่วนเจ้าพระยา article
ควบจิ้งเหลนดงมุ่งตรง บึงฉวาก article
คลื่นยักษ์ที่โถมซัดไม่อาจทัดทานคลื่นน้ำใจ article
ความเจริญไม่มีที่สิ้นสุด article
ช่างซอตาบอด article
“สู่...ยอดเขาโล้น” article
ดินแดนแห่งอารยธรรม article
“ภูชี้ฟ้า” ภูนี้ไม่เคยว้าเหว่ article
ยอดลมพัด ไม่ได้มีแค่ในตำนาน.. article
เมืองเล็กๆ ที่ชื่อ “ปาย” article
สวัสดี เกาะ 1,000,000 article
ค่ำไหนนอนนั่น article
"กระทิง สิ่งอันเป็นที่รักของฉัน" article
เกาะสีชัง จำลอง...Believe It or Not ! article
" เขาลมพัด " รวมพลคนหน้าตาดี article
จากกรุงเก่าสู่บางปะอิน article
ดอกไม้เบ่งบานกับวัฒนธรรมไร้พรมแดน article
ยี่เป็ง...ประทับใจ
ปาย ฝนต้นหนาว
โชงโดง กับคำถามที่ว่า “เราขึ้นมาทำไม?”
ความเปลี่ยนแปลงใน สังขละบุรี
ตามรอย รัก-ยม ชมไทยไป ขุนแม่ยะ
บันทึกไออุ่น...จากพี่ให้น้อง ครั้งที่2
เสียดาย โดดเดี่ยวใน...ภูเก็ต
สรุปการเดินทาง 3 เดือนแรก
มนต์เสน่ห์ เชียงคาน บันทึกที่ริมสายน้ำโขง
ซ้ำรอยเดิมที่...ตาดหินยาว
ครบรอบ 1 ปี แห่งความรัก หนุ่มตัน กับสาวปลา
ในสายหมอกที่ “ภูสอยดาว”
อุทัยธานี...มีอะไร?
ได้โปรดเถอะ !!!! นำพาเขามาสู่ฉัน
Home Stay แบบชิวๆ ที่ เขายายเที่ยง



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2003 Chomthai team 089-7801770

ตารางออกอากาศรายการชมไทยแลนด์ ช่อง ของดีประเทศไทย   (จานเหลือง DTV และจานเคเบิ้ลท้องถิ่นที่รับได้ทั่วไป)

วันเสาร์ 18:30-19:00 รีรัน อังคาร 22:30-23:00  พฤ. 14:00-14.30  ศุกร์  9:30-10:00 / 16:30-17:00

  Nextstep ชมย้อนหลังรายการชมไทยแลนด์ รายการชมไทยสัญจร ที่ช่อง Real Metro     หนังสือของชมไทย วางแผงกันแล้ว   

 

ติดต่อ : ชมไทย chomthailand.com  14/2  ม.3  คลองถนน  สายไหม  ก.ท.ม.  10220   โทร 089-7801770    e-mail : webmaster@chomthailand.com

Free Page Rank Tool