dot
dot
dot
bulletGallery ห้องภาพคนเดินทาง
bulletข่าวสาร เทศกาล ท่องเที่ยว
bulletใต้ฟลายชีท-ชวนกันเที่ยว
bulletมุมเพื่อน บทความ นัดพบ ฯลฯ
bulletห้วงสำนึกเดินทาง blog ,diary
bulletคลังข้อมูล เวบบอร์ดเก่าชมไทย
bulletท่องเที่ยว 76 จังหวัดทั่วไทย
bulletเรื่องเล่าริมทางเดิน
bulletบันทึกเดินทาง (คลังเก่า)
bulletแนะนำ หนังสือน่าอ่าน
ค่ายอาสา ไออุ่นจากพี่ให้น้อง
bulletเที่ยวเกาะช้าง


deuter kovea Eneloop ถุงนอน เป้ ตะเกียง เชือก เดินป่า มีด ไฟฉาย เปลมุ้ง รองเท้า

แบนเนอร์ชมไทย


ผจญภัยที่เกาะช้าง...... article

เรื่องและภาพจาก  Pom

ตราด : เมืองเกาะครึ่งร้อย พลอยแดงล้ำค่า ระกำแสนหวาน หลังอานหมาดี ยุทธนาวีเกาะช้าง สุดทางบูรพา


จริงๆ แล้วเราเป็นคนที่ชอบเที่ยวทะเลมาก  เคยตั้งใจไว้ว่าถ้ามีโอกาสจะไปเที่ยวทะเลเมืองไทยให้ทั่วเลย และแล้วโอกาสก็มาถึงอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เตรียมตัวไม่ดีเท่าไร เพราะตอนแรกไม่แน่ใจว่าจะได้ไป หนึ่งวันก่อนการเดินทางก็ Search หาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต เพราะว่า ตราด เป็นที่ๆ เรายังไม่เคยไปเลย ทะเลตะวันออกไกลสุดก็แค่จันทบุรี ได้ข้อมูลคร่าวๆ เช่นการเดินทาง และข้อมูลที่พักเป็นต้น เสร็จแล้วก็โทร. เช็คที่เอกมัยว่ามีรถว่างมั้ย เนื่องจากวันที่เราไปเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ลองๆ มาคิดดู ถ้าเราไปคนเดียวคงไม่ดีแน่ เนื่องจากเป็นผู้หญิงตัวคนเดียว ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น ไม่มีใครรู้แย่เลย จึงจัดแจงโทรหาน้องชายสุดที่รักให้รับทราบว่า จะไปเกาะช้างนะ แล้วก็โทรหาเพื่อนสนิทคนหนึ่ง ชวนกันไปผจญภัยที่เกาะช้าง กล่อมอยู่นานเหมือนกันกว่าจะยอมไป ตอนแรก Plan ว่าจะไปคืนวันพฤหัสฯ เพราะศุกร์หยุด...แต่เพื่อนเราดันไม่หยุด เลยต้องเปลี่ยนแผนไปคืนวันศุกร์แทน

ทุ่มครึ่งคืนวันศุกร์ แบกเป้ออกจากห้องพัก ถึงโลตัสอ่อนนุช 2 ทุ่ม Shopping และหาอะไรใส่ท้องเรียบร้อย ก็นั่งรถต่อไปเอกมัยเพื่อรอเพื่อนที่ต้องเดินทางมากจากต่างจังหวัดเช่นกัน จัดการซื้อตั๋ว กรุงเทพฯ - ตราด ( ไป-กลับ) เที่ยว 23.30 น. ตามที่ได้ข้อมูลมาเด๊ะเลย นึกในใจวันหยุดยาว ทำไมนักท่องเที่ยวน้อยจัง สงสัยคงเดินทางไปกันตั้งแต่คืนวันพฤหัสฯ แล้วมั้ง ดีเหมือนกันรถจะได้ว่าง ...นั่งรอเพื่อนถึง 3 ทุ่มครึ่ง เพื่อนก็เดินทางมาถึง นั่งคิดกันอยู่ว่าจะทำอะไรดีระหว่างรอรถออก ซึ่งก็อีกเกือบ 2 ชั่วโมง เลยตกลงกันว่าไปหาอะไรกินกันที่บ้านไร่กาแฟฝั่งตรงข้ามดีกว่า บรรยากาศดีด้วย พอข้ามสะพานมา เพิ่งมองเห็นว่าร้านด้านนอกส่วนใหญ่ปิดเกือบหมดแล้ว มีร้านลุกชิ้นอยู่ร้านหนึ่ง จึงเดินไปซื้อคูปอง แล้วก็สั่งลูกชิ้นปิ้ง กับชาเย็น แล้วก็เดินไปนั่งรอที่ซุ้มด้านใน บรรยากาศดีมากๆ  ร้านกาแฟทุกวันนี้มีดีหลายที่ บางร้านทำเป็นสวนหย่อมให้ลูกค้าได้นั่งพักผ่อนหย่อนใจได้ เป็น Idea ที่ดีมาก แต่ราคาเขาก็ charge รวมเรียบร้อยแล้ว...อยากบอกว่าอาหารที่นี่รอนานมากกว่าจะได้กิน ทั้งที่ก็มีลูกค้าอยู่แค่ 2 - 3 โต๊ะเท่านั้น รสชาติก็ไม่ได้เรื่อง แถมราคาแพงอีกต่างหาก คงบวกค่าบรรยากาศนั่นแหละ จริงๆ แล้วร้านพวกนี้น่าจะคัดสรรค์อาหารหน่อยก็คงดี เพราะแบบนี้ทำให้เสียชื่อมากๆ พนักงานก็ไม่เป็นมิตรเลย แบบว่าหน้าตาไม่รับแขก ไม่มี Service mind เอาซะเลย คนทำงานบริการต้องเป็นคนที่พิเศษจริงๆ ถึงจะทำได้ (หมายถึงทำได้ดี) เรานั่งบ่นอยู่พักใหญ่ เพื่อนก็ถามว่า โปรแกรมมีอะไรบ้าง เหอะๆ เราก็เลยตอบไปว่า "ไม่มี" เพราะแค่อยากไปนอนเล่น ยังไม่มีโปรแกรมอะไรเลย เพื่อนมันก็เลยชักใจไม่ดี ส่วนเราก็ให้ความมั่นใจกับเพื่อนมันไปว่า หาข้อมูลมาแล้ว ปึกๆ ไม่ต้องกลัว

ห้าทุ่มครึ่งรถออกจากเอกมัย...อยากบอกว่าระหว่างอยู่บนรถสุดเซ็งเลย คิดว่าจะได้นอนหลับพักผ่อนบนรถ ปรากฎว่านั่งตาค้างทั้งคืน ก็จะอะไรซะอีก เพื่อนร่วมเดินทาง (คนแปลกหน้า) ที่นั่งอยู่เบาะด้านหน้าเรา คาดว่าน่าจะเป็นแฟนกัน หรือไม่ก็คงเกินเลยกว่านั้น พี่ท่านทั้งคู่เล่นทะเลาะกันตลอดทั้งคืนเลย ส่งเสียงดังลั่นรถ แบบว่ารถทั้งคันได้ยินแค่เสียงสองคนนี่แหละ บางทีก็มีลงไม้ลงมือกันด้วย เสียงดังมากๆ ไม่มีความเกรงใจกันบ้างเลย ส่วนเราน่ะเหรอนั่งนับหนึ่ง ถึงพัน หมื่น แสน ล้าน ไปตลอดทางเลย เพราะเป็นคนใจร้อน เลยต้องใช้วิธีนี้ ช่วยดับร้อนในใจ ไม่งั้นคงมีเรื่องกันแน่ๆ ส่วนเพื่อนเรา มันก็จะคอยเตือนสติว่า "ใจเย็นๆ" เพราะมันคงไม่แน่ใจว่าความอดทนของเรามันจะหมดไปเมื่อไร เกือบระเบิดลงเหมือนกันนะ แต่สวรรค์โปรด เพราะถึงจุดหมายปลายทางพอดี ...ถึงตราดราวตีสี่ครึ่ง พาเพื่อนเดินเข้าตลาดเลยหาโจ๊กกินแก้เซ็งดีกว่า โมโหทีไรหิวทุกที ระหว่างที่นั่งกินโจ๊กอยู่ก็คอยสังเกต คอยฟังบรรยากาศรอบตัวไปเรื่อยๆ เห็นมีรถสองแถวจอดกันเต็มเลย สำหรับบริการนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางไปท่าเรือเฟอร์รี่เพื่อข้ามไปเกาะช้าง พอกินเสร็จ เรากับเพื่อนก็กระโดดขึ้นไปนั่งเลย บอกว่าไปท่าเรือเฟอร์รี่ ตามข้อมูลที่มีอยู่ในหัวซึ่งก็ลืมไปหมดแล้ว ว่ามีอยู่หลายท่าเหมือนกัน แต่ตอนนั้นไม่รู้หรอกว่าท่าไหน บริษัทฯ ไหนดีกว่ากัน เอาเป็นว่าขอให้ส่งเราถึงเกาะช้างก็พอ ถึงท่าเรือเกือบจะหกโมงเช้าแล้ว นั่งรอเจ้าหน้าที่ขายตั๋วอยู่ วันนี้นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปเกาะช้างมีน้อยมาก จากการคำนวณคร่าวๆ ที่ลงเรือพร้อมกัน มีไม่ถึง 20 คนเลย เรือเฟอร์รี่ก็เป็นเรือเก่าๆ ไม่เหมือนกับเรือที่ข้ามไปเกาะสมุยเลย แต่ก็นั่นแหละนะจะเป็นอะไรก็ช่างขอแค่พาเราไปถึงจุดหมายปลายทางโดยสวัสดิภาพก็พอแล้ว ระหว่างอยู่บนเรือก็ชมความงามของธรรมชาติยามเช้าไปเรื่อยๆ ประมาณ 6 โมงกว่าๆ พระอาทิตย์ขึ้นแล้ว สวยมากๆ น้ำทะเลก็ใสดี เพื่อนร่วมทางก็ Happy เนื่องจากว่ายังไม่มีอุปสรรค์อะไรเกิดขึ้น พวกเรามาถึงเกาะช้างประมาณ 7 โมงเช้า ใช้เวลาเดินทางน่าจะประมาณ 30 - 40 นาทีเห็นจะได้ อากาศดีมากเลย พอลงเรือก็ขึ้นรถสองแถวต่อ มุ่งหน้าสู่หาดไก้แบ้ เพราะได้ข้อมูลมาว่าที่นั่นมีที่พักเยอะมาก ระหว่างทางที่รถสองแถวผ่าน รถก็ขับขึ้นเขาไปเรื่อยๆ สองข้างทางก็มีแต่ป่า นานๆ ทีถึงจะเจอป้ายบอกทางทีนึงว่าถึงหาดอะไรแล้ว ทางก็คดเคี้ยวหน้าดู ..แต่วิวทะเลด้านล่างที่มองลงไปสวยมาก พยายามมองอยู่นาน หาดอยู่ไหนก็ไม่รู้ เพื่อนบอกว่า มันจะมีหาดได้ไงรถมันกำลังขึ้นเขาอยู่...เออ..จริง!!

รถสองแถวหยุด คนขับตะโกนบอกว่าถึงแล้วหาดไก่แบ้ เราก็ถามคนขับรถว่าจะหาที่พักได้ที่ไหน คนขับก็ใจดีจนหน้าใจหาย บอก "ไม่รู้เหมือนกัน" เขาบอกว่าให้เราลองเดินเข้าไปดูเอาเองทางป่ามะพร้าวนั่นแหละ เอาล่ะสิ เอาไงดี เดินก็เดิน เราสองคนกับเพื่อนก็เดินไปตามทางเล็กๆ ที่สองข้างทางเต็มไปด้วยป่า นึกในใจ เพื่อนเราสงสัยขวัญหนีดีฝ่อไปแล้วมั้ง เพราะหน้าบอกบุญไม่รับเลย เราเดินทะลุป่าเข้าไป เจอบังกะโลแล้ว ทำให้ใจชื้นขึ้น เพราะมองเห็นทะเลด้วย น้ำใสมากเลย เงียบดีด้วย ไม่รู้ว่าชื่ออะไร พยายามมองหาป้ายก็ไม่มี สังเกตดูก็เห็นว่าไม่มีชายหาดเลย มีแต่หินเต็มไปหมด ตามข้อมูลที่ได้มาบอกว่ามีชายหาดยาว แล้วมันอยู่ไหนหว่า...ไม่เป็นไรไว้หาคำตอบทีหลังละกัน ตอนนี้หาที่พักก่อนดีกว่า เราก็เดินเข้าไปถาม ตรงที่เขาเขียนว่า "ติดต่อ-สอบถาม" ที่พักเต็ม และพนักงานก็แนะนำเราว่าให้ลองเดินหาดู เพราะช่วงนี้เป็นวันหยุดยาวที่พักส่วนใหญ่จะเต็มหมด....แต่ตั้งแต่เดินทางมาจนถึงเวลานี้ เราพบนักท่องเที่ยวยังไม่ถึง 50 คนเลย แล้วมันเต็มได้ไงเนี่ยะ (ยังสงสัยอยู่) เดินก็เดิน ยังเช้าอยู่ไม่เป็นไรแดดไม่ร้อน เราเลยเดินออกมาทางถนนสายหลัก ตอนนี้เกือบ 8 โมงแล้วแต่ทุกอย่างบนเกาะยังเงียบสงบอยู่ ไม่มีสิ่งใดเคลื่อนไหวเลย รถก็ไม่มีวิ่งผ่านมาสักคัน ส่วนเราก็ปลอบใจเพื่อนว่าคงยังเช้าอยู่เลยยังไม่มีใครตื่น สงสัยที่นี่เขาตื่นสายกันแน่นอน เดินต่อไปเรื่อยๆ ยังไม่มีวี่แววว่าจะมีชายหาดหรือที่พักเลย นึกในใจอีกเช่นเคยว่า "เอาอีกแล้วเราโดนโฆษณาชวนเชื่อหลอกเอาอีกแล้ว" มิน่าไม่เห็นมีนักท่องเที่ยวเลย เดินลงเขามาได้สักพักก็มาเจอร้านค้าที่มีคนอยู่ด้วย เป็นคนพื้นที่ เราเลยลองเข้าไปถามดูว่า หาดที่มีนักท่องเที่ยวพักกันเยอะๆ อยู่ที่ไหน ลุงแกตอบออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า "ไม่รู้ดิ" แล้วก็เดินเข้าไปในร้านแบบไม่ใยดีพวกเราเลย แทบล้มทั้งยืนเลยที่นี้ ขนาดคนพื้นที่ยังไม่รู้ แล้วใครจะรู้หว่า เพื่อนร่วมทางตอนนี้น่าเสียแล้ว...ส่วนเราคิดว่าเอาลูกเขามาหลงบนเกาะแน่เลยงานนี้ ..ไม่เป็นไร กำลังใจยังมีอยู่ เพราะนี่แค่ 8 โมงเอง ยังมีเวลาอีกเยอะ อย่างมากถ้าไม่มีที่พักจริงๆ เที่ยวเสร็จแล้ว ก็นั่งเรือกลับตราดก็ได้

เราเลยชวนเพื่อนเดินต่อไปเรื่อยๆ ตอนนี้ 8 โมงครึ่งแล้ว เพื่อนร่วมทางหันมาบอกว่า ไม่ไหว ...เหนื่อย...งั้นก็หยุดนั่งรอรถสองแถวละกัน เชื่อมั้ยว่าพวกเรานั่งรอตรงนั้นอยู่พักใหญ่ ไม่มีรถสักคันผ่านมาเลย อย่าว่าแต่คนเลย หมายังไม่มีสักตัว รอกันอยู่นานมาก เพราะเพื่อนไม่ยอมเดินต่อแล้ว เห็นรถกะบะวิ่งมาคันนึง ดีใจสุดฤทธิ์ พอโบกได้ก็ถามเขาว่า  "ขอติดรถไปได้มั้ย" เขาถามว่า "จะไปลงที่ไหน" เราก็บอกไปว่า "พี่ไปไหนล่ะ." ได้คำตอบว่าจะไปท่าเรือเฟอร์รี่ ดีเลยงั้นขอติดรถไปหาที่พักหน่อยได้มั้ย....ตกลงว่าได้ "โดดขึ้นมาเลย"...คนไทยใจดีจริงๆ ดังว่า พอขึ้นรถได้เพื่อนก็ถามว่าเอาไงต่อ เราบอกก็หาที่พักไง (เรานึกในใจว่าจะกลับเหรอ) เพื่อนมันเลยย้อนเข้าให้ว่า ก็มันไม่มีที่พัก แล้วหาดก็ไม่มี มีแต่ป่ากับเขา น้ำ แล้วก็ก้อนหิน จะทำยังไง นั่นดิจริงด้วย ตั้งแต่มายังไม่เจอหาดเลย ลองนั่งนึกดูนะ ใครมาทะเล ก็ต้องอยากเห็นหาดทรายจริงมั้ย แต่ที่นี่ทำไมไม่มีหาด งงๆ เราก็ปลอบใจเพื่อนไปว่าเอาน่า หาที่พักก่อน แล้วค่อยหาที่เที่ยว ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกว่านั่งรถมาถึงคลองพร้าว เราเลยขอลงเพราะมองเห็นว่าน่าจะมีที่พัก หลังจากขอบอกขอบใจกันแล้ว ก็เข้าไปติดต่อที่พัก ประมาณว่าเป็นรีสอร์ท ชื่อ แกรด์นวิว หรือ อะไรทำนองนี้แหละ (ความจำสั้นน่ะ) ราคา 1,500.-/คืน ติดทะเลเลย ห้องแอร์ บรรยากาศดีมาก หรูหราพอประมาณ เหลือห้องเดียวอีกต่างหาก มองหน้าเพื่อน คงไปต่อไม่ไหวแน่ ก็ขวัญกระเจิงออกอย่างนั้น เอาน่าแพงไปหน่อย "ซื้อค่าโง่" ขอต่อได้ 1,200.- รวมอาหารเช้า หลังจากเก็บสัมภาระ อาบน้ำอาบท่าเรียบร้อย เราก็ลองชวนเพื่อนไปเดินเล่น และก็ได้คำตอบที่นึกไว้ก่อนแล้วว่า "ไม่ไป" บอกว่าอยากนอนพัก เพราะเหนื่อยมาก เราเลยออกไปเดินคนเดียว

อากาศดีมากๆ น้ำใสมากด้วย แปลกตรงที่ ลมทะเลที่นี่สดชื่น ไม่ทำให้เหนียวตัวเลย แต่กลับเย็นสบายที่สุด คงเป็นเพราะอยู่ในช่วงฤดูหนาวอยู่มันเลยไม่ร้อน ไม่งั้นก็ทะเลที่นี่สะอาดมากๆ นั่นเอง เยี่ยมไปเลย ส่วนตัวแล้วชอบความเงียบมาก เพราะชอบนอนมองทะเลเงียบๆ คนเดียวอยู่แล้ว ไม่รู้เป็นไร อยู่ใกล้ทะเลทีไร ทำให้ใจสงบทุกที ทั้งที่ทะเลมันไม่เคยสงบเลย ไม่คลื่นลมแรง ก็มีคลื่นเล็กน้อย ระหว่างเดินเล่นอยู่ก็ส่องกล้องสองตาดู เห็นชายหาดสีขาวสวยเชียว อยู่ไม่ไกลเดินไปก็ได้ มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติออกมานอนอาบแดดกันแล้ว นึกสงสัยอยู่เหมือนกันว่า ทำไมตอนนั่งรถมาเมื่อเช้าไม่เห็นมีเลย ระหว่างที่เดินไปยังหาดที่เห็นอยู่ตรงหน้า ก็อ๋อขึ้นมาทันทีเลยว่า ตอนเช้าน้ำทะเลมันขึ้น เราจึงมองไม่เห็นชายหาด พอสายหน่อยน้ำมันลง ชายหาดก็โผล่ แบบนี้นี่เอง เกือบแล้ว เกือบตัดสินใจกลับแล้ว ....หาดทรายสะอาดมากเลย สีขาวมองจนแสบตา ทรายละเอียดด้วยนะ แถมไม่มีเครื่องเล่นทางน้ำมาทำให้ประสาทเสียด้วย สงบจริงๆ

เดินเล่นคนเดียวอยู่พักนึง ก็นึกขึ้นได้ว่า เรายังมีเพื่อนมาอีกคน เลยเดินกลับไปปลุกเพื่อน ให้ออกมาสัมผัสธรรมชาติอันสวยงามด้วยกันดีกว่า จะได้หาข้าวเที่ยงกินด้วย พออิ่มหมีพลีมันแล้ว เพื่อนก็อารมณ์ดีขึ้น ที่นี้ก็เริ่มเข้าถึงธรรมชาติแล้ว จนมันออกปากว่าอากาศดี สดชื่น จากนั้นสองสาวก็ออกเดินเล่น ดูฝรั่งอาบแดด อาหารตาจริงๆ เหอะๆๆ เราเดินไปดูโปรแกรมดำน้ำ แพงมาก มากันแค่ 2 คน คงไม่ไหว เอาไว้ชวนเพื่อนมากันเยอะๆ ดีกว่าจะได้มีตัวหาร สังเกตมั้ยว่า พวกกิจกรรมทางน้ำทั้งหลายที่มีบริการแก่นักท่องเที่ยว ตามเกาะต่างๆ เนี่ยราคาสุดโหดเลย คงเป็นเพราะพวกเขาไม่ได้ทำธุรกิจกันทั้งปี เนื่องจากที่เที่ยวทางทะเลมันจะมีฤดูการของมัน ดังนั้นผู้ประกอบกิจการทั้งหลายคงเอาต้นทุนทั้งปีมาหารเฉลี่ย แล้วก็มาบวกเอากับนักท่องเที่ยวช่วงที่เป็นฤดูการท่องเที่ยวแบบนี้ ทำให้ราคาสูงมากจนหน้าใจหาย นี่ถ้าเขาทำธุรกิจกันแบบนี้ทั้งปีผู้ประกอบการคงรวยเละแน่ๆ  คราวนี้เราตั้งใจมาพักผ่อนจริงๆ เพราะไม่ได้วางแผนอะไรเลย แค่รู้ว่าต้องมาถึงเกาะยังไงก็เท่านั้นเอง ....ธรรมชาติช่วยเติมพลังได้จริงๆ รู้สึกมีเรี่ยวแรงขึ้นเมื่อได้มาสัมผัสกับธรรมชาติแบบนี้

เกาะช้างในสายตาเรา คงเป็นทางผ่านให้นักท่องเที่ยวมาพักและไปต่อ เพราะขนาดเรามาช่วง Long weekend  และเป็นฤดูการท่องเที่ยวแบบที่เขาเรียกกันว่า High season นักท่องเที่ยวยังดูบางตามากเมื่อเทียบกับ เกาะใหญ่ๆ หลายเกาะเช่น สมุย เสม็ด หรือแม้กระทั่งภูเก็ตก็ตาม ถ้ามาวันธรรมดาคงจะเงียบน่าดู ...ดี เราจะได้มีที่นอนพักเติมพลังอีกหนึ่งที่ ...นอนเล่นที่ชายหาด ดูพระอาทิตย์ตกดิน เอ้ย!! ไม่ใช่ ตกน้ำต่างหากล่ะ...เป็นภาพที่สวยมาก เพื่อนบอกแปลกทำไมลมทะเลที่นี่ไม่รู้สึกร้อน และทำให้ตัวเหนียวเหนอะหนะ ไม่เหมือนที่ชลบุรี หรือระยอง...เราบอกมันไปว่า เราก็สงสัยเหมือนกัน  ตอนเย็น ก็มี BBQ Party กันที่ชายหาด นั่งคุยกันใต้แสงเทียน เฮ้อ!! โรแมนติกจริงๆ ดึกๆ ลมแรงมาก และหนาวมากด้วย ทำให้ไม่สามารถนั่งชมธรรมชาติตอนกลางคืนได้ จึงต้องเข้าที่พักนอนดูทีว๊

วันรุ่งขึ้นก็ตื่นแต่เช้า ออกไปสัมผัสธรรมชาติอีกรอบ และหาอาหารเช้ากิน ก่อนเตรียมตัว Check out นึกเสียดายว่ากว่าจะค้นหาธรรมชาติเจอเวลาก็หมดซะแล้ว..ต้องรีบกลับ เนื่องจากเป็นวันหยุดวันสุดท้าย นักท่องเที่ยวคงจะทยอยกลับกันวันนี้ ถ้าออกสายมีหวังหารถกลับกรุงเทพฯ ไม่ได้เป็นเรื่องอีกทีนี้ ขึ้นฝั่งถึงตลาดเทศบาลประมาณบ่ายโมง สำรองที่นั่ง กว่าจะได้ขึ้นรถก็บ่ายสามโมง กลับถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพประมาณทุ่มกว่าๆ...

แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะไม่มีกิจกรรมอะไรที่น่าสนใจ ในโปรแกรมการท่องเที่ยว แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับเราและเพื่อน ตรงที่ต่อไปเราคงต้องวางแผนกันให้ดีกว่านี้ ข้อมูลต่างๆ ที่เราได้มานั้นมีแต่ด้านดี ทำให้นักท่องเที่ยวหลายต่องหลายคนนั่งฝันถึงการเดินทางที่เพอร์เฟ็ค ไม่นึกเผื่อแผนสำรองในสถานการณ์ที่ไม่เป็นไปตามที่เราฝัน หลายคนจึงต้องฝันร้ายกับการเดินทาง เพราะข้อมูลด้านลบ คงไม่มีใครอยากจะเปิดเผยแน่นอน...สำหรับเรายังไม่เข็ดกับ

เกาะช้าง อ่านข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต มีที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมาย แต่เราเป็นคนชอบความสงบ จึงพอใจมากกับทริป ครั้งนี้ ถ้ามีโอกาสก็จะนั่งรถ ต่อเรือ ไปนอนเล่นบนเกาะช้างอีก เพราะเดินทางสะดวก และอยู่ไม่ไกล.....


ภาพถ่ายและความคิดเห็นเพิ่มเติม...

ติดต่อสอบถาม แสดงทัศนะ ถึง-ผู้เขียน



*ชื่อ-อีเมลล์:
*ข้อความ:


ตามรอยตะวัน

แก่งหินเพลง เรื่องบังเอิญ คุณบังอร
ออกนอกกะลา ไปบาหลี ตอนที่ 2 (จบ)
ออกนอกกะลา ไปบาหลี ตอนที่ 1
ลุงชู ที่เขื่อนเขาแหลม
น้ำท่วมทุ่ง ผักบุ้งเต็มคลอง ที่สองพี่น้อง สุพรรณบุรี
หนาวนี้ อีกสักที ที่ สวนผึ้ง ราชบุรี
พักกาย..หย่อนใจ..ที่บ้านไร่ตับเต่า
เรื่องเล่า..อโยธารา...
กว่าจะถึง “ภูกระดึง” article
หมู่เกาะตะรุเตา
ความรู้สึกจางๆ กับไออุ่น 4
โกรกอีดก
แบกเป้ มุ่งหน้าสู่ แก่งกระจาน-พะเนินทุ่ง
ร้อน ฝน หนาว ที่ อช.หมู่เกาะชุมพร
ความทรงจำที่เกาะกุฎี article
เรื่องเล่า.............จากเขาหลวง (สุโขทัย) article
ฝ่าสายฝนจากเชียงของ สู่เพลินวาน
bicycleworld lightblue : เดินทางโดยจักรยานรอบโลก article
เที่ยวอยุธยา เมื่อหน้าน้ำ
โฮมพุเตย...ฝันที่ฉันอยากไป article
เขาใหญ่ อช. แรกของไทย article
เขาหลวง-ประจวบฯ article
“เกาะหมาก-เกาะขาม”...สวรรค์ของคนรักสงบ article
ตะลุยเดี่ยวเที่ยว 3 เกาะอ่าวไทย article
เปิดประตูสู่....เขายายเที่ยง
บนทางแสนไกล...ตาดหินยาว
โลกหมุนช้าลง..ที่..เชียงคาน
เมื่อใบไม้เปลี่ยนสี...ที่ขุนแม่ยะ article
เขาโล้นที่เขาแหลม article
บันทึก จากครูดอย (รร.บ้านห้วยโค้ง อมก๋อย) article
เขาหลวง นครศรีธรรมราช article
เรื่องเล่า เชียงคาน
ภูสอยดาว article
ปากน้ำปราณบุรี เขากะโหลก ง่ายๆ สบายๆ ใกล้ๆ กรุง article
เที่ยวเมืองภูเก็ตยังไงให้คุ้มค่าที่สุด article
แอ่วเจียงใหม่ article
น้ำตกป่าละอู ….เราจะกลับมา article
โรงเรียนของหนู (โครงการไออุ่นจากพี่ให้น้องครั้งที่ 1) article
ภูกระดึง........ในวันที่เงียบเหงา article
ภูสอยดาว บันเทิงโบก (...ลองหยุดวิ่งตามดูสักครั้ง) article
ตามหัวใจ..ไปเสม็ด article
สะบายดี..วังเวียง article
ปาย "Pai" article
แบกเป้ลุยเดี่ยว เที่ยว อช.เขาแหลม article
ทริป ”พักใจ ..ไปโกรกอีดก” article
ภาพถ่าย...ลำนำ..และบทเพลง article
เขาสามร้อยยอด article
เวียดนาม (Vietnam) article
จุดเริ่มต้นในการท่องเที่ยว article
อยากอยู่ป่า... article
สู่ยอด...ดอย article
ฝน...ทั้งดีและชั่วอยู่ด้วยกัน article
บทเพลงแห่งธรรมชาติ article
ข้าสองเจ้าบ่าวสองนาย article
บุหรี่ มัจจุราชตัวน้อย article
ป่าขี สายลมและสายน้ำ article
บ้านชมทุ่ง article
เกาะกุฏี ในสำนึก article
เปิดบันทึกการเดินทาง ... โก๋ ก้อนดิน article
เดินป่า เมื่อยามฤดูฝน "ตาดหินยาว" article
ภูสอยดาว article
บันทึกจากห้องเช่าเมื่อยามความเหงามาเยือน article
ชะอำ...ช้ำใจ article
หัวใจเดินทาง..อีกครั้ง!! (Samed Episode II) article
" 7 Days In Tibet " ดินแดนขอบฟ้าหลังคาโลก article
ตำนานคน ตำนานป่า ตำนานการเดินทาง article
เดินป่าขึ้นเขาสน ณ เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเขาสน-เขาสนามเพรียง 12 - 13 -14 - ส.ค. 48 article
พุเตย…พิสูจน์ใจไล่ความกลัว article
บันทึกนี้ที่เชียงใหม่ article
"ลัดเลาะสองฝั่งแม่กลอง แอบมองหิ่งห้อย ร้อยพัน" article
รสชาติใหม่ของการเดินทาง (Suan Soan Pradipat) article
จาก ขญ.11 สู่ ขญ. 10 (Bike Camp) article
เปิดบันทึกเล่มใหม่ กับการผจญภัยที่ “ตาดหินยาว” article
ความสุขไม่ได้รออยู่ที่ปลายทาง article
ห้างเก่า article
แสงประหลาด article
บ้านแม่แสะ article
มืดแปดด้าน article
มะพร้าวตก article
บ้านแพซุง article
บ้านขุนแปะ article
ทุ่งกระทิง article
ด่วนเจ้าพระยา article
ควบจิ้งเหลนดงมุ่งตรง บึงฉวาก article
คลื่นยักษ์ที่โถมซัดไม่อาจทัดทานคลื่นน้ำใจ article
ความเจริญไม่มีที่สิ้นสุด article
ช่างซอตาบอด article
“สู่...ยอดเขาโล้น” article
ดินแดนแห่งอารยธรรม article
“ภูชี้ฟ้า” ภูนี้ไม่เคยว้าเหว่ article
ยอดลมพัด ไม่ได้มีแค่ในตำนาน.. article
เมืองเล็กๆ ที่ชื่อ “ปาย” article
สวัสดี เกาะ 1,000,000 article
ค่ำไหนนอนนั่น article
"กระทิง สิ่งอันเป็นที่รักของฉัน" article
เกาะสีชัง จำลอง...Believe It or Not ! article
" เขาลมพัด " รวมพลคนหน้าตาดี article
จากกรุงเก่าสู่บางปะอิน article
ดอกไม้เบ่งบานกับวัฒนธรรมไร้พรมแดน article
ยี่เป็ง...ประทับใจ
ปาย ฝนต้นหนาว
โชงโดง กับคำถามที่ว่า “เราขึ้นมาทำไม?”
ความเปลี่ยนแปลงใน สังขละบุรี
ตามรอย รัก-ยม ชมไทยไป ขุนแม่ยะ
บันทึกไออุ่น...จากพี่ให้น้อง ครั้งที่2
เสียดาย โดดเดี่ยวใน...ภูเก็ต
สรุปการเดินทาง 3 เดือนแรก
มนต์เสน่ห์ เชียงคาน บันทึกที่ริมสายน้ำโขง
ซ้ำรอยเดิมที่...ตาดหินยาว
ครบรอบ 1 ปี แห่งความรัก หนุ่มตัน กับสาวปลา
ในสายหมอกที่ “ภูสอยดาว”
อุทัยธานี...มีอะไร?
ได้โปรดเถอะ !!!! นำพาเขามาสู่ฉัน
Home Stay แบบชิวๆ ที่ เขายายเที่ยง



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2003 Chomthai team 089-7801770

ตารางออกอากาศรายการชมไทยแลนด์ ช่อง ของดีประเทศไทย   (จานเหลือง DTV และจานเคเบิ้ลท้องถิ่นที่รับได้ทั่วไป)

วันเสาร์ 18:30-19:00 รีรัน อังคาร 22:30-23:00  พฤ. 14:00-14.30  ศุกร์  9:30-10:00 / 16:30-17:00

  Nextstep ชมย้อนหลังรายการชมไทยแลนด์ รายการชมไทยสัญจร ที่ช่อง Real Metro     หนังสือของชมไทย วางแผงกันแล้ว   

 

ติดต่อ : ชมไทย chomthailand.com  14/2  ม.3  คลองถนน  สายไหม  ก.ท.ม.  10220   โทร 089-7801770    e-mail : webmaster@chomthailand.com

Free Page Rank Tool