dot
dot
dot
bulletGallery ห้องภาพคนเดินทาง
bulletข่าวสาร เทศกาล ท่องเที่ยว
bulletใต้ฟลายชีท-ชวนกันเที่ยว
bulletมุมเพื่อน บทความ นัดพบ ฯลฯ
bulletห้วงสำนึกเดินทาง blog ,diary
bulletคลังข้อมูล เวบบอร์ดเก่าชมไทย
bulletท่องเที่ยว 76 จังหวัดทั่วไทย
bulletเรื่องเล่าริมทางเดิน
bulletบันทึกเดินทาง (คลังเก่า)
bulletแนะนำ หนังสือน่าอ่าน
ค่ายอาสา ไออุ่นจากพี่ให้น้อง
bulletเที่ยวเกาะช้าง


deuter kovea Eneloop ถุงนอน เป้ ตะเกียง เชือก เดินป่า มีด ไฟฉาย เปลมุ้ง รองเท้า

แบนเนอร์ชมไทย


บันทึกจากห้องเช่าเมื่อยามความเหงามาเยือน article


(เปิดบันทึกเล่มเก่าหน้าที่ 1)

 บันทึกฉบับนี้ผมเขียนไว้นานมาแล้ว  เขียนในขณะที่อยู่ในห้องเช่าคนเดียวและเพิ่งจะออกจากป่ามาใหม่ๆ(เข้าไปเที่ยวเฉยๆ)
 ในประเทศไทยเรานี้ยังมีอะไรอีกมากมายที่ให้เราได้สัมผัส  ค้นคว้า  และทดลองที่จะได้สัมผัสเพื่อความรู้สึกที่แตกต่างกันไป  ตามลักษณะของสิ่งเหล่านั้น  แต่องค์ประกอบที่สำคัญที่สุดก็คือใจ    ที่รักและชอบในสิ่งที่เรากำลังทำหรือคิดที่จะทำ  ทุกสิ่งทุกอย่างก็คงจะไม่มีปัญหาและคงจะไม่มีอะไรที่จะมาขัดขวางเราได้ถ้าเรามีใจให้กับสิ่งนั้น


 การท่องเที่ยวไปในธรรมชาติก็ต้องใช้ใจเป็นสำคัญ  รองลงมาคือสภาพร่างกายของเราถ้าใจเราสู้แต่ร่างกายไม่สู้ก็จะทำให้เราไปไม่รอด  และมีอยู่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ใจเราท้อก็คือ  เราไม่มีใจรักในสิ่งนั้นนั่นเอง


 สมัยนี้การที่เราจะท่องเที่ยวไปตามธรรมชาตินั้นต้องผ่านอุปสรรคมากมายซึ่งคงจะไม่มีใครชอบมากนักถ้าไม่มีจิตสำนึก  สิ่งนั้นก็คือกฎระเบียบต่างๆที่มนุษย์กำหนดขึ้นมาให้กับธรรมชาติซึ่งดูแล้วมันก็ขัดๆกับสายตาอยู่บ้าง  แต่ถ้าไม่มีกฎระเบียบเหล่านั้น  ในวันนี้เราก็คงจะไม่มีโอกาสได้เห็นธรรมชาติอันสวยงามที่ยังคงเหลืออยู่ทุกวันนี้


 ฉะนั้นเราจึงต้องพยายามปรับตัวเองให้เข้ากับกฎระเบียบนั้นให้ได้ทุกอย่าง  ไม่ใช่ทำด้วยความจำเป็น  แต่เราจะต้องเต็มใจทำ
 คนเราทุกวันนี้ยังนับว่ามีน้ำใจกันอยู่มาก  อย่างคนที่ไม่เคยรู้จักกันเลย  ยังสามารถคุยกันรู้เรื่อง  และช่วยเหลือกันได้ในยามคับขันเมื่ออยู่ในป่าที่ไม่รู้จะไปพึ่งพาอาศัยใครนอกจากคนใกล้ตัว  ถึงแม้ในบางครั้งศัตรูก็ยังกลายมาเป็นมิตรได้เมื่ออยู่ในป่าด้วยกัน  เราจึงควรรักธรรมชาติกันให้มากๆ  เพราะธรรมชาติได้ให้อะไรเราหลายๆอย่างมากมายเหลือเกินทำให้ศัตรูกลายมาเป็นมิตรได้นี่ถือว่าสุดๆแล้วนะ  แต่ในบางครั้งก็มีนะที่ทำให้มิตรกลายมาเป็นศัตรู  เพราะคนบางคนไม่มีน้ำใจให้กับเพื่อนร่วมชะตากรรมทิ้งเพื่อนเมื่อมีภัยมาใกล้ตัว


 สำหรับผมแล้วการที่ได้ท่องเที่ยวไปในโลกกว้างเพียงลำพังคนเดียวนั้นเป็นสิ่งที่วิเศษสุดๆ  เพราะเราสามารถไปหาเพื่อนที่รักในสิ่งเดียวกันได้ไม่ยากนัก  คำกล่าวที่ว่าคนเราเกิดมาต้องมีเพื่อนเป็นความจริงเสมอ  แต่ก็ไม่จำเป็นต้องมีมาก  ขอเพียงแค่ให้เป็นเพื่อนที่เข้าใจกันก็พอแล้ว  เพราะการมีเพื่อนมากก็จะทำให้ต้องเสียภาษีสังคมมากตามไปด้วย(คำว่าเพื่อนไม่ใช่คำที่จะเอ่ยกันพร่ำเพรื่อ)


 การอยู่กับธรรมชาตินั้น  แตกต่างกับการอยู่ในเมืองราวฟ้ากับดิน  เพราะการอยู่ในป่านั้นไม่จำเป็นต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรเลยเรายังสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้  แต่ถ้าอยู่ในเมืองจะเป็นไปคนละเรื่องเลย


 การเดินทางเข้าสู่ธรรมชาตินั้นเป็นเรื่องที่ลำบากมากสำหรับในสมัยก่อนแต่ในสมัยนี้ขอแค่มีเงินเราก็จะเข้าไปถึงธรรมชาติได้อย่างสบายๆ  แทบจะไม่ต้องใช้แรงขาแข้งของตัวเองเลย  พูดง่ายๆก็คือการจ้างขาของคนอื่นเดินนั่นเอง  แต่ยังมีอีกวิธีหนึ่งวิธีนี้อาจจะเสี่ยงอันตรายและเสี่ยงต่อความผิดหวังได้ทุกเวลานั่นก็คือ  การขอความช่วยเหลือจากคนอื่นโดยที่ไม่มีสิ่งตอบแทนใดๆให้เขาเลย  แต่ก็ยังหาคนที่มีน้ำใจได้ไม่ยากนักสำหรับในพื้นที่  ที่เป็นป่าเขา  ถ้าเป็นในเมืองแล้วหมดสิทธิ์ที่จะหวัง  แค่คิดก็หมดสิทธิ์แล้วเพราะในเมืองเป็นสังคมต่างคนต่างอยู่  ทั้งๆที่ก่อนจะเข้ามาอยู่ในเมือง  เขาเหล่านั้นก็มาจากชนบทหรือป่าเขาซึ่งเปี่ยมล้นไปด้วยน้ำใจ  พอเข้ามาอยู่ในเมืองน้ำใจมันหายไปไหนหมด  คนส่วนใหญ่จะเป็นแบบนี้  บางคนมาจากชนบทกลับมาหลอกลวงคนที่มาจากชนบทเหมือนกันเมื่ออยู่ในเมืองบางทีก็เป็นคนบ้านเดียวกันด้วยซ้ำไปแต่อาจจะไม่รู้จักกันมาก่อนเรื่องนี้ผมเคยเห็นมาด้วยตาตัวเองแล้ว


เวลาที่เข้าไปอยู่ในป่าจะรู้สึกว่าอากาศดีมากมีแต่ความสดชื่นเย็นสบาย  แต่พอกลับเข้ามาในเมืองมีทั้งความร้อนรุ่มทั้งกายและใจนี่เป็นข้อเปรียบเทียบเล็กๆน้อยๆระหว่างป่ากับเมืองยังมีเรื่องราวอีกมากมายให้เราได้ค้นหาทั้งในเมืองใหญ่และในไพรกว้างซึ่งมีดีและเสียไปคนละด้านอันนี้ขึ้นอยู่กับว่าใครจะชอบแบบไหนมากกว่ากัน  จะไปบังคับให้ทุกคนชอบแบบเดียวกันนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย  ชีวิตใครก็ชีวิตมัน  ต่างคนก็ต่างจิตต่างใจ
การใช้ชีวิตในป่าไม่จำเป็นต้องมีเครื่องอำนวยความสะดวกหรือเฟอร์นิเจอร์มากมายเหมือนอยู่ในเมืองเลย ทำไมเรายังอยู่กันได้  แต่พอเข้ามาอยู่ในเมืองเราจะขาดเครื่องอำนวยความสะดวกไม่ได้เลยทั้งๆที่ในสมัยก่อนเรายังไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวกด้วยซ้ำไป  แต่พอสิ่งเหล่านั้นเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันเรากลับขาดมันๆไม่ได้เหมือนกับว่ามันเป็น"ยาเสพติด" หรือเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเราไปเสียแล้ว ไม่เข้าใจจริงๆ 


บางคนเคยลำบากมาตั้งมากมาย  พอสบายขึ้นมาหน่อย  จะกลับไปลำบากอีกไม่ได้  เลยคิดฆ่าตัวตายก็มีมาก  แบบนี้ถ้าไม่เรียกว่า  "คนลืมตัวเหมือนวัวลืมตีน" ก็ไม่รู้ว่าจะเรียกอะไรให้สุภาพกว่านี้อีกแล้ว เพราะมันเป็นสุภาษิตของไทยมาแต่โบราณ


ยังมีอีกเรื่องที่อยากจะบ่นให้ฟังก็คือเรื่องของคนกับลิง  ผมอยากจะเปรียบเทียบว่า  คนบางคนเป็นสัตว์ดิรัจฉาน  แต่ลิงนั้นเป็นสัตว์ประเสริฐน่าจะถูกเสียยิ่งกว่าถูก  เพราะผมเคยเห็นสภาพความเป็นอยู่ของลิงมาแล้วไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัยหรือที่นอนของมันจะเรียบร้อยมาก  ไม่มีก้อนกรวดใหญ่ๆ  ไม่มีใบไม้แม้สักใบเดียวดูแล้วเรียบร้อยดีมาก  ซึ่งถ้าเปรียบกับคนบางคนแล้วมันต่างกันมากมายนัก  คือคนเราพอตื่นขึ้นมาก็สะบัดตูดหนีไปเลยไม่เคยเก็บที่นอน  ถ้าสมัยก่อนจะเรียบร้อยมาก  แต่คิดว่าน่าจะสู้ลิงไม่ได้อยู่ดี  ในสังคมของคนรวยจะต้องมีคนคอยทำให้ทุกอย่างเหมือนกับทำกินบนความลำบากของคนอื่น


 คนจนศึกษาจากมหาวิทยาลัยป่าแต่จิตใจกลับไม่ป่าสมชื่อ
 คนรวยศึกษาจากมหาวิทยาลัยที่อยู่ในเมืองแต่จิตใจกลับไม่ดีสมกับคำว่าเมืองเลย
 เป็นข้อเปรียบเทียบได้อย่างดีสำหรับคำว่าป่ากับเมือง 


 ถ้าจะให้เลือกระหว่างการต่อสู้ในป่ากับในเมือง  จะตอบได้โดยไม่ต้องคิดเลยว่าขอเลือกป่าดีกว่า  และแน่นอนถ้ามีโอกาสจะต้องทำแบบนั้น  แต่ก็คงยากมากเลยที่จะมีโอกาสได้ทำแบบนั้นเพราะยังไม่มีจุดหมายที่จะเข้าไปนอกจากการท่องเที่ยวสำหรับตอนนี้เท่านั้น
สภาพป่าทีสมบูรณ์นั้นส่วนใหญ่จะอยู่ในเขตที่ไม่มีใครเข้าไปรบกวน  หรืออยู่ในเขตที่ในสมัยก่อนนั้น  มีกลุ่มคนที่เราขนานนามว่า  ผ.ก.ค. อาศัยอยู่จึงไม่มีการตัดไม้ทำลายป่าทำลายธรรมชาติมากมายนัก  เพราะติดต่อกับโลกภายนอกน้อยมากไม่มีการค้าขาย  อาหารการกิน  ที่อยู่อาศัยและยารักษาโรคนั้นหาได้จากในป่าทั้งสิ้น  หรือแม้แต่เครื่องนุ่งห่มถ้าไม่จำเป็นเราคงจะไม่ต้องใส่เสื้อผ้าด้วยซ้ำไป  เช่นชนเผ่าต่างๆที่อาศัยอยู่ในป่ามาช้านาน  ซึ่งในปัจจุบันยังพอมีให้เราได้เห็นกันอยู่บ้างตามรายการโทรทัศน์ต่างๆ  ซึ่งเขาก็ยังอยู่กันมาได้หลายอายุคนแล้ว  ถ้าเราไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเขามากนักพวกเขาก็คงจะอยู่กันอย่างสงบสุขกว่าทุกวันนี้  ทำให้พวกเขาอยากได้ในสิ่งต่างๆขึ้นมาตามนิสัยของมนุษย์โลก  มันจะทำให้วัฒนะธรรมอันดีงามของพวกเขาสูญสิ้นไป อาจจะไม่มีใครสืบทอดต่อไปก็ได้

แต่ถ้าเรามองกันในอีกแง่มุมหนึ่งพวกเขาก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทั้งดูแล  และทำลายธรรมชาติให้เสียหาย  การสร้างความเสียหายก็คือ  การทำไร่เลื่อนลอยซึ่งจะต้องตัดต้นไม้ใหญ่ทิ้งเป็นจำนวนมาก  ซึ่งเป็นการทำลายป่าโดยไม่ได้ตั้งใจนั่นเอง
คนเราในบางครั้งถ้าได้ระบายความในใจที่อัดอั้นมานานออกเสียบ้างก็จะเป็นการดี  แต่ติดอยู่ตรงสถานที่ ที่จะทำให้เราสบายใจได้ดีที่สุดคือที่ไหน  สำหรับผมการที่ได้ผจญไพรกับธรรมชาติ  การเผชิญกับสิ่งที่ท้าทาย  หวาดเสียว  สิ่งเหล่านี้แหละที่จะทำให้เรารู้สึกปลอดโปร่งเมื่อผ่านการบุกป่าฝ่าดงมาแล้ว  การล่องแก่งก็ดี  หรือถ้าเป็นในเมืองก็ต้องตามสวนสนุกเพราะมีเครื่องเล่นที่ท้าทายมากมาย  หรือบันจี้จั๊ม  เพราะเราสามารถเปล่งเสียงตะโกนออกมาดังๆได้โดยไม่ต้องเก็บมันไว้ให้ จุกอกเลย


เท่านี้เราก็เห็นแล้วว่าธรรมชาติให้คุณประโยชน์แก่เรามากมาย  อย่างแรกก็คือธรรมชาติให้อากาศที่บริสุทธิ์ให้เราได้หายใจ  เพราะถ้าไม่มีป่าเขา  ไม่มีต้นน้ำลำธารและต้นไม้  อากาศบนโลกนี้ก็คงจะไม่มีเช่นเดียวกัน เราก็คงจะต้องตายกันหมด  หรือถ้าไม่มีอากาศตั้งแต่ต้น  บนโลกนี้ก็คงจะไม่มีสิ่งมีชีวิตเกิดขึ้นมาอย่างแน่นอน  ผมเคยดูหนังอยู่เรื่องหนึ่งที่ว่าคนต้องซื้ออากาศอัดกระป๋องเพื่อหายใจ  ผมจำไม่ได้ว่าเรื่องอะไรเพราะมันนานนับสิบปีมาแล้ว  แต่หวังว่าเราคงจะไม่ต้องทำอย่างในหนังกันนะ


การเดินทางในราวป่านั้นไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืนเราสามารถเดินทางได้โดยไม่ต้องอาศัยเครื่องอำนวยความสะดวกอันเกิดจากเทคโนโลยีที่ล้ำยุคเลย  เพราะเราสามารถใช้สิ่งต่างๆที่มีอยู่ตามธรรมชาติเป็นเครื่องช่วยนำทาง  นำพาเราไปสู่จุดหมายได้โดยไม่ยากเย็นนัก  คือในเวลากลางวัน  เราจะดูทิศทางที่เราจะไปได้  โดยการดูจากดวงตะวัน  ดูจากยอดไม้เลื้อย  หรือดูจากไรเคน  เราจะสามารถรู้ทิศทางได้ว่าเรากำลังเดินไปทางทิศใด  ส่วนในเวลากลางคืนนั้นเราสามารถดูดาวได้แต่เราต้องมีความรู้เรื่องเกี่ยวกับดาราศาสตร์อยู่บ้างหรือดูจากต้นไม้ใหญ่ว่ามีความอุ่นอยู่ทางด้านใดของลำต้น  ก็จะเป็นทิศตะวันตก(สำหรับช่วงที่พระอาทิศเพิ่งลับขอบฟ้าเท่านั้น)


สิ่งที่สำคัญก็คือการเดินทางในตอนกลางคืนจะมีอันตรายมากมาย  ทางที่ดีเราควรจะหยุดตั้งแค้มป์พักแรมเสียก่อนดีกว่า  จะทำให้เราปลอดภัยมีชีวิตรอดไปจนถึงจุดหมายปลายทางได้โดยสวัสดิภาพ
เขียนขึ้นจากความรู้สึก  ข้อมูลอ้างอิงได้มาจากการออกไปสัมผัสกับความจริงด้วยตัวเองทั้งหมด...

.............................................................................


                                    

                                                                                                                                                         ดินแดง

 




ตามรอยตะวัน

แก่งหินเพลง เรื่องบังเอิญ คุณบังอร
ออกนอกกะลา ไปบาหลี ตอนที่ 2 (จบ)
ออกนอกกะลา ไปบาหลี ตอนที่ 1
ลุงชู ที่เขื่อนเขาแหลม
น้ำท่วมทุ่ง ผักบุ้งเต็มคลอง ที่สองพี่น้อง สุพรรณบุรี
หนาวนี้ อีกสักที ที่ สวนผึ้ง ราชบุรี
พักกาย..หย่อนใจ..ที่บ้านไร่ตับเต่า
เรื่องเล่า..อโยธารา...
กว่าจะถึง “ภูกระดึง” article
หมู่เกาะตะรุเตา
ความรู้สึกจางๆ กับไออุ่น 4
โกรกอีดก
แบกเป้ มุ่งหน้าสู่ แก่งกระจาน-พะเนินทุ่ง
ร้อน ฝน หนาว ที่ อช.หมู่เกาะชุมพร
ความทรงจำที่เกาะกุฎี article
เรื่องเล่า.............จากเขาหลวง (สุโขทัย) article
ฝ่าสายฝนจากเชียงของ สู่เพลินวาน
bicycleworld lightblue : เดินทางโดยจักรยานรอบโลก article
เที่ยวอยุธยา เมื่อหน้าน้ำ
โฮมพุเตย...ฝันที่ฉันอยากไป article
เขาใหญ่ อช. แรกของไทย article
เขาหลวง-ประจวบฯ article
“เกาะหมาก-เกาะขาม”...สวรรค์ของคนรักสงบ article
ตะลุยเดี่ยวเที่ยว 3 เกาะอ่าวไทย article
เปิดประตูสู่....เขายายเที่ยง
บนทางแสนไกล...ตาดหินยาว
โลกหมุนช้าลง..ที่..เชียงคาน
เมื่อใบไม้เปลี่ยนสี...ที่ขุนแม่ยะ article
เขาโล้นที่เขาแหลม article
บันทึก จากครูดอย (รร.บ้านห้วยโค้ง อมก๋อย) article
เขาหลวง นครศรีธรรมราช article
เรื่องเล่า เชียงคาน
ภูสอยดาว article
ปากน้ำปราณบุรี เขากะโหลก ง่ายๆ สบายๆ ใกล้ๆ กรุง article
เที่ยวเมืองภูเก็ตยังไงให้คุ้มค่าที่สุด article
แอ่วเจียงใหม่ article
น้ำตกป่าละอู ….เราจะกลับมา article
โรงเรียนของหนู (โครงการไออุ่นจากพี่ให้น้องครั้งที่ 1) article
ภูกระดึง........ในวันที่เงียบเหงา article
ภูสอยดาว บันเทิงโบก (...ลองหยุดวิ่งตามดูสักครั้ง) article
ตามหัวใจ..ไปเสม็ด article
สะบายดี..วังเวียง article
ปาย "Pai" article
แบกเป้ลุยเดี่ยว เที่ยว อช.เขาแหลม article
ทริป ”พักใจ ..ไปโกรกอีดก” article
ภาพถ่าย...ลำนำ..และบทเพลง article
เขาสามร้อยยอด article
เวียดนาม (Vietnam) article
จุดเริ่มต้นในการท่องเที่ยว article
อยากอยู่ป่า... article
สู่ยอด...ดอย article
ฝน...ทั้งดีและชั่วอยู่ด้วยกัน article
บทเพลงแห่งธรรมชาติ article
ข้าสองเจ้าบ่าวสองนาย article
บุหรี่ มัจจุราชตัวน้อย article
ป่าขี สายลมและสายน้ำ article
บ้านชมทุ่ง article
เกาะกุฏี ในสำนึก article
เปิดบันทึกการเดินทาง ... โก๋ ก้อนดิน article
เดินป่า เมื่อยามฤดูฝน "ตาดหินยาว" article
ภูสอยดาว article
ผจญภัยที่เกาะช้าง...... article
ชะอำ...ช้ำใจ article
หัวใจเดินทาง..อีกครั้ง!! (Samed Episode II) article
" 7 Days In Tibet " ดินแดนขอบฟ้าหลังคาโลก article
ตำนานคน ตำนานป่า ตำนานการเดินทาง article
เดินป่าขึ้นเขาสน ณ เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเขาสน-เขาสนามเพรียง 12 - 13 -14 - ส.ค. 48 article
พุเตย…พิสูจน์ใจไล่ความกลัว article
บันทึกนี้ที่เชียงใหม่ article
"ลัดเลาะสองฝั่งแม่กลอง แอบมองหิ่งห้อย ร้อยพัน" article
รสชาติใหม่ของการเดินทาง (Suan Soan Pradipat) article
จาก ขญ.11 สู่ ขญ. 10 (Bike Camp) article
เปิดบันทึกเล่มใหม่ กับการผจญภัยที่ “ตาดหินยาว” article
ความสุขไม่ได้รออยู่ที่ปลายทาง article
ห้างเก่า article
แสงประหลาด article
บ้านแม่แสะ article
มืดแปดด้าน article
มะพร้าวตก article
บ้านแพซุง article
บ้านขุนแปะ article
ทุ่งกระทิง article
ด่วนเจ้าพระยา article
ควบจิ้งเหลนดงมุ่งตรง บึงฉวาก article
คลื่นยักษ์ที่โถมซัดไม่อาจทัดทานคลื่นน้ำใจ article
ความเจริญไม่มีที่สิ้นสุด article
ช่างซอตาบอด article
“สู่...ยอดเขาโล้น” article
ดินแดนแห่งอารยธรรม article
“ภูชี้ฟ้า” ภูนี้ไม่เคยว้าเหว่ article
ยอดลมพัด ไม่ได้มีแค่ในตำนาน.. article
เมืองเล็กๆ ที่ชื่อ “ปาย” article
สวัสดี เกาะ 1,000,000 article
ค่ำไหนนอนนั่น article
"กระทิง สิ่งอันเป็นที่รักของฉัน" article
เกาะสีชัง จำลอง...Believe It or Not ! article
" เขาลมพัด " รวมพลคนหน้าตาดี article
จากกรุงเก่าสู่บางปะอิน article
ดอกไม้เบ่งบานกับวัฒนธรรมไร้พรมแดน article
ยี่เป็ง...ประทับใจ
ปาย ฝนต้นหนาว
โชงโดง กับคำถามที่ว่า “เราขึ้นมาทำไม?”
ความเปลี่ยนแปลงใน สังขละบุรี
ตามรอย รัก-ยม ชมไทยไป ขุนแม่ยะ
บันทึกไออุ่น...จากพี่ให้น้อง ครั้งที่2
เสียดาย โดดเดี่ยวใน...ภูเก็ต
สรุปการเดินทาง 3 เดือนแรก
มนต์เสน่ห์ เชียงคาน บันทึกที่ริมสายน้ำโขง
ซ้ำรอยเดิมที่...ตาดหินยาว
ครบรอบ 1 ปี แห่งความรัก หนุ่มตัน กับสาวปลา
ในสายหมอกที่ “ภูสอยดาว”
อุทัยธานี...มีอะไร?
ได้โปรดเถอะ !!!! นำพาเขามาสู่ฉัน
Home Stay แบบชิวๆ ที่ เขายายเที่ยง



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2003 Chomthai team 089-7801770

ตารางออกอากาศรายการชมไทยแลนด์ ช่อง ของดีประเทศไทย   (จานเหลือง DTV และจานเคเบิ้ลท้องถิ่นที่รับได้ทั่วไป)

วันเสาร์ 18:30-19:00 รีรัน อังคาร 22:30-23:00  พฤ. 14:00-14.30  ศุกร์  9:30-10:00 / 16:30-17:00

  Nextstep ชมย้อนหลังรายการชมไทยแลนด์ รายการชมไทยสัญจร ที่ช่อง Real Metro     หนังสือของชมไทย วางแผงกันแล้ว   

 

ติดต่อ : ชมไทย chomthailand.com  14/2  ม.3  คลองถนน  สายไหม  ก.ท.ม.  10220   โทร 089-7801770    e-mail : webmaster@chomthailand.com

Free Page Rank Tool