dot
dot
dot
bulletGallery ห้องภาพคนเดินทาง
bulletข่าวสาร เทศกาล ท่องเที่ยว
bulletใต้ฟลายชีท-ชวนกันเที่ยว
bulletมุมเพื่อน บทความ นัดพบ ฯลฯ
bulletห้วงสำนึกเดินทาง blog ,diary
bulletคลังข้อมูล เวบบอร์ดเก่าชมไทย
bulletท่องเที่ยว 76 จังหวัดทั่วไทย
bulletเรื่องเล่าริมทางเดิน
bulletบันทึกเดินทาง (คลังเก่า)
bulletแนะนำ หนังสือน่าอ่าน
ค่ายอาสา ไออุ่นจากพี่ให้น้อง
bulletเที่ยวเกาะช้าง


deuter kovea Eneloop ถุงนอน เป้ ตะเกียง เชือก เดินป่า มีด ไฟฉาย เปลมุ้ง รองเท้า

แบนเนอร์ชมไทย


บทเพลงแห่งธรรมชาติ article

                                                                                                                         

                                                                                                                                                     ก้อนดิน...

เพลง  ความรักจากฟากฟ้าเป็นเพลงประกอบละครเรื่อง จดหมายถึงดวงดาว  เป็นเพลงที่เราฟังแล้วต้องฟังซ้ำอีกหลาย ๆ ครั้งที่เปิดมันขึ้นมาฟัง  แล้ววิเคราะห์ว่าคนแต่งช่างมีความสามารถมากที่แต่งเพลงนี้ขึ้นมา  เนื้อหาธรรมดา  แต่มีความหมายมาก ๆ ทุกตัวอักษรเลยทีเดียว  ฟังไม่รู้จักเบื่อหน่ายเลยเชียว  เพลงเธอเป็นแฟนฉันแล้วของกะลานี่ก็เหมือนกัน  มีท่อนที่ว่า  ก่อนนอนฉันเขียนบันทึกถึงเธอเสมอ  แสดงให้เห็นว่า  เขาคนนั้นเป็นคนช่างฝัน  ทำในสิ่งดี ๆ  มีความรู้สึกดี ๆทำกิจวัตรประจำวัน คือ การเขียนบันทึกเพื่อค่าเวลา  ถึงจะนอนไม่กลับก็ไม่คิดฟุ้งซ่าน  เอาเวลานั้นมาทำประโยชน์  อันนี้ถือว่าเป็นตัวอย่างที่ดี สำหรับคนที่อยู่ต่าง ๆ นอนไม่หลับและคิดฟุ้งซ่านแต่เราเอาเวลานั้นไปทำในสิ่งชั่วร้าย  ไม่เกิดประโยชน์  มีแต่โทษ  และความเดือดร้อนแก่ตัวเองและคนรอบข้าง

                ผู้หญิง  ตอนนี้เราอายุ 32 ปีแล้ว  เราผ่านผู้หญิงมาเยอะหลายรูปแบบ  พอมาถึงตอนนี้ เลยไม่มีผู้หญิงคนไหนจะมามีอิทธิพลกับชีวิตเราได้ นอกจาก แม่ , ยาย, น้า, และพี่สาวเรา  ตอนนี้เราอยู่แบบตัวคนเดียวสบาย ๆ ไม่ต้องมีห่วง  จะกินอะไรหรือจะไปเที่ยวที่ไหนจะทำอะไรก็ไม่ต้องหันกลับมามองข้างหลังว่า  ยังมีใครรอเราอยู่และเราต้องคอยเอาใจใครหรือเปล่า มันเป็นชีวิตที่สบายมาก  หรือการมีชีวิตคู่  เราก็เคยผ่านมาแล้ว  ทำให้เราคิดว่าอยู่คนเดียวสบายกว่า  แต่ถ้าวันหนึ่งมันต้องมีเราก็คงจะฝืนมันไม่ลำบากนะ  ต้องปล่อยมันเป็นไปตามกรรม

                ตอนนี้เราทำงานอยู่ทางภาคเหนือของประเทศไทย  แต่อีกไม่นาน  เราจะได้ย้ายกลับไปอยู่กทม. อีกแล้ว และไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เราจะได้ย้ายกลับมาอยู่ภาคเหนือหรืออีสานอีก  ไปครั้งนี้  เราคงจะต้องจากไปนานแน่นอนเลย  แต่เราจะต้องหาโอกาสกลับมาเยือนหรือมาอยู่ประจำอีกอย่างแน่นอนเพราะมนต์เสน่ห์แห่งเมืองเหนือนั้นชวนให้หลงใหล โดยเฉพาะธรรมชาติ  ที่ทำให้เราติดอก ติดใจหลายแห่งที่เคยไปเหยียบย่ำมาแล้ว รวมทั้งเยี่ยวด้วย   เรายังเหลือเวลาอีกไม่นานนักสำหรับการอยู่เมืองเหนือในครั้งนี้  เรามาครั้งนี้  ใช้เวลาประมาณ 7 เดือน  เราได้ไปหลายจังหวัด แต่ยังไม่ครบทุกที่ที่อยากจะไป  แต่ก่อนจะกลับไป  คราวนี้เราจะต้องหาเวลาออกไปสัมผัสธรรมชาติให้มากที่สุดแต่น่าเสียดายอยู่อย่างหนึ่งคือ เราไม่มีโอกาสที่จะได้ชมงานฤดูหนาวของภาคเหนือ  ในปีนี้เลยเพราะเราต้องย้ายกลับไปก่อนที่จะถึงฤดูกาลนั้น ๆ

                เราเป็นคนที่ชอบอยู่คนเดียว  อยู่แบบสงบไม่ชอบยุ่งเกี่ยวกับใครมากนักถ้าไม่จำเป็น  เราเป็นคนรักความสงบ ไม่ชอบความวุ่นวาย  แต่เราไม่เคยหนีมันพ้นเลย  เราเลยต้องอยู่กับมันแล้วเปลี่ยนความวุ่นวายนั้นให้เป็นความสวยให้ได้  แล้วความสวยท่ามกลางความวุ่นวายก็จะเกิดขึ้นหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งก็คือ  ความสงบท่ามกลางความฟุ้งซ่าน  พี่เขยเราเรียนจบแค่ชั้นประถมศึกษาปีที่ แต่เขาสามารถเล่นเครื่องดนตรีไทยได้ทุกชนิด  ขับร้องได้รวมทั้งแต่เนื้อร้องได้ด้วย  เขายังสามารถแต่งเพลงให้เสรี  รุ่งสว่างได้  บันทึกเทปมาแล้ว แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้เขาได้เสียชีวิตไปหลายปีมาแล้ว  เราเลยไม่รู้จะไปพึ่งพาใครได้ นอกจากศึกษาด้วยตนเอง  ตัวเราเองเท่านั้นที่ช่วยเราได้  คงไม่มีใครเสนอหน้ามาช่วยเราหรอกนะ  จริงเปล่า  เพราะทุกวันนี้ตัวใครตัวมัน  ฉันอยู่แล้ว

                 วันนี้เราอยากจากบ้านมาช่วงสาย ๆ  มาที่บ้านบ่อสร้าง  สันกำแพง  ดูฝีมือคนไทยที่วิจิตรบรรจงสร้างผลงานออกมาเพื่อให้ชาวโลกได้รับรู้ถึงฝีมือของคนไทย

                ต่อจากนั้นก็มาที่บ่อน้ำพุร้อนและรีสอร์ท รุ่งอรุณ  ที่นี่ไม่มีอะไรเป็นพิเศษมากนักนอกจากที่พัก หลังจากนั้นเราก็ได้มาที่บ่อน้ำพุร้อนสันกำแพง  เป็นที่ซึ่งเราตั้งใจจะมา  แต่บังเอิญกลางทางมีที่อื่น ๆ อีกมากมายให้  เราได้เที่ยวและชม นี่ก็เป็นมนต์เสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของเมืองเหนือ  รวมถึงความมีน้ำใจของคนเหนือด้วย  น่าเสียดายที่เราไม่มีเวลาอยู่ที่นี่มากนัก ตอนนี้อากาศร้อนมาก  เราอยากจะไปเที่ยวน้ำตก  ที่ไม่ไกลจากที่นี่มากนัก  แต่ก็กลัวน้ำมันรถจะไม่พอ  เราเลยอดไป แต่ถ้าขับรถไปเจอที่เที่ยวที่อื่น ๆ อีก  เราจะต้องแวะเข้าไปอย่างแน่นอน  เราต้องอาศัยถามคนแถว ๆ นี้เขาต้องรู้จักอย่างแน่นอน  คงจะใช้เวลาอยู่ที่บ่อสันกำแพงนี้สักประมาณ 2 ชั่วโมง  ก็คงพอแล้ว(ที่จริงไม่พอ)

                ตอนนี้เราได้ย้ายมาอยู่ตรงบ่อน้ำที่มีน้ำพวยพุ่งออกมาจากพื้นดินขึ้นไปบนท้องฟ้า  ซึ่งมีลมแรงมาก ทำให้เรารู้สึกเย็นสบายดี  วันนี้เรามาคนเดียว  ปกติมันก็เป็นนิสัยของเราอยู่แล้วที่ชอบไปไหนมาไหนเพียงลำพัง  แต่ถึงไปเป็นกลุ่มต้องไม่เกิน 3 คนเท่านั้น  เราไม่ชอบความวุ่นวายและอีกอย่างหนึ่ง คือ หลายคนก็หลายความคิดหลายเส้นทาง

                เราออกจาก น้ำพุร้อน 12.30 จะไปน้ำตกห้วยแก้ว  ซึ่งอยู่ห่างออกไปอีกประมาณ 20 กมระหว่างทางได้แวะที่อ่างเก็บน้ำห้วยบก  มีการเลี้ยงปลาทับทิมในกระชัง มีการตกปลาน่าสนุกมาก เสียดายที่เราไม่มีเบ็ดมาด้วยยังมีอ่างเก็บน้ำแม่ออน ซึ่งมีปลาชะโด  มากตัวใหญ่ไม่ค่อยมีคนไปตกกัน

                เรานั่งอยู่ที่น้ำตก  ตาดเหมย  ซึ่งอยู่ห่างจากจุดตรวจที่ แม่รวม  เข้าไปในป่าไผ่ประมาณ 1 .ต้องเดินเท้าเข้าไป  เป็นน้ำตกเล็ก ๆ  ที่ทางบ้านผมเรียกว่า ลำธาร  ไม่น่าจะเป็นน้ำตกได้เลยแต่เราก็กรีฑาตามคนท้องถิ่น  ระหว่างทางเดินร่มรื่นมาก  เราได้มาเจอดับคนแก่  คนหนึ่งกำลังตัดต้นไผ่เพื่อหา รถด่วนหนอนไม้ไผ่  แก่บอกว่าวันนี้มีไม่มากนัก  เมียคนสวนของเจ้าหน้าที่บอกจากนั้นเราได้ต่อไปที่น้ำตก  ช้างย่ำ  ซึ่งไม่น่าเที่ยวเลย  ระหว่างทางเดินเข้า น้ำตกตาดเหมยได้มีต้นไมยราพยักษ์  หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า หน้าขี้ยอกมากมาย  เราต้องคอยระวังหนาม  ตอนเดินเข้ามาไม่รู้สึกเหนื่อยเลย  แต่ตอนขากลับ เหนื่อยมากจริง ๆ  เพราะต้องเดินขึ้นเขาเกือบตลอดทาง  เราถึงได้มีโอกาสเขียนบันทึกตอนช่วงหยุดพัก  เราเข้ามาคนเดียว  ไม่มีคนอื่นเลย  นอกจากคนแก่คนนั้นระหว่างทางไปน้ำตกแม่คำปอง  ยังมีก้อนหินมหัศจรรย์  เป็นหินก้อนใหญ่ ซึ่งถ้าอธิษฐานแล้วโยกขยับได้จะมีโชคลาภ  และยังมีน้ำตกธารทอง  น้ำตกแม่สายอีก  ทางเข้าน้ำตกแม่สาย  ยังมีน้ำตกรังฆ้อง  ส่วนใหญ่เป็นน้ำตกสายเล็ก ๆ เท่านั้น คนจะเที่ยวกันช่วงสงกรานต์  มีไร่กาแฟ  สวนลิ้นจี่มากมายริมทาง   มีป่าเมี่ยงชาด้วย  น้ำตกแม่คำปอง  ไม่ได้ทำให้เราผิดหวังเลย  เป็นน้ำตกที่สวยมากรู้สึกว่าไม่เสียดายเวลาและค่าน้ำมันรถเลย  มาเที่ยวแล้วสบายใจมาก  อยู่ไม่ไกลจากเก้ช้อนมากนักถ้าเรามีเวลา  ก็อยากจะไปแต่  ตอนนี้เกือบ 17.00 . แล้ว  เราคงจะต้องกลับ  ทริปนี้คุ้มค่ามากจริง ๆถ้ามีโอาสเราจะต้องมาอีกแน่นอน  ที่น้ำตกแม่คำปองนี้ยังมีทางเดินเท้าศึกษาธรรมชาติ  และยังมีจุดกางเต้นท์อีกด้วย อยู่บนดอยม่อนส้าน  เราสามารถเอารถมอเตอร์ไซด์ขึ้นไปได้  แต่วันนี้เราไม่ได้เตรียมตัวมา  เราคงหมดโอกาสที่จะได้ดูตะวันขึ้นและตกดิน  บนดอยม่อนส้าน  เพราะมีจุดชมวิวด้วย

                ตอนเดินทางกลับ  เรายังได้เห็นการจุดบั้งไฟหางของคนภาคเหนืออีกด้วย

                ใบไม้ทุกใบ คือ ลมหายใจเข้าออก  (ภูสอยดาว)

                ป่าไม้ให้ร่มเงาและบรรเทาอุทกภัย (น้ำตกแม่สาย)

                และแล้วการเดินทางที่แสนเหนื่อยยาก  แต่มีความสนุกก็จบลงด้วยสายฝนที่โปรยปรายลงมาเพียงเล็กน้อย  โดยที่ไม่มีกลุ่มเมฆเลยแม้แต่น้อย  ไม่รู้ว่ามาจากไหน  แต่ก็คงเป็นเพราะความชุ่มชื้นของผืนป่าก็ได้  นี่ก็แสดงให้เห็นว่า  ป่าไม้ไม่เคยแห้งแล้ง และไม่เคยขาดน้ำ  ถ้าเราไม่ไปทำลายมัน  มนุษย์ก็คือธรรมชาติ  แต่ธรรมชาติอย่างมนุษย์นี่แหละที่จะสร้างหรือทำลายธรรมชาติ  อันนี้ก็คงจะขึ้นอยู่ที่จิตใต้สำนึกของแต่ละบุคคล  เราไม่สามารถจะไปบังคับใครได้  แต่สามารถแนะนำและชี้แจงถึงเหตุและผลในแต่ละเรื่องได้

                วันนี้เรามาทำงานตามปกติ  แต่ไม่ค่อยมีอะไรทำ  ช่วงนี้งานน้อย  ทำให้เรามีเวลานั่งคิดถึงอดีต  สมัยเริ่มแรก  สมัยที่เรายังเรียน ปวช. อยู่ ที่ วท.ปทุมธานี  เป็นช่วงที่เราชอบมาก เพราะเรามีโอกาสได้เที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ  ที่เป็นธรรมชาติมากที่สุด  จนติดใจและเที่ยวมาโดยตลอด  จนถึงปัจจุบัน  แม้กระทั่งตอนบวชเราก็ยังบวชแล้วออกธุดงค์ด้วย  เราจึงมีโอกาสที่ได้ศึกษาธรรมชาติมากขึ้น และได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด  เราธุดงค์อยู่ 3 พรรษา  แต่ใช้เวลาประมาณ 5 ปี  ท่องเที่ยวไปตามสถานที่ต่าง ๆ  ของประเทศไทย  รวมแล้วเกือบทั่วประเทศ  มีเพียงไม่กี่จังหวัดที่เรายังไม่เคยได้ไปสัมผัส  และยังไม่เคยได้ใช้ชีวิตแบบชาวบ้าน  ซึ่งเป็นคนตามพื้นที่ต่าง ๆ เหล่านั้น  ยังมีหลายที่มากที่ยังติดอยู่ในใจเราไม่เคยลืม  (ส่วนใหญ่ยังไม่เคยลืมเลยมันเป็นความประทับใจที่เราไม่อาจจะลืมมันได้  เช่น สมัยเรียน  เราก็ไปเที่ยวน้ำตกเที่ยวทะเล  พอตอนบวชเราก็ไปตามป่า , ตามถ้ำ  ตอนทำงานเราก็ไปเที่ยวบนดอยสูง ๆ  ตามอุทยานแห่งชาติต่าง ๆ  ที่มีอยู่หลายแห่งในประเทศไทย  ซึ่งเมื่อพูดถึงอุทยานแห่งชาติแล้ว ทำให้เราคิดถึงบุญคุณของคนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งมีบุญคุณกับธรรมชาติมาก

                ก็คือ กลุ่มคนที่เราเรียกว่า  ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ (..เพราะพวกเขาเหล่านั้น เคยใช้ชีวิตอยู่ในป่าซึ่งได้กลายมาเป็นอุทยานแห่งชาติทั้งหมดในประเทศไทย  มีทุกภาค  พวกเขารักษาป่าและธรรมชาติไว้ให้พวกเราได้ใช้ประโยชน  อย่างน้อยก็มีสัตว์ป่า  มีน้ำ  และมีอากาศหายใจ  โดยที่พวกเขาไม่ได้ตั้งใจด้วยซ้ำไป  แต่มันก็เป็นผลพลอยได้  เพราะถ้าพวกเขาไม่เข้าไปอยู่ในที่เหล่านั้น  ป่านนี้  เราคงไม่เหลือต้นไม้สักต้น  เพราะพวกนายทุน คงจะไม่ปล่อยให้ลูกหลานของเขาได้เห็น

                 ต้นไม้ตามธรรมชาติหรอกนะ  เขาคงจะให้รู้จักกันเพียงต้นไม้พลาสติก  ซึ่งไม่สามารถดูดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และคายก๊าซออกซิเจนได้  และตัวเขาเองก็คงจะไม่มีน้ำใช้ หรือไม่ก็คงจะถูก

                น้ำท่วมตาย และขาดอากาศหายใจตายไปในที่สุด  ก็เพราะว่าตัวเขาเป็นผู้ทำลายมันเอง  เราเคยได้ดูหนัง  ที่เขามีการอัดอากาศใส่กระป๋องขาย  เพราะอยู่ในยุคที่ต้องซื้ออากาศหายใจ  ซึ่งความจริง  เราก็ไม่รู้ว่า มันมีอากาศกระป๋องหรือเปล่า  หรือมันจะมีวันนั้นหรือเปล่า  แต่ที่แน่ ๆ  เราคงไม่อยู่รอดูแน่นอน  ทุกวันนี้มีป่าให้เราเที่ยวก็พอใจแล้ว  ถึงแม้ว่าจะมีเวลาไม่มากนักในการเที่ยวแต่ละครั้ง

                  ราก็ยังพอใจที่ได้เที่ยว  เพราะคนที่รักและชอบเพียงแค่ได้กลิ่นไอของธรรมชาติ  ได้ยินเสียงขับรถหรือเดินผ่าน  เพียงชั่ววูบก็น่าจะพอใจแล้ว  นี่คือความคิดของเรา  ความพอใจของเรา  ไม่มีใครที่จะมาห้ามความคิดของเราได้  เราคงไม่ต้องมาสนใจหรอก ...

 

................................................................................

 




ตามรอยตะวัน

แก่งหินเพลง เรื่องบังเอิญ คุณบังอร
ออกนอกกะลา ไปบาหลี ตอนที่ 2 (จบ)
ออกนอกกะลา ไปบาหลี ตอนที่ 1
ลุงชู ที่เขื่อนเขาแหลม
น้ำท่วมทุ่ง ผักบุ้งเต็มคลอง ที่สองพี่น้อง สุพรรณบุรี
หนาวนี้ อีกสักที ที่ สวนผึ้ง ราชบุรี
พักกาย..หย่อนใจ..ที่บ้านไร่ตับเต่า
เรื่องเล่า..อโยธารา...
กว่าจะถึง “ภูกระดึง” article
หมู่เกาะตะรุเตา
ความรู้สึกจางๆ กับไออุ่น 4
โกรกอีดก
แบกเป้ มุ่งหน้าสู่ แก่งกระจาน-พะเนินทุ่ง
ร้อน ฝน หนาว ที่ อช.หมู่เกาะชุมพร
ความทรงจำที่เกาะกุฎี article
เรื่องเล่า.............จากเขาหลวง (สุโขทัย) article
ฝ่าสายฝนจากเชียงของ สู่เพลินวาน
bicycleworld lightblue : เดินทางโดยจักรยานรอบโลก article
เที่ยวอยุธยา เมื่อหน้าน้ำ
โฮมพุเตย...ฝันที่ฉันอยากไป article
เขาใหญ่ อช. แรกของไทย article
เขาหลวง-ประจวบฯ article
“เกาะหมาก-เกาะขาม”...สวรรค์ของคนรักสงบ article
ตะลุยเดี่ยวเที่ยว 3 เกาะอ่าวไทย article
เปิดประตูสู่....เขายายเที่ยง
บนทางแสนไกล...ตาดหินยาว
โลกหมุนช้าลง..ที่..เชียงคาน
เมื่อใบไม้เปลี่ยนสี...ที่ขุนแม่ยะ article
เขาโล้นที่เขาแหลม article
บันทึก จากครูดอย (รร.บ้านห้วยโค้ง อมก๋อย) article
เขาหลวง นครศรีธรรมราช article
เรื่องเล่า เชียงคาน
ภูสอยดาว article
ปากน้ำปราณบุรี เขากะโหลก ง่ายๆ สบายๆ ใกล้ๆ กรุง article
เที่ยวเมืองภูเก็ตยังไงให้คุ้มค่าที่สุด article
แอ่วเจียงใหม่ article
น้ำตกป่าละอู ….เราจะกลับมา article
โรงเรียนของหนู (โครงการไออุ่นจากพี่ให้น้องครั้งที่ 1) article
ภูกระดึง........ในวันที่เงียบเหงา article
ภูสอยดาว บันเทิงโบก (...ลองหยุดวิ่งตามดูสักครั้ง) article
ตามหัวใจ..ไปเสม็ด article
สะบายดี..วังเวียง article
ปาย "Pai" article
แบกเป้ลุยเดี่ยว เที่ยว อช.เขาแหลม article
ทริป ”พักใจ ..ไปโกรกอีดก” article
ภาพถ่าย...ลำนำ..และบทเพลง article
เขาสามร้อยยอด article
เวียดนาม (Vietnam) article
จุดเริ่มต้นในการท่องเที่ยว article
อยากอยู่ป่า... article
สู่ยอด...ดอย article
ฝน...ทั้งดีและชั่วอยู่ด้วยกัน article
ข้าสองเจ้าบ่าวสองนาย article
บุหรี่ มัจจุราชตัวน้อย article
ป่าขี สายลมและสายน้ำ article
บ้านชมทุ่ง article
เกาะกุฏี ในสำนึก article
เปิดบันทึกการเดินทาง ... โก๋ ก้อนดิน article
เดินป่า เมื่อยามฤดูฝน "ตาดหินยาว" article
ภูสอยดาว article
บันทึกจากห้องเช่าเมื่อยามความเหงามาเยือน article
ผจญภัยที่เกาะช้าง...... article
ชะอำ...ช้ำใจ article
หัวใจเดินทาง..อีกครั้ง!! (Samed Episode II) article
" 7 Days In Tibet " ดินแดนขอบฟ้าหลังคาโลก article
ตำนานคน ตำนานป่า ตำนานการเดินทาง article
เดินป่าขึ้นเขาสน ณ เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเขาสน-เขาสนามเพรียง 12 - 13 -14 - ส.ค. 48 article
พุเตย…พิสูจน์ใจไล่ความกลัว article
บันทึกนี้ที่เชียงใหม่ article
"ลัดเลาะสองฝั่งแม่กลอง แอบมองหิ่งห้อย ร้อยพัน" article
รสชาติใหม่ของการเดินทาง (Suan Soan Pradipat) article
จาก ขญ.11 สู่ ขญ. 10 (Bike Camp) article
เปิดบันทึกเล่มใหม่ กับการผจญภัยที่ “ตาดหินยาว” article
ความสุขไม่ได้รออยู่ที่ปลายทาง article
ห้างเก่า article
แสงประหลาด article
บ้านแม่แสะ article
มืดแปดด้าน article
มะพร้าวตก article
บ้านแพซุง article
บ้านขุนแปะ article
ทุ่งกระทิง article
ด่วนเจ้าพระยา article
ควบจิ้งเหลนดงมุ่งตรง บึงฉวาก article
คลื่นยักษ์ที่โถมซัดไม่อาจทัดทานคลื่นน้ำใจ article
ความเจริญไม่มีที่สิ้นสุด article
ช่างซอตาบอด article
“สู่...ยอดเขาโล้น” article
ดินแดนแห่งอารยธรรม article
“ภูชี้ฟ้า” ภูนี้ไม่เคยว้าเหว่ article
ยอดลมพัด ไม่ได้มีแค่ในตำนาน.. article
เมืองเล็กๆ ที่ชื่อ “ปาย” article
สวัสดี เกาะ 1,000,000 article
ค่ำไหนนอนนั่น article
"กระทิง สิ่งอันเป็นที่รักของฉัน" article
เกาะสีชัง จำลอง...Believe It or Not ! article
" เขาลมพัด " รวมพลคนหน้าตาดี article
จากกรุงเก่าสู่บางปะอิน article
ดอกไม้เบ่งบานกับวัฒนธรรมไร้พรมแดน article
ยี่เป็ง...ประทับใจ
ปาย ฝนต้นหนาว
โชงโดง กับคำถามที่ว่า “เราขึ้นมาทำไม?”
ความเปลี่ยนแปลงใน สังขละบุรี
ตามรอย รัก-ยม ชมไทยไป ขุนแม่ยะ
บันทึกไออุ่น...จากพี่ให้น้อง ครั้งที่2
เสียดาย โดดเดี่ยวใน...ภูเก็ต
สรุปการเดินทาง 3 เดือนแรก
มนต์เสน่ห์ เชียงคาน บันทึกที่ริมสายน้ำโขง
ซ้ำรอยเดิมที่...ตาดหินยาว
ครบรอบ 1 ปี แห่งความรัก หนุ่มตัน กับสาวปลา
ในสายหมอกที่ “ภูสอยดาว”
อุทัยธานี...มีอะไร?
ได้โปรดเถอะ !!!! นำพาเขามาสู่ฉัน
Home Stay แบบชิวๆ ที่ เขายายเที่ยง



[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (137079)
avatar
ปีโป้

ดีมากๆๆๆ

ผู้แสดงความคิดเห็น ปีโป้ วันที่ตอบ 2010-11-11 18:30:59



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2003 Chomthai team 089-7801770

ตารางออกอากาศรายการชมไทยแลนด์ ช่อง ของดีประเทศไทย   (จานเหลือง DTV และจานเคเบิ้ลท้องถิ่นที่รับได้ทั่วไป)

วันเสาร์ 18:30-19:00 รีรัน อังคาร 22:30-23:00  พฤ. 14:00-14.30  ศุกร์  9:30-10:00 / 16:30-17:00

  Nextstep ชมย้อนหลังรายการชมไทยแลนด์ รายการชมไทยสัญจร ที่ช่อง Real Metro     หนังสือของชมไทย วางแผงกันแล้ว   

 

ติดต่อ : ชมไทย chomthailand.com  14/2  ม.3  คลองถนน  สายไหม  ก.ท.ม.  10220   โทร 089-7801770    e-mail : webmaster@chomthailand.com

Free Page Rank Tool