dot
dot
dot
bulletGallery ห้องภาพคนเดินทาง
bulletข่าวสาร เทศกาล ท่องเที่ยว
bulletใต้ฟลายชีท-ชวนกันเที่ยว
bulletมุมเพื่อน บทความ นัดพบ ฯลฯ
bulletห้วงสำนึกเดินทาง blog ,diary
bulletคลังข้อมูล เวบบอร์ดเก่าชมไทย
bulletท่องเที่ยว 76 จังหวัดทั่วไทย
bulletเรื่องเล่าริมทางเดิน
bulletบันทึกเดินทาง (คลังเก่า)
bulletแนะนำ หนังสือน่าอ่าน
ค่ายอาสา ไออุ่นจากพี่ให้น้อง
bulletเที่ยวเกาะช้าง


deuter kovea Eneloop ถุงนอน เป้ ตะเกียง เชือก เดินป่า มีด ไฟฉาย เปลมุ้ง รองเท้า

แบนเนอร์ชมไทย


สู่ยอด...ดอย article

                                                                         

                                                                                                                                                   

                                                                                                                                                        ย. 4  ดอยขุนตาล

                                                                                                                                                                                                          ก้อนดิน

                วันนี้เป็นวันที่เราว่างงาน  เพราะต้องรอเวลากลับกรุงเทพฯ  อย่างเดียว  เลยมีเวลาเที่ยวแต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน   เราออกเดินทางตอน 12.00 .   ไปจุดแรกโดยไม่ได้ตั้งใจคือ  ศูนย์อนุรักษ์ช้าง   ห้างฉัตร  เราไปไม่ทันการแสดงช้าง  เพราะเขามีแค่รอบเดียว คือเวลา 10.00 เราเลยตั้งใจจะนั่งช้างเที่ยวแต่ก็ไม่ไหว  ราคา 800 บาท ต่อชั่วโมง   แพงน่าดูเลย  เราจึงขับรถต่อไปเรื่อย ๆ  จนถึง  สวนป่าทุ่งเกวียน ก็ไม่มีอะไรน่าสนใจอีก  เราเลยตัดสินใจเข้าไปที่อุโมงค์รถไฟ ขุนตาลและต่อไปยังอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล  แต่ก็ไปได้แค่ ย.2  เพราะเวลาไม่พอ  และยังไม่พร้อมที่จะพักแรม  เราไม่ได้เตรียมตัวมา  แต่เราตั้งใจแล้วว่าจะต้องกลับมาอีกครั้ง ก่อนกลับกรุงเทพฯ

  อุทยานแห่งชาติ  ดอยขุนตาล

                ชื่อนี้เราคุ้นหูมาก  เพราะมีป้ายบอกทางอยู่ติดถนนใหญ่  และเราได้เดินทางผ่านอยู่บ่อยครั้งแต่วันนี้เราได้ทำความตั้งใจของเราให้เป็นจริงขึ้นมาแล้ว คือ เราได้เดินทางเข้ามาที่อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาลแห่งนี้ และได้มายืนอยู่บนจุดสูงสุดของ อุทยานนี้ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ความตั้งใจตอนแรก เราจะกางเต็นท์อยู่ที่บริเวณ ลานสน ย.2  แต่มีกลุ่มนักศึกษามาทำกิจกรรมรับน้องใหม่กันอยู่เราเลยต้องมาพักที่ศาลาสวนสนระหว่าง ย.3 กับ ย.4  ซึ่งห่างจาก ย.4  ประมาณ 500 เมตร  ซึ่งก็ไม่ไกลนัก  เรามานั่งรอดูตะวันตกดิน ซึ่งไม่รู้ว่าจะมีเหตุให้ต้องไม่เห็นหรือเปล่า  เพราะตอนที่เดินขึ้นมานั้นมีฝนตกลงมา  เราเลยไม่แน่ใจว่า ฟ้าจะปิดอีกหรือเปล่า  แต่ตอนนี้แดดแรงมาก  ไม่น่าจะมีฝนหรือก้อนเมฆมาบดบังอีก

                จากจุดชมวิวบน ย.4 นี้  เป็นจุดที่มองได้รอบทิศทางเลยทีเดียว  ไม่ว่าจะมองไปทางไหน เราก็เห็นหมอก  วาวเต็มไปหมด  จนมองแทบไม่เห็น  ภูเขาหรือสิ่งอื่น ๆ ที่อยู่ไกลออกไปเกินกว่า 50 เมตร ได้ชัดเจนนัก

                จุดยุทธศาสตร์ที่ หรือ ย.4  มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า  ม่อนส่องกล้อง  เพราะมีก้อนหินที่ใช้สำหรับส่องกล้อง  เพราะมีก้อนหินที่ใช้สำหรับส่องกล้อง  ซึ่งเป็นจุดส่องกล้องในสมัยสงครามโลกครั้งที่ อากาศเย็นมาก  และมีลมโชยมาตลอดเวลา  มีแต่ความบริสุทธิ์ของธรรมชาติ ซึ่งเราขึ้นมา  แล้วก็ทำให้ไม่อยากกลับลงไปเผชิญกับความโทรมของโลกเบื้องล่างอีกต่อไปเลย

                อยู่บนยอดดอยขุนตาลนี้ เราได้ยินเสียง นกเจ้าฟ้าหญิงร้อง  และเราได้เห็นตัว  ตอนเวลาประมาณ 17.50 เป็นเวลาที่ แสงสุดท้ายแห่งวันเกือบจะสิ้นสุดลง  มันอยู่ใกล้ ๆ เรานี่เอง  คงจะเป็นรังของมัน  เราไม่สามารถจะลงไปดูได้ เพราะเหวลึกมาก แต่ก็ยังได้นั่งดูมันอยู่พักใหญ่  นกชนิดนี้เป็นตระกูลเดียวกับนก  แซงแซว หรือ อีแซว แต่ตัวใหญ่กว่า เหมือนนกกาเหว่า  แต่ตรงปลายหาง 2 ข้างมี ชนยื่นออกไปและมีปอยขนอยู่เป็นกระจุกตรงปลาย  มีคนบอกว่า  สูญพันธุ์ไปแล้ว  แต่เราเห็นมันอยู่ที่นี่  และที่บ้านเกิดเราที่ภาคกลางก็ยังมีอยู่มากมาย  แต่จะเห็นไม่บ่อยนักเท่านั้นเอง

                แสงแรกแห่งวันได้ทอแสงสีทองขึ้นพ้นทิวเขาบนยอดดอยขุนตาลแห่งนี้  เมื่อเวลาประมาณ06.30 .   หลังจากนั้นก็จะเกิดทะเลหมอกขึ้นสวยงามมาก  เพราะแสงที่เริ่มเจิดจ้าขึ้นได้ทำลายละอองหมอกบาง ๆ ให้จางหายไป  เหลือไว้เพียงบางจุดที่เป็นกลุ่มก้อนหนาเท่านั้น  จึงทำให้ดูสวยงามมาก  อากาศเย็นสบายกำลังดี  ไม่ถึงกับหนาวมากนักมีเสียงนกร้องมากมาย

                บนยอดดอยขุนตาล  เราได้พบกับนักศึกษา ม.มาทำกิจกรรมรับน้องใหม่กัน  และเพื่อนใหม่ซึ่งทำงานเกี่ยวกับเว็บไซต์ท่องเที่ยวเราได้แลกเปลี่ยน  ความรู้กันนิดหน่อย

                จากขุนตาลเรามาต่อที่ อุทยานแห่งชาติ แม่ตะไคร้  ดอยลังกาน้อย  การเดินทางลำบากมากมีฝนตกด้วย  ที่ดอยขุนตาลยังมีนกมากมาย, ไก่ป่า, และงู ให้เราได้เห็น

                ที่ภูลังกาน้อย ซึ่งเป็นแหล่งเที่ยวธรรมชาติอันดับ 2 ของเชียงใหม่  รองจาก .....................ไม่มีต้นไม้  มีแต่ทุ่งหญ้าปกคลุมไปทั่ว  มีลำห้วยสายเล็ก ๆ ประมาณ 1 คืบมือ  ได้มีน้ำไหลตลอดปีเราได้อาศัยน้ำที่นี่ปรุงอาหารและดื่มกินที่ภูลังกานี้  ไม่มีป้ายบอกระยะทาง  มีแต่นาฬิกาในมือเราน้ำไหลออกมาจากหิน  เวลาที่ใช้ขึ้น 13.00 - 15.15 เท่านั้น  คนต่างถิ่นจะใช้เวลาขึ้นไม่เกิน 2ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น  เป็นทางที่ชันมาก ต้องปีนขึ้น เขาหินหลายจุด และยังมีหญ้าขึ้นรถมาก ต้องใช้ความระมัดระวังสูง  เพราะถ้าพลาดก็ตกเขาตาย  ด้านล่างเป็นเหวลึก  เราต้องเดินเลาะตามไหล่เขาอีกหลายจุดเหมือนกัน บนยอดดอยมีลมพัดโชยมาตลอดเวลา  สลับกับแรงบ้าง เป็นบางครั้งมีจุดชมวิวหลายจุด  สวยงามทุกจุด  จากคำบอกเล่า ว่าที่นี่สวยงามกว่าภูชี้ฟ้ามาก  แต่น่าเสียดายมากที่เราเหลือฟิล์มที่จะเก็บภาพความประทับใจและภาพสวย ๆ เอาไปฝากเพื่อน ๆ แค่ 6 ภาพเท่านั้น  เราจึงต้องรอดแสงสุดท้าย  แสงแรกของวันและทะเลหมอก  เราอึดอัดมากที่ต้องประหยัดฟิล์ม 

เราได้กางเต็นท์อยู่ใกล้ ๆ กับหน้ามาทางด้านทิศตะวันตก  เพราะเป็นจุดที่สวยงามมาก

                บนยอดภูลังกาแห่งนี้มีเราเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นที่ขั้นมาพิชิตในวันนี้  อีกสักพักประมาณเดือนธันวาคงจะมีคนมาเยอะและวิวคงสวยงามมากกว่านี้  แต่เวลาเราไม่มีเลย  ต้องรีบมาในช่วงปลายฝนต้นหนาว

                มีดอกเอื้องมากมาย และดอกไม้ที่ขึ้นอยู่ตามดินเยอะสวยงามมาก ถ้าฟิล์มมากกว่านี้เราคงจะได้เก็บภาพไว้แน่นอน 

ตอนนี้เรากำลังนั่งกินข้าวที่หุงเองและคอยลุ้นว่าเราจะได้เห็นแสงสุดท้ายแห่งวันเวลาไหนเพราะมีเมฆก้อนใหญ่อยู่ก้อนหนึ่ง  คอยบดบังดวงอาทิตย์อยู่ตลอดเวลา  ตั้งแต่เวลาประมาณ 15.15 .ที่เราขึ้นมาถึงแล้ว ยังไม่ยอมขยับเขยื้อนไปไหนเลย  ไม่รู้ว่าเราจะมีวาสนาได้ชมหรือเปล่าหนอ

                เราสามารถใช้บริการลูกหวงได้จากหมู่บ้าน ลังกาน้อย ซึ่งอยู่ตีนดอยนี่เอง  เรื่องอาหารเราก็เตรียมจากร้านค้าในหมู่บ้านแห่งนี้  เพราะของเก่าหมดตั้งแต่ดอยขุนตาลแล้ว  ช่วงเย็น ๆ 17.30 .เริ่มมีทะเลหมอกยามเย็นให้เราได้เห็นบ้างแล้ว

                และแล้ววันนี้เราก็ไม่มีโอกาสได้เห็นแสงสุดท้ายแห่งวันจบได้ เพราะเมฆก้อนนั้นได้บดบังทัศนียภาพอันงดงามจดหมดสิ้น จนแสงสว่างหมดลง  เหลือเพียงแสงจากดวงจันทร์วันขึ้น 9 ค่ำที่พอจะมีแสงให้เห็นอยู่ครึ่งดวงกว่า ๆ เท่านั้น  ในเวลานี้ 18.00 ไม่ว่าเราจะมองไปทางไหนจะเห็นแต่ละอองหมอกขาวเต็มไปหมด  ไม่เสียเที่ยวที่มาจริง ๆ ที่มองได้รอบทิศ  เพราะเรากางเต็นท์ตรงจุดสูงสุด  มีพอมีที่ให้กางเต็นท์อยู่บ้าง  อยู่นอกเหนือจากสถานที่กางเต็นท์จริง ๆ เราต้องใช้สมองเรา  เพราะไม่รู้ว่าลมจะแรงมากแค่ไหน

                ที่นี่หมอกลงจัดมาก ตั้งแต่ตอนหัวค่ำแล้ว  จึงเป็นที่ที่เราประทับใจมากที่สุด  ตั้งแต่เราเริ่มท่องเที่ยวตามป่าเขามาถึงแม้ว่า  หนทางจะยากลำบากแค่ไหนเราสัญญาว่า เราจะต้องมาเยือนอีกครั้งให้ได้แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เท่านั้นเอง  คงจะไม่นานเกินรอก็ได้  เราจะต้องมาให้ได้  แต่จะต้องมีเพื่อนมาด้วย  เพื่อจะได้แบ่งปันความสุขในธรรมชาติให้คนอื่นได้ยลโฉมความสวยงามแห่งทะเลหมอก  ป่าเขา  ดอกไม้  รวมถึงแสงแรกและแสงสุดท้ายแห่งวัน  ซึ่งจะต้องประทับใจมิรู้ลืมอย่างแน่นอน  แต่เพื่อนเราส่วนใหญ่ชอบที่จะดูภาพความประทับใจที่คนอื่นเก็บไปฝากมากกว่าที่จะออกแสวงหาด้วยตัวเอง  ซึ่งผิดกันมาก  เพราะความประทับใจและความเหนื่อยล้าจากการเดินทางนั้นไม่สามารถจะแบ่งปันให้ใครได้  ทุกคนต้องแสวงหาด้วยตัวเอง  บางคนตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยได้พบเห็นกับความสวยงามของธรรมชาติของจริงเลยทั้ง ๆ ที่มีเวลามากมาย  อีกทั้งร่างกายก็แข็งแรงกว่าคนอื่น ๆ อีกตั้งมากมาย  พอถามเข้าก็ได้คำตอบว่า  กลัวเหนื่อย  ทั้ง ๆ ที่ชอบ  แต่ไม่ยอมทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ

                เวลา 01.00 อากาศเย็นมาก  จนนอนไม่หลับ  เลยต้องผิงไฟในเต็นท์  โดยการใช้เทียนเสียงลมด้านนอกเต็นท์สงบลงแล้ว  คงเหลือไว้แต่ สายหมอก และหยดน้ำที่ซึมอยู่ในเต็นท์ตามกฎของการกลั่น  เมื่อความร้อนกระทบกับความเย็น  จะกลายเป็นหยดน้ำนั่นเอง  เรากำลังตัดสินใจว่าจะอยู่ต่ออีก 1 คืนหรือเปล่า  เพราะชอบบรรยากาศมาก  แต่ก็บอกกับผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านไว้ว่าจะมาคืนเดียว  กลัวเขาจะเป็นห่วงเลยจำเป็นต้องกลับลงไปด้วยความเสียดายเป็นอย่างมาก

                เวลา 04.00 เราได้ตื่นขึ้นมาก่อกองไฟ ผิวให้คลายหนาวและเพื่อรอดูดวงอาทิตย์ขึ้นยามเช้า  พระจันทร์บนท้องฟ้า  ได้หลบไปพักผ่อนแล้ว แต่ยังมีความงามที่น่าประทับใจอีกอย่างหนึ่ง คือ หมู่ดาวนับล้านดวงได้ทอแสงเป็นประกายระยิบระยับเต็มท้องฟ้าไปหมด  เป็นความประทับใจที่ยากจะบรรยายได้

                เวลา 06.20 พระอาทิตย์ค่อย ๆ เคลื่อนตัวพ้นขอบฟ้าขึ้นมาช้า ๆ เป็นแสสีทองสุกใสสวยงามมาก  พอแสงเริ่มแรงขึ้น ก็เกิดทะเลหมอกขึ้นตามหุบเขาสวยงามจริง ๆ  เป็นความประทับใจที่ไม่อาจลืมได้ที่กลางคืนได้ดูทะเลดาว  เช้าได้ดูทะเลหมอก  ตอนเย็นเรานั่งผิงไฟ  กว่าจะหลับไหลก็เกือบค่อนคืน  แต่พอครั้งยามตื่น  ก็ชื่นมื่นกับทะเลดาว  คอยชมพระอาทิตย์ยามเช้า  ตกสายเข้าก็เป็นทะเลหมอก  ประทับใจจนไม่รู้จะเอ่ยบอก  นอกเสียจากมาดูกันเอาเอง

                ส่วนราคาค่าลูกหาบที่จะแบกของขึ้นไปสู่ยอดภูลังกานั้น  ขึ้นอยู่กับจำนวนของว่ามากหรือน้อย ไม่เกี่ยวกับน้ำหนัก  แต่ราคาไม่เกิน 500 บาท  หรือที่แน่ ๆ นั้นไม่ถึง 500 บาท  แน่นอนนี่คือการรับรองของชาวบ้านที่ได้พูดคุยกัน  ก่อนจะกลับออกมาจากบ้านลังกาน้อย

                ระหว่างทางที่เดินลงมาจากภูลังกานั้น  เรามีเวลามากและได้มีโอกาสเห็นร่องรอยของไก่ป่ามากมายที่คุ้ยเขี่ยดินตามโคนกอหญ้าคา เพื่อหาอาหารกิน

                ในปีนี้ เราคงจะมีโอกาสได้ท่องเที่ยวแค่นี้  เพราะเรามีหน้าที่การงานที่ต้องรับผิดชอบ ซึ่งยากที่จะหาเวลาว่างได้อีก...

 

.................................................................................

 




ตามรอยตะวัน

แก่งหินเพลง เรื่องบังเอิญ คุณบังอร
ออกนอกกะลา ไปบาหลี ตอนที่ 2 (จบ)
ออกนอกกะลา ไปบาหลี ตอนที่ 1
ลุงชู ที่เขื่อนเขาแหลม
น้ำท่วมทุ่ง ผักบุ้งเต็มคลอง ที่สองพี่น้อง สุพรรณบุรี
หนาวนี้ อีกสักที ที่ สวนผึ้ง ราชบุรี
พักกาย..หย่อนใจ..ที่บ้านไร่ตับเต่า
เรื่องเล่า..อโยธารา...
กว่าจะถึง “ภูกระดึง” article
หมู่เกาะตะรุเตา
ความรู้สึกจางๆ กับไออุ่น 4
โกรกอีดก
แบกเป้ มุ่งหน้าสู่ แก่งกระจาน-พะเนินทุ่ง
ร้อน ฝน หนาว ที่ อช.หมู่เกาะชุมพร
ความทรงจำที่เกาะกุฎี article
เรื่องเล่า.............จากเขาหลวง (สุโขทัย) article
ฝ่าสายฝนจากเชียงของ สู่เพลินวาน
bicycleworld lightblue : เดินทางโดยจักรยานรอบโลก article
เที่ยวอยุธยา เมื่อหน้าน้ำ
โฮมพุเตย...ฝันที่ฉันอยากไป article
เขาใหญ่ อช. แรกของไทย article
เขาหลวง-ประจวบฯ article
“เกาะหมาก-เกาะขาม”...สวรรค์ของคนรักสงบ article
ตะลุยเดี่ยวเที่ยว 3 เกาะอ่าวไทย article
เปิดประตูสู่....เขายายเที่ยง
บนทางแสนไกล...ตาดหินยาว
โลกหมุนช้าลง..ที่..เชียงคาน
เมื่อใบไม้เปลี่ยนสี...ที่ขุนแม่ยะ article
เขาโล้นที่เขาแหลม article
บันทึก จากครูดอย (รร.บ้านห้วยโค้ง อมก๋อย) article
เขาหลวง นครศรีธรรมราช article
เรื่องเล่า เชียงคาน
ภูสอยดาว article
ปากน้ำปราณบุรี เขากะโหลก ง่ายๆ สบายๆ ใกล้ๆ กรุง article
เที่ยวเมืองภูเก็ตยังไงให้คุ้มค่าที่สุด article
แอ่วเจียงใหม่ article
น้ำตกป่าละอู ….เราจะกลับมา article
โรงเรียนของหนู (โครงการไออุ่นจากพี่ให้น้องครั้งที่ 1) article
ภูกระดึง........ในวันที่เงียบเหงา article
ภูสอยดาว บันเทิงโบก (...ลองหยุดวิ่งตามดูสักครั้ง) article
ตามหัวใจ..ไปเสม็ด article
สะบายดี..วังเวียง article
ปาย "Pai" article
แบกเป้ลุยเดี่ยว เที่ยว อช.เขาแหลม article
ทริป ”พักใจ ..ไปโกรกอีดก” article
ภาพถ่าย...ลำนำ..และบทเพลง article
เขาสามร้อยยอด article
เวียดนาม (Vietnam) article
จุดเริ่มต้นในการท่องเที่ยว article
อยากอยู่ป่า... article
ฝน...ทั้งดีและชั่วอยู่ด้วยกัน article
บทเพลงแห่งธรรมชาติ article
ข้าสองเจ้าบ่าวสองนาย article
บุหรี่ มัจจุราชตัวน้อย article
ป่าขี สายลมและสายน้ำ article
บ้านชมทุ่ง article
เกาะกุฏี ในสำนึก article
เปิดบันทึกการเดินทาง ... โก๋ ก้อนดิน article
เดินป่า เมื่อยามฤดูฝน "ตาดหินยาว" article
ภูสอยดาว article
บันทึกจากห้องเช่าเมื่อยามความเหงามาเยือน article
ผจญภัยที่เกาะช้าง...... article
ชะอำ...ช้ำใจ article
หัวใจเดินทาง..อีกครั้ง!! (Samed Episode II) article
" 7 Days In Tibet " ดินแดนขอบฟ้าหลังคาโลก article
ตำนานคน ตำนานป่า ตำนานการเดินทาง article
เดินป่าขึ้นเขาสน ณ เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเขาสน-เขาสนามเพรียง 12 - 13 -14 - ส.ค. 48 article
พุเตย…พิสูจน์ใจไล่ความกลัว article
บันทึกนี้ที่เชียงใหม่ article
"ลัดเลาะสองฝั่งแม่กลอง แอบมองหิ่งห้อย ร้อยพัน" article
รสชาติใหม่ของการเดินทาง (Suan Soan Pradipat) article
จาก ขญ.11 สู่ ขญ. 10 (Bike Camp) article
เปิดบันทึกเล่มใหม่ กับการผจญภัยที่ “ตาดหินยาว” article
ความสุขไม่ได้รออยู่ที่ปลายทาง article
ห้างเก่า article
แสงประหลาด article
บ้านแม่แสะ article
มืดแปดด้าน article
มะพร้าวตก article
บ้านแพซุง article
บ้านขุนแปะ article
ทุ่งกระทิง article
ด่วนเจ้าพระยา article
ควบจิ้งเหลนดงมุ่งตรง บึงฉวาก article
คลื่นยักษ์ที่โถมซัดไม่อาจทัดทานคลื่นน้ำใจ article
ความเจริญไม่มีที่สิ้นสุด article
ช่างซอตาบอด article
“สู่...ยอดเขาโล้น” article
ดินแดนแห่งอารยธรรม article
“ภูชี้ฟ้า” ภูนี้ไม่เคยว้าเหว่ article
ยอดลมพัด ไม่ได้มีแค่ในตำนาน.. article
เมืองเล็กๆ ที่ชื่อ “ปาย” article
สวัสดี เกาะ 1,000,000 article
ค่ำไหนนอนนั่น article
"กระทิง สิ่งอันเป็นที่รักของฉัน" article
เกาะสีชัง จำลอง...Believe It or Not ! article
" เขาลมพัด " รวมพลคนหน้าตาดี article
จากกรุงเก่าสู่บางปะอิน article
ดอกไม้เบ่งบานกับวัฒนธรรมไร้พรมแดน article
ยี่เป็ง...ประทับใจ
ปาย ฝนต้นหนาว
โชงโดง กับคำถามที่ว่า “เราขึ้นมาทำไม?”
ความเปลี่ยนแปลงใน สังขละบุรี
ตามรอย รัก-ยม ชมไทยไป ขุนแม่ยะ
บันทึกไออุ่น...จากพี่ให้น้อง ครั้งที่2
เสียดาย โดดเดี่ยวใน...ภูเก็ต
สรุปการเดินทาง 3 เดือนแรก
มนต์เสน่ห์ เชียงคาน บันทึกที่ริมสายน้ำโขง
ซ้ำรอยเดิมที่...ตาดหินยาว
ครบรอบ 1 ปี แห่งความรัก หนุ่มตัน กับสาวปลา
ในสายหมอกที่ “ภูสอยดาว”
อุทัยธานี...มีอะไร?
ได้โปรดเถอะ !!!! นำพาเขามาสู่ฉัน
Home Stay แบบชิวๆ ที่ เขายายเที่ยง



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2003 Chomthai team 089-7801770

ตารางออกอากาศรายการชมไทยแลนด์ ช่อง ของดีประเทศไทย   (จานเหลือง DTV และจานเคเบิ้ลท้องถิ่นที่รับได้ทั่วไป)

วันเสาร์ 18:30-19:00 รีรัน อังคาร 22:30-23:00  พฤ. 14:00-14.30  ศุกร์  9:30-10:00 / 16:30-17:00

  Nextstep ชมย้อนหลังรายการชมไทยแลนด์ รายการชมไทยสัญจร ที่ช่อง Real Metro     หนังสือของชมไทย วางแผงกันแล้ว   

 

ติดต่อ : ชมไทย chomthailand.com  14/2  ม.3  คลองถนน  สายไหม  ก.ท.ม.  10220   โทร 089-7801770    e-mail : webmaster@chomthailand.com

Free Page Rank Tool