ReadyPlanet.com


เปิดประตูสู่....เขายายเที่ยง
avatar
Admin-chomthai


 

เขายายเที่ยง ถ้าได้ยินชื่อนี้เมื่อหลายปีก่อนหลายคน คงจะทำหน้างงๆ ว่าคือที่ไหนเหรอ แต่ตอนนี้เขายายเที่ยงเป็นที่รู้จักไปแล้วทั่วประเทศแน่นอน เพราะเป็นที่ตั้งของบ้านนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันนี่เอง

แต่ในวันนี้ ชมไทย จะนำเสนอ ในอีกแง่มุมหนึ่งของเขายายเที่ยง ชุมชนบนเขาที่ไม่ใหญ่โตมากนัก แต่เต็มไปด้วยน้ำใจไมตรีของคนในหมู่บ้าน ...

ชมไทย มานั่งคุยกันถึงเขายายเที่ยง ซึ่งมีเพื่อนเราเป็นเจ้าของ Home Stay ที่นี่ ได้เคยตอนรับชมไทยกลุ่มเล็กๆหลายครั้งหลายหน คงด้วยเหตุที่ว่า ใกล้กับ กรุงเทพฯ เดินทางสะดวก และอากาศดีมากๆ ส่วนมากจะอากาศเย็นๆตลอดปี โดยเฉพาะช่วงเย็นและกลางคืน จะมีลมพัดอยู่ตลอดเวลา  ไปพักบ้านนี้ทีไร เพื่อนเราเจ้าของบ้านที่ชื่อ โอมาร์ ต้อนรับอย่างดี แถมบางที จะไม่คิดเงินค่าที่พักพวกเราอีก ซึ่งเราทำแบบนั้นคงไม่ได้ ธุรกิจคือธุรกิจ แค่เค้าก็ยังจะคิดราคาเราในราคาเพื่อน อีกนั่นเอง 

เราจึงตกลงกันว่าจะตอบแทนเพื่อนคนนี้ยังไงดี? ได้คุยกับโอมาร์ เค้าบอกว่า "ผมอยากให้คนรู้จักเขายายเที่ยง เหมือนที่รู้จักปาย เมืองเล็กๆ ที่ใครๆก็พูดถึง"  เราจึงมาประชุมกันว่า เราจะไปช่วยกันโปรโมทเขายายเที่ยงให้ ไม่ใช่เพื่อเพื่อนของเราคนเดียว แต่เพื่อชุมชนเขายายเที่ยง ได้เป็นที่รู้จักในแง่มุมของการท่องเที่ยว ให้นักท่องเที่ยวได้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการพักผ่อนในวันหยุดสุดสัปดา ในระยะเวลาสั้นๆ เมื่อลงความเห็นกันเป็นที่เรียบร้อย กำหนดวันเดินทาง เตรียมงานเล็กน้อย แล้วก็ลุยกันเลย

สมาชิกทริปครั้งนี้ มีทั้งที่ขับรถไปเอง และนั่งรถ บขส.ไป การเดินทางไม่ยุ่งยากมากมาย ขึ้นรถ บขส.ที่หมอชิต สาย กทม.-นครราชสีมา ราคาตั๋ว 212 บาท แจ้งได้เลยว่า ลงตรงทางเข้า เขื่อนลำตะคอง ซึ่งทางขึ้นเขายายเที่ยงอยู่ตรงข้ามกันพอดี ครั้งนี้ฉันขับรถไปกันเอง กำลังจะเลี้ยวเข้าถนนสู่เขายายเที่ยง ก็เจอ โอมาร์ ขับรถปิ๊คอัพออกมารับสมาชิกที่โดยสารรถประจำทางมาพอดี เราจึงหยุดรอไปพร้อมๆกัน  สมาชิกชมไทยหน้าใหม่เก่า แบกเป้เดินข้ามถนนมาเป็นกลุ่มใหญ่ รวมทั้งหมดแล้ว 22 คน แยกย้ายขึ้นรถ แล้วก็มุ่งหน้าสู่เขายายเที่ยงใต้ ด้วยความมุ่งมั่นที่จะมาเจอลมหนาวกันเต็มที่ เพราะก่อนจะมาเราเช็คสภาพอากาศกับเจ้าของบ้านตลอด ซึ่งได้รับการตอบกลับมาว่า ตอนกลางคืนต่ำกว่า 15 องศา หลายคนแปลกใจว่า เป็นไปได้เหรอ?

ขับรถมาได้สักพัก เราจึงปิดแอร์รถ เปิดกระจกรับลมกันเต็มที่ และก็หนาวตามสมคำกล่าวอ้างจากเจ้าของบ้านจริงๆซะด้วย ขึ้นเขา ลงเขา เนินแล้วเนินเล่า รถปิ๊คอัพที่บรรทุกเพื่อนเรามาเต็มคัน ส่งเสียงกรี๊ด กันอย่างสนุกสนาน แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะหนาวมากหรือปล่าวก็ไม่รู้ ...

มาถึง Home Stay ทุกคนรีบรื้อค้นกระเป๋าหาอุปกรณ์กันหนาวมาสวมใส่กันโดยฉับพลัน คืนนี้ลมกรรโชกแรงมาก ยิ่งทำให้ค่ำคืนที่หนาวเหน็บ ยิ่งหนาวจับใจมากไปกว่าเดิม  เราเก็บข้าวของ เข้าห้องพัก ของแต่ละคน ฉันนอนชั้นสองกับลูกสาว ตอนขึ้นเอากระเป๋าไปเก็บได้ยินเสียงลมพัดอื้ออึง ตลอดเวลา ต่อจากนั้นก็เริ่มนั่งสนทนาภาษาเพลงกันอีกเช่นเคย รับลมหนาวๆ หน้าบ้าน นั่งกินขนมกัน คุยกัน ใครคนไหนหนีไปนอนก่อน เราจะมีหน่วยล่าสมาชิก ไปลากขาออกมาจากที่นอนเลยทีเดียว หอบหิ้วถุงนอนมาสวมตัวเหมือนดักแด้ บ้างก็ยืนเต้นกันแก้หนาว ทรมานตัวเองกันจริงๆ และแล้ว ก็นั่งกันจนสว่างคาตา   เช้าที่มีหมอกหน้า เกือบมองไม่เห็นพระอาทิตย์และทิวเขา หลายคนหยิบกล้องไปเก็บภาพ ในหมู่บ้าน บ้างก็เดินเล่น ประมาณเจ็ดโมงกว่าๆ ทุกคนก็หมดแรง กลับมานอนตายกันเกลื่อนบ้า

    

      

ฉันตื่นเช้ามาทำข้าวต้มไก่ ให้เพื่อนๆกินกัน โดยมีทิฟฟี่ และ ลูกสาวเป็นลูกมือในครัว เวลาผ่านไปสองชั่วโมง ปฏิบัติการ ล่าตัวสมาชิกก็เกิดขึ้น  "เอ้าตื่นๆๆๆๆๆ มาเที่ยวน่ะเฟ้ยไม่ใช่มานอน เวลานอนมีตั้ง 100 วันจะรีบนอนกันไปไหน" เสียงตะโกนดังขึ้นลั่นบ้าน  แล้วสายจากท่านประธานชมไทย ก็โทรเข้ามาบอกว่าจะถึงแล้ว ให้คนออกไปรับด้วย พี่เอกมากับพี่เอ๋ พี่เอ๋เคยไปทริปตาดหินยาวกับเราแล้วเกิดติดอกติดใจ ครั้งนี้มาเดี๋ยว  เพื่อนบางคนเพิ่งจะนอนได้ไม่ถึงสองชั่วโมงก็ต้องโดนปลุกซะแล้ว ข้าวต้มไก่หมดในชั่วพริบตา ฉันนั่งคิดรายการอาหารที่ต้องซื้อทำกินกลางวัน ว่าคืนนี้เราจะทำอะไรกินกันบ้าง  อีกส่วนก็เตรียมตัวเข้าไปในหมู่บ้าน ไปดูการรีดนมวัว และ กลุ่มชาวบ้านทำไม้กวาด ตัวฉันไม่ได้ไป เพราะต้องไปตลาดเพื่อซื้อเสบียง ..

กิจกรรมยามบ่าย มี ทำอาหาร กิน แล้วก็นอน บ้างก็จุดเตา บารากุ นั่งสูบกันทั้งวัน ร้องคาราโอเกะ บ้างก็เขียนโปสการ์ด  หลังจากกลับมาจากตลาดฉันก็ง่วนอยู่กับการเตรียมอาหารมื้อเย็น โดยมีน้าจี เป็น อีกหนึ่งพ่อครัวโดยเมนูเด็ดคือ ต้มยำไก่ อร่อยมากๆ  โบ๊ทคนหมักเนื้อบาบีคิว ทิฟฟี่แม่ครัวทำสลัด หลายคนช่วยกันทำสนุกสนานดี ... ทำไปกินไป พอทำเสร็จก็อิ่มพอดี ไม่ต้องกินข้าวเย็น

เวลาเกือบๆ ห้าโมงครึ่ง รถมารับพวกเราไปดูพระอาทิตย์ตกดิน ในบริเวณช่อง 5 ศูนย์บนเขายายเที่ยง แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะหมอกหนามากไม่สามารถเห็นพระอาทิตย์ตกดินเหนือเขื่อลำตะคองได้  แต่ก็ยังเก็บภาพมากันบ้าง  บ้างก็โพสท่าถ่ายรูป บ้าๆหลุดๆ กันอย่างสนุกสนาน เมื่อไม่สามารถถ่ายรูปพระอาทิตย์ได้แล้ว เราจึงลงความเห็นว่ากลับบ้านกันดีกว่า....

มื้อค่ำ ใต้แสงจันทร์ มีบาบีคิวเนื้อ ไก่ กับสารพัดอาหาร ปิ้งย่างกันจนควันคลุ้งไปหมด ไม่นานนัก อบต.เขายายเที่ยง ก็มากล่าวต้อนรับ ชาวคณะของเรา อย่างเป็นกันเอง โชว์ในค่ำคืนนี้มี การควงกระบองไฟ ตื่นตาตื่นใจมาก เรียกเสียงเฮ เสียงกรี๊ด ได้มากทีเดียว

ดนตรีประกอบอาหาร บารากุ เคียงค้าง วงสนทนา ฉันไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่เห็นว่าเป็นยาสูบของอาหรับ หอมกลิ่นผลไม้มากๆ สูบบารากุแล้ว พวกที่ติดบุหรี่ ลืมไปได้เลย นักกีต้าร์ เล่นตั้งแต่เพลงใหม่ เพลงยุคกลางๆ เพลงเก่า เพลงลูกทุ่ง จนลามมาถึงเพลงปลุกใจ เพลงลอยกระทง เพลงเชียร์กีฬาสี เพลงโฆษณา เพลงการ์ตูน มาร์ชประจำสถาบัน  ฯลฯ น้องบางคนที่มาจากศิริราชบอกว่า ขอร้องเพลงศิริราชได้ไหม๊ ??สารพัดจะขุดกันขึ้นมาร้อง นั่นหมายถความว่า เราเริ่มหมดมุขกันแล้ว ร้องไปขำไป ง่วงก็ง่วง ไปนอนก็ไม่ได้ ขืนไปนอน หน่วยล่าสมาชิกก็จะเริ่มออกทำงานทันที....

 

 

ตีหนึ่งกว่าๆ เสียงดังขึ้นมาบอกว่า เอ้าไปนอนได้แล้วสงสารมานั่งหลับกัน  พรึ่บ!!! สมาชิกหายหมดภายในพริบตา...... เด่วต้องตื่นตีห้าครึ่งน่ะ จะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานางคอยกัน

ฉันลืมตาขึ้นมา ได้ยินเสียงไก่ขัน แต่ยังมองไม่เห็นแสงพระอาทิตย์แต่อย่างใด เริ่มมีฝีเท้าคนเดินบนบ้าน นั่นหมายถึงมีคนเริ่มตื่นแล้ว แต่ยังคงเงียบอยู่ ฉันปลุกลูกสาวอาบน้ำเตรียมตัว วันนี้มีโปรแกรมขี่ม้า ดูพระอาทิตย์ขึ้น   หลายคนยังไม่ตื่นนอน พวกที่ตื่นก่อนเริ่มปลุกเพื่อนด้วยวิธีต่างๆนาๆ ให้ทันเวลา แต่เห็นทีรีบแค่ไหนก็คงเร็วกว่านี้ไม่ได้แล้ว

เราขึ้นรถปิ๊คอัพ มุ่งหน้าสู่บนเขา วิวทิวทัศน์แตกต่างไปจากที่มาครั้งก่อนมากมายนัก ภาพที่เห็นตอนนี้ก็คือ ทุ่งหญ้า สุดลูกตาซึ่งฉันไม่รู้จักชื่อ ลักษณะเหมือนรวงข้าวสีทองอร่ามปลิวพริ้วตามสายลมแรง เป็นภาพที่ทุกคนบอกว่า สวยงามจริงๆ เราเริ่มจับกลุ่มถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน นำเก้าอี้พลาสติกตัวเก่าที่เคยใช้มาแล้ว มาวางกลางทุ่งหญ้า ถ่ายรูปกันมามากมาย อากาศเย็น ลมพัดตลอดเวลา จนลืมเวลากันไปเลย อยากให้ไปเห็นด้วยตาตัวเองมากว่าค่ะ ทุ่งหญ้าสีทอง มันสวยงามเกินจะบรรยาด้วยถ้อยคำและภาพถ่าเลยทีเดียว

ขึ้นรถมาต่อด้วยโปรแกรมการขี่มา เจ้าขุนศึก เพื่อนหลายคนทดลองขี่มันแต่ฉันไม่กล้าขี่กลัวม้าหลังหัก เพราะน้ำหนักเกิน จึงได้แต่นั่งดู ไม่นานนักทุกคนบ่นว่าหิวข้าว เราจึงต้องกลับที่พักเพื่อหาอะไรใส่ท้องกัน

เราสั่งอาหารมากินกัน เพราะเสบียงที่ซื้อไว้ไม่หลงเหลือให้ทำอะไรกินได้แล้ว ทานเสร็จ ฉันก็เก็บของเตรียมตัวกลับ กทม. ร่ำลาเพื่อน พี่ น้อง ขอตัวกลับก่อน หลายคนยังนอนหลับ หลายคนยังร้องเพลง บ้างก็เล่นเกมส์ เหมือนยังไม่อยากจะกลับกัน....

หมดเวลานอน-นอกบ้าน สำหรับเขายายเที่ยงแล้ว ทุกครั้งที่มีความสุขเวลาจะผ่านไปรวดเร็ว บรรยากาศ ภาพ เก็บมาได้ไม่หมดเท่าความประทับใจในความทรงจำของทุกคน เชื่อได้ว่า การมาครั้งนี้ของพวกเรา จะทำให้ "เขายายเที่ยง" เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการพักผ่อนแบบใกล้ๆ กรุงเทพฯ  โปรดติดตามชม ภาพการสัมภาษณ์ เจ้าของ Home Stay ได้ในคลิปวีดีโอเร็วๆนี้ และภาพบรรยากาศจากเพื่อนๆที่จะนำมาโพสให้ชมกันต่อไป. ที่ www.chomthailand.com และห้องแสดงภาพwww.chomthai.com

 

เชอรี่ ณ ชมไทย

 

สนใจเข้าพักที่ Home Stay เขายายเที่ยงใต้ ติดต่อ โอมาร์ 086-7712302 หรือ

www.chomthailand.com, หรือสอบถามโดยตรงได้ที่ตัวเชอรี่เองก็ได้ค่ะยินดีให้ข้อมูล

 



ผู้ตั้งกระทู้ Admin-chomthai โพสต์และแสดงความเห็นเฉพาะสมาชิกเท่านั้น :: วันที่ลงประกาศ 2007-10-24 12:35:10 IP : 158.108.66.243


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (3211220)
avatar
adela

louis vuitton fake wallets for men chanel handbags is they allow women to express louis vuitton understanding of these technical louis vuitton travel bags travel handbags.

ผู้แสดงความคิดเห็น adela (chopard-at-google-dot-com)วันที่ตอบ 2010-09-11 07:40:31 IP : 125.126.157.28



[1]


Copyright © 2003 Chomthai team 089-7801770