ReadyPlanet.com


ในสายหมอกที่ “ภูสอยดาว”
avatar
ake_chomthai



” Sep 4, "07 3:49 AM

.........เช้าที่สดใสในหุบเขา จ.อุตรดิตถ์ บนเส้นทางที่ชุ่มช่ำไปด้วยสายฝน สองข้างทางเขียวขจี ชอบจังหลังฝนตกแบบนี้ ภูเขาทั้งลูก จะชุ่มชื่นดูแล้วสบายตา เราพบเห็นถนนถูกน้ำป่าเสียหายเป็นระยะๆ บางช่วงเหลือแค่ครึ่งถนนเท่านั้น เราแวะซื้อเสบียงไว้ทำกินกันบนภู ที่ตลาด ชาติตระการ ต่างคนต่างแยกย้ายไปหาอะไรใส่ท้องกัน ฉัน พี่นา กานดา และเพื่อนอีกหลายๆคน ช่วยกันคิดว่า เราจะซื้ออะไรกันดี อาหารหลักๆ ก็บะหมี่สำเร็จรูป ปลากระป๋อง ผักกาดกระป๋อง กาแฟ โอวัลติน  และมีอาหารสดนิดหน่อย  ปรึกษากันเป็นที่เรียบร้อยว่า มื้อเที่ยงที่จะไปกินระหว่างทางการเดินขึ้นภูของเรานั้น เป็นไก่ทอด ไก่ย่าง กับข้าวเหนียว เราซื้อข้าวเหนียวนึ่ง 2 กก.  กานดาเป็นคนจดรายการที่ซื้อลงสมุด ฉันเหลือบไปเห็น ไก่สุก (85)  แล้วทำไมเพื่อนเราไม่เขียนไก่ย่างหรือไก่ทอดหล่ะจ๊ะ ...

หลังจากยกภาระ เป้ และของเกือบทุกอย่าง ให้เป็นภาระของลูกหาบแล้ว พวกเราก็ไปนั่งกินข้าวเช้าเอาแรงกัน ที่ร้านค้าในอุทยานฯ แล้วเราก็เริ่มออกเดิน เวลาประมาณ 10.00 น. เพื่อนๆหลายคน แบกเป้ขึ้นภูด้วยตัวเอง ทีแรกฉันก็ตั้งใจเช่นนั้น แต่ด้วยเหตุผลอะไรที่ทำไม่ได้ในครั้งนี้ เพื่อนร่วมทริปคงทราบๆกันดี ขอบคุณสำหรับเพื่อนๆ น้องๆที่เป็นห่วง และคอยถามอยู่เสมอว่า “พี่รี่ไหวไหม๊” คำตอบมันแน่นอนอยู่แล้ว “ไหวสิ” ไม่เคยถอดในง่ายๆแน่นอน

ทริปนี้มีน้องใหม่ หลายคน ระหว่างที่เดินไป เราก็เริ่มวิจารณ์น้องใหม่ไปเรื่อยๆ เพื่อทำความคุ้นเคยกัน มีหมอฝึกงานมาจากศิริราช 1 คน และ น้องป้อม น้องป๊อป และ Man of Trip น้องโบ๊ท เรายกตำแหน่งนี้ให้โบ๊ทไปโดยไม่มีคำแย้งใดๆ  โบ๊ทเดินเร็วและพูดมาก พูดลิงหลับเลยก็ว่าได้  เราหยุดพักเป็นระยะ เส้นทางลื่น ชัน เริ่มแยกออกเป็นกลุ่มๆ เดินช้าบ้างเร็วบ้างแต่เราก็รอกัน  เดินไปเล่นไปเรื่อยๆ แซวกันให้ขำๆบ้าง ตามรายทางไม่รีบร้อน แดดไม่ร้อน อากาศค่อนข้างปิด โบ๊ทอาสารับเป้สะพายหลังของพี่เปิ้ล สะพายต่อไป โบ๊ทพบกับอาถรรพ์ของป่าภูสอยดาว หลังจากที่โบ๊ทเดินไป ในขณะที่ท้องหิวนั้น ได้กลิ่นไก่ย่างลอยมาจากไหนก็ไม่รู้ โบ๊ทบอกว่า “ผมเจอผีไก่ย่าง” แต่ความจริงแล้ว เป้ใบที่โบ๊ทสะพายมาตลอดทาง มีไก่ย่าง ไก่ทอด ข้างเหนียวอยู่ในนั้นด้วย เพราะตอนแรกเราหิ้วกันมา แต่ถุงขาดจึงต้องเอาไปฝากเป้ ป.เปิ้ล    แล้วน้องผู้แสนดีก็รับภาระปากท้องของพี่ๆไปสะพาย โบ๊ทมาสารภาพว่า ถ้ารู้ว่ามีไก่ย่างจะแอบกินนานแล้ว เพราะหิวมากๆ

การเดินขึ้นภูสอยดาวไม่ใช่เรื่องยาก และก็ไม่ง่ายอย่างที่คิด เส้นทางชัน ในป่า อยู่ๆฝนก็ตกลงมาหนักมาก บนเนินสุดท้าย เนินมรณะ เรานั่งมองยอดเขาที่เราต้องเดินขึ้นไป หลายคนหลุดปากพูดมาว่า ยอดนั้นเนี่ยน่ะ ที่ต้องขึ้นไป ตอนที่เราพักอยู่เห็นกลุ่มที่เดินนำหน้าเรามา ตัวเล็กๆ ลิบๆ อยู่บนเขา นั่งทำให้สำหรับเนินสุดท้ายกันอยู่นาน ใส่เสื้อกันฝน แล้วเริ่มออกเดิน ทางแคบๆตอนนี้ได้เปลี่ยนเป็นน้ำตกขนาดย่อมๆ เราเดินลุยน้ำใส่ เกียร์หมาขึ้นภู (เกียร์หมาคือ ไต่ 4 ขา) ทุกลักทุเล แต่แล้วจู่ๆ ฝนก็หยุดแบบดื้อๆ ฟ้าเปิด เห็นวิว ของเขตอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว ฉันสูดหายใจเข้าเต็มปอด เรานั่งพักกันตรงกลางเนินอีกครั้ง  บรรยากาศสวยงามจนบอกไม่ถูก เราหยุดเก็บภาพกันประมาณ 10 นาที เริ่มมีลูกหาบ เดินสวนเราลงมา พร้อมกับคำให้กำลังใจว่า “อีกนิดเดียวก็ถึงแล้ว” เรายิ้มตอบ พร้อมกับใช้ลูกฮึดสุดท้ายเริ่มเดินอีกครั้ง พอถึงยอดภู ก็รู้สึกเหมือนถูกหลอก อ้าว?? ยังไม่ถึงอีกเหรอเนี่ย เราต้องเดินทางราบต่ออีกไกล กว่าจะถึงป้าย อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว ที่ความสูง 1,633 เมตร

สิ่งที่ตาเห็น มันทำให้ยิ่งกว่าหายเหนื่อย เหมือนภาพในความฝัน ทุ่งดอกไม้สีม่วง ในป่าสน สายหมอกสีขาวที่ปกคลุมไปทั่ว อากาศเย็น ฉันคว้ากล้องคู่ใจเริ่มเก็บภาพของความทรงจำ ในหลายรูป ฉันพยามยิ้มออกมา แต่หน้าตามันก็ฟ้องว่า ฉันเหนื่อยเหลือเกิน ถึงจุดนี้ ที่เวลาประมาณ 16.00 น. ลองคำนวณดูว่าเราเดินกันกี่ชั่วโมง  ถึงแม้จะนานและเหนื่อยแต่มันก็เป็นการเดินทางที่คุ้มค่าจริงๆ

มีหลายกลุ่มที่ขึ้นมาก่อนหน้าเรา ที่กางเต้นท์ ตรงหน้าลานจึงเต็ม และประกอบกับพวกเราค่อนข้างต้องการความส่วนตัวสูง .... ความจริงแล้วกลุ่มเราค่อนข้างเสียงดัง  ผิดสิ ต้องใช้คำว่าเสียงดังมาก จึงไปกางเต้นท์ทางด้านหลังของบ้านเจ้าหน้าที่ ซึ่งไม่มีใคร นอกจากเรา

การตั้งแคมป์เริ่มขึ้น ต่างคนต่างแบ่งหน้าที่กัน ฉันรับหน้าที่ปรุงอาหารมื้อเย็น โดยมีน้องๆเป็นลูกมือช่วยหั่นผัก หั่นไก่ให้  เป็นอีกมื้อที่แสนอร่อย (หรือเปล่า?)  แล้วเราก็แจ้งข่าวดีกับน้องใหม่ทั้ง 4 คนว่า “น้องใหม่ล้างจานตลอดทริปน่ะน้อง” การแซวการหยอกล้อเริ่มมีเป็นระยะๆ  น้องใหม่บอกต้องการ ต้นแบบในการล้างจาน หน้าที่นี้เราจึงจัดให้พี่หนูเป็นผู้เทรน การล้างจานที่ถูกต้องให้น้องๆ   หลายคนอาบน้ำจากธารน้ำที่แสนเยือกเย็น   หลังจากแยกย้ายทำภารกิจส่วนตัว เราก็เริ่มมานั่งล้อมวงแลกเปลี่ยนเสียงหัวเราะกัน เริ่มจากเกมส์แสนฮิตตลอดกาล ถ้าไม่มีกีต้าร์ขับกล่อม เกมส์นี้จะถูกเรียกมาใช้งานนั่นคือ “บัส” เกมส์นี้เป็นเกมส์นับเลข   เลขที่ลงท้ายด้วย 7 และหารลงตัวด้วย 7 ไปถึงคนไหนคนนั้นต้องพูดคำว่า “บัส” ถ้าใครพูดผิดนับผิดหรือเผลอ ก็ต้องลุกขึ้นเต้นท่าตามสั่ง แบบขำๆ เรียกเสียงหัวเราะได้สนั่นภูกันเลย  ฉันรู้สึกเหนื่อยและปวดขามากจึงของตัวไปนอนก่อน.....

   

       

ค่ำคืนดำเนินไปพร้อมกับความหนาวและเสียงหัวเราะของสมาชิกเก่าใหม่  ดาวเต็มท้องฟ้า หลังจากฟ้าเปิด แต่ก็ไม่นานนัก กลุ่มเมฆ ก็มาบดบังความงามของท้องฟ้าคืนแรกคืนนี้...... ฉันสะดุ้งขึ้นมากลางดึก ฝนตก อากาศเริ่มเย็นขึ้นๆ ฉันลืมตาขึ้นมา อ้าว? เจ้าทิฟฟี่ กับ ป.เปิ้ลหายไปไหน?  ความจริงแล้วตรงที่เรานอนเป็นที่ลาดชัน น้องทั้งสองคนจึงไหลไปกองที่มุมหนึ่งของเต้นท์ ....

“เอ้า ตื่นกันได้แล้ว จะนอนกันไปถึงไหนเนี่ย” ฉันตื่นตามเสียงเรียกของพี่หนูหนวดเดินงัวเงียไปล้างหน้าแปรงฟัน เดินไปเจอ เกตุกับน้ำที่ยืนล้างจานอยู่ ถามว่าเมื่อคืนพวกเราเล่นอะไรกัน เสียงดังมาก ฉันตอบว่า อ่อเล่นบัส ฉันก็อธิบายว่าเป็นยังไง  ได้ยินเสียงพวกพี่นับเลขไหม๊หล่ะฉันถาม เค้าอบกว่าได้ยินสิเสียงดังมาก  พวกแคมป์หน้าบ้านเจ้าหน้าที่ คิดว่าพวกชมไทยเล่น “ไฮโล” ??   แล้วกลับมาลงมือกับอาหารเช้าอีกครั้ง พร้อมกับแจ้งข่าวลือบนภูว่า เค้าคิดว่าพวกชมไทยเล่นไฮโลกันน่ะพวกเรา เรียกเสียงหัวเราะช่วงเช้าได้ดีทีเดียว  ไม่รู้มีคนสงสัยหรือเปล่า ว่าทำไมฉันต้องตั้งตัวเองเป็นแม่ครัวเกือบทุกๆทริปที่ไป  คงเพราะความเคยชินกับคำว่าต้องดูแล เพราะเป็นคนเดียวในกลุ่มที่มีครอบครัวและมีลูก หรือเรียกอีกแบบว่า เลือดความเป็นแม่สูง ขอรับหน้าที่นี้โดยเต็มใจ แต่ฉันทำ คนอื่นต้องล้างน่ะจ๊ะ เพราะฉันผ่านการเป็นน้องใหม่มาแล้ว .. ตอนนี้เป็นพี่ใหญ่แทน

การเดินสำรวจบนภูเริ่มหลังจากอาหารมื้อเช้า น้องๆล้างจานเสร็จ  ก็เตรียมอุปกรณ์ กล้อง เสื้อกันฝน เดินสำรวจภูกันไปเรื่อยๆ แดดออกแล้ว แดดอุ่นๆ ที่คิดถึงมาตั้งแต่เมื่อวาน.... อ้าว?  นับ 1 ไม่ถึง 10 แดดก็หายไป ถ่ายรูปไม่มีแดดช่วยเลยทริปนี้ มีแต่ฝนกับหมอกขาวๆ เย็นๆ  เราเดินฝ่าหมอกไปรอบๆเส้นทางการสำรวจ สำหรับคนที่กลัวจะขาดการติดต่อกับญาติพี่น้อง หรือแฟน ต้องเดินกันหน่อย เพราะทั้งภูมีอยู่จุดเดียวที่มี สัญญาณโทรศัพท์คือหลังหลักเขต ไทย-ลาว ค่ายที่มีสัญญาณคือ  DTAC กับ TRUE แต่สำหรับ GSM เห็นพี่นุเดินหาแต่ไม่เจอสัญญาณ น่าสงสาร  ถ้าใครที่อยู่ AIS อ่านอยู่ ฉันจะบอกว่า ”คุณคือจุดบอด บนภูสอยดาว....” ฮ่าๆ

ดอกหญ้า สีม่วงชื่อว่า “หงอนพญานาค” ถ้าได้ยินมาไม่ผิด เต็มภู การถ่ายภาพมันไม่สวยงามเท่าตาเราเห็นจริงๆ กล้องถ่ายรูปไม่สามารถเก็บได้ทุกรายละเอียดเท่าการมองและความทรงจำ สายฝนโปรยปรายมาพร้อมกับหมอก อากาศบนนี้เอาแน่นอนไม่ได้เลย แต่ทุกคนลงความเห็นว่า อากาศดี ชอบ น้องใหม่ทริปนี้ตื่นเต้นกับดอกไม้ กับหมอก เป็นอย่างมาก ไล่เก็บภาพทุกมุม ทุกจุด 

เรากลับมาที่แคมป์ บ่ายสามโมงน่าจะได้ นั่งคุยเล่น กินกาแฟ  ฉันนั่งเขียนโปสการ์ด บ้างก็เอารูปในกล้องมาแลกเปลี่ยนกันดู  เย็นนี้ฉันตัดสินใจอาบน้ำ หลังจากที่ไม่ได้อาบมาหนึ่งวันเต็มๆ น้ำบนภูเย็นยะเยือก อาบแล้วสดชื่นมากๆ เดินผ่านจุดชมพระอาทิตย์ตกหลังจากอาบน้ำ ฟ้าสวยงามมาก เจ้าทิฟฟี่ บอกว่าเจ๊เดี๋ยวเรามาถ่ายรูปกัน ฉันบอกว่าขี้เกียจหว่ะแก   แต่น้องก็ตื้อลากมาจนได้  หลังจากเดินไปเอากล้องแล้วเดินกลับมาอีกครั้ง ภาพที่เห็นตรงหน้า ทองฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี พระอาทิตย์เริ่มลดระดับลง มันสวยงามจนบอกไม่ถูก เรายืนจับจองที่กางขาตั้งกล้อง แล้วก็รอ  รอเวลา พระอาทิตย์ลับเหลี่ยมเขา 

ความมหัศจรรย์ของท้องฟ้า ต่างที่ ต่างฤดูต่างสีสัน ใครว่า “ฟ้าที่ไหนๆก็เหมือนกัน” ฉันว่าเค้าพูดผิดคิดผิด เท่าที่ผ่านๆมา ต่างสถานที่ต่างฤดู ฟ้าก็คือฟ้า มันก็ใช่ แต่ฟ้าสวยไม่เหมือนกันทุกวันหรอก โดยเฉพาะที่นี่ ตอนนี้ภูสอยดาว  ฟ้าเป็นสีทองจนเกือบส้ม สลับกับสีครามและสีชมพู  กล้องหลายสิบตัว แข่งกันลั่นชัตเตอร์โดยรอบๆ ได้ยินเสียงลอยมาตลอดว่า สวย สวย สวยจัง

มีพี่คนหนึ่งเค้าบอกว่า เมื่อวานฟ้าไม่เป็นอย่างนี้ ฟ้าปิดตลอดจนค่ำ แล้วพวกเราก็ไม่ได้สนใจด้วยเพราะมัวแต่ตั้งแคมป์กันอยู่ ทุกครั้งที่ออกทริปฟ้าฝนจะเป็นใจให้เราเสมอ  ฉันกับน้องๆเดินกลับมาที่แคมป์ หันหลังกลับไปมองจุดชมวิว เห็นเงาคน เป็นสิบ ตัดกับฟ้าสีทอง มันงดงามจนบอกไม่ถูก หันกลับไปมองทุกๆ สิบก้าวก็ว่าได้ เสียดายคนที่ไม่มา เลยไม่ได้เห็นอะไรที่งดงามแบบนี้ด้วยกัน

พี่นุบอกว่าคืนแรกที่ผ่านพระจันทร์สวยมาก ดวงโต โตกว่าที่เราเห็นที่บ้านเรา เพราะฉะนั้นคืนนี้ฉันจะรอดูบ้าง  วงสนทนาเริ่มด้วยการ เล่นต่อเพลงอยู่พักใหญ่ หัวเราะหยอกล้อกันไปมา ก็ได้เวลาเลิกเสียงดัง วงสนทนาหลังสี่ทุ่มเริ่มต้นด้วยการพูดคุยถึงน้องใหม่ ถึงทริป ถึงความในใจของพี่หนู ที่มีต่อน้องๆ   ความในใจจากเพื่อนถึงเพื่อน เริ่มจากเชาๆพูดถึงทุกคน  แต่ฉันพูดถึงตัวฉันเอง ว่า “เห็นน้องๆหลายคนชอบมาแซวหรือคอมเม้นท์บ่อยๆว่า ปากจัด ด่าเจ็บ แซวแรง” แต่จริงๆแล้วฉันเป็นคนไม่มีอะไรจริงๆ หนักไปทางเช่นสนุกซะมากกว่า ก็บอกให้รู้ว่าจริงๆแล้ว ไม่มีอะไรเลย

หันกลับไปมองฟ้าอีกที ฟ้าเปิดดาวเต็มฟ้า เราจึงเริ่มแผน เก็บดาวใส่กล้องกันอีกครั้ง  ฉันเอาขาตั้งกล้องไปกาง แล้วแหงนหน้ามองฟ้าอีกที เผลอหลุดปากไปว่า ”เฮ้ย!! ทางช้างเผือก” น้องๆหลายคนจึงเดินตามกันออกมาดู  พยามถ่ายดาวบนฟ้ากันอยู่นาน แต่ก็เท่าที่เห็นในภาพค่ะ ได้แค่นี้จริงๆ

ฉันแหงนมองฟ้าอยู่นาน บอกก็พูดกับน้องว่า “บางอย่างนี้กล้องมันเก็บไม่ได้หรอกเนอะ  มองได้แค่ด้วยสองตา แล้วเก็บไว้ในความทรงจำ” ฟ้าค่ำคืนนี้สวยงามจริงๆ ทางช้างเผือกที่ฉันเคยได้ยิน โกโบริ กับอังสุมาลิน พูดถึงในคู่กรรม มันมีอยู่จริงๆ ฉันมองเห็นแล้ว มันอยู่ตรงหน้าพวกเรา  ดาวนับจำนวนไม่ได้ เต็มท้องฟ้า เกือบไม่มีที่ให้สีดำ ระยิบระยับไปหมด ดาวตกอยู่ตลอดเวลา คงมีหลายคนแอบอธิฐานตอนดาวตกแบบเงียบๆ ในความมืด

เวลาผ่านไปนานเท่านไหร่ไม่รู้ แต่ผ่านไปรวดเร็วมาก ฉันเหลือบไปเห็นแสงพระจันทร์ที่เหลี่ยมเขา เริ่มขึ้นสูงๆทุกที รอเวลา รอจนได้จังหวะที่เหมาะสม แล้วก็มาถึง พระจันทร์สวยเกินห้ามในไม่ให้เก็บภาพความงาม  ดีน่ะที่ตัดสินใจเร็ว เพราะไม่นานเท่าไหร่เมฆหนาก็ปกคลุมพระจันทร์หายไป

หลายสิ่งหลายเหตุการณ์เกิดขึ้นรวดเร็วภายในสองวันสองคืนนี้ ไม่มีการทะเลาะ มีแต่เสียงหัวเราะและมิตรภาพกับเพื่อนใหม่ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อคนหนึ่งเปิดใจให้ เพื่อนใหม่ก็เกิดขึ้นง่ายๆ

เช้าวันสุดท้ายของการอยู่บนภูสอยดาวก็มาถึง เวลาผ่านไปเป็นปกติ แต่มันจะเร็วเสมอเมื่อเรากำลังมีความสุข  หลังอาหารเช้า เราเก็บสัมภาระทั้งหมด เก็บขยะรอบๆแคมป์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องทำเสมอ ไม่ว่าจะไปเที่ยวที่ไหน ยิ่งต้องทำมากขึ้นโดยเฉพาะอุทยานแห่งชาติ  เรามารวมกันอีกที ที่ป้าย “ภูสอยดาว 1,633 เมตร” ถ่ายรูปหมู่ หลายภาพ แล้วก็เริ่มออกเดิน 

   

  

เส้นทางเดินลง ก็ทางเดิมกับที่ขึ้นมา แต่มันดูชันๆ เกร็งกันจนขาเริ่มสั่นล้า แต่ก็ยังจะยิ้มและหัวเราะกันได้เสมอ เริ่มแยกเป็นกลุ่ม กลุ่มนำ กลุ่มกลาง และกลุ่มที่ช้าที่สุด  ฉันกึ่งเดินกึ่งวิ่งเป็นระยะ ไม่ใช่ว่าฟิตหรือบ้าที่วิ่งในป่า แต่บางช่วงพอวิ่งแล้วดีกว่าเดิน หยุดไม่ได้เวลาลงเขา แต่ต้องระวังมากๆ เพราะฝนตกค่อนข้างลื่น  ในช่วงที่กำลังเดินอยู่ ก็จะมีพี่ๆลูกหาบ เดินตามมาหลายคนฉันจึงหยุดให้เค้าไปก่อนทุกครั้งเพราะเค้าเดินกันเร็วมากๆ  แล้วเสียงวิ่ง ตึกๆๆ ตามมาด้านหลังฉันหยุดแล้วหันไปมอง เห็นพี่นา วิ่งมาจากเขาอย่างรวดเร็วเหมือนหยุดไม่ได้ปากก็พูดหลบๆๆๆๆๆ  ฉันตะโกนตามหลังไปว่า “พี่นา รีบมากไม่ลงมาตั้งแต่เมื่อวานอะพี่”บ่ายสองโมง เราจึงลงมาถึง ที่ทำการอุทยาน เริ่มสนองความอยากของตัวเองด้วยการ กินน้ำอัดลม กับข้าวหนึ่งจาน หิวและอยากกินขนมหวานมากๆ  จากนั้นเพื่อนๆก็ทยอยกันมา เรื่อยๆ แยกย้ายกันไปอาบน้ำ เตรียมตัวกลับบ้าน...

“ชมไทย กลับบ้าน....น” ฉันตะโกนหลายครั้งเพื่อรวมพล รถที่นัดไว้มารอนานแล้ว รถมาส่งเราที่ ขนส่งจ.พิษณุโลก แต่เวลารถออก 21.00 น. เราเห็นตลาดนัดอยู่ไม่ไกล จึงเริ่มเดินหาขนมกินกัน เดินไปกินไป เป็นที่สนุกสนาน ดูสาวๆ หนุ่มๆ ต่างถิ่นเป็นที่ชื่นใจ ก็มารวมตัวกันอีกครั้งที่รถโดยสาร

ตีสองครึ่ง ฉันลืมตามาอีกครั้งเพราะไฟบนรถเปิด ถึง กทม.แล้ว เราแยกย้าย ล่ำลากันกลับบ้านแล้วก็บอกว่าเจอกันใหม่น่ะทุกคนทริปหน้า...

ได้ยินหลายคนบ่นว่าเวลาผ่านไปรวดเร็วมาก  ได้เห็นน้ำใจของเพื่อน ของน้อง ได้เห็นมิตรภาพก่อตัวขึ้นกับเพื่อนใหม่ ได้หัวเราะจนเกือบหายใจไม่ทัน น้องใหม่สี่คนบอกว่าไม่ได้คาดหวังว่าจะเป็นแบบนี้ ไม่คิดว่าพี่ๆจะเป็นกันเอง ไม่คิดว่าจะได้สนุกแบบนี้ด้วยกัน   เพราะบางคนคิดว่า มาแล้วไม่รู้จักใครจะสนุกเหรอ แต่มันก็ได้พิสูจน์แล้วว่า เพื่อนใหม่เกิดขึ้นได้เสมอ นั่นหละ เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น อยากให้สานต่อค่ำว่าเพื่อน “ชมไทย” ต่อไป แล้วเจอกันใหม่ทริปหน้า อีกครั้ง

เชอรี่ ณ ชมไทย

 

เพื่อนร่วมทริป

1.เชาเชา           9.ทิพฟี่               17.หมิว

2.กานดา           10.พุด

3.ฉันเอง           11.ป๊อป

4.พี่หนู            12.โบ๊ท

5.พี่นา             13.ป้อม

6.พี่นุ              14.หมอ

7.มานะ            15.เกตุ

8.ป.เปิ้ล           16.น้ำ

 



ผู้ตั้งกระทู้ ake_chomthai โพสต์และแสดงความเห็นเฉพาะสมาชิกเท่านั้น :: วันที่ลงประกาศ 2007-09-04 17:16:07 IP : 158.108.66.243


[1]

ความคิดเห็นที่ 19 (3211103)
avatar
abagail

replica louis vuitton lv feeling that is experienced a lot louis vuitton fashion house Hermes A Hermes bag louis vuitton replica lv bags.

ผู้แสดงความคิดเห็น abagail (lution-at-msn-dot-com)วันที่ตอบ 2010-09-11 06:52:07 IP : 125.126.157.28


ความคิดเห็นที่ 18 (3210935)
avatar
abrianna

replica chanel chanel to carry your clothing and food for louis vuitton comparison in order to find a most louis vuitton wallet lv bags.

ผู้แสดงความคิดเห็น abrianna (rond-at-msn-dot-com)วันที่ตอบ 2010-09-10 20:06:32 IP : 125.126.157.28


ความคิดเห็นที่ 17 (3142140)
avatar
proud

ภาพ+เรื่องรางต่างๆในทริปนี้ ชอบมากครับดูแล้วอบอุ่นดี

ช่วงเดือนไหนของฤดูกาลที่น่าไปมากที่สุดครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น proud (pround_44-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-12-31 12:32:57 IP : 125.25.97.107


ความคิดเห็นที่ 16 (3134128)
avatar
love you เท่า ฟ้า

ขออนุญาติ เอาบันทึกการเดินทางและรูปไปทำเว็บไซต์นะคับบ

คุณ ake_chomthaiพอทำเว็บเสร็จจาเอาชื่อเว็บไวต์มาให้ดูนะคับบ

ขอบคุณคับ

ผู้แสดงความคิดเห็น love you เท่า ฟ้า (korokod-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-12-02 11:14:57 IP : 119.42.122.182


ความคิดเห็นที่ 15 (3129129)
avatar
พี่ตึ๋ง

รถตู้เหมา  พิษณุโลก-ภูสอยดาว

ไป-กลับ   3500  บ  

T  089-4368315     พี่ตึ๋ง

ผู้แสดงความคิดเห็น พี่ตึ๋ง (www dokruk-dot-com-at-hotmail)วันที่ตอบ 2009-11-16 22:58:49 IP : 117.47.95.12


ความคิดเห็นที่ 14 (2920667)
avatar
นักเที่ยว

อยากไปกลัวเดินขึ้นไม่ไหว

ผู้แสดงความคิดเห็น นักเที่ยว วันที่ตอบ 2008-12-14 20:37:48 IP : 124.157.129.78


ความคิดเห็นที่ 13 (2895961)
avatar
กวาง/รามอินทรา

อยากไป อยากไป ทำงานมาทั้งปี ยังไม่ได้ไปไหนเลยอ่ะ

แต่ไปไม่ถูกอ่ะ

จะไปอีกแล้วอย่าลืมบอกกันบ้างเด้อ

ผู้แสดงความคิดเห็น กวาง/รามอินทรา (tacji269-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2008-10-30 13:25:12 IP : 203.118.112.107


ความคิดเห็นที่ 12 (1422972)
avatar
apple_chiang mai
ภาพสวยงามมาก..อยากไปจัง ไม่รู้ว่าเดินขึ้นยากไหมค่ะ คงไม่ถึงกับ เขาพ่อตาโชงโดงแม่นก่อเจ้า ..วานผู้รู้ช่วยชี้แนะที..
ผู้แสดงความคิดเห็น apple_chiang mai วันที่ตอบ 2008-04-09 10:53:48 IP : 118.172.95.72


ความคิดเห็นที่ 11 (1422450)
avatar
-*-

ขอบคุณภาพสวย ๆ  เรื่องราวดี  ๆ ที่นำมาให้ชม

ผู้แสดงความคิดเห็น -*- วันที่ตอบ 2008-04-08 15:20:54 IP : 58.8.204.34


ความคิดเห็นที่ 10 (1347162)
avatar
chaiyuth@jaroonrat.com

อยากไปด้วยจังอ่ะ.............จะไปอีกเมื่อไหร่บอกมั่งดิ....

ผู้แสดงความคิดเห็น chaiyuth@jaroonrat.com วันที่ตอบ 2008-01-23 12:38:30 IP : 124.121.218.64


ความคิดเห็นที่ 9 (1275441)
avatar
Aui

อยากไปอะ แต่ไม่รู้จะไปกะใครอะจ้า

ผู้แสดงความคิดเห็น Aui วันที่ตอบ 2007-11-26 11:20:40 IP : 210.1.5.75


ความคิดเห็นที่ 8 (1275429)
avatar
หนูฟ้าจัง
เพื่อนส่งลิ้งค์มาให้ชม สวยมากๆ เลยค่ะ เดือนมกราปีหน้า หนูก็จะไปเที่ยวกับเพื่อน แตพอเห็นภาพถ่าย ่อยากไปเร็วกว่านั่นจัง แล้วเจอกันนะ ภูสอยดาว
ผู้แสดงความคิดเห็น หนูฟ้าจัง วันที่ตอบ 2007-11-26 11:12:45 IP : 203.159.12.16


ความคิดเห็นที่ 7 (1117797)
avatar
โจร...สละ

ขอข้อมูลเส้นทางหน่อยได้ไหม...อยากไปมากๆๆ

ผู้แสดงความคิดเห็น โจร...สละ วันที่ตอบ 2007-09-27 11:55:16 IP : 61.91.253.22


ความคิดเห็นที่ 6 (1104753)
avatar
อุ้ยบำเพ็ญม.ขอนแก่น

จะไปอยู่นะ ชอบเที่ยวมากเลย

ผู้แสดงความคิดเห็น อุ้ยบำเพ็ญม.ขอนแก่น วันที่ตอบ 2007-09-10 15:48:45 IP : 202.12.97.118


ความคิดเห็นที่ 5 (1104752)
avatar
อุ้ยบำเพ็ญม.ขอนแก่น

จะไปอยู่นะ ชอบเที่ยวมากเลย

ผู้แสดงความคิดเห็น อุ้ยบำเพ็ญม.ขอนแก่น วันที่ตอบ 2007-09-10 15:48:24 IP : 202.12.97.118


ความคิดเห็นที่ 4 (1104682)
avatar
นุ

เรื่องสั้นเรื่องนี้ อ่านแล้วเห็นภาพเลย

เวลาแห่งความสุขมันผ่านไปเร็วจิงๆ

สวยงามมาก ภูสอยดาว

ผู้แสดงความคิดเห็น นุ วันที่ตอบ 2007-09-10 13:43:15 IP : 124.120.228.172


ความคิดเห็นที่ 3 (1102544)
avatar
โก้

  สวยจริงๆขอรับครับผม คิดถึงมักมัก

  ภูสอยดาว  ไปมาเมื่อปี 48 ประทับใจมาก ๆ คับผ๊ม

ผู้แสดงความคิดเห็น โก้ วันที่ตอบ 2007-09-07 09:50:46 IP : 210.1.7.12


ความคิดเห็นที่ 2 (1102263)
avatar
ake no.1

มาตอบแทนเชอรี่จ้า เพราะตอนนี้นอนรักษาตัวอยู่

ทริปนี้เขาไปกันมาแล้วนะครับคุณ jakajee

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ake no.1 วันที่ตอบ 2007-09-06 18:37:01 IP : 158.108.66.243


ความคิดเห็นที่ 1 (1102259)
avatar
Jakajee

จะไปกันเมื่อไรคับ

คุณเชอรี่

อยากไปคับ

ผู้แสดงความคิดเห็น Jakajee วันที่ตอบ 2007-09-06 18:26:22 IP : 202.28.180.201



[1]


Copyright © 2003 Chomthai team 089-7801770