อุทัยธานี...มีอะไร?
avatar
Akechomthai


อุทัยธานี  :  เมืองพระชนกจักรี   ปลาแรดรสดี   ประเพณีเทโว   ส้มโอบ้านน้ำตก  
        มรดกโลกห้วยขาแข้ง   แหล่งต้นน้ำสะแกกรัง   ตลาดนัดดังโคกระบือ

 

ฉันคิดถึงเพลงๆ หนึ่ง ในโฆษณาของ ททท.
“ถ้าไม่ไปลอง ก็คงไม่รู้ ถ้าไม่ไปดู ก็คงไม่เห็น อยู่ในห้องสี่เหลี่ยมทุกเช้าเย็น ก็คงไม่ได้เห็นอะไร...”
 นับเวลาได้เกือบ 4 เดือนที่ฉันไม่ได้เห็นอะไรนอกจากห้องพัก และออฟฟิศ...ถ้ามองการดำเนินชีวิตของฉันการอยู่นิ่งๆ ไม่ได้ตะลอนที่ไหนนานถึง 4 เดือนถือเป็นเรื่องไม่ปกติ หลายครั้งที่มีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน หรือแม้แต่วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ธรรมดาๆ คิดไว้ว่าจะไปที่โน่นที่นี่ แต่ด้วยสาเหตุอะไรมิอาจทราบได้ทำให้ต้องยกเลิกเสียทุกทีไป น่าเสียดายเวลาที่ปล่อยไปโดยที่ไม่ได้เพิ่มเติมประสบการณ์ชีวิตให้กับตัวเอง ดังนั้นวันหยุดวันแม่นี้จึงตั้งใจไว้แล้วว่าต้องพาตัวเองไปที่ไหนสักแห่งให้ได้ เลือกสถานที่อยู่นาน สุดท้ายมาลงเอยที่จังหวัดอุทัยธานี เพราะอะไร...เพราะคู่หูของฉันอยากจะไปถ่ายภาพวัดที่อยู่บนเขาแล้วมีบันไดขาวๆ สูงๆ (ข้อมูลตอนนั้นมีเพียงเท่านี้จริงๆ) แต่ฉันคลับคล้ายคลับคราว่าเคยไปมาแล้ว เพียงแต่ไม่เห็นบันไดขาวๆ สูงๆ เท่านั้นเอง ตอนแรกว่าจะไปกัน สองคน แต่เนื่องจากเป็นวันหยุดวันแม่...จึงอยากจะพาแม่ไปเที่ยวและทำบุญไหว้พระที่อุทัยฯ แต่แม่ปฏิเสธเพราะเป็นห่วงหมากับแมวที่เลี้ยงไว้...สรุปทริปนี้ไปกันแค่ 6 ชีวิต พร้อมด้วยยานพาหนะ 1 คัน นามพี่เบิ้ม ช่วงเช้ามีฉัน 2 คนกับคู่หู และอีก 3 คือน้องชายและลูกๆ (ส่วน 1 ชีวิตจะนั่งรถตามมาตอนเย็น)...


 เช้าวันเสาร์ที่ 11 สิงหาคม ล้อหมุนเวลา 08.00 น. (คิดว่าฤกษ์ดีนะ) พวกเราทั้งหมดมุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทางจังหวัดอุทัยธานี..ขับเรื่อยๆ เพราะยังเช้าอยู่ คุยกันเฮฮาตามประสา แวะพักทานข้าวเช้าช่วง 9 โมง ทุกอย่างยังปลอดโปร่ง ไม่มีปัญหาอะไร...รถก็แล่นไป ปากก็นินทารถคันโน่นคันนี้ไปเรื่อยๆ ด้วยความเร็วประมาณ 130 กม./ชม. เสียงดัน ฟึ้ด!!!! มาจากห้องเครื่องยนต์ เครื่องดับสนิท แต่ล้อยังหมุนอยู่ น้องชายพยายามพารถเข้าข้างทางด้วยความทุลักทุเล เพราะรถที่วิ่งตามหลังมาใช้ความเร็วค่อนข้างสูง เมื่อพารถชิดซ้ายเข้าข้างทางได้ ก็ลงไปตรวจดูว่าเกิดอะไรขึ้น เช็คทุกอย่างตามที่สายตาเห็นมันก็ปกติดีนี่นา (น้องชายพรึมพรำ) เดินมาท้ายรถหยิบเครืองมือไปถอดฝาครอบอะไรบางอย่างที่เครื่องยนต์ เปิดฝาดู หน้าก็ถอดสีทันที ตอนนั้นฉันยังไม่รู้หรอกว่าอะไรเสีย รู้แต่ว่ารถสตาร์ทไม่ติด น้องบอกว่าสายพานราวลิ้นขาด (เค้าเรียกกันอย่างนี้หรือป่าวก็ไม่รู้)...ไปต่อไม่ได้อ่ะ ทำไงดี ซวยแล้วทีนี้ วินาทีนั้นสิ่งเดียวที่คิดถึงคือ “ร่วมด้วยช่วยกัน” โชคดีนะตอนนั่งแท็กซี่ โชเฟอร์เปิดฟัง ฉันเลยได้เบอร์โทรมา ตอนที่เซฟเบอร์ไว้ในโทรศัพท์ก็ไม่ได้คิดหรอกว่าจะต้องใช้บริการ หรือขอความช่วยเหลือใดๆ มาถึงนาทีนี้ รู้สึกดีใจมาก...ฉันจัดการโทรไปหาเบอร์ร่วมด้วยช่วยกัน แจ้งปัญหาที่เกิด แล้วนั่งรอสักครู่ ไม่ถึง 15 นาที มีพลเมืองดีขับรถมา แล้วช่วยลากรถเราไปที่อู่ที่ใกล้ที่สุด...

 พอรถถึงมือช่างก็ถูกแกะแยกชิ้นส่วน แล้วช่างก็บอกว่าเรื่องยาวเลย อาการต่างๆ เป็นภาษาที่ช่างเค้าใช้กันฉันฟังไม่เข้าใจหรอก น้องชายฉันก็ถามว่าซ่อมได้มั้ย และเสร็จเร็วที่สุดเมื่อไหร่ ช่างบอกซ่อมได้ แต่ต้องเช้าวันจันทร์ถึงจะรับรถได้ ซีดเลยทีนี้...เราจะไปอุทัยฯ ตอนนี้นะ เอาไงดี โทรปรึษาผู้ใหญ่ สุดท้ายก็ต้องซ่อมที่อู่นั้น เพราะถ้าลากกลับก็ต้องเสียค่ารถลากด้วย.....เฮ้อ!!!...ขอถอนหายใจยาวๆ แบบเหนื่อยๆ สักที...เพราะค่าซ่อมหนักหนาสาหัสอยู่เหมือนกัน เอาไงดีไปต่อไม่ได้แล้ว ฉันโทรหาโฮมสเตย์ที่จองไว้ว่าพวกเราคงไปไม่ได้แล้วเพราะรถเสีย...เอาไว้โอกาสหน้าก็แล้วกัน พี่เค้าใจดีบอกไม่เป็นไรจ้า....คิดๆๆๆ แผนA สะดุดไปแล้ว จึงงัดแผนB ออกมาแก้สถานการณ์ น้องชายบอกให้ฉันสองคนกับเพื่อนไปกันต่อ ส่วนน้องชายจะอยู่เฝ้ารถเอง แล้วรอให้ศรีภรรยาที่กำลังนั่งรถตามมาพาเด็กๆ กลับบ้าน พวกฉัน 2 คนว่าในเมื่อมาด้วยกันก็ต้องไปด้วยกัน เพราะฉะนั้นจึงตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ไปต่อจะกลับบ้าน นั่นคือแผนB….เวลาผ่านไปน้องสาวโทรมาบอกว่าจะให้เพื่อนขับรถไปรับกลับบ้านกัน พอรู้ว่ามีรถกำลังมา แผนC เริ่มกำเนิดเกิดขึ้นโดยปัจุบันทันด่วน พวกเราขอร้องให้น้องคนที่มารับ ช่วยไปส่งพวกเราที่อุทัยฯ น้องก็ช่างแสนดีตกปากรับคำเลยโดยไม่ได้คิด จากนั้นก็ตกลงกับช่างว่าช่วยพยายามซ่อมรถให้เสร็จทันภายในวันจันทร์ เพราะจะได้มีรถกลับบ้านกัน...ช่างบอกจะพยายาม..


 ฉันโทรหาพี่ที่โฮมสเตย์อีกครั้งว่าพวกเราเปลี่ยนใจแล้วว่าจะไปพักแน่นอนแต่คงไปถึงเย็นๆ หน่อยให้พี่เค้ารอด้วย พี่เค้าก็หัวเราะบอกโอเค มาเถอะ...ด้วยความทุลักทุเลในที่สุดพวกเราทั้ง 5 ชีวิตก็มาถึงอุทัยธานีจนได้ ...โทรบอกแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะเพราะ.ตอนนี้ถึงแล้ว...



 “เรื่อนแพ...สุขจริง... อิงกระแสธารา....” ในที่สุดก็ถึงจนได้ แพกล้วยไม้ไทย อยู่ริมแม่น้ำสะแกกรัง บรรยากาศดีมากๆ เงียบสงบดีทีเดียว ทำให้หายเหนื่อยเลยก็ว่าได้ จัดการเก็บของเข้าที่พักหมดไปแล้ว 1 วันโดยที่ยังไม่ได้เที่ยวที่ไหนในอุทัยฯ เลย ตอนค่ำๆ น้องคนที่นั่งรถตามมาก็มาถึง...ตอนกลางคืนเราปรึกษากันว่าจะเอายังไงดี เพราะแผนที่คิดไว้เป็นการขับรถเที่ยว...กางรายชื่อสถานที่ที่ตั้งใจจะไปออกมาแล้วตัดทิ้งทีละที่อย่างน่าเสียดาย...เฮ้อ...

 

 ตื่นเช้ามา...ด้วยความสดชื่นกว่าเมื่อวาน ฉันจัดการหารถสองแถวแล้วเหมาทั้งวันเพื่อไปเที่ยวกัน เช้านี้เป็นเช้าวันที่ 12 สิงหาฯ วันแม่แห่งชาติ ฉันได้ยินเสียงตามสายว่าจะมีตักบาตรข้าวสาร มีพระ 76 รูป ที่ตลาด บอกรถสองแถวว่าแวะตลาดก่อนนะคะ เพราะอยากตักบาตร...พอไปถึงตลาด ก็ไม่ทันแล้ว พระกลับวัดไปหมดแล้ว น่าเสียดายจริงๆ  จากนั้นพวกเราทั้งหมดก็มุ่งหน้าสู่ยอดเขาสะแกกรัง บนยอดเขามีมณฑปตั้งเด่นเป็นสง่า เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธบาทจำลอง ด้านข้างมีระฆังใหญ่หล่อในสมัยรัชกาลที่5 มีศาลเจ้าแม่กวนอิม และศาลาประดิษฐานรูปหล่อพระเกจิอาจารย์หลายท่าน นอกจากนั้นยังเป็นที่ตั้งของ พลับพลาพระบรมรูปสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก หรือที่ชาวอุทัยเรียกติดปากว่า “พระชนกจักรี” พระราชบิดาของ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่1 มาถึงตรงนี้ฉันจำได้แล้วว่าฉันเคยขึ้นมาบนนี้แล้วครั้งหนึ่งตอนที่กลับจากเดินป่าเขาสนกับเพื่อนๆ ชมไทย นึกแล้วเชียวว่าทำไมคุ้นจัง จากนั้นเราก็นัดให้รถไปรอรับพวกเราที่ตีนเขาเพราะพวกเราจะเดินลงบันไดไปเอง...พอลงเขามา ขาสั่นพั่บๆๆ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม คงเป็นเพราะไม่ค่อยได้ออกกำลังกายแน่ๆ เลย กล้ามเนื้อจึงไม่ชิน ลงมาถึงเชิงเขาเราเจอเข้าอีก 1 วัดชื่อว่า วัดสังกัสรัตนคีรี วัดนี้แหละที่เป็นสถานที่จัดงานตักบาตรเทโว ซึ่งเป็นงานประเพณีที่มีชื่อเสียงของจังหวัดอุทัยฯ ในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี หรือวันออกพรรษานั่นเอง เราจะเห็นพระเดินลงมาจากยอดเขาเป็นแถวยาว (ฉันเห็นในภาพ) สวยงามมาก พี่จั่น พี่เจ้าของโฮมสเตย์ที่เราพักชวนพวกเรากลับไปเที่ยวอีกในวันตักบาตรเทโว...

 เป้าหมายที่สองอยู่ที่วัดจันทาราม ชื่อนี้ไม่ค่อยคุ้นเท่าไหร่ แต่ถ้าเอ่ยชื่อ “วัดท่าซุง” แล้วล่ะก็หลายๆ คนน่าจะร้องอ๋อ....วัดท่าซุงเป็นวัดเก่าแก่ สร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธายา ต่อมาได้รับการปรับปรุงโดย พระราชพรหมยาน หรือ หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดนี้มีความสวยงามมากโดยเฉพาะวิหารแก้ว ซึ่งเป็นวิหารที่จำลองสวรรค์ลงมาให้มนุษย์ได้ชมตามนิมิตของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ปราสาททองคำ ปราสาทที่ตกแต่ง ประดับประดาด้วยศิลปะจินตนาการงานฝีมือที่อ่อนช้อยงดงาม จัดได้ว่าเป็นปราสาทที่สวยงามอลังการที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ถือเป็นพุทธสถานที่มีชื่อเสียงของจังหวัดอุทัยธานี ที่นักท่องเที่ยวทุกคนไม่ควรพลาด วิหารแก้วเปิดเวลา 09.00-11.45 น. และเวลา 14.00-16.00 น. นอกจากนั้นภายในบริเวณวัดยังมีวังมัจฉา ที่มีปลานานาสายพันธุ์นับหมื่นตัวอาศัยอยู่ หลานๆ สนุกกับการให้อาหารปลากันใหญ่...เนื่องจากพวกเราตัดสถานที่ท่องเที่ยวภายในตัวเมืองออกหลายที่ ดังนั้นที่สุดท้ายของวันนี้ที่จะไปคือ ธรรมสถานถ้ำเขาวง


 รถมุ่งหน้าออกจากตัวเมืองอุทัยฯ สู้อำเภอบ้านไร่ ระยะทางค่อนข้างไกล หลาน 2 คนถามแล้วถามอีก “ป้าถึงหรือยังๆๆๆๆ”ใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมงพวกเราก็มาถึง ธรรมสถานถ้ำเขาวง ซึ่งไม่ได้อยู่ในเป้าหมายที่จะไปตั้งแต่ทีแรกเพราะดูจากแผนที่แล้วอยู่ไกลมาก แต่ทันทีที่เห็นภาพถ่าย เราก็ตั้งใจว่าจะไปให้ได้ เพราะภาพถ่ายคล้ายกับภาพจิ๊กซอร์ที่เรา 2 คนเคยต่อ ยังนั่งคิดอยู่ว่าสถานที่นี้มีจริงๆ หรือ และถ้ามีจริง เดาว่าต้องอยู่ในประเทศไทยแน่นอน เพราะสิ่งปลูกสร้างเป็นลักษณะทรงไทย ลดหลั่นลงมาตามเชิงเขา  พอมาถึงแว่บแรก เหมือนฝันเป็นจริง ภาพที่เห็นตรงหน้าคล้ายภาพจิ๊กซอร์ที่เราเคยต่อเดี๊ยะ!! จะต่างกันตรงที่ในจิ๊กซอร์อาคารยังใหม่และสวยงามมาก แต่สถานที่จริงก็สวยงาม เพียงแต่ขาดการบูรณะซ่อมแซม ทำให้ดูโทรม ไม่ค่อยงดงามเท่าที่ควร พวกเราเดินเล่นถ่ายภาพสักพักก็เริ่มรู้สึกหิว แหละเหนื่อยเนื่องจากอากาศร้อน ที่จริงด้านหลังเขายังมีสถานที่ที่เป็นที่ราบและถ้ำที่เงียบสงบสำหรับทำวิปัสสนากรรมฐาน แต่พวกเราไม่ได้เดินเข้าไป ตอนแรกว่าจะไปต่อกันที่น้ำตกผาร่มเย็น แต่คงเพราะหิวจัดเลยบอกให้ลุงคนขับรถพาไปส่งที่ร้านส้มตำ ที่อยู่ในเกาะเทโพ กินข้าวเที่ยงตอนบ่ายแก่ๆ เสร็จ ลุงก็มาส่งเราที่แพที่พัก...ตอนนี้แหละได้เวลาโดดน้ำซะที....ตู้มมมมมมมมม!!!


 พวกเราเล่นน้ำสักพักก็ไปลากเรือคายัคมาพายเล่นเป็นที่สนุกสนาน ฉันกับน้องชายอยากลองพายเรือไปซื้อกับข้าวที่ตลาดดูบ้าง จึงจัดแจงเอาตังค์ยัดใส่ถุงเซเว่นฯ (กันเปียก) ใส่เสื้อชูชีพ พาหนะที่ใช้ก็เรือคายัคนั่นแหละ พายผ่านแพที่ติดกัน เห็นหนุ่มๆ 3 คนเพิ่งกลับมาจากตลาดฉันก็ตะโกนทักทายและถามว่าตลาดไปอีกไกลมั้ย สามหนุ่มบอก “ไม่ไกลหรอกครับ ว่าแต่จะพายเรือไปกันเหรอ” ฉันกับน้องชายพยักหน้า...จากนั้นสามหนุ่มก็ชี้ให้ดูวัดที่อยู่ลิบๆ สุดสายตา แล้วบอกว่า “ตลาดอยู่นั่นน่ะครับ เมื่อวานพวกผมก็พายไปมาแล้ว...” ฉันเห็นใบหน้าที่แฝงรอยยิ้มซึ่งอธิบายเหตุผลไม่ได้ของทั้งสามหนุ่มจากนั้นก็พายเรือต่อไป ผ่านสถานที่ราชกาลหลายแห่ง ผ่านแพที่พักของชาวบ้าน ก็ตะโกนทักทาย บางคนกำลังเตรียมทำกับข้าวมื้อเย็น บางคนก็กำลังพายเรือไปตลาด..

ยิ่งพายยิ่งไกล คิดว่าคงน่าจะใกล้ถึงตลาดแล้วล่ะมั้ง จึงหันหัวเรือไปเทียบท่าๆ หนึ่งมีน้องๆ ตีแบด และลุงๆ ป้าๆ กำลังเก็บผักริมน้ำกันอยู่ เรา 2 คนก็ถามว่าท่านี้ขึ้นไป มีตลาดมั้ยคะ ลุงบอกว่า “มี” เดินผ่านไปรษณีย์ไปก็มีร้านขายของ ขายกับข้าว สองคนพี่น้องดีใจใหญ่ น้องชายบอกให้ฉันนั่งเฝ้าเรือ แล้วเขาจะเดินไปซื้อของเอง สภาพน้องชายตอนนั้นนะ รองเท้าไม่ใส่ ใส่เสื้อชูชีพ สวมกางเกงเปียกๆ เดินขึ้นไป พุงพุ้ยๆ ฉันนั่งขำอยู่ในเรือ นึกในใจว่าใครจะขายของให้มัน..ไม่นานน้องเดินกลับมามือเปล่า บอกเขาปิดร้านกันหมดแล้ว ไม่มีของขายเลย ลุงที่เก็บผักอยู่แกบอกว่าไปตลาดริมน้ำก็ได้อยู่ไม่ไกลหรอก พายไปที่สะพานสูงๆ น่ะก็ถึงแล้ว ฉันกับน้องชายดีใจใหญ่ รีบพายจ้ำ พายจ้ำ เพื่อไปให้ถึงตลาดเร็วๆ เพราะใกล้จะมืดเต็มทีแล้ว พายผ่านเรือที่ให้นักท่องเที่ยวเหมานั่งทานอาหารเย็นล่องแม่น้ำสะแกกรัง น้องๆ บนเรือก็โบกมือทักทาย ในใจคงอยากตะโกนถาม “จะพายไปไหนกันเหรอพี่” แต่ระยะห่างกันมาก จึงไม่ได้ยินเสียงใดๆ  ฉันมองเห็นสะพานสูงอยู่ลิบๆ บอกน้องชายงว่าใกล้ถึงแล้ว รีบพายกันใหญ่ มองเห็นตลาดแล้ว ทีนี้ก็หาที่จอดเรือ...นั่งตกลงกันอยู่บนเรือว่าใครจะเป็นคนขึ้นไปซื้อของ เพราะที่ตลาดริมน้ำคนเยอะมาก มีหลายสายตาเริ่มมองลงมาที่เรา 2 คน ได้ยินเสียงซุบซิบว่า “มาจากไหนกัน” แล้วก็หัวเราะกันคิกๆๆๆ สุดท้ายเรา 2 คนก็ต้องขึ้นไปซื้อของด้วยกันทั้งคู่ เพราะน้องชายอาย ไม่อยากขึ้นไปสู้สายตาประชาชีคนเดียว เดินซื้อของอยู่ แม่ค้านินทา ไปเล่นสงกรานต์ที่ไหนกันมาเนี่ยะ?? ฮ่าๆๆๆ ดูสภาพเรา 2 คนนะ คนนึงเสื้อไม่ใส่ ใส่แต่ชูชีพสวมกางเกงเปียก รองเท่าไม่มี  อีกคนสภาพเดียวกัน ดีหน่อยตรงสวมเสื้อ (ถ้าฉันถอดเสื้อบ้าง ชาวบ้านคงแตกตื่น) เดินซื้อของได้ครบตามที่ต้องการ แล้วก็ลงเรือพายกลับแพที่พัก

 

ตอนพายมาว่าเหนื่อยแล้วนะเพราะพายทวนน้ำ ตอนแรกคิดว่าพายกลับจะเร็วเพราะน่าจะพายตามน้ำ แต่ที่ไหนได้ ฉันว่าเหนื่อยกว่าพายมาอีก เพราะกระแสน้ำเปลี่ยนทิศบวกกับลมที่พัด ทำให้เราพายต้านทั้งลมทั้งน้ำ ตกลงเหนื่อยเป็นสองเท่า...ขากลับพายผ่านรีสอร์ทชื่อ “พญาไม้” เห็นน้องๆ นักศึกษาจาก มน. ทำไมรู้ว่ามาจากสถานบันไหน ทั้งที่อยู่ไกลกันคนละฝั่ง ก็เพราะช่วงสายตอนที่เราอยู่ที่วัดท่าซุงเราก็เจอน้องๆ นักศึกษากลุ่มนี้แหละ คงมาทำกิจกรรมกันแน่ๆ เลย เห็นสวมเสื้อสีดำเขียนว่า ม.นเรศวรฯ เลยจำได้ มองไกลๆ เห็นน้องๆ ตั้งกล้องซูมบาซูก้าเล็งมาที่เราสองคนที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาพายเรือกันอยู่ ก็เลยเก๊กให้ถ่ายกันคนละแชะ สองแชะเป็นที่สนุกสนาน จากนั้นสองคนพี่น้องก็จ้ำพายต่อไป ผ่านศาลากลางจังหวัดเห็นน้องๆ นักเรียนมาทำกิจกรรมวันแม่ นั่งเล่นอยู่ที่ท่าน้ำก็โบกมือทักทายกันเป็นที่สนุกสนาน คนอุทัยฯ นี่อารมณ์ดีกันจริงๆ ยังไม่ทันมืดเราสองคนก็มาถึงแพที่พักเห็นหนุ่มสามคนกำลังนั่งเล่นทานมื้อเย็นริมน้ำกันอยู่ที่แพ ตะโกนถามว่า “ไปถึงตลาดมั้ยครับ” ฉันพยักหน้าพร้อมกับชี้ให้ดูถุงใบใหญ่ 2 ใบบนเรือ แล้วชวนให้มาทานข้าวเย็นด้วยกัน 3 หนุ่มมีสีหน้าทึ่ง !!แล้วยกนิ้วโป้งชูให้ 2 นิ้วพร้อมกับกล่าว “สุดยอดเลยครับ…เมื่อวานผมก็พายไป...แต่ไปไม่ถึง” กรรม!! ฉันก็คิดว่าแกไปถึงซะอีก จึงได้พยายามพายไป ที่ไหนได้ “ไป-ไม่-ถึง” ทีนี้ฉันหาเหตุผลของรอยยิ้มแปลกๆ บนใบหน้าสามหนุ่มเจอทันที เจ็บใจนัก โดนผู้ชายหลอก พายเรือกลับไปที่แพ เพื่อนกับหลานที่เล่นน้ำอยู่ก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ากันหมดแล้ว พอเห็นเราสองคนพายเรือกลับมาก็ดีใจใหญ่บอกว่าเก่งจริงๆ อุตส่าห์มานะไปกันได้เน๊าะ นี่ถ้าไม่บ้า คงทำไม่ได้...อ้าว!!!

 ตอนเย็นนั่งทานมื้อค่ำ ได้ยินเสียงปึ้งปั้งๆ วิ่งออกมาดู เห็นเค้าจุดพลุสวยเชียว แป๊บเดียวก็หมด กลับเข้ามาทานกันต่อ คืนนั้นนอนหลับด้วยความทรมาน เพราะปวดแขน สาเหตุคงพายเรือระยะทางไกล ทำให้แขนล้าไปหมด กว่าจะหลับได้ ต้องกินยาแก้ปวดไป 2 เม็ดจึงหลับสนิท...ตื่นเช้ามานึกขึ้นได้ เออ...เมื่อคืนมีฝนดาวตกนี่นา ดันลืม เซ็งสนิท อดดูไปโดยปริยาย วันนี้เป็นวันหยุดชดเชย พวกเราเลือกที่จะนอนเล่นที่แพเฉยๆ ไม่ออกไปไหน พายเรือเล่น นอนฟังเพลง นั่งเขียนโปสการ์ดถึงเพื่อนๆ รอรถซ่อมเสร็จก็กลับบ้านกันบ่ายแก่ๆ กว่าจะถึงเล่นเอาเหนื่อยไปตามๆ กันเพราะรถติดมาก กลับถึงห้องรู้สึกเหนื่อยอย่างบอกไม่ถูก คงเป็นเพราะเสียค่าซ่อมรถไปหมื่นกว่า หมดแรงเลย...
 ที่จริงเมืองอุทัยธานี มีความหลากหลายของชนชาติทั้ง ไทย จีน ลาว มอญ กะเหรี่ยง ที่อาศัยอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข มีอารยธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณีโบราณและวิถีชีวิตเรียบง่ายท่ามกลางธรรมชาติที่งดงาม สืบทอดมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะวิถีชีวิตชาวแพลุ่มแม่น้ำสะแกกรัง


 แม่น้ำสะแกกรัง เป็นแม่น้ำสายสำคัญเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่คอยหล่อเลี้ยงชีวิตชาวอุทัยมาตั้งแต่โบราณ ชุมชนชาวแพแม่น้ำสะแกกรังมีวิถีชีวิตผูกพันกับสายน้ำที่เหลืออยู่แห่งสุดท้ายในประเทศไทย ซึ่งมีอาชีพทำการประมงและเลี้ยงปลาในกระชังเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะปลาแรดที่เลี้ยงในกระชัง ถือเป็นปลาน้ำจืดที่มีรสชาติอร่อย (พวกเรากินปลาแรดกันทุกเย็นเลย) ถือเป็นปลาประจำจังหวัด นักท่องเที่ยวที่มาเยือนนิยมนั่งเรือชมธรรมชาติ และวิถีชีวิตที่เรียบง่ายสงบร่มเย็นของสายน้ำ และชาวแพสะแกกรัง นอกจากนี้ ที่ท่าเรือสุพรรณิการ์ หน้าศาลากลางจังหวัด ได้จัดเรือคายัคให้บริการนักท่องเที่ยวเพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการเที่ยวชมวิถีชีวิตชาวแพสะแกกรังที่ทั้งสนุก และได้ออกกำลังซึ่งเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวในขณะนี้   แถมยังมีป่าห้วยขาแข้งที่มีความอุดมสมบูรณ์หลากหลายทางชีวภาพ จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น “มรดกโลกทางธรรมชาติ”


 ไม่น่าเชื่อนะว่าจังหวัดเล็กๆ อย่างอุทัยธานีจะมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม และธรรมชาติที่งดงามมากขนาดนี้ ถ้าไม่ติดอะไร วันออกพรรษาที่มีงานตักบาตรเทโว ฉันอยากไปเยือนอีกสักครั้ง...

 


      ไว้เจอกันคราวหน้าอุทัยธานี มีดีแบบนี้เอง
     
 .......................................palmy616

 

01.  แพกล้วยไม้ไทย   โทร. 08-9436-1499  ติดต่อ พี่จั่น ราคา 200.-/คน/คืน
02.  รายการร่วมด้วยช่วยกัน ติดไว้กรณีมีเหตุฉุกเฉิน โทร.
1677

เข้าชมภาพเพิ่มเติมได้ที่

http://www.chomthai.com/forum/view.php?qID=25



ผู้ตั้งกระทู้ Akechomthai โพสต์และแสดงความเห็นเฉพาะสมาชิกเท่านั้น :: วันที่ลงประกาศ 2007-08-21 09:35:13 IP : 158.108.66.243


[1]

ความคิดเห็นที่ 22 (3278492)
avatar
movible

La campaa fue dirigida por Trey Laird de Laird + Partners, en colaboració con el estudio creativo interno de Calvin Klein, Inc. I think we all are familiar with Calvin Klein.

ผู้แสดงความคิดเห็น movible (JOYL-at-GMX-dot-COM)วันที่ตอบ 2012-02-29 09:50:12 IP : 112.111.50.38


ความคิดเห็นที่ 21 (3275231)
avatar
corazones
Sac Lancel Pas Cher danés del Roda Junker hizo trabajar al guardameta Rubén Martínez e incluso en los instantes finales del primer tiempo un lanzamiento raso desde el costado Sac Lancel Soldes que el portero malaguista fue obstruido por otro futbolista del conjunto holandés y decretó falta. El Málaga estuvo muy movible por las bandas con Joaquín y Cazorla (ambos pudieron Lancel expeditivo en defensa.
ผู้แสดงความคิดเห็น corazones (joyl-at-gmx-dot-com)วันที่ตอบ 2012-02-01 13:49:46 IP : 220.200.29.65


ความคิดเห็นที่ 20 (3253280)
avatar
defrs
abito uomo armani ad hoc per abbattere i raggi Uv e la luce blu, meno conosciuta, ma altrettanto pericolosa. Quest"ultima, armani 2010 2011 del cristallino sia la maculopatia". Nonostante tutte armani 2010 uomo
ผู้แสดงความคิดเห็น defrs (joyl-at-gmx-dot-com)วันที่ตอบ 2011-08-16 15:55:24 IP : 211.200.30.66


ความคิดเห็นที่ 19 (3211092)
avatar
ferrari

replica chanel wallet louis vuitton replica pocket on the back Added to this louis vuitton about the caliber of these pouches lv bags lv wallets for men.

ผู้แสดงความคิดเห็น ferrari (๙v๒ชะ„ศ3ฎทค)วันที่ตอบ 2010-09-11 06:50:16 IP : 125.126.157.28


ความคิดเห็นที่ 18 (3210923)
avatar
george

hair wigs wavy hair extensions wide range of quality and prices with wigs wig and looking to buy human hair clip on hair extension.

ผู้แสดงความคิดเห็น george (johnson-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-09-10 19:45:31 IP : 125.126.157.28


ความคิดเห็นที่ 17 (3096494)
avatar
yoyohh

There are plenty of different times in which someone might cheap wow power leveling need the assistance of a truly poignant poem. These instances are often not the best moments in their lives and if you have ever been in such a position, you know how hard it can be. So, finding the right words to relieve some of that stress or worry is a great gift. These writers have all contributed to the canon of inspirational poems, helping to make those people in a hard buy wow power leveling place feel better about themselves.

1. Use nouns and aion power level verbs more than adjectives. Which is stronger: "She was as beautiful as a flower..." or "Roses wilted in shame as she passed by..."? "He looked at the depressing clouds..." or "He watched as dark clouds moved in, aion powerleveling covering his sky..."?

 

ผู้แสดงความคิดเห็น yoyohh วันที่ตอบ 2009-09-24 15:29:11 IP : 58.144.18.121


ความคิดเห็นที่ 16 (3013547)
avatar
wow gold
By fitting wow gold and using locks.
ผู้แสดงความคิดเห็น wow gold (dqgxxy-at-126-dot-com)วันที่ตอบ 2009-06-04 13:26:42 IP : 122.234.49.30


ความคิดเห็นที่ 15 (3013543)
avatar
wow gold
Many of these opportunities wow gold can just as easily wow gold be removed.
ผู้แสดงความคิดเห็น wow gold (dqgxxy-at-126-dot-com)วันที่ตอบ 2009-06-04 13:17:48 IP : 122.234.49.30


ความคิดเห็นที่ 14 (3013540)
avatar
wow gold
Many of these opportunities [url=http://www.uswotlk.com/]wow gold[/url] can just as easily [url=http://www.pvpvip.com/]wow gold[/url] be removed.
ผู้แสดงความคิดเห็น wow gold (dqgxxy-at-126-dot-com)วันที่ตอบ 2009-06-04 13:16:42 IP : 122.234.49.30


ความคิดเห็นที่ 13 (2977817)
avatar
wow gold
I wonder wow gold why so wow gold many shop-assistants
ผู้แสดงความคิดเห็น wow gold (dqgxxy-at-126-dot-com)วันที่ตอบ 2009-04-10 10:13:49 IP : 218.108.222.10


ความคิดเห็นที่ 12 (2954623)
avatar
คนรักอุทัยธานีคนหนึ่ง

เป็นคนจังหวัดนี้แต่กำเนิดแต่ไม่มีโอกาสได้อยู่เห็นแล้วอ่านแล้วทำให้อยากกลับไปเที่ยวจังค่ะ   คิดถึงเธอที่สุดจังหวัดอุทัยธานีจ๋า

ผู้แสดงความคิดเห็น คนรักอุทัยธานีคนหนึ่ง วันที่ตอบ 2009-03-04 09:54:39 IP : 222.123.85.28


ความคิดเห็นที่ 11 (2951539)
avatar
wow gold
This Library release wow gold contains all the newest wow gold information buy wow gold on the Microsoft Windows buy wow gold Driver Development Kit.
ผู้แสดงความคิดเห็น wow gold (191079948-at-qq-dot-com)วันที่ตอบ 2009-02-27 15:30:19 IP : 218.108.223.211


ความคิดเห็นที่ 10 (1438994)
avatar
123
123
ผู้แสดงความคิดเห็น 123 วันที่ตอบ 2008-05-07 16:34:38 IP : 202.151.6.35


ความคิดเห็นที่ 9 (1430377)
avatar
คนร้อยเอ็ด

น้องเคยมาเที่ยวภาคอีสานบ้างหรือเปล่าคะ น่าเที่ยวนะถ้ามีโอกาสแวะที่ร้อยอ็ดนะคะที่นี่มีวัดผานำทิพย์   และเจดีย์ทรายที่สวยงามมาก  มีสวนสุขภาพที่ร่มรื่นอยู่กลางเมืองเหมาะสำหรับการออกกำลังกายมาก/คนร้อยเอ็ด 

ผู้แสดงความคิดเห็น คนร้อยเอ็ด วันที่ตอบ 2008-04-27 21:12:01 IP : 222.123.227.236


ความคิดเห็นที่ 8 (1426476)
avatar
รักยม ชมไทย
ขอบคุณค่ะ ไปเที่ยวไหนก้อขอให้เดินทางปลอดภัย เที่ยวให้สนุกนะคะ ช่วงนี้คงไม่ได้ไปไหนค่ะ รอชมภาพจากเพื่อนๆก้อแล้วกัน
ผู้แสดงความคิดเห็น รักยม ชมไทย วันที่ตอบ 2008-04-18 19:48:21 IP : 124.120.137.197


ความคิดเห็นที่ 7 (1426064)
avatar
คนร้อยเอ็ด

อ่านแล้วเพลินดีนะ   ทุกคำบรรยายของน้องมองเห็นภาพพจนื  ยิ่งทำให้พี่อยากไปเที่ยวอุทัยธานีเร็วๆ   ถำเขาวงค์ และวัดท่าซุงสวยจังเลยนะ      พี่เคยไปเขาสะแกกรัง แห่งเดียว    ปี2551 น้องไปเที่ยวที่ไหนอีกบ้างล่ะ เล่าให้ฟังบ้างนะคะจะรอ/ คนที่อยากจะลืมคนอุทัย

 

ผู้แสดงความคิดเห็น คนร้อยเอ็ด วันที่ตอบ 2008-04-17 20:45:21 IP : 117.47.15.107


ความคิดเห็นที่ 6 (1416942)
avatar
ติ๊ก

เห็นด้วยกับน้องเมืองอุทัยน่าไปเที่ยวจริงๆ20ปีก่อนพี่เคยไปฝึกงานที่ต.อุทัยเก่า หนองฉางและก็มีความประทับใจ ความรู้สึกดีๆคนอุทัยน่ารัก    ใจดี   ถึงแม้ว่าตอนนี้คนที่นั่นเขาจะลืมแล้วก็ตาม   อยากบอกให้รู้ว่าจะกลับไปที่อุทัยอีกครั้ง/คนร้อยเอ็ด

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ติ๊ก วันที่ตอบ 2008-03-30 11:55:02 IP : 124.157.184.200


ความคิดเห็นที่ 5 (1135730)
avatar
pawa(เด็กราชถี)

ดีจังเลยได้เรากำลังจะไปอยู่พอดีเลย

ผู้แสดงความคิดเห็น pawa(เด็กราชถี) วันที่ตอบ 2007-10-20 10:02:07 IP : 202.149.114.184


ความคิดเห็นที่ 4 (1100775)
avatar
palmy...
ขอบคุณค่ะ ป้าแขก พิชชี่ และ 2 เชาด้วย ^_^
ผู้แสดงความคิดเห็น palmy... วันที่ตอบ 2007-09-04 10:02:18 IP : 58.8.75.225


ความคิดเห็นที่ 3 (1098869)
avatar
ป้ามหาภัย
อ่านเพลินเลยจ้ะ ปรบมือให้นะสำหรับทุกตัวอักษรที่เรียงร้อยถ้อยความเอามาฝากกัน คอยติดตามผลงานเสมอจ้ะ
ผู้แสดงความคิดเห็น ป้ามหาภัย วันที่ตอบ 2007-09-01 17:34:25 IP : 158.108.131.238


ความคิดเห็นที่ 2 (1088172)
avatar
พิช
สุดยอด อ่านเพลินเลย เห็นบรรยากาศดีจิง ไว้มีเวลาจามาเขียนบ้างจ้า ^___^
ผู้แสดงความคิดเห็น พิช วันที่ตอบ 2007-08-21 13:43:05 IP : 203.170.144.1


ความคิดเห็นที่ 1 (1088061)
avatar
เชาเชา

บันเทิงปนวิบาก...

ฮ่าๆๆๆหนุกหนาน

ผู้แสดงความคิดเห็น เชาเชา วันที่ตอบ 2007-08-21 10:47:00 IP : 203.146.150.130



[1]


Copyright © 2003 Chomthai team 089-7801770